ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์

Mr.Kittipong Ngounchoo

ลัมโบร์กีนี อะเวนทาดอร์ (อังกฤษ: Lamborghini Aventador) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดย บริษัทรถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี เปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2011 อะเวนตาโดร์ ออกแบบมาเพื่อแทนที่ ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก ที่มีประวัติบนถนนมานาน กว่า 1 ทศวรรษ และต่อจาก ลัมโบร์กีนี เรเบนตัน ที่เป็นรุ่นจำกัดที่ผลิตออกมาเพียง 20 คัน หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อได้รับการเปิดเผย ลัมโบร์กีนีก็ได้ออกมาประกาศว่าสามารถขายได้ ภายในช่วง 12 เดือน ตั้งแต่ผลิตรุ่นนี้ออกมา[5]

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์
แอลพี 700-4 / เอส แอลพี 740-4
Orange Lamborghini Aventador on HRE Wheels (12167671043).jpg
Lamborghini Aventador
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อ
  • กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011–2017 (LP700-4, LP750-4 SV coupe and roadster)
  • ค.ศ. 2017 – ปัจจุบัน (อะเวนตาโดร์ S, อะเวนตาโดร์ SVJ)
  • ค.ศ. 2021 – ปัจจุบัน (LP780-4 อัลติเมท coupe and roadster)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ผู้ออกแบบฟิลิปโป เปอรินี (Filippo Perini)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
จำนวนประตู2 แบบลัมโบดอร์ (Lambo doors; คูเป)
2 แบบบานเปิดธรรมดา (โรดสเตอร์)
รุ่นที่คล้ายกัน
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L L539 V12
ระบบเกียร์เกียร์กึ่งอัตโนมัติ ISR 7 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 mm (106.30 in)
ความยาว4,780 mm (188.19 in)
ความกว้าง2,030 mm (79.92 in) (w/mirrors: 2,265 mm (89.17 in))[1]
ความสูง1,136 mm (44.72 in)
น้ำหนัก
  • 1,575 kg (3,472 lb) (dry)
  • 1,731 kg (3,816 lb) (w/ fluids, Eur)[2]
  • 1,852 kg (4,083 lb) (w/ fluids, US)[3]
  • 1,769 kg (3,900 lb) LP 750-4 SV (w/fluids, US) [4]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าลัมโบร์กินี มูร์เซียลาโก

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ ได้รับคำชมว่า "เป็นรถลัมโบร์กีนีที่ดีที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กีนีเคยสร้างมา" (The best Lamborghini ever) และ "รถซูเปอร์คาร์ เครื่อง V12 ที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก" (The friendliest V-12 supercar in the world) จากนิตยสาร Car and Driver and Motor Trend นอกจากนี้อะเวนตาโดร์ ยังชนะรางวัล "ซูเปอร์คาร์แห่งปี 2011" (Supercar of the Year 2011) ของท็อปเกียร์อีกด้วย

ชื่อ อะเวนตาโดร์ มาจากประเพณีการแข่งกระทิงของสเปน เป็นชื่อของกระทิงผู้ชนะในงานครั้งนั้น ที่ชื่อ อะเวนตาโดร์ ในปี ค.ศ. 1993[6]

รุ่นต่างๆแก้ไข

แอลพี 700-4 (ค.ศ. 2011–2016)แก้ไข

 
Lamborghini Aventador LP700-4

จะมีการผลิตเพียง 4,000 คันทั่วโลก (ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก จำนวน 4,099 คัน) โดยตัวถังทำจาก คาร์บอนไฟเบอร์ โมโนโคค ( carbon-fibre monocoque ) ด้วยรูปทรงและลวดลายต่างนำมาจาก รุ่นจำกัดของลัมโบร์กีนี ได้แก่ เรเบนตัน และ รุ่นคอนเซปต์ เอสโทคค์ โดยอะเวนตาโดร์ 1,000 คันแรก จะถูกผลิตให้เสร็จภายใน 15 เดือน[7]

แอลพี 700-4 โรดสเตอร์ (ค.ศ. 2013–2016)แก้ไข

 
Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster

ในปี ค.ศ. 2013 ลัมโบร์กีนีก็ได้เปิดตัว อะเวนตาโดร์ โรดสเตอร์ มีการทำหลังคา ให้สามารถเปิดประทุนได้ โดยทำมาจาก คาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีน้ำหนักประมาณ 6 ก.ก. ส่งผลให้ความเร็วสูงสุดลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย และอัตราเร่งลดลงเล็กน้อย (ความเร็วอยู่ที่ 350 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 3.0 วินาที) สำหรับ ราคาตั้งไว้ที่ $441,600 ในสหรัฐอเมริกา

แอลพี 750-4 ซูเปอร์เวโลเช่ (ค.ศ. 2015–2017)แก้ไข

 
2015 Lamborghini Aventador SV

ในปี ค.ศ. 2015 แลมโบร์กินี่เผยโฉมหน้าของเจ้ากระทิงดุเวอร์ชั่นใหม่ แลมโบร์กินี่ อเวนทาดอร์ แอลพี 750-4 ซูเปอร์เวโลเช่ (Lamborghini Aventador LP 750-4 Superveloce) ที่ถือว่าทรงพลังที่สุดในเวลานี้ออกมาแล้ว ด้วยราคาระดับนี้ ลูกค้ามหาเศรษฐีเท้าหนักจะได้ใช้ขุมพลัง V12 ความจุ 6.5 ลิตร พละกำลัง 750 แรงม้าซึ่งมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 50 แรงม้า น้ำหนักลดลงไปกว่า 60 กก. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 2.9 วินาที ท็อปสปีดไหลไปได้มากกว่า 350 กม./ชม. โดยมีการผลิตแบบจำกัดที่ 500 คันเท่านั้นเอง !! สำหรับ ราคาตั้งไว้ที่ $493,069 ในสหรัฐอเมริกา

Lamborghini Superveloce รุ่นที่เร็วและแรงสุดของ แลมโบกินี่ นิชคาร์เผย แลมโบกินี่ ซูเปอร์เวโลเช่ ไทยได้โควต้า 5 คัน ถูกจองหมดเรียบร้อย ในราคาจำหน่าย 49 ล้านบาท

แอลพี 750-4 ซูเปอร์เวโลเช่ โรดสเตอร์ (ค.ศ. 2016–2017)แก้ไข

 
Lamborghini Aventador SV Roadster

Lamborghini Aventador Superveloce Roadster 2016 เปิดตัวใหม่ล่าสุด เป็นรุ่นเปิดประทุนที่เร็วที่สุดของแลมโบกินี่ Lamborghini Aventador Superveloce Roadster 2016 เปิดราคาเริ่ม 16.5 ล้านบาท

แลมโบกินี่ (Lamborghini) เปิดเผยราคาและรายละเอียดของอัญมณีชิ้นล่าสุดที่มีชื่อว่า อเวนทาดอร์ ซูเปอร์เวโลเช่ โรดสเตอร์ (Aventador Superveloce Roadster) ซึ่งเป็นรุ่นเปิดหลังคาที่แรงที่สุด ในขณะที่ แลมโบกินี่ ซูเปอร์เวโลเช่ (Lamborghini Superveloce) ได้จำหน่ายหมดเกลี้ยงไปแล้ว

Lamborghini Aventador LP 750-4 Superveloce Roadster ถือว่าเป็นรุ่นล่าสุดที่ได้มีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อสุดสัปดาห์นี้ที่งาน เพบเบิล บีช และแลมโบกินี่ถือโอกาสแจ้งราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นแรงพิเศษไว้ที่ 530,075 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16.5 ล้านบาท (ในต่างประเทศ) จำกัดจำนวนการผลิตอยู่ที่ 500 คัน ซึ่งจะเริ่มผลิตและพร้อมส่งมอบได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

Lamborghini Superveloce Superveloce Roadster รุ่นที่เร็วและแรงสุดของ แลมโบกินี่ นิชคาร์เผย แลมโบกินี่ ซูเปอร์เวโลเช่ โรดสเตอร์ ในราคาจำหน่าย 40,500,000 บาท

ข้อมูลจำเพาะแก้ไข

อะเวนตาโดร์ แอลพี 700-4 ได้รับการออกแบบโดย ฟิลิปโป เปอร์รินี่ ใช้เครื่องยนต์ตัวใหม่ล่าสุดของค่าย มีกำลัง 700 แรงม้า (ที่ 8,250 รอบ/นาที) ตามชื่อรุ่น เครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร (6,498 ซีซี) 12 สูบ (V12) มีระบบกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 43/57% ใช้ระบบดิสเบรก 4 ล้อ แบบหน้า 6 Pod หลัง 4 Pod น้ำหนักรถรวม 1,625 ก.ก. ทำให้แรงม้ารับน้ำหนักของตัวรถเพียง 2.32 ก.ก./1แรงม้า เท่านั้น

อัตราเร่ง 0-100[8] 2.9 วินาที และ 3.0 วินาที ในรุ่นโรดสเตอร์
ความเร็วสูงสุด 354 กม./ชม. และ 350 กม./ชม. ในรุ่นโรดสเตอร์
อัตราการปล่อย CO2 398 กรัม/กม. และ 370 กรัม/กม. ในรุ่นโรดสเตอร์
อัตราเร่ง ใน 1,000 เมตร 19.1 วินาที
จุดวางเครื่องยนต์ กลาง
จำนวนจังหวะเกียร์ 7 จังหวะ ออโต้เมติก และธรรมดา (Paddle Shift)
การขับเคลื่อน 4 ล้อ (Full time)
อัตราการสิ้นเปลือง 5.8 กม./ลิตร และ 6.2 กม./ลิตร (ที่ความเร็วไม่เกิน 135 กม./ชม.)
ความจุถังน้ำมัน 90 ลิตร
มิติรถ ยาว 4,780 มม. กว้าง (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 2,030 มม. สูง 1,136 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. ฐานล้อหน้ากว้าง 1,720 มม. ฐานล้อหลัง กว้าง 1,700 มม.

