หยาง เฉากาง เป็นเป็นผู้นำคริสเตียนชาวจีนที่อยู่ภายใต้การข่มเหงในจีนแผ่นดินใหญ่ในศตวรรษที่ 20 หยางเป็น ศิษยาภิบาล ใน คริสตจักร ต่างๆใน ประเทศจีน และเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยพระคริสตธรรมจีน ด้วย เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อคริสเตียน เพราะเขาเป็นบุคคลที่สำคัญต่อประวัติจีน

หยางเฉากาง (เดวิด หยาง)
เกิดประเทศจีน
ตำแหน่งศิษยาภิบาล ผู้นำคริสตจักรจีน

ประวัติ หยางเฉากางแก้ไข

ในจำนวนครอบครัวคริสเตียนที่ถูกข่มเหง คือครอบครัวของหยาง ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านหยาง หยางเป็นคริสเตียนคนแรกในตำบล ที่กลับใจมาเชื่อพระเจ้า และในท่ามกล่างความโหดร้ายในเวลานั้น ครอบครัวหยางก็ได้ให้กำหนิดทารกหยาง ท่ามกลางสถาการณ์ที่แย่ที่มีการข่มเหง แต่ก็นำมาซึ่งความชื่นชมยินดีในครอบครัว หยางเติบโตขึ้นในครอบครัวที่เป็นคริสเตียน และรอบๆบ้านของเขาเต็มไปด้วยวัดอาราม และศาลเจ้าที่มีคนเข้ามากราบไหว้ทุกวัน เมื่อหยางโตพอที่จะเข้าโรงเรียนได้ เขาก็เปลี่ยนชื่อเป็นเฉากาง แต่ต่อมาเขาก็ได้ใช้ชื่อซึ่งเป็นคริสเตียนว่า เดวิด หยาง ตอนเป็นเด็กเขาเป็นคนที่สดใส และมีความน่ารักเป็นของตนเอง ต่อมาเขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนประถมของคริสเตียน เดวิด หยาง เป็นคนที่ใฝ่ในการเรียนรู้ และรักการอ่านพระคำของพระเจ้า เมื่อเขาอายุ 12 ปี ก็ได้ย้ายไปยังโรงเรียนมัธยมในฮองดอง หยางเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการศึกษา และได้รับการอบรมวิถีชีวิตคริสเตียนในโรงเรียนโฮสต์แห่งนี้ เดวิด หยาง เป็นคนที่มีความกระตือรือร้น และเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการรับใช้ ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของหยาง และคริสตจักรชานลี เดวิด หยาง ก็ได้มีโอกาสเข้าเรียนที่เทงเซียนใกล้เขต มณฑลชานตง ในปี ค.ศ 1923 ในด้านวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดทางภาคเหนือของจีน คือวิทยาลัย เพรสไบทีเรียน และนี่คือจุดเปลี่ยนชีวิตทางจิตวิญญาณของเดวิด

การเรียนแก้ไข

ในช่วงเวลาที่ประเทศจีน ได้รับผลกระทบจาก สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ที่ทำให้กับ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ประเทศญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเรียกร้องให้จีน ทำตามความต้องการของเขา ถึงยี่สิบเอ็ดข้อ จึงทำให้จีนทำตามความต้องการของ ประเทศญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็สร้างความอับอาย และความขมขื่นใจ ให้กับ ประเทศจีน เป็นอย่างมากในเวลานั้น จึงได้มีการต่อต้านญี่ปุ่นและไม่นำการค้าขาย หรือส่งสินค้าทุกชนิดเข้าญี่ปุ่น แต่พระองค์ก็มีแผนการที่ดี คือ พระเจ้าทรงสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ใน คริสตจักรชานตุง เพื่อมีการฟื้นฟู แต่สิ่งที่ไม่คาดก็เกิดขึ้น คือ มีการสอนผิดเข้ามาใน คริสตจักร จึงก่อให้เกิดความวุ่นวายในเวลานั้น ในช่วงที่ เดวิดหยาง ได้เข้ามารียนอยู่ในเทงเซียน มีหลายคนได้ถามเขา เกี่ยวกับเรื่องพระคุณฝ่ายวิญญาณ ที่เน้นเกี่ยวกับของประทานอย่างเดียว จึงทำให้ เดวิด หยางไม่สามารถให้คำตอบกับคนเหล่านั้นได้ เพราะว่าเขาเองก็ไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อเขาคิดถึงอนาคตและความรับผิดชอบ ในฐานะศิษยาภิบาลและผู้นำ เขาจึงตั้งใจที่จะแสวงหาความจริงด้วยตัวของเขาเอง เมื่อ ค.ศ 1924 พระคริสตธรรมได้ส่งเขาไปพักผ่อนที่รีสอร์ทคูลิง ซึ่งอยู่ทางใต้ของแยงซีใน มณฑลเจียงซี เพื่อเข้าประชุม ทำให้เขาได้มีโอกาสฟังคำเทศนาจากมิชชันนารีคนหนึ่ง เกี่ยวกับปัญหาและประสบการณ์ชีวิตของเขา ในขณะนั้นเองทำให้เขาเกิดความสงสัย ว่าทำไมเขายังไม่ได้รับความรอด แต่เขามั่นใจว่าเขาได้รับความรอดแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตเพราะเขาเคยได้ศึกษาเรื่องราวของพระเยซู และอีกอย่างก็เคยผ่านพระคัมภีร์ไบเบิล และรับใช้พระเจ้ามาก่อน และเป็นไปไม่ได้ที่เขายังไม่ได้รับความรอด ทำให้เขาได้อธิษฐานขอกับพระเจ้าว่า อย่าให้เขากลับไปครั้งนี้โดยมือเปล่า ในขณะที่เขาเองยังสงสัยว่าพระคุณของพระเจ้านั้นคืออะไร เขาสรรเสริญพระเจ้าที่พระเจ้าได้ทรงช่วยในความไม่รู้ และในความอ่อนแอของเขา ในเวลานั่นเองเขารู้สึกว่า ภาระและบาปของเขา หนักจนเขาแบกแทบไม่ไหว เดวิด หยาง พูดกับตัวเองว่า หากฤทธิ์เดชของพระเจ้า ที่ช่วยให้รอดมีจำกัด และไม่พอที่จะให้สันติสุข ด้วยการปลดปล่อยให้เป็นอิสระนั้น ให้เขาเองได้รับการปลดปล่อย และเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม เขารู้สึกว่าภาระและบาปของเขาก็ได้หลุดออกไปจากเขา โดยผ่านทางพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน นี่จึงเป็นครั้งแรก ที่ทำให้เขารู้สึกมีความชื่นชมยินดี และมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่น กับพระเยซูคริสต์อีกครั้ง เดวิด หยาง จึงพูดว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นต้นมา พระคริสต์ก็ยังทรงกระทำราชกิจ มหัศจรรย์ของพระองค์ในชีวิตของเขาเรื่อยมา เดวิด หยาง

การทำพันธกิจ และการรับใช้แก้ไข

เมื่อเรียนจบในปี ค.ศ 1925 เดวิด หยาง ก็ปฏิเสธงานเป็นศิษยภิบาลจาก เพรสไบทีเรียน และตัดสินใจกลับไปรับใช้ที่บ้านเกิดของเขา เขาเองก็ต้องเจอกับความทดลองในด้านการรับใช้ ตลอดงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการดำรงเลี้ยงชีพ หลายครั้ง เดวิด หยาง เกิดความท้อแท้ ที่จะล้มเลิกและไปรับใช้ที่เพรสไบทีเรียน เพื่อสะดวกต่อการรับใช้และมีเงินเพียงพอ แต่นั่นเขาก็คิดว่าคงเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ที่ให้เขาอยู่รับใช้ที่นี้ ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ และการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ การพึ่งพาและการไว้วางใจในพระองค์ เดวิด หยาง รับใช้ในคริสตจักรสิบสามแห่งในสิบสามเขต โดยมีศูนย์กลางที่ฉูวโว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ในเวลาเดียวกัน เดวิดก็ทำหน้าที่เป็น ศิษยาภิบาล ในท้องถิ่นด้วย และมีมิชชันนารี อีก 2 คนมาร่วมรับใช้ด้วย หลายครั้งเดวิดต้องออกจากคริสตจักร เพื่อไปยังเมืองต่างๆ ไปหาพี่น้องที่เป็นคริสเตียน ส่วนใหญ่พี่เหล่านั้น เป็นชาวนาและพ่อค้า ซึ่งไม่ค่อยมีการศึกษาเท่าไร หลังจากปี ค.ศ 1926 ก็เกิดกระบานการต่อต้านชาวต่างชาติ และคริสเตียนทั่วประเทศ และในปี ค.ศ 1928 เหตุการณ์ต่างๆก็จบลง และองค์กร CIM ซึ่งย่อมาจาก Chian Inland Missionต่อมาก็เปลี่ยนเป็น OMF ในปัจจุบัน และในขณะนั้นคริสตจักรทั่ว ประเทศจีน ต้องช่วยเหลือตนเอง ปกครองตนเอง เพื่อที่เขาจะสามารถยืนหยัดด้วยตนเองได้ โดยมีมิชชันนารีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเท่านั้น แต่ก็ยังมีการตอบรับที่ดีจากนโนบายนี้ ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายคนที่ออกจากงานนี้เนื่องด้วยความเป็นอยู่ เพราะมีเงินไม่เพียงพอ ส่วนดาวิด หยาง เองก็ออกไม่ได้ เพราะว่าเขามีหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมกับผู้นำซีไอเอ็ม ที่จะทำให้นโยบายนี้ไปถึงจุดมุ่งหมายและความสำเร็จได้ ในปี ค.ศ 1931 ทำให้ ดาวิด หยาง เองขาดแคลนในเรื่องการเงิน จึงทำให้เขาต้องย้ายไปเป็นอำนวยการที่นั่น ในขณะเดียวกันก็ได้รับเชิญให้ไปเป็น อาจารย์ของวิทยาลัยเทงเซียน แต่เขาก็ปฏิเสธ และในปีเดียวกัน อาจารย์ โอวาร์ด ไนท์ ก็ถูกเรียกให้มาสอนในโรงเรียนโฮสด์ เขามีมุมมองที่แง่ลบกับคริสเตียนชาวจีน เพราะส่วนใหญ่พี่น้องอ่านหนังสือไม่ออก แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ และรู้สึกอายที่เขาต้องคิดอย่างนั้น เพราะเขาพบว่า เดวิด หยาง เป็นผู้รับใช้ฝ่ายวิญญาณที่สอนได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาเองเปลี่ยนความคิด และทำให้เขาได้รับพระพรจากชีวิตของเดวิด เพราะดาวิด หยาง เป็นคนที่ถ่อมใจ อดทน และมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก เป็นคนที่เชี่ยวชาญในการอธิบายพระคำของพระเจ้า แม้คำสอนและภาษาที่ใช้ของเขาดูง่ายๆ แต่สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้ทุกคนต้องอึ้ง เดวิด หยาง เป็นครูสอนพระคัมภีร์ไบเบิลที่ยิ่งใหญ่ทาง ทำให้มิชชันนารีหลายคน ได้รับพระพรผ่านทางชีวิตของเขา ในการรับใช้พระเจ้า เขามีชีวิตที่เป็นแบบอย่างในทุกๆด้าน ทำให้เห็นการรับใช้ของ เดวิด หยาง ที่เขามีภาระใจมากขึ้นในงานของพระเจ้า เดวิด หยาง เองก็ได้พบกับความท้าทายในชีวิตของเขา เพราเขารู้ว่างานทุกอย่างจะสำเร็จได้ก็โดยพระเจ้า และในปี ค.ศ 1934 ก็ได้มีการก่อสร้างอาคารเพื่อเป็นสถานที่อบรมศึกษาพระวจนะของพระเจ้า ในชีวิตของ เดวิด หยาง เองก็มีบ้างที่เจอกับความกลัว และต้องต่อสู้กับความมืดเหล่านั้น เขาได้ใคร่ครวญชีวิตกับพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน ขอพระเจ้าที่จะปลดปล่อยเขา ออกจากความมืด และภาระหนักที่เขากำลังแบกอยู่ สุดท้ายพระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเขา ว่าเขาควรจะทำอะไรก่อน แม้ก่อนหน้านั้นเขาอาจจะมีความชื่นชมยินดี แต่ก็ไม่ได้ออกมาจากใจที่เต็มล้น เหมือนมีอะไรมาบังไว้ แต่ในวันนี้เขาได้รับชัยชนะที่มาพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เขาร้องสรรเรสริญพระเจ้าออกมาจากส่วนลึกในหัวใจของเขาอย่างมีความชื่นชมยินดี แม้ตลอดการรับใช้ของ เดวิด หยาง ต้องเจอกับความกดดันรอบด้าน แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหยุดรับใช้พระเจ้า และตลอดหน้าที่ต่างๆที่เขารับผิดชอบ เขาได้ทุ่มเทเอาใจใส่ทุกรายละเอียด เห็นถึงความตั้งใจของเขาในการทำงาน และเขายืนอยู่บนพระคำของพระเจ้า ตลอดเส้นทางแห่งการรับใช้ ร่วมกับ CIM เดวิด หยางได้รับการตอบรับจากผู้คนได้ดี ทำให้ชื่อสียงของเขาเลื่องลืออกไป นี้คือช่วงชีวิตที่สูงสุดของเขา และประสบการณ์ในการรับใช้ เขาเป็นคนที่อดทน และบากบั่น ไม่ว่าเขาต้องไปสถานที่แห่งใดเขาพร้อมที่จะไปทุกเมื่อ

