สวีเดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

สวีเดนยังคงวางตัวเป็นกลางไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่องสงครามได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939.ชะตากรรมของสวีเดนยังไม่มีความชัดเจน แต่โดยรวมกันของตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย,ด้วยประสบความสำเร็จของอุบายเรียลโพลิติก (Realpolitik) ในช่วงเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงและการสร้างกองทัพภายหลังปี ค.ศ. 1942,สวีเดนยังคงสามารถรักษาความเป็นกลางได้ตลอดในช่วงสงคราม

ที่ตั้งของสวีเดนในทวีปยุโรป,ปี ค.ศ. 1942.
  สวีเดน
  พื้นที่ภายใต้การยึดครองเยอรมัน
  พันธมิตรเยอรมัน, ศัตรูร่วม และรัฐหุ่นเชิด
  ฝ่ายสัมพันธมิตร-ดินแดนที่ถูกจัดตั้งขึ้น
  ดินแดนอื่นๆที่วางตัวเป็นกลาง

เมื่อสงครามได้ระบาดไปทั่ว สวีเดนนั้นมีจุดยืนที่เป็นกลางในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมานานกว่าศตวรรษ,ตั้งแต่สิ้นสุดของสงครามนโปเลียนในปี ค.ศ. 1815.ยี่สิบประเทศได้มีนโยบายวางตัวเป็นกลางในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939.แต่มีเพียงแปดประเทศอื่นๆในยุโรปได้พบว่าตนมีความสามารถในการวางตัวเป็นกลาง,เช่น สวีเดน อย่างเป็นทางการในการรักษาท่าทีตลอดทั้งสงคราม; ส่วนประเทศเหล่านี้ ได้แก่ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน อันดอร์รา ลิกเตนสไตน์ นครรัฐวาติกัน ซานมารีโน และสวิตเซอร์แลนด์, รัฐบาลสวีเดนได้มอบสัมปทานไม่มากนักและบางครั้งก็ได้ละเมิดความเป็นกลางของประเทศในการสนับสนุนทั้งเยอรมนีและสัมพันธมิตรตะวันตก

ในช่วงที่เยอรมันได้รุกรานสหภาพโซเวียต,สวีเดนได้ยินยอมให้กองทัพเวร์มัคท์ใช้รถไฟสวีเดนในการขนส่ง (มิถุนายน-กรกฎาคม ค.ศ. 1941)ประกอบด้วยกองพลทหารราบที่ 163 แห่งเยอรมันพร้อมกับปืนใหญ่,รถถัง และอาวุธต่อต้านอากาศยานและลูกกระสุนจากนอร์เวย์ไปยังฟินแลนด์.ทหารเยอรมันได้เดินทางระหว่างเยอรมนีและนอร์เวยโดยได้รับอนุญาตให้ผ่านทางสวีเดน-ที่เรียกว่า permittenttrafik..แร่เหล็กได้ถูกขายให้กับเยอรมนีตลอดช่วงสงคราม.และจากฝ่ายสัมพันธมิตร,สวีเดนได้แบ่งปันความรู้ทางทหารและช่วยในการฝึกทหารที่ประกอบไปด้วยผู้ลี้ภัยจากเดนมาร์กและนอร์เวย์เพื่อนำมาใช้ในการปลดปล่อยประเทศบ้านเกิดของตน นอกจากนี้ยังได้ยินยอมให้ฝ่ายสัมพันธมิตรให้ใช้ฐานทัพอากาศในสวีเดนในช่วงปี ค.ศ. 1944 และ 1945

สวีเดนได้กลายเป็นสถานที่หลบภัยสำหรับผู้ลี้ภัยจากพวกต่อต้านฟาสซิสต์และชาวยิวจากทั่วทุกภูมิภาค.ในปี ค.ศ. 1943,ตามมาด้วยคำสั่งในการขับไล่ประชาชนชาวเดนมาร์กเชื้อสายยิวทั้งหมดไปยังค่ายกักกัน.ชาวเดนมาร์กเชื้อสายยิวเกือบทั้งหมด 8,000 คนได้หนีหลบภัยในสวีเดน.สวีเดนได้กลายเป็นที่หลบภัยสำหรับชาวนอร์เวย์ยิวที่หนีภัยจากดินแดนนอร์เวย์ภายใต้การยึดครองของนาซี

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  • Dahlin, Niklas (August 5, 2011). "Hitlers hämndraket slog ned i Småland". Ny Teknik (in Swedish).
  • "The Air Torpedo of Bäckebo" (PDF). Archived from the original (pdf) on 2008-06-26. Retrieved 2008-09-16.
  • "The Rocket and I". Retrieved 2008-09-16.
  • Henshall, Philip (1985). Hitler’s Rocket Sites. New York: St Martin's Press. p. 133.
  • Collier 1976, p. 103.
  • "The Man Who Opened the Door to Space". Popular Science. May 1959.
  • Neuman, Ricki (25 August 2009). "Ny bild av Sverige under krigsåren" [New picture of Sweden during the war years]. Svenska Dagbladet (in Swedish).
  • Bruchfeld, Stéphane; Levine, Paul A (1998). Om detta må ni berätta [Tell Ye Your Children] (in Swedish). City: Regeringskansliet. ISBN 978-91-630-6384-8.