แอลพี 740-4 S (ค.ศ. 2016–2021)แก้ไข

 
Lamborghini Aventador S ในงาน 2017 Geneva Motor Show
 
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ S

Lamborghini Aventador S ตัวเลือกใหม่ ที่อัปเดตล่าสุดหลังจากทำตลาดมา 6 ปี ดีไซน์กันชนหน้าเปลี่ยนใหม่ ดุดันแข็งแรงมากขึ้น เครื่องยนต์จูนใหม่ได้กำลังเพิ่ม ขับเคลื่อน 4 ล้อ เหมือนเดิม เพิ่มเติม คือ ใส่ระบบเลี้ยวสี่ล้อเป็นครั้งแรกของค่ายนี้ เครื่องยนต์ Lamborghini Aventador S ขนาดเดิม V12 ความจุ 6.5 ลิตร แบบหายใจเอง จูนวาล์วแปรผันใหม่ และเพิ่มเรดไลน์สูงสุดจาก 8,350 เป็น 8,500 เพื่อกำลังเพิ่ม 40 ตัว เป็น 740 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัตช์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด อัตราส่วนน้ำหนัก/แรงม้าน้อยลงเหลือแค่ 2.13 กก./แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.

แอลพี 740-4 S โรดสเตอร์ (ค.ศ. 2017–2021)แก้ไข

 
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ S Roadster at the 2017 Frankfurt Motor Show
 
ภายในห้องโดยสาร

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่ายกระทิงดุได้เปิดตัว Lamborghini Aventador S รุ่นหลังคาแข็ง ล่าสุดมีการขยายรุ่นย่อยมายังตัวถังเปิดประทุนในชื่อ Lamborghini Aventador S Roadster ซึ่งยังคงความโหดเอาไว้แทบมิผิดเพี้ยน เนื่องจากมีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่นหลังคาแข็งเพียง 50 กิโลกรัมเท่านั้น

แอลพี 770-4 SVJ (ค.ศ. 2018–ปัจจุบัน)แก้ไข

 
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ SVJ ในงาน 2018 Paris Motor Show.
 
Rear view

เผยโฉมอย่างเป็นทางการ Lamborghini Aventador SVJ ซูเปอร์คาร์ตัวท็อปรุ่นใหม่ที่ปรากฏตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกที่งาน Pebble Beach ในสหรัฐอเมริกา Aventador SVJ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น SV ด้วยการเพิ่มพละกำลังและปรับปรุงระบบแอโรไดนามิกใหม่หมดจดตลอดทั้งคัน โดยค่ายรถตรากระทิงเปิดตัวรหัส SVJ 63 เพื่ออุทิศให้แก่ปีที่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นนั่นคือปี 1963

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562 ในบริษัท Renazzo Motor ในราคา 44,500,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นนำเข้าทั้งคัน และ ผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 900 คัน

แอลพี 770-4 SVJ โรดสเตอร์ (ค.ศ. 2019–ปัจจุบัน)แก้ไข

 
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ SVJ โรดสเตอร์ ในงาน 2019 Geneva Motor Show.

เผยโฉมอย่างเป็นทางการ ค่ายกระทิงดุได้เปิดตัวสมาชิกใหม่ในฐานะรุ่นพิเศษนาม Lamborghini Aventador SVJ Roadster โดย SVJ ย่อมาจากคำว่า Super Veloce Jota สื่อถึงสมรรถนะขั้นสุดยอด พร้อมสานต่อตำนานรุ่นหลังคาแข็ง ที่สร้างสถิติในสนาม Nürburgring เอาไว้ Lamborghini Aventador SVJ Roadster เปิดตัวไปแล้วในงาน Geneva Motor Show 2019 และ จะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 800 คัน โดยจะเริ่มส่งมอบในฤดูร้อนของยุโรป หรือช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน

แอลพี 780-4 อัลติแมร์ (ค.ศ. 2021–ปัจจุบัน)แก้ไข

 
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ LP780-4 Ultimae

เผยโฉมอย่างเป็นทางการ ค่ายกระทิงดุได้เปิดตัว Lamborghini Aventador LP780-4 Ultimae รุ่นส่งท้ายซูเปอร์คาร์เรือธงบทสรุปของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ V12 วางกลาง เพียง 600 คันเท่านั้น (แบ่งเป็นรุ่นคูเป้ 350 คัน และโรดสเตอร์ 250 คัน)

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ Lamborghini Aventador ได้ออกโลดเล่นไปบนพื้นที่ต่างๆ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ทั่วโลก ล่าสุด Lamborghini ได้ตัดสินใจที่จะยุติบทบาทซูเปอร์คาร์รุ่นเรือธงนี้ลง พร้อมนำเสนอ Lamborghini Aventador LP780-4 Ultimae เพื่อเป็นการอำลา

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของ Lamborghini Aventador เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา ว่าที่ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ V12 วางกลางระดับเรือธง ที่ครองใจแฟน ๆ ทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยีรอบด้าน รวมถึงการผลิตแบบจำนวนจำกัดในแต่ละรุ่น จนกลายเป็นซูเปอร์คาร์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์เลยทีเดียว

Lamborghini ระบุว่า พวกเขามุ่งมั่นที่จะทำให้รุ่น Ultimae (ภาษาละติน แปลว่า “สุดท้าย”) เป็น Aventador ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยการทำเช่นนั้นพวกเขาได้นำเอาสไตล์ที่โดดเด่นของ Aventador S รวมเข้ากับสมรรถนะที่บ้าคลั่งของ SVJ จนเกิดเป็นซูเปอร์คาร์ที่มีความสุดในทุกด้าน

Aventador Ultimae ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 770 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตร มากกว่ารุ่น S ถึง 39 แรงม้า และมากกว่ารุ่น SVJ อยู่ 10 แรงม้า จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นและมาตรการลดน้ำหนักต่างๆ ทำให้รถมีน้ำหนักน้อยกว่ารุ่น S อยู่ประมาณ 25 กก.และมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักเท่ากับ SVJ พละกำลังถูกส่งไปยังล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ single-clutch 7 สปีด ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ภายในเวลาเพียง 50 มิลลิวินาที ช่วยให้ Ultimae coupe เร่งความเร็วจาก 0-100 กม.ต่อชม. ได้ใน 2.8 วินาที จนถึงความเร็วสูงสุด 355 กม.ต่อชม. ในขณะที่ Roadster นั้นช้ากว่าหนึ่งในสิบวินาที แต่มีความเร็วสูงสุดเท่ากัน

Ultimae ทั้ง 2 รุ่นติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบแม่เหล็ก พวงมาลัยล้อหลัง และเบรกคาร์บอนเซรามิกพร้อมคาลิปเปอร์แบบ 6 พอตที่ด้านหน้า และคาลิปเปอร์แบบ 4 พอตที่ด้านหลัง ในขณะที่น้ำหนักของรุ่นคูเป้อยู่ที่ 1,550 กก. และรุ่นโรดสเตอร์อยู่ที่ 1,600 กก.

แม้ว่ารถคันนี้อาจมีสมรรถนะแบบ SVJ แต่ทาง Aventador ก็เลือกที่จะไม่ดีไซน์ให้ดุดดันเท่า โดยในส่วนของภายนอกนั้นมาพร้อมชนหน้าแบบใหม่ที่คล้ายกับ Aventador S พร้อม splitter แบบแอคทีฟและช่องลมไอดีแบบใหม่ ทำให้ Ultimae มีประสิทธิภาพและการระบายความร้อนตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหนือกว่า ส่วนด้านหลังมีสปอยเลอร์แบบแอคทีฟ ซึ่งสามารถปรับได้ 3 รูปแบบ โดยเลือกเน้นประสิทธิภาพสูงสุด การควบคุมสูงสุด หรือปิดได้ ส่วนนี้จะทำงานร่วมกับระบบสร้างอากาศหมุนวนที่ด้านล่างของรถและช่วยระบายความร้อนให้กับเบรก

รุ่นพิเศษแก้ไข

อะเวนตาโดร์ เจแก้ไข

 
อะเวนตาโดร์ เจ

เปิดตัวครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2012 เป็นรุ่นจำกัดจำนวนในลักษณะ สปีดสเตอร์ ( Speedster ) คือไม่มีหลังคา นอกจากนี้ภายในยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเครื่องเล่นวิทยุ ทำให้รถ มีน้ำหนักเบาขึ้น โดยรถมีน้ำหนักเพียง 3,472 ปอนด์ (1,575 กิโลกรัม)[9][10] โดยตัวอักษร "เจ" ย่อมาจาก Jota ซึ่งอ้างถึง ลัมโบร์กีนี มิวร่า โจตา ( Lamborghini Miura Jota ) ในปี 1970 อะเวนตาโดร์ เจ ได้จำหน่ายในราคาสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อะเวนตาโดร์ Boeing Dreamliner Edition (2012)แก้ไข

Lamborghini Aventador Dreamliner Edition เป็นรุ่นของ Aventador LP 700-4 coupé ที่มีโทนสีน้ำเงินและสีขาวจากโบอิง 787 ดรีมไลเนอร์และล้อสีดำสนิท ยานพาหนะได้รับการเปิดเผยในปี 2555 การประชุมสุดยอดซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศและการป้องกัน

อะเวนตาโดร์ LP 720-4 50º Anniversario (2013)แก้ไข

 
Lamborghini Aventador LP 720-4 50º Anniversario roadster

Lamborghini Aventador LP 720-4 50º Anniversario เป็นรุ่นจำกัด (200 หน่วย - 100 Coupé และ 100 Roadster) ของ Aventador LP 700-4 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ Automobili Lamborghini รวมกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 720 PS (530 kW; 710 bhp) ผ่านการปรับเทียบเครื่องยนต์เฉพาะแบบใหม่ ช่องรับอากาศด้านหน้าที่ขยายและขยายออก และสปลิตเตอร์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลิ้นปีกนกขนาดเล็กที่ด้านข้าง ปลายด้านหลังแบบใหม่ที่มีดิฟฟิวเซอร์ที่ขยายใหญ่ขึ้นและโครงตาข่ายที่กว้างขวาง ที่ปรับปรุงการระบายอากาศของห้องเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น สีตัวถัง Giallo Maggio (อิตาลีสำหรับ "May yellow") ซึ่งเป็นรุ่นเอกสิทธิ์เฉพาะรุ่น โดดเด่นด้วยสีเหลืองเป็นประกายพร้อมชั้นของอนุภาคโปร่งใสและสะท้อนแสงสูง ด้านหน้าและด้านหลังและธรณีประตูแบบทูโทน (Giallo Maggio และสีดำด้าน) ภายในเบาะหนังกึ่งอนิลีนใน Nero Ade (สีดำ) พร้อม Terra Emilia (อุปกรณ์เสริม Giallo Quercus (สีเหลือง) พร้อมลายเพชร Q-Citura ครบรอบ 50 ปี ตราสัญลักษณ์ในฟอร์จคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์

Niche Cars ผู้แทนจำหน่าย Lamborghini ในประเทศไทย ได้จัดเปิดตัว Lamborghini Aventador รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี ของ Automobili Lamborghini ที่เริ่มก่อตั้งใน ค.ศ.1963 จนถึง ปัจจุบัน 2013 จึงได้ผลิตรถรุ่นพิเศษ ที่มีจำนวนเพียง 100 คัน ชื่อรุ่น Lamborghini Aventador LP720-4 50th Anniversario ที่มีทั้งแบบตัวถัง คูเป้ 2 ประตู และ โรดสเตอร์เปิดประทุน

อะเวนตาโดร์ Airport Vehicle (2013)แก้ไข

Lamborghini Aventadors ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่มีภารกิจมากที่สุดในโลก นอกจากการเป็นรถสายตรวจในดูไบแล้ว ล่าสุดยังต้องเป็นรถลาดตระเวนเพื่อความปลอดภัยในสนามบินโบโลญญาของอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของ Lamborghini เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ซูเปอร์คาร์ Aventador ถูกส่งตรงจากโรงงาน Lamborghini มาเพื่อทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในสนามบินโบโลญญาถึงวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีเต็มการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ซูเปอร์คาร์ตรากระทิง โดยนอกจากการรักษาความปลอดภัยแล้ว Aventador ยังทำหน้าที่นำทางเครื่องบินที่แท็กซี่เข้าสู่รันเวย์อีกด้วย

อะเวนตาโดร์ Pirelli Edition (2014)แก้ไข

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ Pirelli Edition

แลมโบกินี่ (Lamborghini) ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์จากประเทศอิตาลี เผยโฉมรถรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จร่วมกันระหว่างแลมโบกินี่กับ พิเรลลี่ (Pirelli) ผู้ผลิตยางรถยนต์ชื่อดังด้วย แลมโบกินี่ อเวนทาดอร์ พิเรลลี่ อิดิชั่น (Lamborghini Aventador Pirelli Edition)

อะเวนตาโดร์ มิวร่า โฮเมจ (2016)แก้ไข

เปิดตัวกระทิงดุรุ่นพิเศษ Lamborghini Aventador Miura Homage (แลมโบร์กินี่ อเวนทาดอร์ มิวร่า โฮเมจ) ฉลองครบรอบ 50 ปีให้รถรุ่น Miura !!

แลมโบร์กินี่ฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับรถคลาสสิครุ่น Miura (มิวร่า) ที่เปิดตัวในปี 1969 ด้วยกระทิงดุรุ่นพิเศษ Lamborghini Aventador Miura Homage (แลมโบร์กินี่ อเวนทาดอร์ มิวร่า โฮเมจ) ที่มาพร้อมเครื่อง V12 ความจุ 6.5 ลิตร พละกำลัง 691 แรงม้า

การตกแต่งที่มาเป็นพิเศษของรุ่นนี้คือสีตัวถังแดง-ทองตามแบบมิวร่ารุ่นคลาสสิค ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วสีทองเช่นเดียวกัน แถมยังมีตราสัญลักษณ์ Miura 50th แปะบนตัวถังเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นมาของรุ่นพิเศษ รุ่นนี้เปิดทำการผลิตเพื่อเป็นของสะสมเพียง 50 คันเท่านั้น และทุกคันได้มีการจองล่วงหน้าไว้หมดแล้วด้วย

อะเวนตาโดร์ SVJ 63แก้ไข

SVJ 63 at the 2018 Pebble Beach Concours d'Elegance

แลมโบกินี่ Aventador SVJ "63 Edition" รุ่นพิเศษฉลองปีก่อตั้งบริษัท (1963) โดดเด่นด้วยชุดแต่งสีขาวพิเศษที่มีหมายเลข 63 โดดเด่นกว่าตัวรถก่อนจะเสนอขายครั้งแรกและจำนวนจำกัดเพียง 63 คัน ในขณะที่ การผลิตทั้งหมดของ Aventador SVJ จะถูกจำกัดไว้เพียง 963 คัน โดยรวม 63 คัน โดยจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 2019

อะเวนตาโดร์ SVJ 63 Roadsterแก้ไข

SVJ 63 Roadster at the 2019 Pebble Beach Concours d'Elegance

อะเวนตาโดร์ SVJ 63 Roadster เป็นรุ่นพิเศษของ Aventador SVJ เปิดเผยในสัปดาห์รถมอนเทอร์ในเดือนสิงหาคม 2019 จะจ่ายส่วยให้ชัยชนะของ 2018 และ 2019 ที่24 ชั่วโมงเดย์และ12 ชั่วโมง Sebring 63 จะถูกสร้าง ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงถึงการก่อตั้งของ Lamborghini ในปี 1963 ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคเหมือนกับ SVJ Roadster

อะเวนตาโดร์ แอลพี 770-4 SVJ Xago Editionแก้ไข

Automobili Lamborghini ให้บริการตกแต่งกระทิงดุตามใจชอบผ่าน Ad Personam studio เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของ โดยลูกค้าสามารถไปใช้บริการได้ที่สำนักงาน Sant’ Agata Bolognese ในอิตาลี แต่การระบาดของ COVID-19 ทำให้การเดินทางไม่สะดวก บริษัทจึงแนะนำบริการเสมือนจริง virtual Ad Personam studio พร้อมเปิดตัว Lamborghini Aventador SVJ Xago Edition เพื่อโปรโมทบริการนี้ ในการนี้ บริษัทได้เปิดตัว Lamborghini Aventador SVJ Xago Edition เพื่อส่งเสริมโครงการดังกล่าว โดยกระทิงดุรุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 คัน และ สามารถสั่งซื้อได้ผ่านระบบ virtual Ad Personam studio เท่านั้น ส่วนแรงบันดาลใจมาจาก “เมฆหกเหลี่ยม” บนดาวเสาร์ซึ่งมองเห็นได้จากขั้วโลกเหนือ ส่วน Xago เป็นการเฉลิมฉลองเอกลักษณ์การออกแบบของ Lamborghini ใน theme ของ hexagonita

รุ่นพัฒนาต่อจากอะเวนตาโดร์แก้ไข

เวเนโนแก้ไข

ลัมโบร์กีนี เวเนโน
 
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2013 - 2014
(14 คัน; คูเป้ 5 คัน, โรดสเตอร์ 9 คัน)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป้
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L V12
ระบบเกียร์เกียร์เซมิออโตเมติก 7 จังหวะ ISR
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 mm (106.30 in) (โรดสเตอร์)
ความยาว5,020 mm (197.64 in) (โรดสเตอร์)
ความกว้าง2,075 mm (81.69 in) (โรดสเตอร์)
ความสูง1,165 mm (45.87 in) (โรดสเตอร์)
น้ำหนัก1,490 kg (3,280 lb) (โรดสเตอร์; แห้ง) 1,450 kg (3,200 lb) (คูเป้; แห้ง)

ลัมโบร์กีนี เวเนโน (อังกฤษ: Lamborghini Veneno; ในภาษาอิตาลี อ่านว่า "เบเนโน") คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน โดยคันแรกของเวเนโน ใช้รหัสว่า "Car Zero" ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2013 ในรูปลักษณ์ใหม่และทาด้วยสีเทา ส่วนเครื่องยนต์ ได้นำมาจากอะเวนตาโดร์ทั้งหมด คือ 6.5 ลิตร V12 รถได้ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีบริษัทลัมโบร์กีนี

เวเนโน จะมีเพียง 3 คันเท่านั้น[11][12] ที่จะผลิตออกมา โดยจะใช้สีต่างกัน คือ สีเขียว สีขาว และสีแดง ซึ่งหมายถึงธงอิตาลี (ไม่นับคันที่ 0 "Car Zero" ซึ่งใช้สีเทา โดยคัน Car Zero สีเทา ที่โชว์ในงานเจนีวา จะถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของลัมโบร์กีนี) เวเนโนแต่ละคันมีราคาสูงถึง 3.12 ล้านดอลลาร์ ทำให้เวเนโน เป็นรถที่มีราคาสูงที่สุดประจำปี ค.ศ. 2013 และเวเนโนทั้ง 3 คัน ก็ได้ถูกจำหน่ายออกไปเรียบร้อยแล้ว

คำว่า 'เบเนโน' หรือ 'วือเนนู' มาจากภาษาสเปนและภาษาโปรตุเกส หมายถึง 'เวนอม' (Venom) ซึ่งแปลว่า พิษ ในภาษาไทย

ถึงอย่างไรก็ดี แม้ว่า เวเนโนจะมีราคาสูงถึง 3.12 ล้านดอลลาร์ และจำกัดจำนวนไว้ที่ 3 คัน แต่ก็ยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปทรงของรถคันนี้ จอห์น เพียร์ลีย์ ฮัฟแมน (John Pearley Huffman) นักวิจารณ์รถยนต์ชื่อดัง ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซด์ เอ๊ดมันส์ (edmunds.com) ได้จัดอันดับให้เวเนโนเป็นอันดับหนึ่งของรถที่ขี้เหร่ที่สุดตลอดกาล[13] นอกจากนี้ยังวิจารณ์ว่า "รถซูเปอร์คาร์โบราณทุก ๆ คัน และทุก ๆ ความคิดแย่ ๆ ของลัมโบร์กีนี ได้มายัดลงในรถราคาเว่อร์ ๆ ที่โชว์อยู่ตรงนี้ มันคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่สุดของอิตาลีนับตั้งแต่ลัทธิฟาสซิสต์ นี่นับว่ามีเมตตาที่อุตส่าห์ผลิตมาถึง 3 คัน ซึ่งนับว่าเยอะมากเลย"[14][15]

เซนเทนารีโอแก้ไข

ลัมโบร์กีนี เซนเทนารีโอ
 
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2016 - 2017 (อย่างละ 20 คัน)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป้
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L V12
ระบบเกียร์เกียร์เซมิออโตเมติก 7 จังหวะ ISR
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 mm (106.30 in)
ความยาว4,924 mm (193.86 in)
ความกว้าง2,062 mm (81.18 in)
ความสูง1,143 mm (45.00 in)
น้ำหนัก1,520 kg (3,350 lb) (คูเป้, แห้ง)

1,764 kg (3,889 lb) (คูเป้, w/ fluids)
1,570 kg (3,460 lb) (โรดสเตอร์, แห้ง)

1,814 kg (3,999 lb) (โรดสเตอร์, w/ fluids)

ลัมโบร์กีนี เซนเทนารีโอ (อังกฤษ: Lamborghini Centenario; ในภาษาอิตาลี อ่านว่า "เซเทนารี") คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน โดยคันแรกของเซนเทนารีโอ ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2016 ในรูปลักษณ์ใหม่และทาด้วยสีเทา ส่วนเครื่องยนต์ ได้นำมาจากอะเวนตาโดร์ทั้งหมด คือ 6.5 ลิตร V12 รถได้ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของนักอุตสาหกรรมชาวอิตาลี เฟอร์รุชโช ลัมโบร์กีนี

SC18 Alstonแก้ไข

 
ลัมโบร์กีนี เอสซี 18 อัลสเตอร์

ลัมโบร์กีนี เอสซี 18 อัลสเตอร์ (อังกฤษ: Lamborghini SC18 Alston) คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน ซูเปอร์คาร์พันธุ์หายากค่ายกระทิงดุ โชว์สเต็ปในงาน Goodwood เป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแต่งพิเศษรุ่นแรกที่ทาง Lamborghini Squadra Corse ซึ่งเป็นแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Lamborghini ได้ตกแต่งขึ้นมา โดย Lamborghini SC18 Alston เป็นซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Lamborghini Aventador โดย Lamborghini SC18 Alston ตัวนี้ ถูกออกแบบให้เน้นสมรรถนะเพื่อสำหรับใช้งานในสนามแข่ง แต่ก็ยังสามารถนำมาวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมายได้ด้วย การออกแบบทุกอย่างเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทั้งลู่ลม และงดงาม

Sián FKP 37แก้ไข

ลัมโบร์กีนี ไซอัน เอฟเคพี 37
 
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2020 (expected) (63 คัน)
แหล่งผลิตItaly: Sant'Agata Bolognese
ผู้ออกแบบMitja Borkert[16]
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง
  • 2 ประตู คูเป้
  • 2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างMid-engine, all-wheel drive
จำนวนประตูScissor
รุ่นที่คล้ายกันLamborghini Aventador
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L L539 V12
มอเตอร์ไฟฟ้า48-volt e-motor
กำลัง
  • Engine: 577 kW (785 PS; 774 hp)
  • Electric motor: 25 kW (34 PS; 34 hp)
  • Combined: 602 kW (818 PS; 807 hp)
ระบบเกียร์เกียร์เซมิออโตเมติก 7 จังหวะ ISR
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 mm (106.3 in)
ความยาว4,980 mm (196.1 in)
ความกว้าง
  • 2,101 mm (82.7 in) (without mirrors)
  • 2,265 mm (89.2 in) (with mirrors)
ความสูง1,133 mm (44.6 in)

ลัมโบร์กีนี ไซอัน (อังกฤษ: Lamborghini Sián; ในภาษาอิตาลี อ่านว่า "ไซอัน") คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับสมาชิกรายล่าสุดของค่ายกระทิงดุ มาพร้อมขุมพลัง Hybrid เป็นครั้งแรกของ production car จากทางค่าย ส่วนที่มาของชื่ออย่าง Sián เป็นภาษาถิ่น Bolognese แปลว่าสายฟ้า เพื่อสื่อถึงการเป็นรถยนต์ที่ใช้ขุมพลังพ่วงระบบไฟฟ้า ขุมพลังของ Lamborghini Sián ระบุว่าเป็น เครื่องยนต์เบนซิน แบบ V12 กำลังสูงสุด 785 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที มาพร้อมระบบ Hybrid เพิ่มกำลังได้อีก 34 แรงม้า สิริรวมกำลังสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 819 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้มากกว่า 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง จำนวนจำกัด 63 คัน

Essenza SCV12แก้ไข

Lamborghini Essenza SCV12
 
Lamborghini Essenza SCV12 at the 2021 Auto Shanghai
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตLamborghini
เริ่มผลิตเมื่อ2020–present (40 produced)
แหล่งผลิตItaly: Sant'Agata Bolognese
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทTrack day car
รูปแบบตัวถัง2-door coupé
โครงสร้างRear mid-engine, rear-wheel-drive
จำนวนประตูScissor
รุ่นที่คล้ายกันLamborghini Aventador
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L L539 V12
กำลัง830 PS (610 kW; 830 PS; 820 hp)convert: bug
ระบบเกียร์6-speed sequential manual
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 mm (106.3 in)
น้ำหนัก1,376 kg (3,034 lb)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าLamborghini Sesto Elemento[ต้องการตรวจสอบความถูกต้อง]

ลัมโบร์กินี เอสเซนซ่า SCV12 (อังกฤษ: Lamborghini Essenza SCV12; คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน ไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ สิ่งที่โดดเด่นคือเครื่องยนต์อันทรงพลังแบบNA สามารถสร้างกำลังได้ถึง 818 แรงม้า และเป็นรถยนต์ GT คันแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นตามกฎความปลอดภัย FIA ซึ่ง มีแผนที่จะผลิตเพียง 40 คันทั่วโลกเท่านั้น

Lamborghini Essenza SCV12 เป็นการสร้างผลงานที่ดีที่สุดของเครื่องยนต์ V12 ที่มีแรงบันดาลใจ ตามแบบกลไกของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่ปี 1963

SC20แก้ไข

ลัมโบร์กีนี เอสซี20 (อังกฤษ: Lamborghini SC20; คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน มาถึงในฐานะรถรุ่นพิเศษ ที่ผลิตเพียงแค่คันเดียวในโลก เป็นรถไฮเปอร์คาร์รุ่นที่สอง ซึ่งออกแบบโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ต ของผู้ผลิตและออกแบบรถยนต์ Centro Stile ใน Sant'Agata Bolognese

Lamborghini Squadra Corse เปิดตัวรถซุปเปอร์สปอร์ตที่ถูกสร้างขึ้นมาแค่คันเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ กระทิงพิเศษ Lamborghini SC20 ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกสั่งทำขึ้นแค่หนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ โดยมีราคาสูงกว่า 150 ล้านบาท Lamborghini อธิบายว่าเป็น “ประเภทรถเปิดประทุน ที่ได้รับการรับรอง สำหรับการใช้งานบนท้องถนน”

ยอดผลิตแก้ไข

ปี จำนวน คูเป โรดสเตอร์
2011[17] 447 447
2012[17] 976 (จำหน่ายไปแล้ว 922 คัน[18]) 958 18
2013[19] 1,113 (จำหน่ายไปแล้ว 1,001 คัน[19]) 710 403
2014[20] 1,110 (จำหน่ายไปแล้ว 1,128 คัน[21]) 456 654
2015[22] 1,079 (จำหน่ายไปแล้ว 1,003 คัน[23]) 666 413
2016 1,160 587 573
2017 1,286 1,008 278
2018 1,216 578 638
2019 1,005 786 219
2020
2021
ทั้งหมด 9,392 6,196 3,196

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Official website for the Lamborghini Aventador". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-05-10. สืบค้นเมื่อ 4 March 2011.
  2. Lago, Carlos (30 January 2012). "2012 Lamborghini Aventador LP 700-4 European Spec First Test". Motor Trend. สืบค้นเมื่อ 4 February 2016.
  3. "2012-Lamborghini-Aventador-LP700-4-specs" (PDF). Car and Driver. สืบค้นเมื่อ 4 February 2016.
  4. Evans, Scott (15 February 2016). "2015 Lamborghini-Avenatdor SV First Test". Motor Trend. สืบค้นเมื่อ 7 March 2016.
  5. http://www.edmunds.com/whats-hot/
  6. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2015-09-09. สืบค้นเมื่อ 2013-03-13.
  7. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-12-17. สืบค้นเมื่อ 2013-03-13.
  8. http://fastestlaps.com/cars/lamborghini_aventador_lp700-4.html
  9. "Lamborghini Aventador J 2012". DieselStation.com. 14 March 2012. สืบค้นเมื่อ 14 March 2012.
  10. "Lamborghini Aventador J at Geneva 2012". Automoblog.net. 7 March 2012. สืบค้นเมื่อ 8 March 2012.
  11. http://www.caranddriver.com/news/lamborghini-veneno-photos-and-info-news
  12. http://www.autotrader.com/research/article/car-news/203745/lamborghini-veneno-2013-geneva-auto-show.jsp
  13. http://www.edmunds.com/car-reviews/features/100-ugliest-cars-of-all-time.html
  14. http://www.autoevolution.com/news/lamborghini-veneno-named-worlds-ugliest-car-58033.html
  15. http://news.drive.com.au/drive/motor-news/lamborghini-veneno-named-worlds-ugliest-car-20130409-2hjaf.html
  16. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ M1
  17. 17.0 17.1 "Volkswagen AG Annual Report 2012, p.109" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2013-04-18. สืบค้นเมื่อ 16 March 2013.
  18. "Aventador sales drive record revenue at Lamborghini". Autoblog. 11 March 2014. สืบค้นเมื่อ 4 October 2014.
  19. 19.0 19.1 "Volkswagen Group Annual Report 2013, p.27" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2014-03-14. สืบค้นเมื่อ 30 March 2014.
  20. "Volkswagen Group Annual Report 2014, p.59" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2015-06-27. สืบค้นเมื่อ 19 March 2015.
  21. "Audi Annual Report 2014, p.167" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 19 March 2015.
  22. "Volkswagen Group Annual Report 2015, p.27" (PDF). 28 April 2016. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-08-14. สืบค้นเมื่อ 19 July 2016.
  23. "Audi Annual Report 2015, p.160" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-08-09. สืบค้นเมื่อ 19 July 2016.

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข