เปิดเมนูหลัก

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
ศาสนาอิสลาม
อักษรอารบิกเขียนว่า อัลลอฮ์
ประวัติศาสนาอิสลาม
พระเป็นเจ้า
อัลลอฮ์
ศาสดา
มุฮัมมัด
การปฏิบัติ
ปฎิญานตน · ละหมาด· ศีลอด · ซะกาต · ฮัจญ์
บุคคลสำคัญ
มุฮัมมัด · อีซา · มูซา · อิบรอฮีม · นูฮ์
คัมภีร์
อัลกุรอาน · เตารอต · อินญีล · ซะบูร
ธรรมนูญและกฎหมาย
อัลกุรอาน · ซุนนะฮ์ · ชะรีอะฮ์ · ฟิกฮ์
จุดแยกอะกีดะฮ์
ซุนนี · ชีอะฮ์
สังคมศาสนาอิสลาม
เมือง · ปฏิทิน ·มัสยิด· สถาปัตยกรรม · ศิลปะ · บุคคล
ดูเพิ่มเติม
ญิฮาด · ศัพท์ · หมวดหมู่ศาสนาอิสลาม

อามุลฟีล (อาหรับ: عام الفيل‎, ปีช้าง) เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์อิสลามที่อยู่ในช่วงค.ศ.570 มีรายงานว่า เป็นปีที่ศาสดามุฮัมมัด (อาหรับ: مُـحَـمَّـد‎) ถือกำเนิด[1] ชื่อนี้มีที่าจากเหตุการณ์ที่อับรอฮะ กษัตริย์ชาวเยเมนที่อยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรอักซุม เตรียมช้างมาทำลายกะอ์บะฮ์ที่มักกะฮ์[2][3]

นักโบราณคดีได้ค้นพบที่อาระเบียตอยใต้ สันนิษฐานว่าปีช้างน่าจะเกิดขึ้นในปีค.ศ. 569 หรือ 568 เป็นช่วงที่จักรวรรดิแซสซานิด โค่นล้มผู้นำของอาณาจักรอักซุม ในช่วงปีค.ศ.570.[4]

ปีนี้เป็นปีที่อัมมัร อิบน์ ยาซิรถือกำเนิดอีกด้วย[5]

เหตุการณ์แก้ไข

รายงานจากนักประวัติศาสตร์อิสลาม เช่นอิบน์ อิสฮาก เนกุสอับรอฮะได้สร้างโบสถ์ขนาดใหญ่ที่ซานา มีชื่อว่า อัล-กุลัยส์ ซึ่งเป็นคำยืมมาจากภาษากรีก (กรีก: εκκλησία "โบสถ์")

ในสมัยก่อน ชาวอาหรับที่นับถือลัทธินอกศาสนา มาแสวงบุญกันที่มักกะฮ์[1] อับรอฮะได้พยายามที่จะนำพวกเขามาแสวงบุญที่โบสถ์แห่งนี้แทน และเรียกมุฮัมมัด อิบน์ คุซาลี ไปที่มักกะฮ์ กับติฮามะฮ์ให้เรียกร้องให้พวกเขามาที่อัล-กุลัยส์แทนเพราะที่นั่นคือสถานที่ที่ดีกว่าและบริสุทธิ์กว่าบ้านหลังอื่น[1]

อิบน์ อิสฮาก กล่าวต่อว่า มีชายคนหนึ่งจากเผ่ากุเรชโมโห เพราะการกระทำเช่นนี้ จึงไปที่ซานาในตอนกลางคืน แล้วสร้างมลทินที่โบสถ์

เมื่ออับรอฮะรู้เรื่องนี้แล้ว จึงรู้สึกโมโหมาก แล้วนำทหาร 4,000 นาย ไปที่มักกะฮ์ โดยมีช้างขางที่ชื่อว่า"มะฮ์มูด"เป็นตัวนำทาง[6] (และช้างอีกหลายตัว - บางรายงานกล่าวว่ามีช้างอยูประมาณ 8 เชือก[1][4]) เพื่อที่จะทำลายกะอ์บะฮ์ เผ่าอาหรับบางเผ่าได้ต่อสู้กับเขา แต่กลับพ่ายแพ้ไป

เมื่อมาถึงชานเมืองมักกะฮ์ กองทัพของอับรอฮะได้ปล้นฝูงอูฐของอับดุลมุฏฏอลิบ ปู่ของนบีมุฮัมมัดไป 200 ตัว แล้วส่งทูตเข้ามาพบกับอับดุลมุฏฏอลิบ ผู้เป็นหัวหน้าชาวเมืองมักกะฮ์ เพื่อบอกจุดประสงค์ของการยกทัพมาครั้งนี้ว่า เรามาเพื่อถล่มทำลายกะอ์บะฮ์ อับดุลมุฏฏอลิบจึงขอเจรจากับอับรอฮะเป็นการส่วนตัว เมื่ออับดุลมุฏฏอลิบเข้าพบอับรอฮะ เขาก็ขอร้องให้อับรอฮะคืนอูฐที่ทหารปล้นไป อับรอฮะจึงแปลกใจเหตุใดจึงไม่ได้ขอร้องเรื่องกะอ์บะฮ์ อับดุลมุฏฏอลิบกล่าวว่า "อูฐเป็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงมาทวง ทว่ากะอ์บะฮ์เป็นของอัลลอฮ์ จึงเป็นหน้าที่ของพระองค์ที่จะพิทักษ์ หรือจะปล่อยให้ชะตาของมันอยู่ในมือของท่าน" อับรอฮะรู้สึกแปลกใจในคำตอบนั้น จึงคืนอูฐทั้งหมดให้อับดุลมุฏฏอลิบ

เมื่ออับดุลมุฏฏอลิบกลับไป ก็ป่าวประกาศให้ชาวมักกะฮ์หลบหนีออกจากเมืองแล้วไปซ่อนตัวตามภูเขาต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ไพร่พลของอับรอฮะทำร้าย เมื่อกองทัพของอับรอฮะเข้ามาถึงมักกะฮ์ ก็ปรากฏว่ามีฝูงนกบินว่อนเหนือเมืองจนมืดฟ้ามัวดิน แล้วนกแต่ละตัวก็ทิ้งก้อนหินลงมา จนทำให้ไพร่พลของอับรอฮะล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวอาหรับเริ่มเกรงกลัวอัลลอฮ์อยู่ในใจ[7]

ชีอะฮ์แก้ไข

รายงานจากฮะดีษ อัลกาฟี เล่ม 1 อิหม่ามอะลีเกิดในปีที่ 30 ของปีช้าง[8] และเสียชีวิตในปี ฮ.ศ.40[9]

ข้อมูลอื่นแก้ไข

เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ที่ 105 มีชื่อว่า อัล-ฟีล (อาหรับ: الـفِـيـل‎, "ช้าง")

นักวิชาการบงท่านได้กล่าวว่าปีช้างน่าจะเกิดก่อนปี ค.ศ.570 อยู่ประมาณหนึ่งหรือสองทศวรรษ[10] โดยมีหลักฐานจากอิบน์ ชิฮาบ อัล-ซุฮรีว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่พ่อของมุฮัมมัดจะถือกำเนิด[11]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Hajjah Adil, Amina, "Prophet Muhammad", ISCA, Jun 1, 2002, ISBN 1-930409-11-7
  2. "Abraha." Archived 2016-01-13 at the Wayback Machine. Dictionary of African Christian Biographies. 2007. (last accessed 11 April 2007)
  3. Walter W. Müller, "Outline of the History of Ancient Southern Arabia," in Werner Daum (ed.), Yemen: 3000 Years of Art and Civilisation in Arabia Felix. 1987. Archived 2014-10-10 at the Wayback Machine.
  4. 4.0 4.1 William Montgomery Watt (1961). Muhammad: Prophet and Statesman, Oxford: Oxford University Press, p. 7.
  5. Azmayesh, Seyed Mostafa (2015). New Researchers on the Quran: Why and how two versions of Islam entered the history of mankind. United Kingdom: Mehraby Publishing House. p. 262. ISBN 9780955811760.
  6. Kistler, John M. ; foreword by Richard Lair (2007). "The Year of The Elephant". War elephants. Lincoln: University of Nebraska Press. p. 177. ISBN 0803260040. Archived from the original on 2016-01-09. The lead elephant, named Mahmud, stopped and knelt down, refusing to go further.
  7. ประวัติศาสตร์อิสลาม เล่ม 1 หน้า 97 - 98
  8. "The birth of El Imam Ali related to the year of the elephant". balaghah.net. สืบค้นเมื่อ 24 July 2018.
  9. Al-Islam, Thiqatu (2015). Al-Kafi (Second ed.). New York: Islamic Seminary Inc. p. 457. ISBN 978-0-9914308-6-4. Archived from the original on 2017-10-27.
  10. Esposito, John L. (1995). The Oxford Encyclopedia of the Modern Islamic World: Libe-Sare. Oxford University Press. p. 154. ISBN 978-0195096149.
  11. ibn Rashid, Mamar. The Expeditions: An Early Biography of Muhammad. Translated by Sean W. Anthony. NYU Press. p. 3-5. ISBN 978-0814769638.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข