วินัย ละอองสุวรรณ

วินัย ละอองสุวรรณ หรือที่รู้จักดีในชื่อ พระยันตระ อมโรภิกขุ (พระวินัย อมโร) อดีตภิกษุชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง ก่อนจะถูกฟ้องคดีกล่าวหาว่าต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน

วินัย ละอองสุวรรณ
ยันตระ 2009.jpg
วินัย ละอองสุวรรณ เมื่อปี พ.ศ. 2552
เกิดวินัย ละอองสุวรรณ
14 ตุลาคม พ.ศ. 2494 (71 ปี)
ประเทศไทย ไทย
สัญชาติไทย ไทย
อาชีพนักปฎิบัติธรรม
มีชื่อเสียงจากพระยันตระ อมโรภิกขุ

ประวัติแก้ไข

นายวินัย ละอองสุวรรณ เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เขาได้ปฏิบัติตนเป็นนักพรตฤๅษีอยู่หลายปีจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ต่อมาได้อุปสมบทเป็นภิกษุในธรรมยุติกนิกายเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ณ พัทธสีมาวัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระวินัย เมื่ออุปสมบทมักใช้คำแทนตัวว่า พระยันตระ ซึ่งแปลว่าผู้ไกลจากกิเลส ที่เคยใช้มาตั้งแต่ยังเป็นฤๅษียันตระ เมื่อบวชแล้วเป็นที่รู้จักดีทำให้มีผู้ศรัทธาบวชเพื่อเข้าเป็นลูกศิษย์มากมาย ทำให้เขามักแวดล้อมไปด้วยพระสงฆ์คอยอุปัฏฐากอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ศรัทธาสร้างสำนักวัดถวายเขาหลายแห่ง โดยทุกวัดที่สร้างในสำนักเขาจะใช้คำว่า "สุญญตาราม" ประกอบด้วยเสมอ สำนักที่เป็นที่รู้จักดีคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี และยังมีสำนักวัดป่าสุญญตารามของเขาในต่างประเทศอีกหลายแห่ง เช่นที่ วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น


ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้พระวินัยถือเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น มีการตีพิมพ์เผยแพร่คำสอนรวมถึงได้รับนิมนต์ไปเทศนายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คำสอนของเขาเน้นแนวทางปฏิบัติกรรมฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการศาสนาว่าถูกต้องกับพระไตรปิฎก

อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2537 เขาได้ถูกฟ้องร้องหลายข้อหาและถูกตั้งอธิกรณ์ว่าล่วงละเมิดเมถุนธรรมปาราชิกาบัติ อันเป็นหนึ่งในจตุตถปาราชิกาบัติที่ทำให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ โดยมีการต่อสู้ด้วยพยานหลักฐานมากมายตามสื่อต่าง ๆ เป็นข่าวโด่งดังในสมัยนั้น

สีกากลุ่มหนึ่งยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อสมเด็จพระสังฆราชฯ และอธิบดีกรมการศาสนาว่า นายวินัย ละอองสุวรรณ เดินทางไปเทศนาที่ทวีปยุโรป ระหว่างลงเรือเดินสมุทรไม่สำรวมและมีความไม่เหมาะสมกับสมณเพศต่อสุภาพสตรี

มีเทปบันทึกการสนทนากับนางจันทิมา มายะรังษี หนึ่งในสีกาที่ร้องเรียนว่า นายวินัยล่อลวงเสพเมถุน, มีเอกสารของหม่อมดุษฎี บริพัตร อดีตโยมอุปัฏฐากคนสำคัญที่กล่าวถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อความเป็นพระสงฆ์ ในขณะเดินทางไปต่างประเทศ และมีหลักฐานการลอกเลียนบทกวีของ ดร. ระวี ภาวิไล [1]

มีข้อกล่าวหาที่ได้รับการเผยแพร่ออกมาว่า มีเพศสัมพันธ์กับสตรีบนดาดฟ้าเรือเดินสมุทรระหว่างทางจากประเทศสวีเดนไปยังประเทศฟินแลนด์, จับต้องกายสตรีด้วยความกำหนัด ณ กุฏิริมน้ำ วัดป่าสุญญตาราม ประเทศออสเตรเลีย, เข้าไปหาสตรีในรถตู้ของเธอบนท้องถนนกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย, ร่วมหลับนอนกับสตรี และพร่ำพูดถึงความรักทางโทรศัพท์ (มีหลักฐานเป็นเทปบันทึกเสียง) [2]

นางจันทิมาพาเด็กหญิงซึ่งอ้างว่าเป็นบุตรสาวมาแสดงตัว พร้อมกับนำภาพถ่ายการใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยามาเปิดเผย มีการท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ มีการเปิดเผยสลิปบัตรเครดิตที่มีโยมอุปัฏฐากบริจาคให้ ซึ่งถูกนำไปใช้ในสถานบริการทางเพศในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งหลักฐานการเปิดโรงแรมและเช่ารถร่วมกับสตรีเพียงสองต่อสอง [3] [4]

