เปิดเมนูหลัก

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 แห่งกัสติยา

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 (สเปน: Alfonso XI) หรือ อัลฟอนโซผู้ทรงธรรม (สเปน: Alfonso El Justiciero) เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาตั้งแต่ ค.ศ. 1312 จนถึง ค.ศ. 1350

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11
Afonso XI de Castela - Compendio de crónicas de reyes (Biblioteca Nacional de España).png
จุลจิตรกรรมยุคกลางของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 ในพงศาวดารของฌ็อง ฟรัวซาร์

พระอิสริยยศ กษัตริย์แห่งกัสติยา
ราชวงศ์ ราชวงศ์บูร์กอญ
ครองราชย์ 7 กันยายน ค.ศ. 1312 – 26 มีนาคม ค.ศ. 1350
ราชาภิเษก ค.ศ. 1331
รัชกาลก่อน พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 แห่งกัสติยา
รัชกาลถัดไป พระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยา
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 กันยายน ค.ศ. 1311
ซาลามังกา ราชบัลลังก์กัสติยา
สวรรคต 26 มีนาคม ค.ศ. 1350 (38 พรรษา)
ยิบรอลตาร์
พระราชบิดา พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 แห่งกัสติยา
พระราชมารดา กงส์ตังซาแห่งโปรตุเกส สมเด็จพระราชินีแห่งกัสติยา
พระมเหสี กอนส์ตันซา มานูเอล สมเด็จพระราชินีแห่งกัสติยา
มารีอาแห่งโปรตุเกส สมเด็จพระราชินีแห่งกัสติยา
พระราชบุตร พระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยา
พระเจ้าเอนริเกที่ 2 แห่งกัสติยา (นอกสมรส)
และคนอื่น ๆ

การขึ้นเป็นกษัตริย์ในช่วงวัยเยาว์แก้ไข

พระเจ้าอัลฟอนโซเสด็จพระราชสมภพที่เมืองซาลามังกาในราชอาณาจักรเลออนในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1331 โดยเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 แห่งกัสติยากับพระนางกงส์ตังซาแห่งโปรตุเกส ทรงขึ้นครองบัลลังก์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 1 พรรษาหลังพระราชบิดาเสด็จสวรรคตในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1312 โดยในช่วงที่พระองค์ยังอยู่ในวัยเยาว์ได้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอย่างต่อเนื่อง พระองค์ถูกพาตัวไปอยู่ที่โบสถ์ซานซัลบาดอร์เดอาบิลาเพื่อความปลอดภัยเมื่อขุนนางของพระองค์แตกออกเป็นสองฝ่าย ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามตั้งตนเป็นผู้อบรมเลี้ยงดูกษัตริย์น้อย โดยฝ่ายหนึ่งคืออินฟันเดเปโดร พระปิตุลาของกษัตริย์ที่มีพระราชินีกงส์ตังซาให้การสนับสนุน ส่วนอีกฝ่ายคืออินฟันเตฆวน ลุงของอินฟันเตเปโดร พระโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 แห่งกัสติยา การสิ้นพระชนม์ของพระราชินีกงส์ตังซาทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ การเจรจาต่อรองได้รับข้อสรุปในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1314 ที่ปาลาซูเอโลส โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้พระนางมาริอา เด โมลินา พระมเหสีม่ายของพระเจ้าซันโชที่ 4 เป็นผู้ดูแลพระเจ้าอัลฟอนโซผู้เป็นพระนัดดา

หลังอินฟันเตเปโดรและอินฟันเตฆวนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1319 ขุนนางยังคงแตกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งคือฆวน มานูเอล พระนัดดาของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 (มีศักดิ์เป็นพระปิตุลาชั้นที่สองของกษัตริย์) ส่วนอีกฝ่ายคือมาริอา เด อาโร ชายาม่ายของอินฟันเตฆวนแห่งกัสติยาซึ่งให้การสนับสนุนฆวน เด อาโรผู้เป็นบุตรชายของตน อินฟันเตเฟลิเป พระราชโอรสของพระเจ้าซันโชที่ 4 กับพระนางมาริอา เด โมลินา ซึ่งตอนแรกอยู่ฝ่ายเดียวกับพระมารดาเข้าร่วมเกมแย่งชิงอำนาจตามการชักจูงของฆวน มานูเอล แต่เมื่อพระนางมาริอาให้หลักประกันอันมั่นคงแก่ฆวน มานูเอลด้วยการตั้งเป็นหัวหน้ามหาดเล็กของกษัตริย์ อินฟันเตเฟลิเปจึงหันไปหาฆวน เด อาโร สงครามระหว่างสองฝ่ายอุบัติขึ้นในฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ. 1320 ส่งผลให้พระนางมาริอาต้องเรียกประชุมสภาผู้แทนในปาเลนเซียในเดือนเมษายน ค.ศ. 1321 ปีต่อมาการประชุมสภาผู้แทนในบายาโดลิดตัดสินให้ทุกฝ่ายเป็นผู้อบรมดูแลกษัตริย์ร่วมกัน กระทั่งพระนางมาริอาสิ้นพระชนม์ในเดือนมิถุนายน ความบาดหมางระหว่างอินฟันเตเฟลิเป, ฆวน เด อาโร และฆวน มานูเอล ทำให้ราชอาณาจักรตกอยู่ในวิกฤตในช่วงปี ค.ศ. 1324

การขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างเต็มตัวแก้ไข

 
พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 กับขุนนางของพระองค์ จาก หนังสือว่าด้วยพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์แห่งกัสติยา

กระทั่งในปี ค.ศ. 1324 เมื่อพระเจ้าอันฟอนโซที่ 11 บรรลุนิติภาวะ พระองค์ขึ้นปกครองในฐานะกษัตริย์อย่างเต็มตัว แต่ที่ปรึกษาของกษัตริย์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับอินฟันเตเฟลิเป จึงสร้างความเคลือบแคลงให้แก่ฝ่ายของฆวน เด อาโรและฆวน มานูเอล เพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม กษัตริย์กับที่ปรึกษาจึงเสนอต่อฆวนมานูเอลว่าพระองค์จะสมรสกับธิดาคนใดคนหนึ่งของเขา ฆวน มานูเอลตอบตกลง การอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าอัลฟอนโซกับกอนส์ตันซา ธิดาของฆวน มานูเอล จัดพิธีขึ้นในบายาโดลิดในเดือนกันยายน ค.ศ. 1325 ฆวน เด อาโรพยายามคืนดีกับกษัตริย์ แต่ถูกฆวน มานูเอลขัดขวางจนทำให้กษัตริย์มีคำสั่งประหารชีวิตฆวน เด อาโรใน ค.ศ. 1326 และริบที่ดินของเขามาเป็นรางวัลให้แก่คณะที่ปรึกษาของพระองค์

ไม่นาน ฆวน มานูเอลก็กลับมาเป็นศัตรูกับกษัตริย์อีกครั้งเมื่อรู้ว่ามีความพยายามที่จะทำให้การสมรสของพระองค์กับกอนส์ตันซาถูกประกาศให้เป็นโมฆะ พระเจ้าอัลฟอนโซได้รับข้อเสนอของพระเจ้าอาฟงซูที่ 4 แห่งโปรตุเกสที่ให้พระองค์สมรสกับมารีอา พระราชธิดาของพระองค์ ซึ่งกษัตริย์แห่งกัสติยาได้ตอบตกลง เมื่อฆวน มานูเอลรู้จึงหันไปอยู่ฝ่ายเดียวกับกษัตริย์แห่งกรานาดา ศัตรูของราชอาณาจักรกัสติยา

แม้สมเด็จพระสันตะปาปาจะยังไม่ประกาศให้การสมรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 กับกอนส์ตันซาเป็นโมฆะ แต่กษัตริย์ไปเดินทางไปโปรตุเกสเพื่อสมรสกับมารีอาแห่งโปรตุเกสซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งของพระองค์ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1328 ทั้งคู่มีพระราชบุตรด้วยกัน คือ

  • เฟร์นันโดแห่งกัสติยา (ประสูติ ค.ศ. 1332) สิ้นพระชนม์ในวัยเด็ก
  • เปโดรแห่งกัสติยา (ประสูติ ค.ศ. 1334) กษัตริย์แห่งกัสติยา

