เปิดเมนูหลัก

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (อังกฤษ: Khon Kaen University; อักษรย่อ: มข.) เดิมชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[1] เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2510 และสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509[2] ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2552

มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Khon Kaen University
KKU Emblem.png
ชื่อย่อมข. / KKU
คติพจน์วิทยา จริยา ปัญญา
สถาปนา25 มกราคม พ.ศ. 2509 (53 ปี)
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดีรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล
นายกสภาฯดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี
จำนวนผู้ศึกษา39,506 คน
ที่ตั้งวิทยาเขตหลัก
123 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง
อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40002 (5,500 ไร่)

วิทยาเขตหนองคาย
112 หมู่ 7 ถนนมิตรภาพ ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย
จังหวัดหนองคาย (3,413 ไร่)
สถานีทดลองและฝึกอบรมเกษตรกรรม
จังหวัดร้อยเอ็ด (1,170 ไร่)
สถานีฟาร์มฝึกนักศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์
จังหวัดเลย (2,106 ไร่)

สถานีทดลองและฝึกอบรม เขื่อนจุฬาภรณ์
จังหวัดชัยภูมิ (70 ไร่)
ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ม.ภ.น.)
North-East University (NEU)
สีประจำสถาบัน██ สีดินแดง
เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยขอนแก่น,
มาร์ชกาลพฤกษ์
เว็บไซต์www.kku.ac.th
Logo-KKU.png

การจัดการเรียนการสอนนั้นครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศทางด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมทางด้านการวิจัย[3] มหาวิทยาลัยขอนแก่นเปิดหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 330 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก 72 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี 105 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร โดยสัดส่วนสาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีกับระดับบัณฑิตศึกษา เท่ากับ 3.0 : 7.0 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ/ภาษาอังกฤษ ร้อยละ 11.21[4] มีนักศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้วประมาณ 40,000 คน และมีบุคลากรสายวิชาการ 2,075 คน มีตำแหน่งทางวิชาการ ระดับศาสตราจารย์ 32 คน รองศาสตราจารย์ 508 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 619 คน และอาจารย์ 916 คน[5] เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการสอบแข่งขันเข้าเรียนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[6]

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

 
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
พิธีปฐมนิเทศนักศึกษา พ.ศ. 2511

ในปี พ.ศ.2484 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล โดยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายและโครงการที่จะขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ส่วนภูมิภาค สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ในระหว่างนั้น ได้เกิดสงครามเอเชียบูรพา ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจเข้าร่วมกับญี่ปุ่นต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงทำให้การจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยุติลงในปี พ.ศ.2503 รัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการทบทวนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนี้อีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ.2505 จึงได้มีมติให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ขึ้น ที่จังหวัดขอนแก่น เสนอชื่อสถาบันแห่งนี้ว่า "สถาบันเทคโนโลยีขอนแก่น" และเสนอชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Khon Kaen Institute of Technology" มีชื่อย่อว่า K.I.T. หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อสถาบันนี้เป็น "มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" มีชื่อย่อว่า "North-East University หรือ N.E.U" เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีหน่วยราชการใด ที่จะรับผิดชอบการดำเนินการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง รัฐบาลจึงได้มีมติให้สภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการหาสถานที่ จัดร่างหลักสูตร ตลอดจนการติดต่อความช่วยเหลือจากต่างประเทศ [7]

ในปี พ.ศ.2506 คณะอนุกรรมการได้ตกลงเลือกบ้านสีฐานเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยในเนื้อที่ ประมาณ 5,500 ไร่ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 4 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ได้มีการลงรกฐานก่อสร้างอาคาร "คณะวิทยาศาสตร์ - อักษรศาสตร์"[8] สำนักงานจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ได้รับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรุ่นแรก ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2507[9] จำนวนทั้งสิ้น 107 คน โดยแยกเป็นนักศึกษาเกษตรศาสตร์ 49 คน และวิศวกรรมศาสตร์ 58 คนโดยฝากเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน)

ปี พ.ศ.2508 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น "มหาวิทยาลัยขอนแก่น"[2] ตามชื่อเมืองที่ตั้ง และได้โอนกิจการจากสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี

ปี พ.ศ.2509 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509 ซึ่งถือเป็น วันสถาปนามหาวิทยาลัย อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัย จอมพล ถนอม กิตติขจร และนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น ได้ประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และพิจารณาแต่งตั้งให้:

  1. ฯพณฯ พจน์ สารสิน เป็นอธิการบดี
  2. ศาสตรจารย์ พิมล กลกิจ เป็นรองอธิการบดี, ผู้รักษาการคณบดีคณะวิทยาศาสตร์-อักษรศาสตร์ และคณะ เกษตรศาสตร์
  3. ศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เพียรวิจิตร เป็นผู้รักษาการคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์[10]

และในปีเดียวกันนี้ ได้ย้ายนักศึกษาที่ฝากเรียนไว้ที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) มาศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในสถานที่ปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2510 [11]

มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีพัฒนาการมาโดยลำดับนับจากวันแรกก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งพัฒนาการของมหาวิทยาลัยเป็น ๓ ยุคคือ

 ยุคที่หนึ่ง : ในช่วงทศวรรษที่ ๑ และ ๒ เป็นช่วงยุคของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งภูมิภาคของประเทศ (พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๒๖)

ทศวรรษที่ ๑ ทศวรรษแห่งการก่อตั้ง (พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๑๖)

มหาวิทยาลัยขอนแก่นในยุคเริ่มก่อตั้ง มี ๓ คณะวิชาคือคณะ เกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ - อักษรศาสตร์ โดยคณะเกษตรศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษารวม ๑๐๗ คน ส่วนคณะวิทยาศาสตร์-อักษรศาสตร์ เป็นคณะวิชาที่เปิดสอนวิชาพื้นฐานจึงยังไม่ได้เปิดรับนักศึกษา ในทศวรรษที่ ๑ นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีรุ่นแรกในปีการศึกษา ๒๕๑๐ จำนวนทั้งสิ้น ๕๙ คน จากนั้นได้ขยายไปสู่การจัดตั้งคณะวิชาเพิ่มอีก ๓ คณะวิชาคือ คณะศึกษาศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ โดยลำดับ

