ทองใส ทับถนน

ทองใส ทับถนน ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน (พิณ) ปี พ.ศ. 2555 เป็นนักดนตรีพิณและนักแต่งเพลงชาวไทยที่มีชื่อเสียง และอดีตสมาชิกวงเพชรพิณทอง

ทองใส ทับถนน
ทองใส ทับถนน มือพิณนิ้วเพชร.jpg
สารนิเทศภูมิหลัง
เกิด14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 (73 ปี)
คู่สมรสประมวล ทับถนน
อาชีพศิลปินพื้นบ้าน , นักดนตรี , นักแสดง
ปีที่แสดงพ.ศ. 2513-ปัจจุบัน
ผลงานเด่นประยุกต์พิณไฟฟ้าคนแรกของประเทศไทย

ประวัติแก้ไข

ทองใส ทับถนน เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ที่บ้านหนองกินเพล ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนายปิ่น ทับถนน กับนางหนู ทับถนน ผู้เป็นบิดานั้นมีความสามารถโดดเด่นด้านหมอลำพื้นบ้าน และการแสดงหนังบักตื้อ (หนังปราโมทัย) และนายปิ่น ทับถนนยังเป็นลูกศิษย์ของหมอลำทองคำ เพ็งดี ผู้มีชื่อเสียงด้านลำกลอนในสมัยนั้น ทองใส ทับถนนเริ่มฝึกดีดพิณเมื่ออายุ 4 ปี  โดยมีครูบุญ บ้านท่างอย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ฝึกสอนการดีดพิณเป็นคนแรก จนอายุได้ 8 ปี จึงได้เล่นพิณประกอบคณะหมอลำของนายปิ่น ทับถนน ผู้เป็นพ่อ จากนั้นจึงได้เรียนรู้ลายพิณโบราณกับครูบุญชู โนนแก้ว แห่งบ้านโนนสังข์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ศิลปินมือพิณพื้นบ้านตาพิการ  เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้ตระเวนเล่นดนตรีกับคณะหมอลำปิ่น ทับถนนเรื่อยมา[1]

พ.ศ. 2511 เมื่ออายุได้ 21 ปี ได้เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์ที่กองพันทหารปืนใหญ่ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้มีโอกาสเป็นนักดนตรีวงดนตรีสากลประจำกองพันทหารปืนใหญ่  ได้นำพิณมาประยุกต์กับดนตรีสากลสมัยใหม่ และเรียนรู้การเล่นดนตรีตามแบบสากลนับแต่นั้นเป็นต้นมา สมรสกับนางประมวล ทับถนน (สกุลเดิมจันไตร) มีบุตรธิดา 3 คน ได้แก่

  1. นางพิณทอง มณีเนตร
  2. นายสีแพร ทับถนน
  3. นางบุญสวย ทับถนน

ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 8 บ้านหนองกินเพล ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

คุณวุฒิแก้ไข

เข้าสู่วงการแก้ไข

หลังพ้นเกณฑ์ทหารในปี พ.ส. 2513 ครูทองใส ทับถนนจึงกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดและได้สมัครเข้าเป็นนักดนตรีคณะ ลูกทุ่งอีสาน ของนายนพดล ดวงพร  ภายใต้ฉายา ทองใส หัวนาค ทั้งนี้เพราะมีพิณแกะสลักเป็นรูปพญานาคเป็นเครื่องดนตรีคู่กาย

พ.ศ. 2514 นพดล ดวงพร ได้รับเชิญให้นำวงดนตรีลูกทุ่งอีสานประยุกต์ไปแสดงถวายหน้าพระที่ประทับที่เขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ครูนพดล ดวงพร ร่วมกับครูทองใส ทับถนน ได้ถวายพิณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงตรัสว่า  “เพชรนี้เป็นเพชรน้ำเอก” ของเครื่องดนตรีอีสาน ยังความปลื้มปิติแก่นพดล ดวงพร และชาวคณะเป็นอย่างมาก จึงได้เปลี่ยนชื่อวงดนตรี ลูกทุ่งอีสาน พิณประยุกต์ มาเป็นวง  เพชรพิณทอง  ซึ่งถือว่าเป็นนามมงคลอันเกิดจากการถวายพิณในครั้งนั้น

ต่อมาได้นำเอาคอนแทรกไฟฟ้ามาประกอบกับพิณ และถือว่าเป็นพิณไฟฟ้าตัวแรกของเมืองไทย และได้เล่นดนตรีกับวงดนตรีเพชรพิณทอง ตลอดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนได้ยุติวง

 
รางวัลศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน (พิณ) พ.ศ. 2555 ที่สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รางวัล และการเชิดชูเกียรติแก้ไข

  • พ.ศ. 2543 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินดีเด่นสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีอีสาน) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ. 2544 ได้รับประกาศเกียรติคุณผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมวัฒนธรรมดีเด่น จากสำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตการศึกษา 10
  • พ.ศ. 2545 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรม (ดนตรีพื้นบ้าน-พิณอีสาน) รุ่นที่ 2 ปี พ.ศ. 2545[2]
  • วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ชั้นเหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ (ร.ง.ภ.)
  • วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2547 ได้รับรางวัลสุดยอดศิลปินอีสาน ประเภทพิณอีสาน เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • พ.ศ. 2555 ได้รับรางวัลศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน (พิณ) พ.ศ. 2555 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น[3]
  • พ.ศ. 2556 ได้รับรางวัลสุกรีเจริญสุข ผู้ทำดีความดีเพื่อสังคม สาขาการส่งเสริมดนตรี
  • พ.ศ. 2558 ได้รับยกย่องเชิดชูเป็นมูนมังเมืองอุบลราชธานี สาขาศิลปะการแสดง[4]
  • พ.ศ. 2562 ได้รับรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ประจำปี 2562 ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผลงานการแต่งเพลงแก้ไข

นอกจากการแต่งคำร้องในผลงานเพลงทั้งหมดของตัวเองแล้ว ทองใส ทับถนน ยังได้แต่งคำร้องให้กับเพื่อชีวิตคนอื่น ๆ เช่น เบอนัวต์ โสภาสาต, แดนเซอร์ แคท รัตติกาล, คาราวาน, คาราบาว, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, สีเผือก คนด่านเกวียน, ซูซู, โฮป เป็นต้น ทองใส ทับถนน มีผลงานการแต่งเพลงกว่า 69 เพลง เช่น

  • เบอนัวต์ โสภาสาต & แดนเซอร์ แคท รัตติกาล
    • ตลอดเวลา
    • แค่นั้น
    • เสมอ
    • นักเดินทาง
    • แม้เราจะไม่พบกัน
    • ฉันเป็นดอกไม้
    • พเนจร
    • คืนรัง
    • ไถ่เธอคืนมา
    • อยู่ตรงนี้
    • 25 ปี มีหวัง
    • โยโกฮาม่า
    • ใจเกินร้อย
    • ใจบงการ
    • พ่อเป็นกรรมกร
    • วาดชีวิต
    • ยังคอย
  • คาราวาน
    • คนกับควาย
    • ดอกไม้ให้คุณ
    • ฉันเป็นดอกไม้ (ร่วมกับ เบอนัวต์ โสภาสาต, แดนเซอร์ แคท รัตติกาล, คาราบาว, โฮป)
    • เปิบข้าว
    • ถนนมิตรภาพ
    • ฉันคือประชาชน
  • คาราบาว
    • หนุ่มลำมูล
    • กัญชา
    • จับกัง
    • คนเก็บฟีน
    • เรฟูจี
    • นางงามตู้กระจก
    • สัญญาหน้าฝน
    • สบายกว่า
    • หนุ่มสุพรรณ
    • สัจจะ 10 ประการ
    • กำลังใจแรงงาน
    • 20 ปี คาราวาน
    • ฉันเป็นดอกไม้ (ร่วมกับ เบอนัวต์ โสภาสาต, แดนเซอร์ แคท รัตติกาล, หงา คาราวาน, โฮป)
    • เช กูวาร่า
    • รักนี้มีแต่เธอ
    • พออยู่พอกิน
    • ลมพัดใจเพ
    • เดือนแรม
    • ทานตะวัน
  • พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
    • นกเขาไฟ
    • ตายหยังเขียด
    • คนกับหมา
    • ลำตะคอง
    • วันเวลา
    • เพียงลมพัดผ่าน
    • ตรงเส้นขอบฟ้า
    • ด.ญ.ปรางค์
    • คนจนรุ่นใหม่
    • คิดถึงบ้าน
    • ลมรำเพย
    • คนที่เรารัก
    • หนุ่มก่อสร้าง
    • ต้นขับขี่
    • เป็นตำรวจ
    • จ.รอคอย
    • สายเกินไป
    • ความมั่นใจ
  • สีเผือก คนด่านเกวียน
    • กุหลาบปากซัน
    • ความรัก
    • คนเล่นกล
    • หัวใจแหว่ง
    • ดิน น้ำ ลม ไฟ
    • เดือนเพ็ญ
    • เธอผู้เสียสละ
    • สาวส่งออก
    • คนฟั่นเฟือน
  • โฮป
    • ก็ไม่เป็นไร
    • จากใจ
    • ปรารถนา
    • เธอ
    • กำลังใจ
    • จำได้เสมอ
    • มัดรวมกัน
    • นกเขาน้อย
    • ฉันเป็นดอกไม้ (ร่วมกับ เบอนัวต์ โสภาสาต, แดนเซอร์ แคท รัตติกาล, หงา คาราวาน, คาราบาว)
  • ซูซู
    • ใครสักคน
    • ปะการัง
    • คนเค็ม เลคาว
    • อยู่คนเดียว
    • ดอกไม้พฤษภา
    • ไม่เจ็บได้ไง
    • ไปสาเหล้า
    • อยากมีเมีย

ผลงานแก้ไข

มีมากกว่า 50 ชุด อาทิ

  • ชุดปู่ป๋าหลาน
  • ชุดลำเพลินโบราณ
  • ชุดแข่งเรือยาว
  • ชุดบุญกัณฑ์หลอน
  • ชุดแห่บุญผะเหวด

อ้างอิงแก้ไข

  1. https://sites.google.com/site/palmubon34160/bukhkhl-thi-michux-seiyng-khxng-canghwad-xublrachthani
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2019-06-04. สืบค้นเมื่อ 2019-06-04.
  3. https://sites.google.com/view/morradokisan-db/%E0%B8%9B-55/%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AA-%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99
  4. http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/esaninfo/?p=593