ตำรวจอวกาศเกียบัน

ตำรวจอวกาศเกียบัน (ญี่ปุ่น: 宇宙刑事ギャバン โรมาจิUchû keiji Gyaban; อังกฤษ: Space Sheriff Gavan) เป็นซีรีส์เมทัลฮีโรยุคแรกออกอากาศในวันที่ 5 มีนาคมค.ศ. 1982 ถึง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1983[1][2][3][4][5][6] ทาง ทีวีอาซาฮี ที่มีตัวเอกเป็นนักรบอวกาศที่สวมชุดเกราะ และมีอาวุธกับพาหนะไฮเทค ช่วยปกป้องโลกจากการรุกรานของจักรวรรดิมาคุ (宇宙犯罪組織マクー, สลัดอวกาศมาคู) มีจำนวนตอนทั้งหมด 44 ตอน และตอนพิเศษอีก 2 ตอน ได้แก่ ไคโซคุ เซนไท โกไคเจอร์ vs. ตำรวจอวกาศเกียบัน (海賊戦隊ゴーカイジャーVS宇宙刑事ギャバンTHE MOVIE) และ ตำรวจอวกาศเกียบัน THE MOVIE (宇宙刑事ギャバン THE MOVIE)

ตำรวจอวกาศเกียบัน
Uchû keiji Gyaban.jpg
Space Sheriff Gavan
สร้างโดยToei
Shōtarō Ishinomori
แสดงนำKenji Ohba and Wakiko Kano
บรรยายโดยIssei Masamune
ประเทศแหล่งกำเนิดJapan
จำนวนตอน44
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องTV Asahi
การออกอากาศแรกMarch 5, 1982 – February 25, 1983

ตำรวจอวกาศเกียบัน ถือเป็นปฐมบทการต่อสู้ของเหล่าตำรวจอวกาศในยุคหลังต่อมาอีก 2 นายคือ ตำรวจอวกาศชาลีบัน และ ตำรวจอวกาศไชเดอร์

เนื้อเรื่องแก้ไข

เมื่อมนุษยชาติมีความต้องการเรียนรู้ความเป็นไปของห้วงอวกาศ มีการสร้างสถานีอวกาศขึ้นเพื่อเป็นบันไดไปสู่การใช้ชีวิตและท่องเที่ยวไปในอวกาศของมวลมนุษย์ชาติ แต่อีกด้านหนึ่งของความมืดมิดในห้วงอวกาศ สลัดอวกาศมาคู ที่มี ดอน เฮอเรอร์ เป็นผู้นำก็กำลังหมายจะครอบครองโลกและห้วงอวกาศอยู่ สมาคมตำรวจอวกาศที่มีฐานที่มั่น ณ ดาวบาร์ด จึงเลือกที่จะส่ง เกียบัน ตำรวจอวกาศหนุ่มผู้เป็นลูกครึ่งระหว่างโลกและดาวบาร์ดมาปกป้องโลกมนุษย์ เขาเป็นลูกชายของ วอยเซอร์ ชาวดาวบาร์ด และ อิจิโจจิ ทามิโกะ มนุษย์ชาวโลก สำหรับ วอยเซอร์ นั้นเป็นตำรวจอวกาศที่หายสาบสูญไประหว่างการปฏิบัติภาะกิจลับในการคุ้มครอง ดร.โฮชิโนะ ทาคุม่า ผู้พัฒนาระบบปืนเลเซอร์อันทรงพลังที่นำพลังงานอันร้อนแรงของดวงอาทิตย์มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเลเซอร์ของปืนเลเซอร์ที่มีอนุภาพในการทำลายล้างที่ร้ายกาจที่สุด

เกียบัน จึงเต็มใจอย่างยิ่งที่จะรับภาระกิจจากผู้บัญชาการ คอม เพื่อปกป้องโลกมนุษย์ดินแดนมาตุภูมิของเขาจากสลัดอวกาศ มาคู และอีกทางหนึ่งระหว่างเส้นทางการต่อสู้ของเขาการสืบหาบิดา หรือ วอยเซอร์ ที่สาบสูญไปก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่ เกียบัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาน่าจะได้พบพ่อเขาที่โลกมนุษย์แห่งนั้น

ตัวละครแก้ไข

ตัวละครหลักแก้ไข

เกียบัน / อิจิโจจิ เร็ตสึ (一条寺 烈)

ตำรวจอวกาศหนุ่มลูกครึ่งมนุษย์โลกกับมนุษย์ดาวบาร์ดโดยเขามีแม่เป็นชาวโลกชื่อ อิจิโจจิ ทามิโกะ (一条寺 民子) กับวอยเซอร์ (Voicer) ตำรวจอวกาศที่มาประจำ ณ.เขตนี้ของอวกาศแต่เนื่องจากเขาได้หายสาปสูญไประหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงถูกสันนิษฐานว่าตายไปแล้ว เร็ตซึจึงใช้นามสกุลของแม่เป็นนามแฝงขณะปฏิบัติหน้าที่บนโลก เมื่อต้องการจะเปลี่ยนร่างเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายเขาจะตะโกนว่า "Jōchaku" (蒸着) จากนั้นยานแม่โดลกีรันที่ได้รับสัญญาณจะทำการส่งชุดเกราะที่เรียกว่า "คอมแบทสูท" มาในรูปของอนุภาคขนาดเล็กที่เรียกว่า "Granium" (グラニウム) ส่งเข้ามาประกอบกับร่างของเร็ตสึด้วยเวลา 0.05 วินาที นอกจากภารกิจในการต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคูในเนื้อหาปกติแล้ว เกียบันยังมีบทบาทในการต่อสู้กับเหล่าร้ายในซีรีส์ต่อๆมาของตำรวจกาศและฮีโร่อื่นๆในเครือของโตเอะอีกหลายครั้ง ได้แก่ คอยช่วยเหลือชาลีบันในการต่อสู้กับกลุ่มอาชญากรอวกาศมาโด มีส่วนช่วยรับมือกับการโจมตีของจักรวรรดิ์ฟูม่าในส่วนอื่นๆของกาแลคซี่โดยปรากฏเป็นฟุตเทจสั้นๆและภาพวาดประกอบการบรรยายในซีรีส์ของไชเดอร์ นอกจากนี้ในยุคเฮเซย์ยังเคยร่วมต่อสู้ร่วมกับขบวนการโจรสลัดโกไคเจอร์ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ตำรวจอวกาศอันนำไปสู่การสร้างภาคต่อของตำรวจอวกาศใหม่ๆในยุคเฮเซย์ต่อไป

มีมี่ (ミミー)
ลูกสาวคนเดียวของผู้บัญชาการโคมซึ่งแอบติดตามเกียบันมากับยานโดลกีรันระหว่างที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ยังโลกมนุษย์ มีความสามารถพิเศษในการแปลงร่างเป็นนกหงส์หยกโดยใช้พลังจากจี้ห้อยคอที่เรียกว่า "เลเซอร์วิชั่น" เนื่องจากเธอแอบชอบเกียบันมาตลอดจึงติดตามมาและคอยช่วยเหลือเกียบันอยู่เสมอ เธอเคยหายไปจากโดลกีรันหลายตอนเพราะต้องกลับไปดูแลแม่ที่ป่วย ณ.ดาวบาร์ดอยู่หลายตอนแต่ก็กลับมาช่วยเหลือเกียบันในช่วงสุดท้ายของต่อสู้กับมาคู นอกจากนี้มีมี่ยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือความสามารถหยั่งรู้อนาคตผ่านภาพนิมิตเพื่อเตือนเกียบันถึงอันตรายร้ายแรงแม้จะไม่สามารถเห็นภาพทั้งหมดได้ชัดเจนก็ตาม ความสามารถนี้ยังถูกใช้ในซีรีส์ของชาลีบันโดยมีมี่เริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมและใช้พลังนี้ได้มากขึ้นโดยตั้งสมาธิและวาดภาพนิมิตเหล่านั้นออกมาเป็นรูปวาดได้ ตามข้อมูลในตอนพิเศษรวมมิตรสามตำรวจอวกาศกล่าวว่าเกียบันกับมีมี่ได้แต่งงานกันหลังจากการต่อสู้กับจักรวรรดิ์ฟูม่าได้จบลง

ตัวละครอื่นๆแก้ไข

ผู้บัญชาการ โคม (コム長官)
ผู้บัญชาการตำรวจอวกาศของดาวบาร์ดและเป็นพ่อของมีมี่ คอยให้ความช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาในทุกๆเรื่องแก่เกียบันแม้แต่เรื่องส่วนตัวโดยอาจเป็นเพราะลูกสาวของตนไปเป็นผู้ช่วยของเกียบันก็เป็นได้ เคยเดินทางมายังโลกแล้วหลายครั้งทั้งยังฝึกฝนพัฒนาทักษะการต่อสู้และทำการอัพเกรดคอมแบทสูทที่เสียหายของเกียบัน เป็นต้น
มารีน (マリーン)

เลขาคนสนิทของผู้บัญชาการโคมคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่เกียบันเช่นเดียวกัน และเคยเดินทางมายังโลกเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเกียบันแทนมีมี่ที่เดินทางกลับไปเยี่ยมแม่ที่ดาบบาร์ดช่วงตลอดครึ่งหลังของซีรีส์

วอยเชอร์ (ボイサー)
ตำรวจอวกาศชาวดาวบาร์ดผู้เป็นพ่อของเกียบัน เขาหายสาปสูญไประหว่างปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีใครทราบร่องรอยอยู่หลายปีจึงจำเป็นต้องประกาศว่าเขาเสียชีวิตแต่จริงๆแล้วระหว่างที่กำลังคุ้มครองดร.โฮชิโนะอยู่นั้นเขาถูกเพื่อนตำรวจอวกาศที่ทรยศไปเป็นสมุนของมาคูนั่นก็คือ "ฮันเตอร์คิลเลอร์" (ハンターキラー) หลอกให้ไปติดกับและถูกจับตัวไปกักขังและถูกทรมานอย่างหนักเป็นเวลาหลายปีเพื่อล้วงความลับซึ่งก็คือข้อมูลโครงสร้างและสมการสำคัญของระบบพลังงานพลาสม่าที่ดร.โฮชิโนะฝากไว้กับวอยเซอร์ก่อนจะเสียชีวิต วอยเซอร์ถูกทรมานสารพัดวิธีจนถึงขั้นฉีดยาพิษร้ายแรงเข้าร่างโดยแม่มดคิบะแต่เขาก็แข็งใจฝืนทนด้วยสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรักอย่างดร.โฮชิโนะและความต้องการที่จะพบกับลูกชายอีกครั้งทำให้เขาพยายามจะมีชีวิตต่อไป ในช่วงสุดท้ายของซีรีส์เกียบันได้ช่วยเหลือวอยเซอร์จากที่คุมขังบนเกาะหัวยักษ์และได้รู้ว่าความลับที่วอยเซอร์สามารถรักษาให้พ้นจากมือของพวกมาคูเอาไว้ได้หลายปีนั้นถูกบันทึกลงบนฝ่ามือของวอยเซอร์นั่นเอง แม้การพบกันของพ่อลูกจะนำความปิติยินดีมาให้แต่วอยเซอร์ที่ถูกทรมานมาตลอดจนร่างกายสาหัสจนไม่อาจจะทนได้ อีกทั้งเขาสามารถรักษาความลับให้ปลอดภัยจากพวกมาคูและได้พบหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายก็ทำให้วอยเซอร์วางใจและจากไปอย่างสงบด้วยรอยยิ้ม
ตำรวจอวกาศอลัน (アラン)

ตำรวจอวกาศที่ประจำอยู่ที่ดาวบีสต์เดินทางมาช่วยเหลือเกียบันในการต่อสู้กับพวกมาคู

โฮชิโนะ สึคิโกะ (星野月子)
ลูกสาวของดร.โฮชิโนะ เธอรู้จักกับวอยเซอร์ในฐานะเพื่อนสนิทของพ่อและได้รับการความดูแลจากวอยเซอร์หลังดร.โฮชิโนะเสียชีวิต เธอติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวอยเซอร์หลังเขาหายตัวไปจนได้พบกับเกียบันและร่วมต่อสู้กับพวกมาคูเท่าที่ทำได้ ภายหลังสึคิโกะยังมีบทบาทปรากฏในฐานะเพื่อนสนิทของเกียบันและไปเป็นผู้ช่วยของผู้บัญชาการโคมในซีรีส์ของไชเดอร์เช่นเดียวกับมารีน และยังมีชื่อปรากฏในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น โดยไปเปิดร้านอาหารบนดาวบาร์ดอีกด้วย
โอยามะ โคจิโร่ (大山小次郎)
นักข่าวและช่างภาพอิสระที่หลงใหลการตามล่าถ่ายภาพ UFO และมีความใฝ่ฝันที่จะติดต่อและเป็นเพื่อนกับมนุษย์จากดาวอื่นโดยหารู้ไม่ว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่ใกล้ตัวมาตลอด แม้จะดูเป็นคนต๊องๆแต่ด้วยความจุ้นจ้านแบบนักข่าวทำให้เขาได้รู้เห็นและเข้าไปพัวพันเหตุการณ์แปลกๆเกี่ยวกับเหล่าร้าย อีกทั้งเขายังรู้จักคนเยอะจนกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อเหล่าตำรวจอวกาศไปตลอดสามซีรีส์ ชื่อของเขาไปปรากฏในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ โดยเป็นชื่อของผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยเกี่ยวกับอวกาศ และในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น เขาก็ไปทำงานในแผนกการตรวจสอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศบนดาวบาร์ดอีกด้วย
ฟูจิทาเคชิ โกสุเกะ (藤豪介)
อิงาชิยามะ ชิเงรุ (当山茂)
โยอิจิ ฟูจิ (藤陽一)
อิกะ เด็น (伊賀電)

องค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคูแก้ไข

องค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคู (宇宙犯罪組織マクー) องค์กรชั่วร้ายที่นำโดย ดอน เฮอเรอร์ เพื่อทำการก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบทั่วอวกาศโดยมีฐานทัพใหญ่ "ปราสาทมาคู" ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใน " บรรยากาศมาคู" มิติชั่วร้ายที่สร้างและควบคุมโดยดอน เฮอเรอร์และเชื้อสาย เป็นองค์กรที่เป็นแหล่งรวมอาชญากรตัวร้ายจากดาวต่างๆเพื่อปล้นชิงสิ่งมีค่าจากดวงดางต่างๆ เคยถูกทำลายมาแล้วตอนที่ดอน เฮอเรอร์ถูกเกียบันปราบลงในตอนสุดท้ายของซีรีส์ และมาปรากฏอีกครั้งในภาพยนตร์ตอนพิเศษ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ โดยเป็นที่ซ่อนของไบรตั้นกับเหล่าสมุนที่พยายามจะคืนชีพแก่ดอน เฮอเรอร์แต่ถูกเกียบัน Type-G ขัดขวางและถูกทำลายไปอีกครั้ง

คอน เฮอร์เรอร์ (ドン・ホラー)
ผู้นำสุดชั่วร้ายของมาคูมีรูปร่างเป็นเทวรูปปีศาจหกแขน มีความสามารถสร้างและควบคุมบรรยากาศมาคูเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ปีศาจชั่วร้ายทุกเผ่าพันธุ์ ในศึกสุดท้ายดอน เฮอเรอร์ถูกเกียบันตัดศีรษะออกแม้จะเหลือแต่หัวดอน เฮอเรอร์ก็ยังมีฤทธิ์เดชมากทำให้เกียบันต่อสู้ได้อย่างยากลำบากแต่ก็สุดท้ายก็ถูกปราบลงด้วยท่า "เกียบัน ไดนามิค" และปราสาทมาคูก็ถูกทำลายไปพร้อมกัน ในฉบับภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ วิญญาณของดอน เฮอเรอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเวิร์มโฮลส่วนลึกของอวกาศพยายามจะใช้ไบรตั้นเป็นหุ่นเชิดเพื่อการคืนชีพอีกครั้งแต่ในขณะที่กำลังจะฟื้นคืนชีพด้วยการเข้าสิงร่างของ "คาวาอิ อิทซึกิ" ก็ถูกเกียบัน Type-G ขัดขวางพิธีจนวิญญาณสาปสูญไปในห้วงมิติอีกครั้ง
เฮอร์เรอร์ เกิร์ล (ホラーガール)
คนสนิทของดอน เฮอเรอร์ เป็นมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงที่มีหัวคล้ายนกแก้วคอยอยู่ข้างกายดอน เฮอเรอร์ตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยพูดอะไรซักคำได้แต่หัวเราะแบบนกแก้ว คอยเดินเครื่องสร้างบรรยากาศมาคูตามคำสั่งของดอน เฮอเรอร์และคาดว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับการล่มสลายของมาคูในตอนสุดท้าย แต่ในภาพยนตร์ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น กลับมีเฮอร์เรอร์ เกิร์ลอีกคนปรากฏตัวออกมามาเพื่อชักใยเหล่าอาชญากรเพื่อก่อคดีเลียนแบบองค์กรชั่วร้ายทั้งสามอย่าง มาคู มาโดและฟูม่าจนสร้างความวุ่นวายไปทั่ว
ฮันเตอร์คิลเลอร์ (ハンターキラー)
อดีตตำรวจอวกาศคู่หูของวอยเซอร์ที่แปรพักต์เข้าไปเป็นสมุนของมาคู เขาได้หลอกวอยเซอร์ให้ไปติดกับและตกเป็นเชลยของมาคูนับสิบปี ส่วนฮันเตอร์คิลเลอร์ก็ได้เป็นหัวหน้าของมาคูคอยสั่งการเหล่าอาชญากรในช่วงแรก แต่ช่วงกลางของซีรีส์ ซัน ดอลบ้า ลูกชายของดอน เฮอเรอร์ได้กลับมายังปราสาทมาคูทำให้ฮันเตอร์คิลเลอร์รู้สึกว่าตำแหน่งของตนในองค์กรเริ่มไม่มั่นคงจึงวางแผนทรยศแต่ถูกจับได้เลยถูกดอน เฮอเรอร์เนรเทศโดยจับโยนทิ้งให้ล่องลอยอยู่ในอวกาศ ฮันเตอร์คิลเลอร์ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยลาดตระเวณของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศและถูกสอบสวนโดยผู้บัญชาการโคม เขาได้บอกที่คุมขังของวอยเซอร์ก่อนจะสิ้นลม ในเกมส์ Uchuu Keiji Tamashi ของเครื่อง PS2 มีการปรากฏตัวของฮันเตอร์คิลเลอร์ที่สวมชุดคอมแบทสูทสีดำออกมาเพื่อต่อสู้กับเหล่าตำรวจอวกาศทั้งสามในชื่อ Vario Zector อีกด้วย
ชัน ดอลบะ (サン・ドルバ)
ลูกชายของดอน เฮอเรอร์และมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษของมาคูสวมเกราะสีแดงและใช้คฑาหัวกะโหลกปลายแหลมเป็นอาวุธ ได้กลับมายังปราสาทมาคูในช่วงกลางของซีรีส์ เขาดูถูกและเหยียดหยามฮันเตอร์คิลเลอร์จนเมื่อถูกหักหลังและกำจัดฮันเตอร์คิลเลอร์ไปได้เขาก็เป็นหัวหน้าสั่งการแทนในช่วงหลัง ในช่วงแรกที่ปรากฏตัวเขามีฝีมือและพลังในการต่อสู้ทัดเทียมกับเกียบันจนยากจะตัดสินแพ้ชนะแต่ด้วยนิสัยรักสนุกเสเพลทำให้ฝีมือตกต่ำลงแต่เขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากแม่มดคิบะคอยให้คำปรึกษาเรื่องแผนชั่วอยู่เสมอ ในตอนท้ายเขาถูกดอน เฮอเรอร์ลงโทษเนื่องจากล้มเหลวในการกำจัดเกียบันหลายครั้งจึงวางแผนจะยึดอำนาจโดยวางแผนกับแม่มดคิบะให้เกียบันสู้กับดอน เฮอเรอร์แต่ดอน เฮอเรอร์รู้ทันจึงบีบให้เขาไปสู้ตัดสินแตกหักกับเกียบันจนถูกสังหารพร้อมกับแม่มดคิบะ
แม่มดคิบะ (魔女キバ)
หนึ่งในภรรยาของดอน เฮอเรอร์และเป็นแม่ของซัน ดอลบ้า ตามปกติจะคอยหลบอยู่ในคฑาหัวกะโลหกของซัน ดอลบะ มีเวทมนตร์ที่ร้ายกาจอีกทั้งยังวางแผนที่ซับซ้อนสร้างความเหนื่อยยากให้แก่เกียบันเสมอ และแม่มดคิบะก็เป็นผู้ที่ฉีดยาพิษร้ายแรงเข้าร่างของวอยเซอร์เพื่อล้วงข้อมูลส่งผลให้วอยเซอร์เสียชีวิตในเวลาต่อมา แม่มดคิบะมักจะคอยเอาอกเอาใจซัน ดอลบ้าราวกับเด็กเล็กๆจนเสียคน เป็นที่รำคาญใจแก่ซัน ดอลบ้าไม่น้อยแต่เพราะแม่มดคิบะคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอเขาจึงเคารพอยู่มากแม้จะไม่ได้เรียกแม่มดคิบะว่าแม่ก็ตาม นอกจากนี้ในฐานะภรรยาของดอน เฮอเรอร์ แม่มดคิบะยังเป็นคนเดียวในองค์กรมาคูที่เรียกชื่อดอน เฮอเรอร์ห้วนๆได้ ในตอนสุดท้ายได้ยุยงให้ซัน ดอลบ้ายึดอำนาจแต่ถูกดอน เฮอเรอร์จับได้และบีบให้ไปสู้กับเกียบันจนถูกสังหารพร้อมกับซัน ดอลบะ
ดับเบิลแมน (ダブルマン)
เหล่าอาชญากรตัวร้ายจากดวงดาวต่างๆที่เข้าร่วมกับองค์กรมาคู รูปแบบทั่วไปคือแบบที่มีหัวโตสีเหลืองมีดาบโค้งกับโล่ห์เป็นอาวุธ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนสีและเพิ่มเกราะและเปลี่ยนไปใช้อาวุธอื่นๆ มักออกปฏิบัติการคู่กับสัตว์ประหลาดเบ็มในช่วงแรก (ตอนที่ 1-13) ดับเบิลแมนนั้นมีรูปแบบอื่นๆที่มักจะอ้างอิงรูปลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาวที่มีการพบเห็นกันในช่วงทศวรรษที่ 1980's ทั้งแบบมนุษย์กิ้งก่า แบบเกรย์หรือแบบมีเขาเป็นต้น หลังจากมีการเปลี่ยนไปใช้ดับเบิลมอนสเตอร์ในตอนที่ 13 พวกดับเบิลแมนรูปแบบพื้นฐานก็มีบทบาทในฐานะตัวประกอบฉากในปราสาทมาคู
ดับเบิลเกิร์ล (ダブルガール)
ดับเบิลแมนเพศหญิงที่มักปลอมเป็นมนุษย์เพื่อคอยสืบข่าวต่างๆให้กับมาคูมีปรากฏออกมาให้เห็นชัดๆเพียงตัวเดียวตลอดซีรีส์และคาดว่าเสียชีวิตพร้อมการล่มสลายของมาคูในตอนที่ 44
สัตว์ประหลาดเบ็ม (ベム怪獣)
สัตว์ประหลาดที่มีรูปแบบของสัตว์ต่างๆที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในปราสามาคู ใช้ตั้งแต่ตอนที่ 1-13 มักต้องออกปฏิบัติงานร่วมกับดับเบิลแมนทุกครั้ง
ดับเบิลมอนสเตอร์ (ダブルモンスター)
สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการรวมร่างของดับเบิลแมนและสัตว์ประหลาดเบ็มเพื่อเพิ่มพลังความสามารถโดยมีสติปัญญาและทักษะของดับเบิลแมนบวกกับพลังและความสามารถพิเศษของสัตว์ประหลาดเบ็มโดยใช้เครื่องย้ายมวลสารต้นแบบมาดัดแปลง มีทักษะและอาวุธที่หลากหลายแต่ก็มักเรียกใช้ดาบโค้งแบบดับเบิลแมนมาเป็นอาวุธเสริมได้ทุกตัว

ยานพาหนะของเกียบันแก้ไข

ยานอวกาศข้ามมิติความเร็วสูง โดลกีรัน (超次元高速機ドルギラン)

ยานประจำตัวของเกียบันทำหน้าที่เป็นทั้งฐานทัพเคลื่อนที่ ที่พัก โรงเก็บอาวุธรวมถึงการส่งชุดของเกียบัน คอยบินลาดตระเวณไปรอบโลกประกอบด้วยสองส่วนคือ กิรัน ซอสเซอร์ (ギラン円盤) ส่วนบนที่ดูคล้ายจานบินทำหน้าที่เป็นที่พักและโรงเก็บยานพาหนะอื่นๆโดยสามารถยิงแสงเลเซอร์ออกมาได้รอบทิศและส่วนที่สองคือ

สัตว์ดาวไฟฟ้า โดล (電子星獣ドル)

ร่างแปลงส่วนล่างของโดลกีรันโดยจะถอดออกมาและแปรสภาพจนเป็นหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเป็นมังกร โดยเกียบันจะขึ้นไปยืนสั่งการบนหัวของมันเพื่อต่อสู้กับยานรบของมาคูหรือเหล่าสัตว์ยักษ์ อาวุธมีทั้งกรงเล็บที่ยิงแสงเลเซอร์ออกมาได้ เลเซอร์จากดวงตา ส่วนหางที่ใช้ฟาดและพ่นไฟออกจากปากได้

ไซเบอร์เรี่ยน (サイバリアン)

ยานพาหนะที่เกียบันใช้เดินทางเข้าสู่บรรยากาศมาคูมีรูปร่างเหมือนกับไซด์คาร์สีแดง สามารถบินไปบนท้องฟ้าได้รวมทั้งวิ่งไปด้วยความเร็วแสงจนกลายเป็นดวงแสงสีแดงขนาดใหญ่ได้ ติดตั้งปืนเลเซอร์และจรวดมิซไซส์ เราจะได้เห็นเกียบันใช้ไซเบอร์เรี่ยนเพื่อเข้าสู้บรรยากาศมาคูทุกครั้งโดยขึ้นไปยืนซะมากกว่าที่จะขับตามปกติ