ทศวรรษที่ ๒ ทศวรรษแห่งการขยายตัว (พ.ศ. ๒๕๑๗ - ๒๕๒๖)

เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขยายการศึกษาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งคณะวิชาในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเพิ่มขึ้น ๔ คณะวิชา คือ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ และจัดตั้งคณะ วิชาในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อีก ๑ คณะวิชาคือ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และเพื่อรองรับการขยายตัวทางการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้จัดตั้ง สำนักวิทยบริการ สถาบันวิจัยและพัฒนา และบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนภารกิจสนับสนุนการจัดการศึกษาและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

ยุคที่สอง : ในช่วงทศวรรษที่ ๓ และ ๔ เป็นช่วงยุคของ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ (พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๔๖)

ทศวรรษที่ ๓ ทศวรรษแห่งการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง (พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๖)

ในช่วงต้นของทศวรรษนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งคณะวิชาและหน่วยงานเพิ่มขึ้นหลายส่วนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ คณะเทคโนโลยี คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานีและวิทยาลัยสุรนารี ซึ่งต่อมามีพัฒนาการไปเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีโดยลำดับ

ทศวรรษที่ ๔ ทศวรรษแห่งมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๔๖)

ในช่วงทศวรรษนี้ เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีคณะวิชาที่ครอบคลุมในหลายสาขาวิชา นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ของภูมิภาค โดยในช่วงทศวรรษนี้ได้จัดตั้งวิทยาเขตหนองคาย คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ และจัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักทะเบียนและประมวลผล สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง และสถาบันสันติศึกษา

ยุคที่สาม : ในช่วงทศวรรษที่ ๕ เป็นช่วงยุคของการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย และมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน

(พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๖)

ทศวรรษที่ ๕ ทศวรรษของมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย และ มหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน  (พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๖)

        ในช่วงทศวรรษนี้เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความเข้มแข็งทางการวิจัย จากการพัฒนางานวิจัยโดยต่อเนื่องในช่วงปลายทศวรรษที่ ๔  และมีปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยเฉพาะทางในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยก้าวสู่ระบบการประเมินอย่างเข้มข้น ทั้งจากองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระจากภายนอก เป็นช่วงที่มีการปรับโครงสร้างการบริหารงานในสำนักงานอธิการบดีและคณะวิชา มีการขยายตัวทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยนานาชาติ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มีการควบรวมศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะแพทยศาสตร์ และจัดตั้งส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย โดยจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์บูรณาการ คณะบริหารธุรกิจ และคณะศิลปศาสตร์

ปี พ.ศ. 2558 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยขอนแก่น [12] ส่งผลทำให้มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

ตราประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

 
ตราประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ลักษณะตราสัญลักษณ์เป็นตามแนวคิดของพระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) ซึ่งให้นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ เป็นผู้ยกร่าง ในชั้นแรกนั้นเป็นรูปพระธาตุพนม ทั้งสองข้างมีลายช่อกนกเปลวลอย ส่วนล่างสุดขององค์พระธาตุเป็นชื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นบนแพรแถบ ต่อมาพระยาอนุมานราชธนได้นำร่างดังกล่าวปรึกษาหาหรือกับผู้ออกแบบและท่านผู้รู้แห่งราชบัณฑิตยสถาน เห็นสมควรให้ปรับปรุงแก้ไขลายกนกเป็นรูปเทวดาอัญเชิญมิ่งขวัญสิริมงคลพนมประทานสู่สถาบัน และเปลี่ยนแถบแพรป้ายชื่อเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่บนขอนไม้ พื้นหลังแบ่งเป็น ๓ ช่อง มีความหมายถึง คุณธรรมของนักศึกษา ๓ ประการ ได้แก่
วิทยา คือ ความรู้ดี
จริยา คือ ความประพฤติดี
ปัญญา คือ ความฉลาด เกิดแต่การเรียนดี และคิดดี

สาเหตุที่กำหนดให้พระธาตุพนมเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้น เนื่องจากตระหนักว่าพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานสำคัญ เป็นมิ่งขวัญสิริมงคลอันเป็นที่เคารพบูชาของ ชาวไทย-ลาว ทั้งสองฝั่งโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็เช่นเดียวกัน ที่จะต้องเป็นศูนย์รวมความคิด สติปัญญาของสังคมและเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศาสตราจารย์พิมล กลกิจ ได้เดินทางไปนมัสการพระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กนฺโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อทำพิธีขออนุญาตเชิญรูปพระธาตุพนมมาเป็นตราสถาบันอย่างถูกต้องและเป็นทางการแต่เพียงสถาบันเดียว ในปี ๒๕๐๙ นับตั้งแค่นั้นมา ตราพระธาตุพนมก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำสถาบันการศึกษาแห่งนี้[13]

สีประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

คือ สีดินแดง[14] อันมีความหมายโยงไปถึงลักษณะ และภูมินามของพื้นที่ซึ่งเป็นเนินดินลูกคลื่นสีแดงหรือที่เรียกว่า "มอดินแดง" อันซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย “มอ” ในความหมายของภาคอีสาน หมายถึงพื้นที่เนินดินสูงที่มีสีแดง อีกนัยหนึ่งมอดินแดง ก็คือ สมญานามของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่คนรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีดินสีแดงเป็นส่วนใหญ่[15]

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

คือ ต้นกาลพฤกษ์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Cassia bakeriana Craib วงศ์ FABACEAE (ชื่อวงศ์เดิม LEGUMINOSAE) เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปลูกพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดย่อม พุ่มใบแบนกว้าง ดอกสีชมพู เมื่อโรยจะกลายเป็นสีขาว ออกดอกเป็นช่อช่วงฤดูหนาว เรียกกันมาแต่ดั้งเดิมว่า “กาลพฤกษ์” ด้วยเหตุที่ต้นไม้นี้ในปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะทิ้งใบทั้งต้น ให้ดอกสีชมพูระเรื่อสลับขาว ดอกกาลพฤกษ์บานคราใดก็ถึงเวลาสอบไล่ ปิดปลายภาคและจบการศึกษา หมายถึงสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่รุ่นพี่กำลังจะจบการศึกษาต้องออกสู่สังคมเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศ และเป็นช่วงที่น้องใหม่กำลังจะเข้ามาศึกษาและใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย เป็นเสมือนต้นไม้แห่งกาลเวลา ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และถือเป็นต้นไม้ประจำสถาบันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[16]

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง

ในระยะแรกๆนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง คณาจารย์ประสบอุบัติเหตุทางรถเสียชีวิตหลายท่าน คนงานถูกรถชนตาย นักศึกษาแตกแยกกัน จึงมีการจัดสร้างศาลเจ้าพ่อมอดินแดงขึ้นมาในสมัยศาสตราจารย์พิมล กลกิจ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยทำพิธียกศาลในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2509 ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงจึงได้เป็นที่เคารพสักการะ และนักศึกษาใหม่ต้องทำพิธีไหว้เจ้าพ่อมอเพื่อฝากตัวเป็นลูกเจ้าพ่อมอดินแดงทุกคน [17]

ปี 2547 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินการก่อสร้าง ศาลาธรรมสถาน เจ้าพ่อมอดินแดงขึ้นใหม่โดยนับเนื่องเข้าเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมฉลองในวาระที่มหาวิทยาลัยสถาปนามาครบ 40 ปี ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแกนนำในการดำเนินงาน

การบริหารแก้ไข

ทำเนียบอธิการบดีแก้ไข

ทำเนียบอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. พจน์ สารสิน 14 มิถุนายน พ.ศ. 2509 - 9 เมษายน พ.ศ. 2512 [18][19]
2. ศาสตราจารย์ ดร.พิมล กลกิจ 10 เมษายน พ.ศ. 2512 - 2 กันยายน พ.ศ. 2512 (รักษาการแทนฯ)

3 กันยายน พ.ศ. 2512 - 2 กันยายน พ.ศ. 2518 [20] [21][22]

3. นิล มณีโชติ 3 กันยายน พ.ศ. 2518 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2518 (รักษาการแทนฯ)
4. หม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2518 - 11 ธันวาคม พ.ศ. 2518 (รักษาการแทนฯ)
5.ศาสตราจารย์ นายแพทย์ กวี ทังสุบุตร 12 ธันวาคม พ.ศ. 2518 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ)
12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 - 1 มกราคม พ.ศ. 2523
6. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นพดล ทองโสภิต 5 มิถุนายน พ.ศ. 2519 - 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ)
20 กันยายน พ.ศ. 2526 - 19 กันยายน พ.ศ. 2529 [23]
20 กันยายน พ.ศ. 2532 - 19 กันยายน พ.ศ. 2535[24]
7. ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 - 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ)
8. ศาสตราจารย์ นาวาตรี ดร.กำจร มนุญปิจุ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ)
9. ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 - 13 กันยายน พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ)
10.ศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เพียรวิจิตร 14 กันยายน พ.ศ. 2521 - 13 ตุลาคม พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ)
14 ตุลาคม พ.ศ. 2521 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2522[25]
11. รองศาสตราจารย์ ดร.เทอด เจริญวัฒนา 22 ตุลาคม พ.ศ. 2521 - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 (รักษาการแทนฯ)
2 มกราคม พ.ศ. 2523 - 19 กันยายน พ.ศ. 2526 (รักษาการแทนฯ)
12. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมพร โพธินาม 20 กันยายน พ.ศ. 2529 - 19 กันยายน พ.ศ. 2532 [26]
13. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วันชัย วัฒนศัพท์ 20 กันยายน พ.ศ. 2535 - 19 กันยายน พ.ศ. 2538[27]
14. รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ 20 กันยายน พ.ศ. 2538 - 19 กันยายน พ.ศ. 2541 [28]
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 [29]
15. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุชาติ อารีมิตร 20 กันยายน พ.ศ. 2541 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 (รักษาการแทนฯ)
16. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เภสัชกร ดร.สุมนต์ สกลไชย 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 [30][31]
17. รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554- 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 [32][33]
18. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชาญชัย พานทองวิริยะกุล 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน (รักษาการแทนฯ)

ทำเนียบนายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย 22 คณะ 4 วิทยาลัย และ 1 วิทยาเขต สามารถอำนวยการสอนได้ 71 หลักสูตร 330 สาขาวิชาดังนี้

ปัจจุบันประกอบด้วยส่วนงานทางวิชาการ ที่จัดการเรียนการสอนดังนี้

งานวิจัยแก้ไข

การวิจัยแก้ไข

จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คือ “มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก” ผนวกกับปณิธานและปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็น “ศูนย์รวมทางความคิด เป็นสติปัญญาของสังคม ยึดมั่นในความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นกลไกในการพัฒนาให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการทุกสาขา” จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ หลายหน่วยงาน อาทิเช่น สำนักบริหารการวิจัย สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์วิจัยเฉพาะทาง จำนวน 25 ศูนย์วิจัย กลุ่มวิจัย จำนวน 20 กลุ่ม และเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยให้แก่บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดให้มีการจัดตั้งกองทุนวิจัย 40 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีกองทุนอื่นๆอีกหลายกองทุน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดตั้งหน่วยงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายหน่วยงาน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความร่วมมือกับองค์กรระดับชาติและนานาชาติกว่า 160 หน่วยงาน จาก 25 ประเทศทั่วโลก โดยได้แลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร เครื่องมือ ห้องทดลอง และองค์ความรู้ต่างๆ

ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูล ISI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2562 มีทั้งสิ้น 12,982 เรื่อง[35]

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อแก้ไข

ระดับปริญญาตรีแก้ไข

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ระบบ Admission กลาง โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-Net) โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาเลือกคณะและสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการโดยผ่านทางการคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • เว็บไซต์การรับบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นในระดับปริญญาตรี คลิกที่นี่

ระดับปริญญาโทแก้ไข

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท[36]

  • การสอบคัดเลือก เป็นการสอบคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาต่างๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดสอบเอง
  • การคัดเลือก เป็นการคัดเลือกครูประจำการที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาวิชาต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน

ระดับปริญญาเอกแก้ไข

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก โดยคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกสาขาวิชาต่างๆ โดยการพิจารณาของมหาวิทยาลัย หรือสามารถสมัครสอบผ่านทางเว็บไซต์ได้[36]

อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัยแก้ไข

การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัยแก้ไข

สำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class TQC) ประจำปี 2561 แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่ผ่านทุกตัวชี้วัดคว้ารางวัลนี้มาได้[37] ซึ่งก่อนหน้านี้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยเคยยื่นขอแต่ไม่สามารถผ่านตัวชี้วัดที่เข้มข้นได้ ทั้งนี้รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ถือเป็นรางวัลระดับโลก (World Class) เนื่องจากมีกระบวนการตัดสินรางวัลเช่นเดียวกับรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ The Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) ซึ่งเป็นต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอีกกว่า 80 ประเทศทั่วโลก [38]

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้เข้าประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี 2549 กล่าวได้อย่างชัดเจนว่า ได้ดำเนินการตามมาตรฐานของ สมศ. ทั้ง 8 มาตรฐาน ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับประเด็นที่คณะผู้ประเมินฯ นำเสนอเป็นข้อสังเกตข้อเสนอแนะในรายละเอียดผลการประเมิน ทั้งในภาพรวมและจำแนกการจำแนกของหน่วยงานในแต่ละเอกสารนั้น หากมหาวิทยาลัยสามารถนำไปวิจัย และสังเคราะห์เพื่อให้เกิดรูปธรรมการดำเนินงานในอนาคตด้วยแล้ว จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเร่งเสริมคุณภาพในการดำเนินงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี เป็นมหาวิทยาลัยที่ "ดีเลิศด้านการสอน ดีเยี่ยมด้านการวิจัย"[39]

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ได้จัดการประกวดระบบประกันการคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2550 โดยให้สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลมาตรฐานเป็น สื่อกลางในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพแก่สถาบันอื่นๆ ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมประกวดจำนวน 25 แห่ง โดยเป็นสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 20 แห่ง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 4 แห่ง สังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นชนะการประกวดสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐาน ติดอันดับ 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษา 25 แห่งทั่วประเทศ [40]

อันดับมหาวิทยาลัยแก้ไข

ดูบทความหลักที่: อันดับมหาวิทยาลัยไทย

ไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ ได้ประกาศผลอันดับมหาวิทยาลัย รางวัล “THE Social Impact Ranking 2019” หรือมหาวิทยาลัยที่ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมพบว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 101-200 ของโลก และอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 [41] เมื่อปี 2550 ไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ เคยจัดอับดับสาขา เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และ ศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยที่วิทยาศาสตร์สุขภาพ อยู่ลำดับที่ 273 วิทยาศาสตร์ อยู่ลำดับที่ 426 และด้านสังคมศาสตร์ อยู่ลำดับที่ 492 ส่วนในปี 2551 จัดอับดับให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ลำดับที่ 521 ของโลก และอันดับ 21 ของอาเซียน[42]

เว็บโอเมตริกซ์ ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี พ.ศ. 2558 โดยจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก อันดับ Webometrics จะบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสถาบัน โดยพิจารณาจากจำนวน Link ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บนั้น ๆ จากเว็บภายนอกโดยวัดจากการสืบค้นด้วย Search Engine และนับจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ในกลุ่มของไฟล์ .pdf .ps .ppt และ .doc และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง (Citation) แบบออนไลน์ผ่านกูเกิลสกอลาร์ (Google Scholar) โดยจะจัดอันดับปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ เดือนมกราคม และ เดือนกรกฎาคม โดยล่าสุดการจัดอันดับรอบที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 5 ของประเทศไทย และอันดับที่ 578 ของโลก

SCImago Institutions Ranking (SIR) เป็น การจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งจะไม่ใด้นับเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่จะนับสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี วิทยาลัย โรงพยาบาล เป็นต้น โดยล่าสุดปี พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 5 ของประเทศไทย และอันดับที่ 389 ของโลก [43]

Centrum voor Wetenschap en Technologie Studies (CWTS) หรือ CWTS Leiden University เป็นการจัดอันดับโดยอาศัยข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของ Web of Science ซึ่งเป็นฐานข้อมูลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งหมด 842 มหาวิทยาลัย จาก 53 ประเทศทั่วโลก ปี พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 4 ของประเทศไทย และอันดับที่ 754 ของโลก [44]

Nature Index จัดโดยวารสารในเครือ Nature Publishing Group ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก โดยการนับจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่อปีในวารสารที่ในเครือ Nature Publishing Group โดยล่าสุดปี พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 18 ของประเทศไทย และอันดับที่ 57 ของโลก

www.4icu.org หรือ 4 International Colleges & Universities (4icu.org) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดอันดับความนิยมของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยนานาชาติทั่วโลก ปรากฏว่าในปี 2558 มหาวิทยาลัยในประเทศไทยติดอันดับ 3 แห่งได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้ลำดับที่ 112, 160 และ 182 ตามลำดับ[45]

ตารางแสดงการจัดอันดับ แบ่งเป็นสถาบัน และปี ค.ส ต่างๆ

อันดับมหาวิทยาลัย
อันดับในประเทศ (อันดับนานาชาติ)
สถาบัน 2019 2018 2017 2016 2015 2014 2013 2012 2011
Times Higher Education (Social Impact Ranking) 1 (101-200) [46] - - - - - - - -
QS World University Rankings - 7 (178) [47] 4 (903) [48] 6 (171-180) [49] - - - - -
URAP - 4 (903) [50] 5(896) [51] 4(854) [52] 4(832) [53] 4 (838) [54] 4 (802) [55] 5 (805) [56] 6 (888) [57]
Webometrics - - - - 5 (578) 5 (416) 5 (436) 5 (233) 7 (766)
SIR [58] 5 (389) 4 (388) 4 (394) 5 (396) 6 (399) 7 (399) 6 (414) 8 (453) 11 (508)
CWTS - - 4 (754) [59] 4 (767) [60] - - - - -
Nature Index - - - 18[61] - - - - -

สถานที่ภายในแก้ไข

 
หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
การแสดงโชว์ดำน้ำให้อาหารปลาภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสิรินธร วิทยาเขตหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อยู่บริเวณริมบึงสีฐานทางเข้าประตู 2 ด้านถนนมะลิวัลย์

  • สถานีกระแสไฟฟ้าย่อย มข. อยู่บริเวณเขตฟาร์ม
  • บริเวณอุทยานเทคโนโลยีการเกษตร
  • สำนักงานอธิการบดี อาคาร 1 (Office of the President)
    • กองกลาง
    • กองคลัง
    • กองแผนงาน
  • สำนักงานอธิการบดี อาคาร 2 (Office of the President 2) ประกอบด้วย
    • กองการเจ้าหน้าที่
    • กองอาคารและสถานที่
  • อาคารพลศึกษา, สนามกีฬากลาง (Gymnasium)
  • หอพักนพรัตน์ (หอเก้าหลัง) อยู่ใกล้ทางออกประตู 9
  • อาคารแก่นกัลปพฤกษ์, สถานีวิทยุ F.M 103 (Kaen Kalapapluk Building, F.M.103 Radio Station)
  • งานรักษาความปลอดภัย (Security Office)
  • กองกิจการนักศึกษา (Student Affairs Division)
    • ศูนย์อาหารและบริการ 2 (โรงชาย) (Cafeteria 2)
    • สภานักศึกษา (Student Coucils)
    • องค์การนักศึกษา (Student Union)
  • ศูนย์อาหารและบริการ (Cafeteria 1)
  • สมาคมศิษย์เก่า (Alumni Association)
  • อาคารขวัญมอ (Kwunmor Building)
  • คณะสัตวแพทยศาสตร์ (Faculty of Veterinary Medicine)
    • โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary Teaching Hospital)
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) (Modindeang Demonstration School Khon Kaen University)

อยู่ใกล้บริเวณศาลเจ้าพ่อมอดินแดงทางเข้าประตู 1 ถนนมิตรภาพ

  • คณะเกษตรศาสตร์ (Faculty of Agriculture)
  • คณะเทคโนโลยี (Faculty of Technology)
  • สำนักวิทยบริการ (Central Library)
  • คณะวิทยาศาสตร์ (Faculty of Science) ประกอบด้วย
    • สถาบันวิจัยและพัฒนา (Research and Development Institute)
    • สำนักบริหารการวิจัย
  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Faculty of Humanities and Social Sciences)
  • อาคารบริการวิชาการ ประกอบด้วย
    • สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ (Bureau Of Academic Administration and Development)
    • ศูนย์บริการวิชาการ (Academic Services Centre)
    • บัณฑิตวิทยาลัย (Graduate School)
  • ศาลาพระราชทานปริญญาบัตร (เดิม)
    • สโมสรอาจารย์-ข้าราชการ (Commencement Pavilion, Faculty Club)
  • ศูนย์คอมพิวเตอร์ (Computer Centre)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (Faculty of Engineering)
  • คณะวิทยาการจัดการ (Faculty of Management Sciences)
    • วิทยาลัยบัณฑิตการจัดการ (MBA)
  • คณะศึกษาศาสตร์ (Faculty of Education)
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Faculty of Architecture)
  • สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Institute for Economic Development and Cooperation for the Greater Mekong)
  • อาคาร 25 ปี (25 th aniversary Pavilion)
  • คณะเภสัชศาสตร์ (Faculty of Pharmaceutical Sciences)
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์ (Faculty of Public Health)
  • คณะพยาบาลศาสตร์ (Faculty of Nursing)
  • คณะเทคนิคการแพทย์ (Faculty of Associated Medical Sciences)
  • คณะแพทยศาสตร์ (Faculty of Medicine)
    • โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (Srinagarind Hospital)
  • คณะทันตแพทยศาสตร์ (Faculty of Dentistry)
    • โรงพยาบาลทันตกรรม (Dental Hospital)
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์ (Faculty of Fine and Applied Arts)
  • พิพิธภัณฑ์สัตว์นํ้าสิรินธร มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย (Princess Maha Chakri Sirindhorn Aquarium)
  • พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Natural History Museum)
  • คณะนิติศาสตร์ (Faculty of Law)
  • วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น (College of Local Administration)
  • สถาบันขงจื้อ
  • ศูนย์อาหารและบริการ 3 (หนองแวง)
  • คุ้มศรีฐาน
  • สวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์
  • บ้านชีวาศิลป์มอดินแดง

ชีวิตในมหาวิทยาลัยแก้ไข

กิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เป็นประเพณีที่ได้ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งจะจัดในช่วงต้นของการเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา การดำเนินรูปแบบของกิจกรรมมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละสถาบัน แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีระหว่าง รุ่นพี่ – รุ่นน้อง หรือรุ่นน้อง – รุ่นน้อง ส่งเสริมให้มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน[62]

สำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่นกิจกรรมรับน้องใหม่เป็นกิจกรรมหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การกำกับดูแลจากมหาวิทยาลัยโดยฝ่ายพัฒนานักศึกษาให้มีการดำเนินการที่เหมาะสม และเป็นไปในแนวทางสร้างสรรค์ เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะให้นักศึกษาได้พัฒนาบุคลิกภาพทั้งอารมณ์ สังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านสติปัญญาด้วย เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านการพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพและศักยภาพทั้งด้าน วิทยา ปัญญา จริยา และสามารถนำองค์ความรู้ตอบสนองความต้องการของชุมชน สังคม และประเทศได้ โดยอาศัยการจัดกิจกรรมเป็นสื่อกลางควบคู่ไปกับการเรียนการสอน รูปแบบการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่นักศึกษารุ่นพี่จะเป็นผู้จัดขึ้น ตลอดทั้งเป็นผู้ดำเนินการควบคุมกิจกรรม องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ขึ้นมาหลายรูปแบบแต่ที่จะนำเสนอให้ทราบมีดังต่อไปนี้

กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์[63] กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างขึ้นโดยกลุ่มนักศึกษาที่มีใจรักในกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่จากการที่ได้พบและประทับใจในกิจกรรมตอนที่เป็นน้องใหม่ ความอบอุ่นของกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ ทำให้คนจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อมาสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆให้กับนักศึกษา หรือนักศึกษาใหม่ที่จะเข้ามาในภาคเรียนต้น หรือที่เรียกว่า “ Freshy ” กลุ่มสัมพันธ์จะประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่เข้ามาในปีการศึกษานั้นๆ เป็นกลุ่มคละกันทุกคณะ มีทั้งหมด ๒๕ กลุ่ม โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ A – Z ในที่นี้จะยกเว้นกลุ่ม F เพราะถือว่าชื่อไม่เป็นมงคลสำหรับนักศึกษา ซึ่งเป็นเกรดที่ทุกคนไม่อยากที่จะได้ ในแต่ละกลุ่มนั้นจะมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม ซึ่งผ่านการฝึกซ้อมใช้เวลาในช่วงเวลาเปิดภาคเรียนที่ ๓ หรือที่เรียกกันว่า “ซัมเมอร์” นั่นเอง ตลอดระยะเวลานี้จะเป็นช่วงการฝึกซ้อม การอบรม การใช้กิจกรรมที่เหมาะสม นันทนาการสร้างความบันเทิง การ สร้างความสนุกสนาน การสร้างความเป็นผู้นำ การดูแลน้องอย่างปลอดภัย กิจกรรมสถานการณ์จำลองเพื่อให้แก้ปัญหา การร้องเพลงอย่างถูกต้อง การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวเป็นมหาวิทยาลัยโดยไม่แบ่งว่าใครอยู่คณะใด และกิจกรรมเสริมต่างๆมากมาย เพื่อให้พี่เลี้ยงน้องใหม่มีประสบการณ์ที่หลากหลายมาถ่ายทอดให้น้องในกลุ่มของตน การจัดกิจกรรมปีที่ผ่านมานั้นใช้ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ๓ วันก่อนเปิดภาคการศึกษา ซึ่งเป็นวันที่ พี่เลี้ยงน้องใหม่ เฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่ออยากที่จะทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้น้องใหม่ทุกคนได้มีส่วนร่วม ไม่น่าเชื่อว่ากิจกรรมที่มีระยะเวลาไม่นานแต่ก็ทำให้พี่เลี้ยงน้องใหม่รักน้องใหม่เหมือนหนึ่งในสายเลือดเดียวกัน ผสานความเป็นหนึ่งแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่อยากได้รูปแบบกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยเรา แต่ก็ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบนี้ได้เป็นมหาวิทยาลัยเดียวในโลก

กิจกรรมวันรวมช่อกาลพฤกษ์และไหว้ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง[64] กิจกรรมวันรวมช่อกาลพฤกษ์และไหว้ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นติดต่อกันมาทุกปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๕เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวโดยนักศึกษาใหม่หรือน้องใหม่ทุกคนนั้นจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ความเป็นสิริมงคลปีที่ผ่านมาจะมีการลอดซุ้มแสดงความเป็นเลือดสีอิฐโดยผ่านดินแดง และสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งยังเป็นการสร้างโอการสให้น้องใหม่ได้สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและสืบทอดวัฒนธรรมอันดีต่อไป กิจกรรมที่ผ่านมานั้นจะใช้ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ๑ วันโดยแบ่งเป็น ๒ ช่วงคือช่วงเช้าเป็นการรวมน้องใหม่ตามกลุ่มต่างๆ และทยอยออกจากโรงยิมเดินออกมา เมื่อถึงสถานที่หมายจะใช้เวลาในการทวนเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่สอนโดยพี่เลี้ยงน้องใหม่ตลอดระยะเวลา ๓ วัน ของกลุ่มสัมพันธ์ ในขณะที่รอเพื่อที่จะลอดผ่านขอนแก่นจำลองที่พี่เลี้ยงน้องใหม่ทำขึ้น ก็จะดำเนินกิจกรรมนันทนาการ หรือที่เรียกอย่างติดปากว่า “ สันทนาการ ” นั่นเอง ในวันนี้กิจกรรมต่างๆที่พี่เลี้ยงน้องใหม่เตรียมมาเพื่อให้น้องเล่นระหว่างการรอลอดซุ้มเพื่อจะไปสู่การสักการบูชาศาลเจ้าพ่อมอดินแดงนั้น เป็นกิจกรรมที่สุนกสนานไม่แพ้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เลย และเป็นวันที่น้องใหม่ของแต่ละกลุ่มมากันอย่างมากมาย นับเป็นภาพที่อบอุ่นและน่าภูมิใจอย่างยิ่งที่พี่น้องแห่งทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการรับน้องแบบสร้างสรรค์และดีงามของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

 
หนังสือเชียร์ เชียร์กลาง กาลพฤกษ์ ช่อที่ 39 ปี 2545

กิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบัน (เชียร์กลาง) [65] กิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบัน (เชียร์กลาง) วันที่น้องใหม่ทุกคนจะมารวมกันที่สนามกีฬากลาง หรือสนามที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้น้องใหม่ทุกคนได้พิสูจน์ความเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นของตนเองหลังจากได้ร่วมกิจกรรมการรับน้องอย่างสร้างสรรค์มาอย่างหลากหลาย ตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นก่อนการเปิดภาคเรียน กิจกรรมนี้นับเป็นกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกคน ในกิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบันนั้นมีนักศึกษาใหม่ พี่ๆนักศึกษารุ่นพี่ และอาจารย์เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและให้กำลังใจน้องอย่างใกล้ชิด รูปแบบของกิจกรรม คือ การทดสอบการร้องเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผู้นำเชียร์ที่ได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างดีมาให้จังหวะการร้องเพลงแต่ละเพลงและมีประธานเชียร์ที่เป็นนักศึกษารุ่นพี่เป็นผู้พิจารณาการ ร้องเพลงตามจังหวะที่ถูกต้องและให้คำแนะนำและดูแลเรื่องการร้องเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันของนักศึกษาใหม่โดยหัวหน้าผู้นำเชียร์จะเป็นผู้ควบคุมจังหวะการร้องเพลง วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้น้องใหม่ร้องเพลงสถาบันได้อย่างถูกต้อง เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น มีความอดทนเสียสละ เกิดความรักระหว่างน้องใหม่ด้วยกัน น้องใหม่กับรุ่นพี่ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่เกิดการแบ่งแยกคณะ การร่วมกิจกรรมนั้นจะแบ่งน้องใหม่ตามกลุ่มสัมพันธ์ A – Z ยกเว้น F โดยเรียงตามลำดับระยะเวลาของการดำเนินกิจกรรมนั้นจะอยู่ในช่วง 2 วัน ระหว่างเวลา 17.00-24.00 น. ในวันก่อนเปิดภาคการศึกษาหรือวันแรกเปิดการศึกษาเป็นเพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนของนักศึกษาใหม่

กิจกรรมตักบาตรน้องใหม่และปลูกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น[66] กิจกรรมตักบาตรน้องใหม่และปลูกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของไทย และการสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ที่ถือว่าการมาอยู่ที่อยู่ใหม่นั้นสิ่งที่จะสร้างความมั่นคงเป็นอันดับแรกคือการสร้างกำลังใจและความดีงาม การจัดกิจกรรมของทุกปีนั้นน้องใหม่จะมารวมตัวกันที่บริเวณสนามกีฬากลางตั้งแต่เวลาเช้าตรู่เพื่อมาตักบาตรข้าสารอาหารแห้งตามแต่จิตศรัทธาของผู้ที่มาตักบาตร แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามของไทย นอกจากนี้ในวันเดียวกันจะเป็นกิจกรรมการปลูกต้น"กาลพฤกษ์" ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่นตามพื้นที่บริเวณต่างๆของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นและเป็นการลดสภาวะโลกร้อนได้อีกทาง นับว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นเริ่มรณรงค์เกี่ยวกับการลดสภาวะโลกร้อนมานานแล้ว ระยะเวลาการจัดกิจกรรมนั้นเป็นการจัดกิจกรรมตลอดทั้งวัน และในวันเดียวกันนี้เองอาจมีการบริจาคโลหิตเพื่อเป็นการกุศลได้อีกทางหนึ่ง นับว่ามาวันนี้แล้วได้ทำความดีหลายๆอย่างเป็นความสุขของการเริ่มต้นการศึกษาในแดนขุมปัญญาของอีสานแห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และในบางปีอาจมีกิจกรรมการแข่งกีฬากลุ่มสัมพันธ์เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีอีกทางหนึ่ง

กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่[67] กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่ เป็นกิจกรรมสร้างขวัญกำลังใจที่ดีของน้องใหม่ทุกคนโดยน้องใหม่ทุกคนจะได้เข้าร่วมพิธีที่หอประชุมอเนกประสงค์กาญจนาอภิเษกมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัย รองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ คณาจารย์ รุ่นพี่และบุคคลต่าง มีส่วนร่วมในพิธีด้วย การผูกข้อมือนั้นเป็นการแสดงความห่วงใย กำลังใจและความรักที่มีต่อกัน การดำเนินกิจกรรมจะอยู่ในช่วงเสาร์ หรืออาทิตย์ของสัปดาห์แรกในการเปิดภาคเรียน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและเรียกขวัญกำลังใจให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ตามคติความเชื่อของชาวอีสาน การร่วมกิจกรรมนั้นน้องใหม่จะต้องแต่งกายเป็นชุดเสื้อม่อฮ่อมเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอีสาน โดยในวันนี้พี่เลี้ยงน้องใหม่ที่ดูแลน้องใหม่มาตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมการรับน้องใหม่นั้นก็จะมาดูแลน้องทุกคนและร่วมร้องเพลงเพื่อสร้างกำลังใจในการเรียนรู้และต่อสู้กับปัญหาชีวิตที่จะเกิดขึ้นในระหว่างความรับผิดชอบที่ตนต้องประสบพบเจอในมหาวิทยาลัย

ซึ่งมีวัตถุประสงค์โดยรวมคือสร้างความเป็นสิริมงคลให้เกิดขึ้นแก่น้องใหม่ ให้น้องใหม่เกิดความรัก ความภูมิใจในสถาบัน เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ เน้นความมีระเบียบวินัย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องและเพื่อให้น้องใหม่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเรียนในมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะใช้เวลาใกล้เคียงกับการเรียนใน มหาวิทยาลัยอื่น โดยทั่วไปจะใช้เวลา 4 ปีในการเรียน แต่สำหรับคณะศึกษาศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะใช้เวลา 5 ปี ในขณะที่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์จะใช้เวลา 6 ปี ตลอดระยะเวลาการเรียน มีทั้งการเรียนในคณะของตนเอง และการเรียนวิชานอกคณะได้ พบปะกับบุคคลในคณะอื่น นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยหลายอย่าง ไม่ว่าการเข้าชมรมของมหาวิทยาลัย การเข้าชมรมของคณะ การเล่นกีฬา หรือการพบปะกับเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่มาจากโรงเรียนเดียวกันที่

กิจกรรมและประเพณีแก้ไข

งานลอยกระทง

งานลอยกระทงจัดขึ้นทุกทุกปีในวันลอยกระทง โดยจัดให้มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และ การแสดงของมหาวิทยาลัยซีหนาน (Southwest University) ประเทศจีนที่สวยงามตระการตา ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยการจัดงานประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ให้การทำนุบำรุงและการสนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ

พิธีสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดง

พิธีสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดงจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤศจิกายน ณ มณฑลพิธีศาลเจ้าพ่อมอดินแดง ถือเป็นงานประเพณีที่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมใจกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงความเคารพบูชา และความศรัทธาของบุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีต่อศาลเจ้าพ่อมอดินแดง การจัดงานได้กำหนดให้มี พิธีบวงสรวงศาลเจ้าพ่อมอดินแดง การแสดงมหรสพสมโภช เช่น ภาพยนตร์ หมอลำ ลิเก การแสดงจากชมรมนักศึกษาและการแสดงศิลปินพื้นบ้านอีสาน เป็นต้น

กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และอาสาสมัคร

การออกค่ายอาสาสมัครของนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีหลายองค์การ เช่น ชมรมอาสาพัฒนา เป็นต้น ทั้งนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จะได้รับการเสนอชื่อการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จะต้องเป็นนิสิตที่ทำกิจกรรมในด้านต่า เป็นการพัฒนานิสิตในด้าน จริยธรรมและคุณธรรม วิชาการและทักษะวิชาชีพ สุขภาพ โดยเป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการทำประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2511 และได้เสด็จพระราชดำเนินในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2541 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นประจำทุกปี

วันพระราชทานปริญญาบัตรของทุกปีจึงจัดให้อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม ตามอย่างคราวรับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรก ในคราวรับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่ตึกอธิการบดี อาคาร 2 ชั้น 2 โดยนักศึกษาจะนั่งรับปริญญากับพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดซึ่งนับเป็นพระกรุณาเป็นล้นพ้น และในการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกนั้นมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ซึ่งเป็นปริญญาใบแรกของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคล

การเดินทางแก้ไข

รถสองแถวแก้ไข

การเดินทางจากภายนอกเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะมีรถสองแถวที่วิ่งเข้าไปในมหาวิทยาลัย 7 สาย ดังนี้ [68]

  • สาย 4 19 และ 20 ผ่านบริเวณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ - ประตูมอดินแดง
  • สาย 5 และ 10 ผ่านบริเวณ ประตูสีฐาน
  • สาย 8 เก่า ผ่านบริเวณ ประตูสีฐาน - ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์)
  • สาย 8 ใหม่ ผ่านบริเวณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ - ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์)

รถตู้โดยสารแก้ไข

รถตู้โดยสาร ปอ.14 จะแบ่งเป็น 2 จุดจอด คือ ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์) และกังสดาล ซึ่งผ่านบริเวณ เซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น และ บขส.3

รถขอนแก่นซิตี้บัสแก้ไข

  • รถขอนแก่นซิตี้บัส สายสีเขียว (บขส.3 - สนามบิน) จอดบริเวณสะพานลอยฝั่งตรงข้ามประตูสีฐาน(ไปสนามบิน) และป้อม รปภ.ประตูสีฐาน (ไป บขส.3) [69]

รถโดยสารภายใน KKU Smart Transit[70]แก้ไข

สำหรับรถโดยสารภายใน สามารถแบ่งเป็น 6 สาย

อ้างอิงแก้ไข

  1. [1]
  2. 2.0 2.1 พระราชบัญญัติโอนกิจการการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสำนักงานสภาการศีกษาแห่งชาติ ไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๘, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่๘๓, ตอนที่ ๘ ก ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๙, หน้า ๗๙
  3. อันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา#แบบแบ่งกลุ่ม
  4. หลักสูตรการศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
  5. สารสนเทศ 2555 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  6. Top 10 ผู้ยื่นเลือกสูงสุด 2561 โปรแกรมจำลองแอดมิชชัน, Admission Premium สอบเข้ามหาวิทยาลัย, 29 มิถุนายน 2561.
  7. ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนกิจการการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ....
  8. ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์, "สารจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น", 30 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น : มหาวิทยาลัย, 2537, หน้า 3
  9. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, "คณะเกษตรศาสตร์", ขอนแก่น 18 ปี, 2525, หน้า 63
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  11. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๘
  12. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๕๘, ราชกิจจานุเบกษา, วันที่สืบค้น 17 กรกฎาคม 2558
  13. หนังสือที่ระลึกงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น พุทธศักราช 2552 : ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดน่ครพนม 25 ตุลาคม 2552
  14. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๔, ตอน ๑๑๗ ก ฉบับพิเศษ, ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐, หน้า 7
  15. MEMOIR Khonkaen University (หนังสือรับน้องรุ่นที่ 39),2545
  16. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ครบรอบ 10 ปี. กรุงเทพฯ : กรุงสยามการพิมพ์, 2517
  17. สัมภาษณ์ ผศ.เข้มแข็ง สีตะธนี 21 ตุลาคม 2531 หนังสือครบรอบ 25 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  20. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  21. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  22. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  23. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  24. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  25. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  26. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  27. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  28. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  29. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  30. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  31. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  32. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  33. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  34. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีการับวิทยาลัยพยาบาล ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๔๐ วิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนกนครราชสีมา สรรพสิทธิประสงค์ สุรินทร์ อุดรธานี และวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม จำนวน ๕ แห่ง, เล่ม ๑๑๔, ตอน ๗๖ ก, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐, หน้า ๑
  35. ฐานข้อมูล KKU Scholar สืบค้นวันที่ 2 กรกฎาคม 2562
  36. 36.0 36.1 คู่มือนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2555
  37. เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ปี 2561-2562 (ฉบับลิขสิทธิ์)
  38. หนังสือพิมพ์อีสานบิซ, มข.1ใน13องค์กรไทยคว้ารางวัล”บริหารจัดการเยี่ยมระดับโลก”ต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ต่างประเทศนำไปประยุกต์ใช้, 5 กุมภาพันธ์ 2562.
  39. บทสรุปผู้บริหาร รายงายผลการประเมินคุณภาพภายนอก สถาบันอุดมศึกษา
  40. มข.ชนะการประกวดสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐาน ติดอันดับ 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษา
  41. ขอนแก่นลิงก์, ม.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ประเทศไทย จากองค์กรโลก, 7 เมษายน 2562.
  42. Khon Kaen University
  43. SIR Methodology General considerations
  44. CWTS Leiden Ranking
  45. ASTVผู้จัดการออนไลน์, มข. ปลื้ม! เว็บไซต์ ติดอันดับ160 ของโลก อันดับ 24 ของเอเชีย, 13 มกราคม 2552 11:50 น.
  46. https://www.timeshighereducation.com/rankings/impact/2019/overall#survey-answer
  47. https://www.topuniversities.com/university-rankings/asian-university-rankings/2017
  48. https://www.topuniversities.com/university-rankings/asian-university-rankings/2018
  49. https://www.topuniversities.com/university-rankings/asian-university-rankings/2015
  50. http://www.urapcenter.org/2018/country.php?ccode=TH&rank=all
  51. http://www.urapcenter.org/2017/country.php?ccode=TH&rank=all
  52. http://www.urapcenter.org/2016/country.php?ccode=TH&rank=all
  53. http://www.urapcenter.org/2015/country.php?ccode=TH&rank=all
  54. http://www.urapcenter.org/2014/country.php?ccode=TH&rank=all
  55. http://www.urapcenter.org/2013/country.php?ccode=TH&rank=all
  56. http://www.urapcenter.org/2012/country.php?ccode=TH&rank=all
  57. http://www.urapcenter.org/2011/country.php?ccode=TH&rank=all
  58. https://www.scimagoir.com/rankings.php?country=THA&ranking=Research&year=2011
  59. http://www.leidenranking.com/ranking/2017/list
  60. http://www.leidenranking.com/ranking/2016/list
  61. https://www.natureindex.com/annual-tables/2016/institution/academic/all/countries-Thailand
  62. สาวสายเดี่ยว. (ม.ป.ป.). รับน้องอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง. ค้นข้อมูล 20 กรกฎาคม 2549,
  63. คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
  64. คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
  65. คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
  66. คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
  67. คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
  68. http://www.kkmuni.go.th/center/images/data/road-cardmay-khonkaen.pdf
  69. https://khonkaencitybus.com/
  70. http://kst.kku.ac.th/

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 16°27′42″N 102°49′02″E / 16.4616037°N 102.8173542°E / 16.4616037; 102.8173542