จนในที่สุดเขาได้ถูกมติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น[5] ก่อนที่นายวินัยจะลักลอบทำหนังสือเดินทางปลอมเพื่อหลบหนีออกจากประเทศไทยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทำให้นายวินัยสามารถหลบหนีคดีความอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้จนถึงปัจจุบัน [6]

กลับเมืองไทยแก้ไข

อดีตพระยันตระเดินทางกลับเยี่ยมบ้านเกิดตัวเองหลังคดีหมดอายุความเข้ากราบอดีตพระอุปัชฌาย์ที่เคยเป็นผู้อุปสมบทให้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 โดย นายวินัย ละอองสุวรรณ หรืออดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ ที่ต้องอธิกรณ์และหลบไปอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกาเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้เดินทางกลับมายังภูมิลำเนาเดิมในบ้านบางบ่อ เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากที่คดีต่างๆโดยเฉพาะคดีที่ก้าวล่วงองค์สมเด็จพระสังฆราช ได้หมดอายุความลงนายวินัย ละอองสุวรรณ ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งแบบเงียบๆโดยได้มาอาศัยอยู่ในอำเภอปากพนัง และยังคงมีการแต่งกายด้วยผ้าคล้ายจีวรที่มีทั้งสีกลักและสีเขียว ทับเสื้อแขนยาว ผมยาวสีขาวผูกรวบไว้ หนวดเคราขาวยาวเฟิ้ม รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์

ผู้ใกล้ชิดของนายวินัย ละอองสุวรรณ ระบุว่า นายวินัยได้เดินทางมายังนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เพื่อมากราบพระครูสุธรรมาจารย์ หรือพ่อท่านเชื่อง เจ้าอาวาสวัดรัตนาราม หรือวัดบางบ่อ ที่บ้านบางบ่อ ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาจารย์ ของนายวินัยเมื่อครั้งอุปสมบท และได้มาพักอยู่ที่อาศรมที่ปลูกสร้างขึ้นหลังบ้านเดิมของนายวินัย โดยมีผู้ที่ยังเคารพนับถือเดินทางมาเยี่ยมเยียนและเชิญไปยังสถานที่ต่างๆหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยจะเดินทางกลับอเมริกาในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งทราบว่าจะปักหลักอาศัยอยู่ที่อเมริกาตลอด[7]

กลับไทยฉลองวันเกิดปี2564[8]แก้ไข

อดีต "พระยันตระ" ซึ่งปกติได้หนีไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา และเดินทางเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดยกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม และจากนั้นวันที่ 9-14 ตุลาคม ได้เดินทางไปอาศัยที่ สำนักป่าสุญญตารามเกริงกระเวีย วันที่ 15-18 ตุลาคม ไปอยู่ที่บ้านเกิด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากนั้นวันที่ 19-22 ตุลาคม เจ้าตัวได้มาอยู่ที่เกพลิตาโพธิวิหาร จังหวัดสระแก้ว ซึ่งในวันที่ 23 ตุลาคม จะกลับมาพักที่บ้านคุณหญิงสิริกร จังหวัดปทุมธานี ก่อนที่ในวันที่ 27 ตุลาคม เจ้าตัวจะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา

อ้างอิงแก้ไข

  1. กุลธิดา สามะพุทธิ และวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. (2542, มีนาคม). "ย้อนรอย 15 ปี นักเดินทางอิสระ เขายันตระ อมโรภิกขุ," สารคดี. 15(181) : [1].
  2. กุลธิดา สามะพุทธิ และวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. (2542, มีนาคม). "ย้อนรอย 15 ปี นักเดินทางอิสระ เขายันตระ อมโรภิกขุ," สารคดี. 15(181) : [2].
  3. กุลธิดา สามะพุทธิ และวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. (2542, มีนาคม). "ย้อนรอย 15 ปี นักเดินทางอิสระ เขายันตระ อมโรภิกขุ," สารคดี. 15(181) : [3].
  4. "ย้อนอดีตคดี “ยันตระ” หนีอาญาไม่พ้น..ทั้งภพนี้และภพหน้า!"[4] เก็บถาวร 2013-07-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  5. กุลธิดา สามะพุทธิ และวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. (2542, มีนาคม). "ย้อนรอย 15 ปี นักเดินทางอิสระ เขายันตระ อมโรภิกขุ," สารคดี. 15(181) : [5].
  6. ความคืบหน้ากรณีนายวินัย ละอองสุวรรณ ขับรถยนต์ชนคนอเมริกันเสียชีวิต. (2543). กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ. [ออน-ไลน์]. แหล่งข้อมูล : http://www.ryt9.com/s/ryt9m/267234/
  7. อดีตพระยันตระเดินทางกลับเยี่ยมบ้านหลังคดีหมดอายุความ [6] เก็บถาวร 2014-04-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  8. ""พระยันตระ" กลับไทย ภาพแชร์ว่อนพระสงฆ์แห่กราบไหว้ ชาวเน็ตถามเหมาะสมหรือ". คมชัดลึกออนไลน์. 2021-10-21.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข