วัดสันติธรรมาราม

วัดในกรุงเทพมหานคร

วัดสันติธรรมาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในแขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูสันติธรรมาภรณ์

วัดสันติธรรมาราม
วัดสันติธรรมาราม 1.jpg
ชื่อวัดสันติธรรมาราม, วัดโคก
ที่ตั้งเลขที่ 231 ซอยเจริญนคร 60 ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายมหานิกาย
พระพุทธรูปสำคัญหลวงพ่อขาว
เจ้าอาวาสพระครูสันติธรรมาภรณ์
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

ประวัติแก้ไข

วัดสันติธรรมารามตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 เดิมชื่อ วัดโคก ต่อมากลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่ง พ.ศ. 2495 ทางคณะสงฆ์ได้ดำเนินการบูรณะพัฒนาวัดขึ้นมาใหม่ โดยมีพระมหาโพธิวงศาจารย์เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต และมีนาวาโท พระศรฤทธิ์รณชัย เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกสภาพวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์ วัดได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดสันติธรรมาราม" เมื่อปี พ.ศ. 2496 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร[1]

ด้านการศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2512 ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2519 โรงเรียนผู้ใหญ่วัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2548 นอกจากนี้ยังมีการเปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน

อาคารเสนาสนะแก้ไข

อุโบสถกว้าง 8.50 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งพุทธลักษณะเป็นแบบพระพุทธชินราช วิหารกว้าง 7 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2545 พระประธานนามว่า หลวงพ่อขาว มีชิ้นส่วนพระพุทธรูปองค์ทำจากศิลาแลงอย่างพระพาหา พระเพลา พระองคุลี และอื่น ๆ กองรวมกันอยู่บนฐานชุกชี สันนิษฐานว่าเป็นองค์พระเดิมคงถูกทำลาย ต่อมานำมาประกอบเป็นองค์พระ[2] อาคารเสนาสนะอื่นได้แก่ วิหารประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ศาลาปฏิบัติธรรม ศาลาการเปรียญ กว้าง 10.20 เมตร ยาว 24.30 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2511 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทยสองชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน 4 หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง นอกจากนี้มีหอระฆัง 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง เรือนเก็บพัสดุ 1 หลัง กุฏิเจ้าอาวาส 1 หลัง เรือนรับรอง 1 หลัง

อ้างอิงแก้ไข

  1. "คู่มือข้อมูลท้องถิ่นธนบุรี". p. 39–40.
  2. "ผลการสำรวจและศึกษาข้อมูลทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเขตธนบุรี" (PDF). p. 39.