พระแสนเมือง (ไม่ปรากฏ - พ.ศ. 2215) เป็นเจ้าผู้ครองแคว้นเชียงใหม่ภายใต้การปกครองของพม่า[3]

พระแสนเมือง
เจ้าผู้ครองแคว้นเชียงใหม่
ครองราชย์พ.ศ. 2198 - พ.ศ. 2202/2206
รัชสมัย4-8 ปี
รัชกาลก่อนหน้าพญาหลวงทิพเนตร
รัชกาลถัดไปเจ้าเมืองแพร่
เจ้าฟ้าเชียงแสน
ในพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน[1]
ครองราชย์พ.ศ. 2198 - พ.ศ. 2215
ก่อนหน้าเจ้าฟ้าหมวกคำ
ถัดไปพระอินทร์เมือง
ประสูติไม่ปรากฏ
พิราลัยพ.ศ. 2215
พระบุตรพระนางกุสาวดี
พระอินทร์เมือง
ราชวงศ์หลวงทิพเนตร
พระบิดาพญาหลวงทิพเนตร[2] หรือเจ้าฟ้าหมวกคำ[1]

ต้นรัชกาล แก้

พงศาวดารโยนก[4]ระบุว่า พระแสนเมืองขึ้นครองเมืองเชียงใหม่หลังจากพญาหลวงทิพเนตรผู้เป็นพระราชบิดาถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ.ศ. 2193 พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน[1]ระบุว่า พระแสนเมืองเป็นพระราชนัดดาของพญาหลวงทิพเนตรและขึ้นครองเมืองเชียงแสนเมื่อ พ.ศ. 2198 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่[5]ระบุว่าพระแสนเมืองได้เป็นเจ้าเมืองเชียงแสนในปี พ.ศ. 2198 โดยไม่ได้ระบุความสัมพันธ์กับพญาหลวงทิพเนตร

ในช่วงต้นรัชกาล พระแสนเมืองถูกนำตัวไปกรุงอังวะ พงศาวดารโยนกระบุว่าหลังจากพระแสนเมืองขึ้นครองเมืองได้ 1 ปี และกลับจากกรุงอังวะในปี พ.ศ. 2200 พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนระบุว่าพระแสนเมืองไปกรุงอังวะในปี พ.ศ. 2198 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าฟ้าและกลับมาในปี พ.ศ. 2200 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุว่าเป็นช่วงหลังจากพระแสนเมืองขึ้นครองเมืองได้ 3 ปี

ในรัชกาลนี้ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในแคว้นเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 2200[4][1] ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เวียงกุมกามล่มสลาย[6]

ในปีถัดมา พม่าในรัชสมัยของพระเจ้าปีนดะเลเริ่มมีปัญหากับจีนฮ่อซึ่งเป็นกองกำลังของราชวงศ์หมิงใต้นำโดยจักรพรรดิหย่งลี่ที่ถูกขับไล่ลงมาทางใต้โดยราชวงศ์ชิง[7] แคว้นเชียงใหม่ได้บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ในปี พ.ศ. 2201[4] และ พ.ศ. 2202[4][1] ต่อมาจีนฮ่อรุกรานเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2203[4] และเมืองเชียงแสนในปี พ.ศ. 2204[1]

พงศาวดารโยนกระบุว่า พม่าส่งกองทัพมาที่เมืองเชียงใหม่ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2202 ตั้งทัพได้ 2 เดือนก็เลิกกลับไป พงศาวดารพม่า[8]ได้บันทึกการส่งกองทัพไปเชียงใหม่ไว้ แต่ระบุว่าเป็นปี พ.ศ. 2203

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่[5][9]ระบุว่าเจ้าเมืองแพร่ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2202 โดยไม่ได้กล่าวถึงพระแสนเมืองอีก ในปีนี้พงศาวดารโยนกและพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนไม่ได้บันทึกเหตุการณ์นี้ แต่กล่าวถึงการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าปเยแห่งพม่าในปีเดียวกันแทน Ken Kirigaya เห็นว่า เจ้าเมืองแพร่ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ควรจะเป็นพระเจ้าปเยหรือเจ้าเมืองแปรซึ่งเป็นพระยศเดิมของพระองค์[10] เกริก อัครชิโนเรศ และ ภูเดช แสนสา เห็นว่า ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ส่วนนี้ (ผูกที่ 6) นำเอาบันทึกของเชียงแสนและพม่ามาใช้โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง[11]

การรุกรานของกรุงศรีอยุธยา แก้

ประชุมพงศาวดารภาคที่ 6[12]ระบุว่า การรุกรานของจีนฮ่อในพม่าทำให้เมืองเชียงใหม่ตัดสินใจสวามิภักดิ์ต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2203 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้จัดกองทัพขึ้นไปป้องกันเมืองเชียงใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ฝ่ายเชียงใหม่หลังจากทราบว่าการรุกรานของจีนฮ่อคลี่คลายแล้วจึงกลับไปสวามิภักดิ์กับพม่าตามเดิม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงดำรัสสั่งให้เข้าตีเมืองเชียงใหม่แทน