คริสตจักรถูกข่มเหงแก้ไข

ในช่วงสุดท้ายของ เดวิด หยาง ต้องเจอกับการข่มเหงของทหารจีนทำให้คริสเตียนหลายคนออกจากความเชื่อของเขา เดวิด หยาง ต้องได้อะไรมากมายในช่วงนั้น เขาถูกจับ และถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ในอีกด้านหนึ่งเขาเองก็ต้องต่อสู้เป็นอย่างหนัก ไม่ว่าด้านร่างกายหรือจิตใจ ตลอด คริสตจักร ทั่ว ประเทศจีน ก็ต้องถูกปิดตัวลง ผู้รับใช้ของพระเจ้าถูกข่มเหง เพราะด้านฝ่ายหัวรุ่นแรกเขาต้องการ เดวิด หยาง มาเป็นหัวหน้า ในช่วงเวลานั้น เดวิด หยาง ทุกข์ใจมาก แต่เขาเองก็หนุนใจพี่น้องคริสเตียนให้เข้มแข็งในพระเจ้า สุดท้ายการปฏิวัติก็หยุดตัวลงชั่วคราว และก็มีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

การตายแก้ไข

ในปีค.ศ 1971 ก็มีรายงานว่า ศิษยาภิบาล หยางได้กลับไปยังบ้านเกิดของเขาที่ฉูวโว มณฑลชานลีและเขาก็ได้เสียชีวิตในบ้านเกิดของเขา ก่อนตาย เดวิด หยาง ได้ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งว่า เขาขอบคุณพระเจ้าในการปกป้อง และขอบคุณพระเจ้าที่พี่น้องยังคงมั่นคงในความเชื่อ

อ้างอิงแก้ไข

  • เลสสี ไลอัลล์ , สองวีรบุรุษแห่งจีนแผ่นดินใหญ่ , พิมพ์ครั้งที่ 1 , กรุงเทพฯ: กนกบรรณสาร , 2001