กัลเวี่ยน (ギャビオン)

รถถังอวกาศของเกียบันซึ่งถูกปล่อยออกมาจากยานโดลกีรัน ใช้ในการสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและยานรบของมาคู สามารถบินไปบนท้องฟ้าได้ติดตั้งปืนเลเซอร์และจรวดมิซไซส์ที่ยิงได้อย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลสามารถแยกเป็นส่วนบนและส่วนล่างเหมือนกับการทิ้งตู้บรรทุกลงมาและในซีรีส์แทบไม่เห็นการแยกส่วนนี้แบบเป็นรูปธรรมนัก โดยส่วนล่างนี้มีพาหนะอีกชนิดนั่นคือ

สคูเปอร์ (スクーパー)

รถถังสว่านแบบไร้คนขับซึ่งเกียบันสามารถสั่งการผ่านเสียงโดยใช้สว่านขนาดใหญ่สองอันเจาะทะลวงเพื่อการกู้ภัยหรือบุกเข้าค้นหาและทำลายฐานทัพลับของมาคูด้วยปืนเลเซอร์แรงสูงที่ติดตั้งเอาไว้

ท่าไม้ตายและอาวุธของเกียบันแก้ไข

เลเชอร์ Z บีม
ซิลเวอร์บีม
เลเชอร์เบลด
เกียบันไดนามิค
เกียบันพั้นซ์
เกียบันคิ๊ก
ไดเมนชั่นบอมเบอร์
เลเชอร์สโคป
อิเล็ตโตโซล่าร์
สไปรัสคิ๊ก


สำนวน "บรรยากาศมาคุ"แก้ไข

ตั้งแต่ตำรวจอวกาศเกียบันเกียเริ่มออกฉายในประเทศไทย เด็กไทยโดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ก็ได้เริ่มใช้คำว่า บรรยากาศมาคุ หรือ มาคุ เป็นศัพท์สแลง แทนสถานการณ์หรือบรรยากาศที่เครียด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถพูดอะไรได้ หรือพูดไม่ออก คล้ายกับมีเมฆดำปกคลุม ในปัจจุบัน เด็กรุ่นนั้นได้โตเป็นผู้ใหญ่ บางส่วนก็ยังใช้ศัพท์นี้อยู่ และยังสามารถพบเห็นการใช้ศัพท์ดังกล่าวได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถูกนำมาใช้ตอนเดี่ยว ไมโครโฟน โดยโน้ต อุดม ทำให้คนทั้งประเทศใช้ตามและกลายเป็นศัพท์ของโอตาคุและอินเทอร์เน็ตบางแห่งด้วย อย่างไรก็ตามคำว่ามาคุก็ถูกนำไปเป็นเนื้อเพลง บุ๋ง ของ มารีญา ลินน์ เอียเรียน โดยมีเนื้อที่ว่า ทำไมมันมาคุ มาคุ อีกและ เซ็งอ่ะ

เคนจิ โอบะแก้ไข

นักแสดงที่รับบทเป็นเกียบัน ก่อนหน้านั้นยังได้แสดงในภาพยนตร์ฮีโร่อีกหลายเรื่อง เช่น แบทเทิลฟีเวอร์ เจ รับบทเป็น แบทเทิลเคนย่า และ ขบวนการเด็นจิแมน รับบทเป็น เด็นจิบลู อย่างไรก็ตามเรื่องที่เคนจิได้รับบทได้รับความนิยมอย่างมากและในโอกาสครบรอบ 30 ปีของภาพยนตร์ซีรีส์เมทัลฮีโรและตำรวจอวกาศได้กลับมารับบทบาททั้ง 3 บทในภาพยนตร์ ไคโซคุเซนไทโกไคเจอร์ VS อูจูเคจิเกียบัน เดอะมูวี่

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข