วัดปากคาน

วัดในประเทศลาว

วัดปากคาน (ลาว: ວັດປາກຄານ) เป็นวัดตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ในแขวงหลวงพระบาง หลวงพระบาง ประเทศลาว อยู่ใกล้กับวัดเชียงทอง สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2280 ในสมัยเจ้าอินทโฉม ต่อมาถูกทิ้งร้างไป จนชาวไทลื้อเข้ามาบูรณะ

วัดปากคาน
20171111 Wat Pak Khan Temple Luang Prabang Laos 1208 DxO.jpg
ศาสนา
ศาสนาศาสนาพุทธ
ที่ตั้ง
ที่ตั้งหลวงพระบาง
ประเทศประเทศลาว
วัดปากคานตั้งอยู่ในประเทศลาว
วัดปากคาน
ตำแหน่งที่ตั้งในประเทศลาว
พิกัดภูมิศาสตร์19°53′50″N 102°8′41″E / 19.89722°N 102.14472°E / 19.89722; 102.14472พิกัดภูมิศาสตร์: 19°53′50″N 102°8′41″E / 19.89722°N 102.14472°E / 19.89722; 102.14472
สถาปัตยกรรม
ผู้ก่อตั้งพระยาจันทร์เทพ
เสร็จสมบูรณ์พ.ศ. 2280

สิมแก้ไข

จุดเด่นของวัด คือ สิมที่ถือเป็นตัวอย่างของสิมแบบไทลื้อที่ดีที่สุดในเมืองหลวงพระบาง คือ มีลักษณะอาคารที่มีคอสองกว้าง และมีความสูงของหลังคาทางด้านหน้าและด้านยาวเท่ากัน โดยมากแล้วสิมแบบไทลื้อจะพบมากในแคว้นสิบสองปันนา การปรากฏสิมแบบไทลื้อที่พลวงพระบาง แสดงให้เห็นการอพยพเคลื่อนย้ายของคนไทลื้อจากสิบสองปันนาลงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง[1] สิมของวัดปากคานมีผังพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 3 ห้อง ยาว 6 ห้อง หลังคามี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นทรงจั่ว ชั้นล่างแยกเป็นหลังคาปีกนก คลุมรอบสิมทั้งสี่ด้าน สันหลังคาปีกนกมีพญานาคทอดตัวลงมาทั้งสี่มุม ตัวอาคารมีทางเข้าทุกทิศทาง ทางขึ้นด้านหน้าเป็นบันไดกว้าง มีประตูหน้า 3 ประตู ตกแต่งด้วยซุ้มโขงแบบเรียบง่าย ภายในซุ้มประดับปูนปั้นรูปหงส์ ด้านทิศใต้มีทางเข้า 1 ประตู มีเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมตั้งชิดกับฐานของสิม หลักสีมามีรูปทรงเตี้ยมาก ทำเป็นรูปดอกบัว[2]

ภายในมีฐานชุกชีแบบลอยตัวไม่ติดผนังด้านหลัง ซึ่งสามารถเดินประทักษิณรอบพระประธานได้ ส่วนผนังมีการติดลายพอกคำเป็นรูปต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ พระธาตุเจดีย์ และรูปพระพุทธเจ้าปางประทับนั่งสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว วัดไม่มีฮูปฝาผนัง[3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "สิมวัดปากคาน". ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
  2. "ไทยทัศนา : (47) สิมทรงไทลื้อ หลวงพระบาง (ตอนที่หนึ่ง-วัดปากคาน)". วอยซ์.
  3. คำภูเพชร วานิวงศ์. "การศึกษาศิลปะ "ฮูป" ฝาผนังในเขตพื้นที่แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทของที่ระลึก" (PDF). คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.