ยูกิโกะ โอกาดะ

ยูกิโกะ โอคาดะ (ญี่ปุ่น: 岡田 有希子โรมาจิOkada Yukiko) เธอเกิดเมื่อวันที่ (22 สิงหาคม ค.ศ. 1961 – 8 เมษายน ค.ศ. 1986) ในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เธอเป็นศิลปินไอดอลญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ชนะเลิศในเวทีประกวด สตาร์ ไทจู! ณ ที่เมืองโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น

ยูกิโกะ โอคาดะ
Okada Yukiko.jpg
ยูกิโกะ โอคาดะ ในปี 1984
ชื่อจริง岡田 有希子
เกิดญี่ปุ่น: คาโย ซาโตะโรมาจิ佐藤 佳代
22 สิงหาคม ค.ศ. 1967(1967-08-22)
อิชิโนะมิยะ, ไอริ, ญี่ปุ่น
เสียชีวิต8 เมษายน ค.ศ. 1986 (18 ปี)
ชินจูกุ, โตเกียว, ญี่ปุ่น
สาเหตุเสียชีวิต
ฆ่าตัวตาย
ที่ฝังศพไอโซ, ไอจิ
สัญชาติญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
ชื่ออื่นยุกโกะ
การศึกษาสูงสุดโฮริโกชิ ไฮสกูล[1]
อาชีพนักร้อง, นักแสดง, นางแบบ
ปีปฏิบัติงาน1983–1986
ตัวแทนซัน มิวสิค
ของค่าย
โพนีแคนยอน

ชีวิตในวัยเด็กแก้ไข

โอคาดะ ในชื่อเกิด คาโย ซาโตะ (佐藤佳代) เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 1967 เป็นลูกสาวคนที่สองของตระกูลซาโตะ ต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปที่ นาโงยะ ในโรงเรียนประถมโอคาดะชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากโดยเฉพาะ และเธอเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์ ในโรงเรียนมัธยมต้นโอคาดะต้องการเป็นนักร้องและสมัครเข้าร่วมการออดิชั่นทุกอย่างที่เป็นไปได้ไม่ว่าจะเป็นโปรดักชั่นที่สำคัญไปจนถึงการสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถน้อยที่สุดเพื่อหวังจะเป็นดารา เธอถูกปฏิเสธทุกครั้งจนกระทั่งในที่สุดเธอก็ได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมรายการความสามารถพิเศษทางทีวี สตาร์ ไทจู ทางช่อง Nippon Television - คล้ายกับ สตาร์ เสิร์ช แม้ว่า ขั้นตอนสุดท้ายคือการร้องเพลงของเธอเพื่อให้ได้รับความสนใจจากตัวแทนความสามารถ - ร้องเพลง MY BOYFRIEND ของ คิตาฮาระ ซาวาโกะ และร้องเพลง Slow Motion ของ นากาโมริ อากินะ ในรอบสุดท้ายซึ่งเธอได้รับรางวัลในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1983

วงการบันเทิงแก้ไข

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1984 โอคาดะ ได้เปิดตัวซิงเกิ้ลแรก "First Date" เขียนโดย มาริยะ ทาเคอุจิ เธอมีชื่อเล่นว่า "ยุกโกะ" (ユッコ) โดยแฟนคลับ ของเธอซึ่งเป็นชื่อย่อทั่วไปของชื่อ "ยูกิโกะ" ในภาษาญี่ปุ่น

ในปีนั้น โอคาดะ ได้รับรางวัล Rookie of the Year และได้รับรางวัล 26th Japan Record Awards Grand Prix Best New Artist Award[1] สำหรับซิงเกิ้ลที่สามของเธอ "-Dreaming Girl- Koi, Hajimemashite" ซึ่งเขียนโดย ทาเคอุจิ

โอคาดะรับบทนำในละครโทรทัศน์เรื่องแรกของเธอ ในเรื่อง Kinjirareta Mariko ( The Forbidden Mariko ) ในปี 1985 ต่อมาก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ล Kuchibiru Network ปี 1986 เขียนโดย เซย์โกะ มัตสึดะ และแต่งโดย รีวอิจิ ซากาโมโตะ ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตซิงเกิลรายสัปดาห์ ออริคอน ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1986

การเสียชีวิตแก้ไข

 
อาคาร เดอะซัน มิวสิค, ตั้งอยู่ในเขต ชินจุกุ, โตเกียว

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1986 โอคาดะถูกพบว่ามีบาดแผลที่ข้อมือในอพาร์ตเมนต์ในโตเกียวที่เต็มไปด้วยแก๊สของเธอหมอบอยู่ในตู้และร้องไห้ เธอถูกค้นพบโดยทีมกู้ภัยที่เรียกโดยผู้จัดการของอพาร์ทเมนต์หลังจากชาวบ้านคนอื่นสังเกตเห็นกลิ่นของก๊าซ

ในบทความปี 2016 หนังสือพิมพ์ "อาซาฮีรายสัปดาห์", อดีตกรรมการผู้จัดการซันมิวสิค[2] โทคิโอะ ฟุคุดะ เล่าว่า ฮิเดโย ชิไอซาวะ ผู้ก่อตั้ง ซัน มิวสิค เรียกให้เขาไปรับโอคาดะจากโรงพยาบาล เมื่อเขาพบเธอ เธอก็ร้องไห้เบาๆ จากนั้นเขาก็ถามเธอว่าอยากไปไหน: ไปบ้านพ่อแม่ในนาโกย่าอพาร์ทเมนต์ของเธอหรือที่ทำงาน เธอตอบว่าสำนักงานนั้นดีเธอจึงถูกพาไปที่ชั้นหกของตึก ซัน มิวสิค จากนั้นไอซาวะก็เรียกฟุคุดะพาเขาก้าวออกไป[3] ในที่สุดผู้จัดการของ โอคาดะ ก็มาถึงและพาเธอไปที่โรงพยาบาล คิตาโนะ อาโอยามะ ที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งอาการบาดเจ็บของเธอได้รับการรักษาและถูกนำตัวไปที่ อาคาร ซัน มิวสิค ในขณะที่ ฟูคาดะ ผู้จัดการอาคารและทีมงานกำลังคุยกันว่าจะหลีกเลี่ยงเรื่องอื้อฉาวของสื่อได้อย่างไร โอคาดะ ก็วิ่งขึ้นไปที่บันไดถอดรองเท้าแล้วกระโดดลงมาจากตึกเจ็ดชั้นส่งผลทำให้เสียชีวิตทันที เวลา 12:15 น. ตามเวลาญี่ปุ่น[4][5] ยังไม่ทราบสาเหตุของการฆ่าตัวตายแม้ว่าจะมีการคาดเดาว่าเป็นเพราะ โอคาดะ ต้องการมีความสัมพันธ์กับ โทรุ มิเนกิชิ ซึ่งเคยปฏิเสธเธอมาก่อน เนื่องจาก โอคาดะ พูดว่า "ฉันนึกถึงใครบางคน"[6] เมื่อตอบกลับถึงสาเหตุที่เธอพยายามฆ่าตัวตายที่อพาร์ตเมนต์ของเธอและผู้จัดการของเธอพบบันทึกที่เขียนโดย โอคาดะ ซึ่งอธิบายถึงความปรารถนาที่จะอยู่กับ มิเนกิชิ บางส่วนของบันทึกเหล่านี้ลงท้ายด้วย: "ฉันอยากพบเขาอีกครั้ง" และ "หัวใจของฉันไม่มีที่จะไปแล้ว"[7]

แฟนคลับ ของเธอต่างตกใจและจิตใจแตกสลายกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของเธอ ส่งผลให้การลอกเลียนแบบฆ่าตัวตาย เป็นจำนวนมากในญี่ปุ่นไม่นานก็ได้รับการขนานนามว่า ลัทธิ "ยุกโกะ ซินโดรม" ซึ่งคาดว่าโอคาดะอาจได้รับแรงบันดาลใจจากไอดอล "ยาสุโกะ เอนโด" ที่กระโดดจากดาดฟ้าเพื่อฆ่าตัวตายเมื่อ 10 วันก่อนหน้านั้น[8][9]

แล้วศพ โอคาดะ ถูกนำศพไปเผาพิธีกรรมทางด้านศาสนาพุทธ,[9] และอัฐิของเธอถูกฝังไว้ในหลุมฝังศพของครอบครัวที่วัดพุทธ โจมันจิ, นาโงยะ ประเทศญี่ปุ่น[1]

ผลงานเพลงแก้ไข

ซิงเกิ้ลแก้ไข

  • "First Date" (1984) Glico's Cafe Jelly jingle
  • "Little Princess" (1984)
  • "Dreaming Girl-Koi, Hajimemashite" (1984) Glico's "Special Chocolate" jingle
  • "Futari Dake no Ceremony" (1985) Toshiba's "Let's Chat" jingle
  • "Summer Beach" (1985) Glico's Cafe Jelly jingle
  • "Kanashii Yokan" (1985)
  • "Love Fair" (1985) Glico's Cecil Chocolate jingle
  • "Kuchibiru Network" (1986) Kanebo's lipstick commercial
  • "Hana no Image" (1986) [released posthumously]
  • "Believe in You" (strings version 2002) [released posthumously]

อัลบั้มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 "岡田有希子、没後30年 南野陽子が「"ゴミ箱"が私だった」と思い出語る" [Yukiko Okada, 30 years after her death; Yoko Minamino recalls, "Trash can was me"] (ภาษาญี่ปุ่น). Weekly Asahi (ตีพิมพ์ 15 April 2016). 8 April 2016. สืบค้นเมื่อ 28 February 2021.
  2. "サンミュージック波乱の50年 引きずった岡田有希子の死「お父さんの一言に救われた」" [50 years of Sun Music upheaval, Yukiko Okada's death, "I was saved by a word from her father"] (ภาษาญี่ปุ่น). Oricon News. 11 November 2018. สืบค้นเมื่อ 28 February 2021.
  3. "「愛情をください」と訴えた岡田有希子 死の直前、シクシク泣いて「事務所へ行きたい」" [Yukiko Okada who complained "Please love me" Just before her death, she cried and "I want to go to the office"] (ภาษาญี่ปุ่น). Weekly Asahi (ตีพิมพ์ 19 August 2016). 12 August 2016. สืบค้นเมื่อ 28 February 2021.
  4. "Yukiko Okada"[ลิงก์เสีย]. ACA Music. Retrieved May 23, 2015.
  5. Yosha Research[ลิงก์เสีย]
  6. Okada Yukiko Archived กรกฎาคม 22, 2006 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  7. John Greenless, Paradox ò Japan Epidemic of suicides among young people, The Glasgow Herald – 11. Apr. 1987, trang 37
  8. Japanese Society Since 1945 by Edward R. Beauchamp, Taylor & Francis, 1998, ISBN 0-8153-2732-3, trang 97
  9. 9.0 9.1 William Wetherall, "Japanese youth and the Yukko Syndrome", Far Eastern Economic Review, July 17, 1986, available at The suicide of Okada Yukiko

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข