แอลี ฆอเมเนอี

(เปลี่ยนทางจาก อะลี คอเมเนอี)

เซย์เยด แอลี โฮเซย์นี ฆอเมเนอี (Sayyid Ali Hosseini Khamenei, เปอร์เซีย: سید علی حسینی خامنه‌ای‎ ; เกิด 19 เมษายน 1939)[3] เป็นมัรเญียะอ์ชีอะฮ์สิบสองอิมาม และเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนที่สองและคนปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปีค.ศ. 1989 เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่านระหว่างปีค.ศ. 1981 ถึง 1989 ฆอเมเนอีถือเป็นประมุขแห่งรัฐที่อยู่ในตำแหน่งนานเป็นอันดับสองในตะวันออกกลาง

อายะตุลลอหฺใหญ่
เซย์เยด แอลี โฮเซย์นี ฆอเมเนอี
سید علی حسینی خامنه‌ای
ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนที่ 2
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
4 มิถุนายน ค.ศ.1989
ประธานาธิบดี
ก่อนหน้า รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี
ประธานาธิบดีอิหร่าน คนที่ 3
ดำรงตำแหน่ง
13 ตุลาคม ค.ศ.1981 – 3 สิงหาคม ค.ศ.1989
นายกรัฐมนตรี Mir-Hossein Mousavi
ผู้นำสูงสุด รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี
ก่อนหน้า โมแฮมแมดแอลี แรจออี
ถัดไป แอกแบร์ ฮอเชมี แรฟแซนจอนี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด Sayyed Ali Hosseini Khameneh
19 เมษายน ค.ศ. 1939 (80 ปี)
แมชแฮด โฆรอซอนแรแซวี, อิหร่าน
พรรคการเมือง อิสระ
เครือข่ายการเมืองอื่น ๆ
คู่สมรส Khojaste Bagherzadeh (m. 1964)
บุตร 6 คน
ศาสนา อิสลามนิกายชีอะฮ์ (อิมาม)
ลายมือชื่อ
เว็บไซต์ english.khamenei.ir
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม
ปีปฏิบัติงาน ค.ศ. 1979–1980
บังคับบัญชา ประมุขกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม[2]

เว็บไซต์ชีวประวัติทางการระบุว่า ฆอเมเนอีเคยถูกจับกุมหกครั้งก่อนที่จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศเป็นเวลาสามปีในรัชสมัยพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี[4] เขาเคยตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหารในปีค.ศ. 1981 ซึ่งทำให้แขนขวาเขาเป็นอัมพาต[5] ฆอเมเนอีมีวิถีชีวิตที่น่านับถือ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและไม่โปรดความหรูหรา[6] สำนักข่าว The Telegraph ระบุว่าเขา "มีกิตติศัพท์เรื่องวิถีชีวิตเยี่ยงนักรบ"[7] ตำแหน่งผู้นำสูงสุดนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ผู้ใกล้ชิดระบุว่าฆอเมเนอีมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับว่าร่ำรวย[8] ถึงแม้ชีวิตส่วนตัวเขาจะไม่ร่ำรวย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยตำแหน่งของฆอเมเนอี เขามีอำนาจควบคุมเหนือบริษัทยักษ์ใหญ่ของอิหร่านที่มีมูลค่ารวมกันกว่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ[9]

ฆอเมเนอีเป็นบุคคลสำคัญผู้ใกล้ชิดของอายะตุลลอหฺรูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้นำในการปฏิวัติอิสลาม ฆอเมเนอีเป็นผู้นำแถวหน้าของอิหร่านในช่วงสงครามอิรัก–อิหร่านในคริสต์ทศวรรษที่ 1980 เขาสร้างสัมพันธ์แนบแน่นกับกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งเป็นเหล่าทัพที่ทรงอำนาจในปัจจุบัน และเขามีอำนาจเลือกและปลดผู้บัญชาการกองพิทักษ์ปฏิวัติฯได้โดยตรง องค์กรนี้คอยเป็นหูเป็นตาและปราบปรามผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ[10][11] ฆอเมเนอีได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่สามในปีค.ศ. 1981 และกลายเป็นมือขวาของผู้นำสูงสุดอายะตุลลอหฺโคมัยนี ต่อมาเมื่อผู้นำสูงสุดโคมัยนีถึงแก่อสัญกรรม สมัชชาบัณฑิตได้ลงมติเลือกฆอเมเนอีเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ในวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1989 ขณะที่เขามีอายุ 49 ปี[12]

ในฐานะผู้นำสูงสุดอิหร่าน ฆอเมเนอีมีสถานะทั้งประมุขแห่งรัฐและผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพ มีอำนาจปลดประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องผ่านสภา ทำให้เขาเป็นผู้มีอำนาจที่สุดในประเทศไปโดยปริยาย นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิหร่าน ทั้งการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนสำคัญ หรือการเห็นชอบนโยบายสำคัญ ตลอดเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ชาติของอิหร่าน[13][14] เขามีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมเหนือฝ่ายบริหาร, ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมถึงกองทัพและสื่อมวลชน[15] ในปี 2014 ฟอบส์ จัดให้เขาเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก อันดับที่ 19[16]

ที่ผ่านมามีการชุมนุมประท้วงระบอบการปกครองของฆอเมเนอีหลายครั้ง ได้แก่ใน ค.ศ. 1994, 1999, 2009, 2011–2012, 2017–2018 และ 2018–2019 อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งล้วนจบลงด้วยการปราบปราม บรรณาธิการข่าว, นักเขียน และบุคคลจำนวนมากถูกจับกุมโทษฐานหมิ่นผู้นำสูงสุด มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งข้อหาว่าดูหมิ่นศาสนา บุคคลเหล่านี้ได้รับโทษด้วยการเฆี่ยนหรือจำคุก มีหลายรายที่เสียชีวิตขณะถูกคุมขัง[17][18]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "جامعه روحانيت مبارز جوان مي‌شود" [Combatant Clergy Association gets younger] (in Persian). Fararu. 8 July 2012. 118101. สืบค้นเมื่อ 25 June 2016.
  2. Detailed biography of Ayatollah Khamenei, Leader of Islamic Revolution, Khamenei.ir, สืบค้นเมื่อ 17 March 2016
  3. "The Office of the Leader, Sayyid Ali Khamenei". Leader. Archived from the original on 18 June 2009. สืบค้นเมื่อ 19 June 2009.
  4. "Khamenei.ir". Archived from the original on 12 November 2013. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  5. Maziar Bahari (6 April 2007). "How Khamenei Keeps Control". Newsweek. Archived from the original on 25 October 2010. สืบค้นเมื่อ 29 September 2010. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. "The Frugality Of Iran's Supreme Leader". Payvand.com. Archived from the original on 20 February 2014. สืบค้นเมื่อ 21 May 2014. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. Robert Tait (12 November 2013). "Ayatollah Ali Khamenei controls £60 billion financial empire, report says". The Telegraph. Archived from the original on 12 September 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. Golnaz Esfandiari (20 พฤศจิกายน 2012). "The Frugality Of Iran's Supreme Leader".
  9. Steve Stecklow, Babak Dehghanpisheh and Yeganeh Torbati (November 11, 2013). "Khamenei controls massive financial empire built on property seizures".
  10. "Khamenei Will Be Iran's Last Supreme Leader". Newsweek. 17 November 2009. Archived from the original on 16 September 2017. referring to the enormous power Khamenei has given Iran's Islamic Revolutionary Guards Corps, which, under Khamenei's direct control, has brutally repressed demonstrators, human rights activists, and opposition journalists. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. Jamsheed K. Choksy. "Tehran Politics: Are the Mullahs Losing Their Grip?". World Affairs Journal. Archived from the original on 22 July 2017. Khamenei has strengthened alliances with militant commanders, especially within the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC), in the hope that all opposition to his authority will continue to be suppressed—as it was during the protests of 2009. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  12. "انتصاب آیت‌الله خامنه‌ای به عنوان رئیس خدمه‌ی آستان قدس رضوی". farsi.khamenei.ir. khamenei.ir. Archived from the original on 19 August 2017. สืบค้นเมื่อ 19 August 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  13. "Iran's Khamenei hits out at Rafsanjani in rare public rebuke". Middle East Eye. Archived from the original on 4 April 2016. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  14. "Khamenei says Iran must go green – Al-Monitor: the Pulse of the Middle East". Al-Monitor. Archived from the original on 22 December 2015. สืบค้นเมื่อ 31 March 2016. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  15. "The Supreme Leader – The Iran Primer". Archived from the original on 30 June 2016. สืบค้นเมื่อ 1 July 2016. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  16. "The 72 Who Rule The World". Forbes.
  17. "IRAN 2015 HUMAN RIGHTS REPORT" (PDF). US State Department. During the year the government arrested students, journalists, lawyers, political activists, women's activists, artists, and members of religious minorities; charged many with crimes such as "propaganda against the system" and "insulting the supreme leader;" and treated such cases as national security trials (see sections 1.a. through 1.e.; section 6, Women; and section 7.a.).
  18. "IRAN 2016 HUMAN RIGHTS REPORT" (PDF). US State Department.