หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (กองทัพเรือสหรัฐ)

หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด กองทัพเรือสหรัฐ (อังกฤษ: United States Navy Explosive Ordnance Disposal) เป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคที่ทำให้วัตถุระเบิดทุกประเภทมีความปลอดภัย รวมถึงระเบิดแสวงเครื่อง, สารเคมี, ชีวภาพ และนิวเคลียร์ พวกเขาปฏิบัติการ ณ ที่ตั้งทางบกและใต้น้ำ, ทำการวินิจฉัย, ทำให้ปลอดภัย และเก็บกู้ (หรือทำลายล้าง) ของสรรพาวุธนอกประเทศและในประเทศ พวกเขาทำการรื้อถอนอาวุธอันตราย, ดอกไม้เพลิง และปลดระเบิดโดยใช้เทคนิคการทำลายล้างและการเผาไหม้ พวกเขากรีธาพลส่วนหน้าและบูรณาการอย่างเต็มที่ต่อผู้บังคับบัญชาพลรบต่าง ๆ, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOF) และหน่วยสงครามต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ, เหล่านาวิกโยธิน, กองทัพอากาศ และกองทัพบก พวกเขายังได้รับการเรียกร้องให้สนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทหารและพลเรือน รวมถึงหน่วยตำรวจลับ

หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด กองทัพเรือ (อีโอดี)
The Master EOD Officer Insignia.png
เครื่องหมายเจ้าหน้าที่อีโอดี กองทัพเรือสหรัฐ
ประเทศ  สหรัฐ
รูปแบบ หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดทางเรือนอกประเทศ
บทบาท
กำลังรบ กำลังพล 2,290 นาย
กำลังพลสำรอง 143 นาย
รวม 2,333 นาย[1]
ปฏิบัติการ
สำคัญ

ภารกิจของเจ้าหน้าที่เทคนิคอีโอดี คือนำพวกเขาไปยังทุกสภาพแวดล้อม และทุกสภาพภูมิอากาศในทุกส่วนของโลก พวกเขามีทรัพยากรจำนวนมากที่จะไปให้ถึงภารกิจของพวกเขา ตั้งแต่การดำน้ำสกูบาแบบวงจรเปิดและวงจรปิด รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การดำน้ำโดยใช้ต่อท่ออากาศจากผิวน้ำ ถึงการส่งกำลังกระโดดร่มจากอากาศยานปีกคงที่ รวมทั้งฟาสต์โรป, โรยตัว ตลอดจนระบบสเปเชียลพาโทรลอินเซอร์ชัน/เอกซ์แทรกชัน (SPIE) จากอากาศยานปีกหมุน สู่เรือขนาดเล็กและยานพาหนะสายพาน

ประวัติแก้ไข

ทีมทำลายล้างวัตถุระเบิดกองทัพเรือเจริญรอยประวัติของพวกเขากลับไปยังกลุ่มอาสาสมัครกลุ่มแรกที่เลือกทำงานกับทีมวัตถุระเบิดที่ยังไม่มีการระเบิดของสหราชอาณาจักรที่มีชื่อเสียง หลังจากการโจมตีของบลิทซ์ครีคเยอรมันเริ่มต้นในต้นปี ค.ศ. 1940 ซึ่งในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 1941 ทหารผ่านศึกเหล่านี้ได้กลับมาเพื่อก่อตัวรุ่นแรกในสิ่งที่เป็นชื่อเดิมของโรงเรียนเก็บกู้ทุ่นระเบิด เจ้าหน้าที่และกำลังพลที่เกณฑ์เข้าโรงเรียนสิบเอ็ดสัปดาห์ ที่ทำให้มีคุณสมบัติเป็นกำลังพลเก็บกู้ทุ่นระเบิด/นักดำน้ำระดับสอง ระหว่างเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1941 ถึงตุลาคม ค.ศ. 1945 มีการจบการศึกษาสิบเก้ารุ่นและได้กรีธาพลตลอดแปซิฟิกและเขตสงครามเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งแบ่งออกเป็นหน่วยสืบสวนวัตถุระเบิดเคลื่อนที่ (MEIU) พวกเขามีส่วนช่วยในการกวาดล้างอันตรายจากวัตถุะเบิดทั้งบนบกและในทะเล ครั้นสงครามเกาหลีก็ได้มีการกลับคืนสู่การปฏิบัติบนเรือกวาดทุ่นระเบิดต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกวาดล้างอันตรายจากการขนส่งทางเรืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในช่วงดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) โดยมีส่วนร่วมในปฏิบัติการข่าวกรองภายในท้องถิ่น และมีการสื่อสารระหว่างกันกับหน่วยภาคพื้นดินในอินช็อน, ว็อนซ็อน และตลอดปฏิบัติการเขตสงครามสหประชาชาติ

สงครามเวียดนามมีการเพิ่มการมีส่วนร่วมโดยรวมของหน่วยอีโอดี หน่วยจากกองอีโอดีแปซิฟิก เพิร์ลฮาร์เบอร์ รัฐฮาวายได้กรีธาพลทั่วทั้งภูมิภาค กองอีโอดีแปซิฟิกประกอบด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็ว, หน่วยบนเรือ และกำลังพลหน่วยฝึกและประเมินผล ทีมที่นำไปใช้งานบนเรือในทะเลประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หนึ่งนายและทหารเกณฑ์สองคน ทีมในประเทศนั้นใหญ่กว่าและตั้งฐานจากดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (RIVFLOT 1) ถึงดานัง ด้วยความสำคัญโดยรวมในการปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในทะเลและแม่น้ำ ทีมงานเหล่านี้รับประกันความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องสำหรับการขนส่งทางเรือและปฏิบัติการทางทะเล

นับตั้งแต่สงครามเวียดนามใกล้เข้ามา สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปและการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นได้กระตุ้นให้มีการขยายหน่วยอีโอดี ทั้งในด้านจำนวนขนาดและความสามารถ บันทึกของพวกเขาในประวัติศาสตร์ล่าสุดรวมถึงสงครามอ่าวที่ซึ่งช่างเทคนิคอีโอดีได้กวาดล้างทุ่นระเบิดทางเรือมากกว่า 500 แห่ง อีโอดีเป็นหน่วยสำคัญในการกำจัดวัตถุระเบิดที่ยังไม่มีการระเบิดออกจากยูเอสเอส สตาร์ก (FFG-31) หลังจากมีขีปนาวุธต่อต้านเรือเอ็กโซเซต์สองลูกที่ยิงจากเครื่องบินอิรักโจมตีเรือ หน่วยอีโอดีได้พัฒนาการทำให้ลูกระเบิดปลอดภัย ณ สถานที่นั้นเพื่อป้องกันความหายนะ ในระหว่างปฏิบัติการร่วมในโซมาเลีย, เฮติ, บอสเนีย และคอซอวอ หน่วยอีโอดีให้ความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานโดยการกำจัดกับดักระเบิด, ที่ซ่อนของอาวุธ และปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิด ปัจจุบันหน่วยอีโอดีเข้าประจำการในอัฟกานิสถานและอิรัก ซึ่งพวกเขากำลังสนับสนุนการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลก, ทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์หลังสงครามจำนวนมาก และลดภัยคุกคามที่บังคับโดยระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ซึ่งทำให้เกิดภัยพิบัติทั้งสองประเทศ จากการกรีธาพลส่วนหน้าและบูรณาการเต็มรูปแบบภายในหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่าง ๆ ของกองทัพเรือและกองทัพบกสหรัฐ ช่างเทคนิคอีโอดีในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างมากจากชั้นเรียนเก็บกู้ทุ่นระเบิดแรกของปี ค.ศ. 1941 แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือระดับความเป็นมืออาชีพ และความทุ่มเทที่เป็นรากฐานสำคัญของโครงการ

การฝึกแก้ไข

ไฟล์:Eodpipeline.gif
วิถีทางการฝึกอีโอดี

วิถีทางการฝึกอีโอดีเริ่มต้นด้วยการฝึกเตรียมความพร้อมสามสัปดาห์ที่สถานีกองทัพเรือเกรตเลกส์ รัฐอิลลินอยส์ ผู้สมัครจะทำต่อเนื่องเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวะการว่ายน้ำ, การว่ายน้ำระยะไกล และการปรับสภาพร่างกาย จากนั้นผู้สมัครอีโอดีจะเข้าร่วมการฝึกอย่างเข้มงวดเพิ่มเติมอีก 51 สัปดาห์ การฝึกของพวกเขาเริ่มต้นด้วยโรงเรียนสอนดำน้ำเก้าสัปดาห์ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกดำน้ำและกู้เรือนาวี (NDSTC) ในปานามาซิตี รัฐฟลอริดา นอกเหนือจากการเรียนรู้วิธีดำน้ำแล้ว ผู้สมัครจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และฟิสิกส์ของการดำน้ำประเภทต่าง ๆ หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสอนดำน้ำแล้ว ผู้สมัครจะย้ายไปเรียนที่โรงเรียนหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดกองทัพเรือ ณ ฐานทัพอากาศเอ็กลิน ในค่ายวอลตันบีช รัฐฟลอริดา การฝึกนี้แบ่งออกเป็นประเภทเฉพาะของวัตถุระเบิด:[2]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Edison, Capt. Edward (2015). "Explosive Ordnance Disposal: Clearing the Way" (PDF). U.S. Navy Expeditionary Combat Command. Archived from the original (PDF) on 25 July 2015. สืบค้นเมื่อ 19 February 2015.
  2. "Explosive Ordnance Disposal" (fact sheet). United States Navy. สืบค้นเมื่อ 27 February 2012.[ลิงก์เสีย]

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข