มหาตมา คานธี

ผู้นำทางการเมืองและศาสนาอินเดีย

โมหนทาส กรมจันท์ คานธี[pron 1], 2 ตุลาคม 1869 – 30 มกราคม 1948) เป็นนักกฎหมาย, นักชาตินิยมต้านลัทธิอาณานิคม และ นักจริยธรรมการเมืองชาวอินเดีย ผู้นำเอาหลักการต่อต้านโดยสันติวิธีมาใช้นำพาขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษสำเร็จ สันติวิธีของคานธีมีอิทธิพลต่อขบวนการสิทธิพลเมืองและเสรีภาพทั่วโลก คำนำหน้านาม มหาตมา (Mahātmā) เพื่อให้เกียรติ เริ่มนำมาใช้ในแอฟริกาใต้ในปี 1914 และปัจจุบันใช้นำหน้านามของคานธีอยู่ทั่วไปจนถึงปัจจุบัน


คานธี
คานธี ภาพถ่ายปี 1931
เกิดโมหนทาส กรมจันท์ คานธี
2 ตุลาคม ค.ศ. 1869(1869-10-02)
โปร์บันดาร์ รัฐโปร์บันดาร์ เอเยนซีกาฐิยาวาร อินเดียในปกครองอังกฤษ
เสียชีวิต30 มกราคม ค.ศ. 1948(1948-01-30) (78 ปี)
นิวเดลี โดมิเนียนอินเดีย
สาเหตุเสียชีวิตถูกลอบสังหาร (บาดแผลอาวุธปืน)
อนุสรณ์สถาน
ชื่ออื่นบาปู (Bapu)
พลเมือง
ศิษย์เก่าวิทยาลัยนิติศาสตร์อินส์ออฟคอร์ต
อาชีพ
  • Lawyer
  • anti-colonialist
  • political ethicist
ปีปฏิบัติงาน1893–1948
ยุคสมัยบริติชราช
มีชื่อเสียงจากแม่แบบ:Ubli
ผลงานเด่นข้าพเจ้าทดลองความจริง
พรรคการเมืองคองเกรสแห่งชาติอินเดีย (1920–1934)
ขบวนการขบวนการเอกราชอินเดีย
คู่สมรสกัสตูรพา คานธี (สมรส 1883; 1944)
บุตร
บุพการี
ญาติดูเพิ่มที่ ครอบครัวของมหาตมา คานธี
ซี ราชโคปาลจารี (พ่อตาของเทวทาส)
รางวัลบุคคลแห่งปีของ ไทม์ (1930)
ประธาคองเกรสแห่งชาติอินเดีย
ดำรงตำแหน่ง
ธันวาคม 1924 – เมษายน 1925
ก่อนหน้าอะบูล กะลาม อาซาด
ถัดไปสาโรชินี นายฑู
ลายมือชื่อ
Signature of Gandhi

คานธีเกิดและเติบโตในครอบครัวชาวฮินดูในชายฝั่งของคุชราต และเข้ารับการศึกษาด้านนิติศาสตร์ที่อินเนอร์เทมเพิล ลอนดอน ก่อนจะได้รับประสาทปริญญาเนติบัณฑิตด้วยวัย 22 เมื่อเดือนมิถุนายน 1891 หลังสองปีที่ไม่แน่นอนในอินเดียที่เขาไม่ประสบความสำเร็จในการว่าความเท่าไร เขาได้ย้ายไปยังแอฟริกาใต้ในปี 1893 เพื่อว่าความให้กับพ่อค้าชาวอินเดีย ก่อนที่จะอาศัยอยู่ที่นั่นนาน 21 ปี ระหว่างนี้เขาได้มีครอบครัวและเริ่มนำขบวนการต่อสู้โดยสันติวิธีเพื่อเรียกร้องสิทธิพลเมือง ในปี 1915 เมื่อวัย 45 เขาเดินทางกลับอินเดียและได้นำการประท้วงโดยทาส เกษตรกร และคนงานในเมือง เพื่อประท้วงต่อภาษีที่ดินที่สูงและการกดขี่

เขาเริ่มต้นนำคองเกรสแห่งชาติอินเดียในปี 1921 และเริ่มต้นนำขบวนการทั่วประเทศในการแก้ไขความยากจน ขยายสิทธิสตรี สร้างสัมพันธไมตรีระหว่างศาสนาและกลุ่มชาติพันธุ์ ยกเลิกสถานะอันแตะต้องไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด คือการตั้ง สวราช หรือการปกครองตนเอง คานธีได้เริ่มสวม โธตี สั้น ที่ทอมาจากด้ายปั่นมือ เป็นสัญลักษณ์ในการแทนตนสำหรับคนยากไร้ในชนบทของอินเดีย เขาเข้าอยู่อาศัยในชุมชนพึ่งพาตนเอง, กินอาหารเรียบง่าย และก่อการอดอาหารยาวนาน เพื่อทั้งเป็นการสำรวจจิตใจตนเองและเป็นการประท้วงความอยุติธรรม คานธีได้นำพาแนวคิดชาตินิยมต้านเจ้าอาณานิคมอังกฤษมาสู่สามัญชนชาวอินเดีย และนำขบวนการต่อต้านภาษีเกลือผ่านการเดินขบวนเกลือระยะทาง 400 km (250 mi) ในปี 1930 พร้อมทั้งเรียกร้องให้อังกฤษออกจากอินเดียในปี 1942 คานธีเคยถูกจับขังหลายครั้งทั้งในแอฟริกาใต้และอินเดีย

ทัศนคติของคานธีต่ออินเดียในฐานะรัฐเอกราชมีรากฐานบนความเป็นพหุนิยมทางศาสนา แต่ฐานคิดนี้ถูกสั้นคลอนในทศวรรษ 1940s หลังขบวนการชาตินิยมมุสลิมได้เรียกร้องการตั้งดินแดนแยกสำหรับชาวมุสลิใภายในเขตของบริติชอินเดีย ในเดือนสิงหาคม 1947 อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษและถูกตัดแบ่งเป็นสองโดมิเนียน ได้แก่อินเดียที่มีฮินดูเป็นหลัก และ ปากีสถานที่มีมุสลิมเป็นหลัก ระหว่างที่ชาวฮินดู มุสลิม สิกข์ จำนวนมากทำการโยกย้ายถิ่นฐานไปยังดินแดนใหม่ ได้เกิดความรุนแรงระหว่างศาสนาขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภูมิภาคปัญจาบและเบงกอล คานธีไม่ได้ปรากฏตัวในการเฉลิมฉลองเอกราชอย่างเป็นทางการ แต่กลับเดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดความรุนแรงเหล่านี้เพื่อพยายามแก้ไขสถานการณ์ เป็นเวลาหลายเดือนนับจากนั้นที่คานธีกระทำการอดอาหารประท้วงจำนวนมากเพื่อเรียกร้องให้หยุดความรุนแรงทางศาสนา โดยครั้งสุดท้ายมีขึ้นในเดลีเมื่อ 12 มกราคม 1948 เวลานั้น คานธีมีอายุ 78 ปี ในเวลานั้น มีความเชื่อแพร่กระจายไปทั่วว่าคานธีมีความแน่วแน่มากเกินในการปกป้องทั้งมุสลิมในอินเดียและปากีสถาน ซึ่งนำไปสู่การลอบสังหารคานธีโดยสมาชิกกองกำลังชาตินิยมฮินดู นถุราม โคทเส จากปูเณ คานธีถูกลอบสังหารด้วยปืนสามนัดเข้าที่อกและเสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนระหว่างการพบปะสวดภาวนาระหว่างศาสนาในเดลีเมื่อวันที่ 30 มกราคม 1948

วันคล้ายวันเกิดของคานธี ซึ่งตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม ได้รับการเฉลิมฉลองเป็นวันคานธีชยันตี ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของอินเดีย และในระดับนานาชาติถือให้วันนี้เป็นวันแห่งสันติวิธีนานาชาติ คานธีได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งรัฐอินเดียยุคหลังอาณานิคม หลังการเสียชีวิต คานธีได้มักรับการเรียกขานว่า บาปู (Bapu; ภาษาคุชราต แปลว่า "พ่อ" คล้ายคำว่า "ปะป๊า"[2][3])

หมายเหตุ แก้

  1. Pronounced variously /ˈɡɑːndi, ˈɡændi/ ga(h)n-dee,[1] (ไทยปรับรูป: โมหะนะทาสะ กะระมะจันทะ คานธี, อักษรโรมัน: Mohandas Karamchand Gandhi, ภาษาคุชราต: [ˈmoɦəndɑs ˈkəɾəmtʃənd ˈɡɑ̃dʱi]
  1. ไม่จบการศึกษา
  2. เข้าเรียนโดยไม่นับหน่วยกิตอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างปี 1888 ถึง 1891

อ้างอิง แก้

  1. "Gandhi". เก็บถาวร 14 มกราคม 2015 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Random House Webster's Unabridged Dictionary.
  2. McAllister, Pam (1982). Reweaving the Web of Life: Feminism and Nonviolence. New Society Publishers. p. 194. ISBN 978-0-86571-017-7. สืบค้นเมื่อ 31 August 2013. Quote: "With love, Yours, Bapu (You closed with the term of endearment used by your close friends, the term you used with all the movement leaders, roughly meaning 'Papa.'" Another letter written in 1940 shows similar tenderness and caring.
  3. Eck, Diana L. (2003). Encountering God: A Spiritual Journey from Bozeman to Banaras. Beacon Press. p. 210. ISBN 978-0-8070-7301-8. สืบค้นเมื่อ 31 August 2013. Quote: "... his niece Manu, who, like others called this immortal Gandhi 'Bapu,' meaning not 'father,' but the familiar, 'daddy.'" (p. 210)

บรรณานุกรม แก้

หนังสือและสิ่งพิมพ์
บทความวิชาการ
  • Danielson, Leilah C. "'In My Extremity I Turned to Gandhi': American Pacifists, Christianity, and Gandhian Nonviolence, 1915–1941". Church History 72.2 (2003): 361–388.
  • Du Toit, Brian M. "The Mahatma Gandhi and South Africa." Journal of Modern African Studies 34#4 (1996): 643–660. JSTOR 161593.
  • Gokhale, B. G. "Gandhi and the British Empire," History Today (Nov 1969), 19#11 pp 744–751 online.
  • Juergensmeyer, Mark. "The Gandhi Revival – A Review Article." The Journal of Asian Studies 43#2 (Feb. 1984), pp. 293–298. JSTOR 2055315
  • Kishwar, Madhu. "Gandhi on Women." Economic and Political Weekly 20, no. 41 (1985): 1753–758. JSTOR 4374920.
  • Murthy, C. S. H. N., Oinam Bedajit Meitei, and Dapkupar Tariang. "The Tale Of Gandhi Through The Lens: An Inter-Textual Analytical Study Of Three Major Films-Gandhi, The Making Of The Mahatma, And Gandhi, My Father." CINEJ Cinema Journal 2.2 (2013): 4–37. online
  • Power, Paul F. "Toward a Revaluation of Gandhi's Political Thought." Western Political Quarterly 16.1 (1963): 99–108 excerpt.
  • Rudolph, Lloyd I. "Gandhi in the Mind of America." Economic and Political Weekly 45, no. 47 (2010): 23–26. JSTOR 25764146.
แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
ก่อนหน้า มหาตมา คานธี ถัดไป
โอเวน ยัง   บุคคลแห่งปีของนิตยสารไทม์
(ค.ศ. 1930)
  ปีแอร์ ลาวาล