พงศาวดารโยนกระบุว่า กองทัพอยุธยายึดเมืองลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงแสนได้ในปลายปี จ.ศ. 1022 (ต้นปี พ.ศ. 2204) พงศาวดารพม่าระบุว่า กองทัพอยุธยาได้เมืองเชียงใหม่ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2206 และโจมตีทัพหนุนจากพม่าที่เพิ่งมาถึงจนล่าถอยกลับไป[8] ชาวเชียงใหม่[4]และเชียงแสน[1]หลบหนีออกจากเมืองและคอยซุ่มโจมตีกองทัพอยุธยา จนในที่สุดฝ่ายอยุธยาตัดสินใจทิ้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2207[8] ผู้คนและหญิงสาวในเมืองนั้นถูกกวาดต้อนเป็นอย่างมาก หนึ่งในนั้น คือ เจ้านางสมบุญ (ภายหลังในเป็น พระนางกุสาวดี) ได้เป็นบาทบริจาริกาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเชื่อกันว่ามีพระโอรสด้วยกัน 1 พระองค์ คือ พระเจ้าเสือ

ปลายรัชกาล แก้

ฝ่ายชาวเชียงใหม่และเชียงแสนหลังจากหลบหนีออกจากเมืองได้ 2 ปีจึงกลับเข้าไปอยู่ในเมืองในปี พ.ศ. 2206 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุว่าเป็น พ.ศ. 2205 พงศาวดารโยนกระบุว่าเจ้าเมืองแพร่ได้ครองเมืองเชียงใหม่และไม่ได้ส่งบรรณาการให้กับพม่าอีก ในปีเดียวกัน พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนระบุว่าเชียงแสนไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของพม่า แต่พงศาวดารพม่าระบุว่า พระเจ้าปเยทรงแต่งตั้งให้มังรายละกะยอ (อังกฤษ: Minyè Hlakyaw) เป็นเมียวหวุ่นแห่งเชียงใหม่[8][13]ระหว่างปี พ.ศ. 2207 - พ.ศ. 2210

พระแสนเมืองถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ.ศ. 2215[4][1] พระอินทร์เมืองผู้เป็นพระโอรสได้ครองเมืองเชียงแสนต่อมา

อ้างอิง แก้

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 "ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑ - วิกิซอร์ซ". th.wikisource.org.
  2. ประวัติคาถาชินบัญชร จากเว็บไซต์ amulet9 สืบค้นเมื่อ 05-06-57.
  3. รุ่งพงษ์ ชัยนาม. ประวัติศาสตร์ล้านนา : ประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้ศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 ประชากิจกรจักร, พระยา (2516). พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์.
  5. 5.0 5.1 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี (PDF). เชียงใหม่: ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่. 2538. ISBN 974-8150-62-3.
  6. "โบราณสถานล้านนากับพิบัติภัย : อดีตและอนาคต". THECITIZEN.PLUS. 1 พฤศจิกายน 2022. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  7. นราธิปประพันธ์พงศ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ (2505). พระราชพงศาวดารพม่า เล่ม 2 (PDF). พระนคร: ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์. p. 12.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 THIEN, NAI (29 กุมภาพันธ์ 1912). "INTERCOURSE BETWEEN BURMA AND SIAM AS RECORDED IN HMANNAN YAZAWINDAWGYI" (PDF). สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์. pp. 88–93. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2023.
  9. Minister, Office of the Prime, English: Fundamental History of the City of Chiang Mai (PDF), สืบค้นเมื่อ 2023-12-08
  10. Kirigaya, Ken (29 November 2014). "Some annotations to the Chiang Mai chronicle: The era of Burmese rule in Lan Na" (PDF). Journal of the Siam Society. 102: 275 – โดยทาง The Siam Society under Royal Patronage.
  11. สุขคตะ, เพ็ญสุภา (16 กรกฎาคม 2023). "ตระหนัก 'ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่' (จบ) ความคลาดเคลื่อนที่ควรแก้ไข ทุกฝ่ายร่วมชำระใหม่แบบขยายความ". มติชนสุดสัปดาห์. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2023.
  12. กรมพระดำรงราชานุภาพ, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ. "ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 6 (2460) - วิกิซอร์ซ". th.wikisource.org.
  13. แซ่เซียว, ลัดดาวัลย์ (2545). 200 ปี พม่าในล้านนา. กรุงเทพฯ: โครงการอาณาบริเวณศึกษา 5 ภูมิภาค. pp. 87–92. ISBN 9747206099.
ก่อนหน้า พระแสนเมือง ถัดไป
พญาหลวงทิพเนตร   เจ้าผู้ครองแคว้นเชียงใหม่ภายใต้การปกครองของพม่า
(พ.ศ. 2198 - พ.ศ. 2202/2206)
  เจ้าเมืองแพร่
เจ้าฟ้าหมวกคำ   เจ้าฟ้าเชียงแสนภายใต้การปกครองของพม่า
(พ.ศ. 2198 - พ.ศ. 2215)
  พระอินทร์เมือง