การขยายพระราชอำนาจแก้ไข

 
รูปปั้นของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 ในอัลเฆซิรัส

กษัตริย์ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่จนกอบกู้พระราชอำนาจกลับคืนมาได้สำเร็จ นอกจากนี้พระองค์ยังจัดการกับการคุกคามของราชวงศ์มารินิดจากโมร็อกโกในแอฟริกาเหนือ ความขัดแย้งกับสุลต่านราชวงศ์มารินิดที่ได้ส่งกองทหารเข้ามาในคาบสมุทรไอบีเรียในปี ค.ศ. 1338 ทำให้พระเจ้าอัลฟอนโซจับมือเป็นพันธมิตรกับราชอาณาจักรอารากอนและเจนัว ทั้งสองราชอาณาจักรได้ส่งเรือมาปิดช่องแคบยิบรอลตาร์ตามคำโน้มน้าวของกษัตริย์แห่งกัสติยา นอกจากนี้ยังทรงมีพันธมิตร คือ โปรตุเกสที่เข้ามามีส่วนร่วมในสมรภูมิแม่น้ำซาลาโดใกล้กับเมืองตาริฟา (ค.ศ. 1340) ในการสู้รบครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 12 ได้ประกาศสงครามครูเสด กองทหารพันธมิตรซึ่งมีกลุ่มอัศวินต่าง ๆ มาเข้าร่วมด้วยสามารถปราบราชวงศ์มารินิดกับพันธมิตรกรานาดาได้ ชัยชนะดังกล่าวเป็นการยุติการรุกรานคาบสมุทรไอบีเรียของชาวแอฟริกา แม้ปัจจุบันจะยังคงหลงเหลือราชวงศ์มารินิดอยู่ในอัลเชซิรัสและยิบรอลตาร์ก็ตาม ในปี ค.ศ. 1343 พระเจ้าอัลฟอนโซได้พิชิตอัลเฆซิรัส โดยทรงนำเทคโนโลยีปืนใหญ่อันทันสมัยเข้ามาช่วย

เป้าหมายในการปกครองของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 คือการสานต่อนโยบายการปกครองแบบรวมศูนย์ของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 ผู้เป็นพระอัยกา การประกาศใช้ประมวลกฎหมายอัลกาลา (Ordenamiento de Alcalá) ในปี ค.ศ. 1348 เป็นการปฏิรูปกฎหมายและการปกครองครั้งสำคัญ อันนำไปสู่การก่อตั้งกฎหมายศาสจักรโรมันขึ้นในราชอาณาจักร ทรงเพียรพยายามผูกมิตรกับทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษด้วยหวังว่าความเป็นพันธมิตรจะทำให้พระองค์ได้รับการสนับสนุนเป็นกองทัพเรืออันทรงอานุภาพ แต่ทรงหลีกเลี่ยงที่จะสร้างพันธะกับทั้งสองประเทศ

แม้จะไม่ได้โหดเหี้ยมอย่างบ้าคลั่ง แต่พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 ก็มีความเด็ดขาดไร้ความปรานีเมื่อพระองค์ได้สังหารผู้คนด้วยเหตุผลว่าเป็นการทำเพื่อชาติโดยไม่มีการไต่สวน ทรงทอดทิ้งพระนางมารีอาแห่งโปรตุเกสผู้เป็นพระมเหสีไปอยู่กินกับเลโอนอร์ เด กุซมันจนมีบุตรธิดาด้วยกันสิบคน คือ

  • เปโดร อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1330) ลอร์ดแห่งอากิลาร์เดกัมโปโอ
  • ซันโช อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1331) ลอร์ดที่ 1 แห่งเลเดสมา
  • เอนริเกที่ 2 แห่งกัสติยา (เกิด ค.ศ. 1333) กษัตริย์แห่งกัสติยา
  • ฟาดริเก อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1333) ฝาแฝดของเอนริเก เป็นอัศวินซานเตียโกและลอร์ดแห่งอาโร
  • เฟร์นันโด อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1336) ลอร์ดที่ 2 แห่งเลเดสมา
  • เตโย อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1337) ลอร์ดแห่งอากิลาร์เดกัมโปโอ
  • ฆวน อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1341) ลอร์ดแห่งบาดาโฆซและเฆเรซเดลาฟรอนเตรา
  • ฆัวนา อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1342) เลดีแห่งตรัสตามารา
  • ซันโช อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1343) เคานต์ที่ 1 แห่งอัลบูร์เกร์เก
  • เปโดร อัลฟอนโซ (เกิด ค.ศ. 1345)

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 เสด็จสวรรคตในวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1350 ระหว่างกำลังปิดล้อมยิบรอลตาร์ หลังการสวรรคต พระราชโอรสของพระองค์ที่มีกับพระนางมารีอาแห่งโปรตุเกสได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์เป็นพระเจ้าเปโดรที่ 1 ผู้โหดเหี้ยม

อ้างอิงแก้ไข