ตำรวจอวกาศชาลีบัน

ตำรวจอวกาศ ชาลีบัน (ญี่ปุ่น: 宇宙刑事シャリバン โรมาจิ: Uchū Keiji Shariban) เป็นชีรีส์เมทัลฮีโรลำดับที่ 2 โดยเป็นซีรีส์ต่อจาก ตำรวจอวกาศเกียบัน ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1983 ถึง วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984 ทางสถานีโทรทัศน์ ทีวีอาซาฮี รวมทั้งสิ้น 51 ตอน

ตำรวจอวกาศ ชาลีบัน
ประเภทTokusatsu
Superhero fiction
Science fiction
สร้างโดยToei
พัฒนาโดยShozo Uehara
กำกับโดยYoshiaki Kobayashi
แสดงนำHiroshi Watari
Yumiko Furuya
บรรยายโดยIssei Masamune
ธีมเปิด"Space Sheriff Sharivan" โดย Akira Kushida
ธีมปิด"Tsuyosa wa Ai da" โดย Akira Kushida
ผู้ประพันธ์Michiaki Watanabe
ประเทศแหล่งกำเนิดญี่ปุ่น
จำนวนตอน51
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างToru Hirayama
ความยาวตอน22x25 นาที
ออกอากาศ
เครือข่ายTV Asahi
ออกอากาศ4 มีนาคม ค.ศ. 1983 (1983-03-04) –
24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984 (1984-02-24)
ลำดับเหตุการณ์
ก่อนหน้าโดยSpace Sheriff Gavan
ติดตามโดยSpace Sheriff Shaider
ชาลีบัน (ขวา) และ เกียบัน

เรื่องย่อแก้ไข

ตัวละครแก้ไข

ตัวละครหลักแก้ไข

ชาลีบัน / อิกะ เด็น (伊賀 電)

อิกะ เด็น อดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มีความรักให้แก่สัตว์ทุกชนิด ในช่วงท้ายของซีรีส์เกียบันเขาถูก "บัฟฟาโล่ ดาบูร่า" ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแม้จะถูกเกียบันช่วยเหลือเอาไว้ได้แต่ร่างกายของเขาก็ได้รับบาดแผลฉกรรจ์จนมีแต่เครื่องมือและทีมแพทย์ของดาวบาร์ดเท่านั้นจึงจะช่วยได้ เขาถูกพาตัวไปรักษาที่ดาวบาร์ดและกลับมาช่วยเหลือเกียบันในศึกสุดท้ายกับมาคูในช่วงสั้นๆก่อนจะได้รับมอบหมายให้เป็นตำรวจอวกาศชาลีบัน รับหน้าที่ประจำการที่โลกต่อจากเกียบันเพื่อรับมือกับเหล่าร้ายต่อไป เมื่อจะเปลี่ยนร่างจะตะโกนว่า Sekisha (赤射) จากนั้นยานแกรนด์เบิร์สจะส่งชุดเกราะในรูปของอนุภาค "โซล่าร์ เมทัล" และประกบเข้ากับร่างของเด็นจนกลายเป็นคอมแบทสูทสีแดงในเวลาเพียง 1 มิลลิวินาทีเพื่อต่อสู้กับกลุ่มอาชญากรรมอวกาศมาโดในฐานะของตำรวจอวกาศชาลีบัน ต้นกำเนิดที่แท้จริงของอิกะ เด็น นั้นเขาเป็นลูกหลานของมนุษย์ดาวอิกะที่ลี้ภัยจากการบุกโจมตีของมาโดซึ่งทำลายดาวอิกะจนพินาศเพียงเพื่อช่วงชิงสมบัติล้ำค่าของดาวอิกะ นั่นคือ "อิกะ คริสตัล" การรบในครั้งนั้นทำให้ชาวอิกะที่เหลือรอดเพียงเล็กน้อยลี้ภัยกระจัดกระจายไปในอวกาศ ส่วนที่นำอิกะคริสตัลมาด้วยก็หนีมาตั้งถิ่นฐานยังดาวโลก เด็นนั้นไม่เคยทราบถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของตนเองเลยจนกระทั่งเขากลับไปยังเกาะอิกะบ้านเกิดเพื่อตามคดีที่มาโดพยายามจะชิงอิกะคริสตัล แม้ในครั้งนั้นเขาจะส่งอิกะคริสตัลไปที่อื่นด้วยระบบฉุกเฉินให้พ้นมือมาโดไปได้แต่ก็พลัดพรากกับเหล่าพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ไปนานเกือบจะจบซีรีส์แต่เขาก็ได้ดาบคุณธรรมมาใช้ต่อสู้กับมาโดยามคับขันได้ทุกเมื่อ ระหว่างนั้นเขาก็ได้พบกับเหล่านักรบอิกะและสหายมากมายที่ช่วยเขาต่อสู้กับมาโด ในช่วงท้ายของซีรีส์อิกะคริสตัลก็กลับมายังโลกอีกครั้งอันเป็นสัญญาณของศึกตัดสินครั้งสุดท้ายระหว่างชาลีบันกับมาโด

ชาลีบัน (รุ่นที่2) / เฮียวกะ ไค (日向 快)

เด็กหนุ่มผู้มีเชื้อสายดาวอิกะเช่นเดียวกับเด็น ใฝ่ฝันจะเป็นตำรวจอวกาศที่สุดยอดด้วยการคำนวณและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างแม่นยำเป็นหลักแต่เพียงแค่นั้นไม่อาจได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาอย่างอิกะ เด็นไปได้ แม้เขาจะได้รับตำแหน่งเป็นตำรวจอวกาศชาลีบันแทนเด็นที่ได้เลื่อนตำแหน่งจนไม่ได้ออกภาคสนามแล้วแต่เขายังไม่อาจได้การยอมรับจากเด็นในฐานะของตำรวจอวกาศอยู่ดี ไคเป็นตำรวจอวกาศฝีมือดีที่โดดเด่นด้านการวิเคราะห์สถานการณ์แต่ก็มักจะพลาดในตอนท้ายอยู่เสมอกว่าจะได้รับการยอมรับจากชาลีบันรุ่นแรกอย่างอิกะ เด็นคงต้องตามลุ้นกันต่อไป เขาต่างกับ จูมอนจิ เงคิตรงที่เขาสวมชุดคอมแบทสูทชาลีบันชุดเดิมของอิกะ เด็น ไม่ใช่ชุดใหม่เหมือนกับเกียบัน Type-G

ลีลี่ (リリィ)

ผู้ช่วยและแฟนสาวของอิกะ เด็น จากดาวบาร์ด แม้จะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรแต่ก็ช่วยชาลีบันต่อสู้กับมาโดอย่างสุดกำลังโดยเราจะได้เห็นคิวบู๊ของผู้ช่วยสาวของตำรวจอวกาศมากขึ้นเพราะลิลี่ได้รับการฝึกมามากกว่ามิมี่จากซีรีส์เกียบัน ในตอนท้ายเธอตัดสินใจจะอยู่ที่โลกระยะนึงหลังจากเสร็จศึกกับมาโดและตั้งใจว่าจะตามเด็นไปหลังเสร็จสิ้นภารกิจฟื้นฟูดาวอิกะ

จีจี้ (ジジー)

ผู้ช่วยและแฟนสาวของเฮียวกะ ไค เป็นชาวดาวบาร์ดและนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะของยุคเลยก็ว่าได้แม้จะดูเปิ่นๆใสๆก็ตาม คอยดูแลไคทั้งการสืบสวนและชีวิตประจำวันอย่างการทำอาหาร แม้จะเก่งคำนวณและมีความรู้มากแต่ก็เชื่อมั่นการวิเคราะห์ของไคมากกว่า

ตัวละครอื่นๆแก้ไข

เกียบัน / อิจิโจจิ เร็ตสึ

อดีตตำรวจอวกาศเกียบันที่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กองหลังจากการต่อสู้กับมาคูเพื่อดูแลเขตที่กว้างขึ้นของอวกาศส่วนนี้ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่ชาลีบันไปพร้อมกับให้ความช่วยเหลือในยามคับขันแม้ไม่ได้สวมคอมแบทสูทเพื่อต่อสู้ ในตอนสุดท้ายของซีรีส์ได้กลับมาร่วมต่อสู้ในฐานะของตำรวจอวกาศเกียบันอย่างเต็มตัวในการโค่นล้มมาโดพร้อมกับชาลีบัน

ผู้บัญชาการคอม (コム長官)

ผู้บัญชาการของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศ เขายังคงเป็นที่ปรึกษาให้แก่ตำรวจอวกาศหนุ่มอยู่เช่นเคยและเป็นผู้เสนอแนวคิดให้ใช้ระบบพลังงานพลาสม่าของดร.โฮชิโนะที่เกียบันกู้คืนมาได้ไปติดตั้งบนยานแกรนด์เบิร์สของชาลีบันเพื่อใช้กับปืนใหญ่พลาสม่าแคนน่อน เขายังเป็นผู้หนึ่งที่รู้ชาติกำเนิดของเด็นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงแต่ปิดบังไว้จนกว่าจะเห็นสมควร และยังเดินทางมายังโลกเพื่อเป็นกำลังในการต่อสู้กับมาโดอีกด้วย

มารีน (マリーン)

เลขาของผู้บัญชาการคอมคอยช่วยเหลือเหล่าตำรวจอวกาศอยู่เช่นเดิม

ชาวดาวอีก้า
เบล เฮเลน (ベル・ヘレン)

อดีตเจ้าหญิงของดาวอิกะที่เดินทางมายังโลกเพื่อร่วมต่อสู้กับมาโดร่วมกับชาลีบันพร้อมกับน้องชาย "บิลลี่" หลังน้องชายถูกสังหารก็คอยช่วยชาลีบันในการต่อสู้กับมาโดเพื่อล้างแค้นและเสียชีวิตในการต่อสู้กับเลซ่า มือสังหารของเลด้าในตอนที่ 42

เบล บิลลี่ (ベル・ビリー)

น้องชายของเฮเลน เบลที่ตั้งใจฝึกฝนเป็นตำรวจอวกาศแต่ถูกสังหารในตอนที่ 36

มิยูคิ (みゆき)

หนึ่งในลูกหลานของดาวอิกะเช่นเดียวกับเด็น อาศัยอยู่ที่เกาะอิกะเพื่อปกป้องอิกะคริสตัล เธอกับเด็กสาวอิกะคนอื่นๆได้ถูกเคลื่อนย้ายไปด้วยระบบฉุกเฉินผ่านไปยังดวงดาวต่างๆพร้อมกับอิกะคริสตัลแบบสุ่มไปเรื่อยๆ กว่าจะกลับมาที่โลกก็เป็นช่วงท้ายของซีรีส์ หลังมาโดล่มสลายพวกของมิยูกิก็ติดตามเด็นไปพร้อมกับนักรบอิกะคนอื่นๆเพื่อภารกิจฟื้นฟูดาวอิกะ

โอยามะ โคจิโร่ (大山小次郎)

นักข่าวผู้คลั่งไคล้ UFO ยังคงติดตามข่าวสารเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวโดยไม่รู้ว่ามีอยู่ใกล้ตัวเช่นเคย คอยช่วยเหลือเหล่าตำรวจอวกาศแบบฮาๆเช่นเดิม

ริต้า (リタ)

หนึ่งในสมาชิกขององค์กร ออร์แกไนเซอร์ (オーガナイザー) เป็นกลุ่มต่อต้านมาโดและเป็นพันธมิตรกับชาลีบันเช่นเดียวกับคีธและมัวร์โดยเป็นเสมือนหัวหน้าขององค์กร แม้เป็นผู้หญิงแต่ก็มีความสามารถในการต่อสู้พอตัวได้ช่วยเหลือชาลีบันในการต่อสู้พร้อมกับคีธ ในตอนที่ 27 และ 50

มัวร์ (ムーア)

หนึ่งในสมาชิกขององค์กร ออร์แกไนเซอร์เช่นเดียวกับคีธและริต้า เป็นมนุษย์ต่างดาวแคระที่ช่วยชาลีบันต่อสู้กับมาโดแต่ปรากฏตัวแค่ในตอนที่ 27 เท่านั้น

คีธ (キース)

หนึ่งในสมาชิกขององค์กร ออร์แกไนเซอร์ คีธเป็นมนุษย์ต่างดาวเพศชายร่างกายกำยำโดยคีธนั้นได้มาช่วยชาลีบันต่อสู้ถึง 2 ครั้ง ในตอนที่ 27 และ 50

มาริโอ้ (マリオ)

อดีตสายลับของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศที่ถูกมาโดจับกุมไว้ได้ เนื่องจากเขาส่งสัญญาณบอกข้อมูลลับแก่สมาพันธ์ตำรวจอวกาศไม่ทันจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสายลับสองหน้าจึงถูกไล่ล่าจากทั้งตำรวจอวกาศและมาโด เขาได้รับการช่วยเหลือจากชาลีบันและมิตรภาพก็ก่อเกิดแต่เนื่องจากเขาเองก็ถูกตำรวจอวกาศตามล่าจนหมดที่ไปจึงวางแผนจะหักหลังโดยสมรู้ร่วมคิดกับมาโดหวังจับกุมสมาชิกออร์แกไนเซอร์ทั้งสามส่งให้แก่มาโด ทว่าเขาได้รู้ข่าวจากลิลี่ว่าเขาพ้นมลทินแล้วเพราะลูกชายของเขาได้ส่งข้อมูลลับแก่สมาพันธ์ตำรวจอวกาศได้สำเร็จก่อนที่เขาจะถูกฆ่า มาริโอจึงหันมาช่วยชาลีบันต่อสู้กับมาโดแต่ก็ถูก "อุรากิริ บีสต์" สังหารในตอนที่ 27 เช่นกัน

โฮชิโนะ สึคิโกะ (星野月子)
ซูซูกิ คัปเป (鈴木勝平)
ซูซูกิ จิอากิ (鈴木千秋)
ซูซูกิ จิเอะ (鈴木千恵)
ซูซูกิ อากิระ (鈴木明)
ตำรวจอวกาศ เอสเตบัน (宇宙刑事エステバン) / เซย์กิ (セイギ)

ตำรวจอวกาศหนุ่มที่ประจำอยู่ที่ดาวบายาเชีย (バヤシア星) ปรากฏตัวในภาพยนตร์ตำรวจอวกาศชาลีบัน เดอะ เน็ก์ เจเนเรชั่น ได้รับคำสั่งให้มาช่วยชาลีบันรุ่น 2 หรือ เฮียวงะ ไค ในการสืบคดีการค้ายาไฮเปอร์ เอ็มที่ดาวโลกพร้อมกับคู่หู ตำรวจอวกาศหญิง ไอรีน โดยเขาเป็นตำรวจอวกาศหนุ่มเชื้อสายดาวอิกะเช่นเดียวกับไคและยังเคยเป็นตำรวจอวกาศฝึกหัดในความดูแลของอิกะ เด็นเช่นเดียวกันอีกด้วย ทั้งสองถูกเด็นตั้งคำถามถึงการเป็นตำรวจอวกาศที่แท้จริงมาเหมือนกัน ในการแปลงร่างเขาจะตะโกนว่า "Tenshaku" และสวมคอมแบทสูทสีทองในนามของตำรวจอวกาศ เอสเตบัน (ชุดที่สวมใช้ชุดของ เกียบัน บูทเลก จากภาพยนตร์ ขบวนการโจรสลัด โกไคเจอร์ ปะทะ ตำรวจอวกาศเกียบัน มารีไซเคิล) มีท่าไม้ตายคือ "เอสเตบัน แอกเกรสชั่น" เนื่องจากเซย์กินั้นทำซุ่มซ่ามในระหว่างเข้าจับกุมการซื้อขายยาไฮเปอร์ เอ็มทำให้ตัวการอย่างไกร่าโชกุนหนีรอดไปได้ อีกทั้งยังมารับรู้ว่าผู้บังคับบัญชาสงสัย ไอรีน คู่หูของเขาเป็นสายลับให้กับเนโอมาโดทำให้เซย์กิอยู่ในสภาพจิตตกจนยิงไอรีนจนบาดเจ็บสาหัสเพื่อปกป้องไค แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรเพราะแท้จริงแล้วสายของเนโอมาโดคือตัวเซย์กิเอง เพื่อปกป้องตัวเองเขาจึงจัดฉากยิงไอรีนที่กำลังถูกเบื้องบนสงสัยเพื่อให้เป็นแพะรับบาปอีกทั้งยังวางระเบิดหวังจะสังหารไคและเจนเซอร์ลงพร้อมกันเพื่อปกปิดความจริง แต่เพราะได้เจนเซอร์ในร่างของการ์ดบีสต์ช่วยเอาตัวบังระเบิดไว้ให้ ไคจึงรอดมาได้และบุกเข้าทะลายรังของเนโอมาโดพร้อมกับทำศึกตัดสินกับเพื่อนรักอย่างเซย์กิทั้งน้ำตา

ไอรีน (アイリーン)

ตำรวจอวกาศหญิงผู้จริงจังทำหน้าตาบึ้งตึงตลอดเวลา คู่หูของเซย์กิ เดินทางมายังโลกเพื่อช่วยการสืบสวนคดีค้ายาไฮเปอร์ เอ็มของเนโอมาโดบนดาวโลก เธอถูกผู้บัญชาการนิโคลัส กอร์ดอนสงสัยว่าเธอจะเป็นสายให้กับเนโอมาโด จึงออกคำสั่งลับแก่ชาลีบันรุ่น 2 หรือเฮียวงะ ไคให้สืบหาความจริงอย่างลับๆและเนื่องจากเธอทำท่ามีพิรุธตลอดทั้งแอบส่งข้อความลับๆตอนจะบุกเข้าจับกุมหรือช่วยการ์ดบีสต์หนีออกจากยานแกรนด์เบิร์ส เธอจึงถูกเซย์กิยิงจนบาดเจ็บสาหัสแต่จริงๆแล้วเซย์กินั่นเองคือสายของเนโอมาโด เขาจัดฉากยิงคู่หูที่กำลังถูกสงสัยเพื่อให้เป็นแพะรับบาปอีกทั้งเมื่อไอรีนยังไม่ตายเขาก็ลากเธอลงจากยานแกรนด์เบิร์สมาเพื่อเป็นตัวประกันในระหว่างการต่อสู้กับชาลีบันอีกด้วย

ยานรบของชาลีบันแก้ไข

แกรนด์เบิร์ส (Grand Birth - グランドバース)

ยานรบข้ามมิติความเร็วแสง ยานประจำตัวของชาลีบันทำหน้าที่เป็นทั้งฐานทัพเคลื่อนที่ของเด็นและลิลี่ในการบินลาดตระเวณรอบโลก เป็นยานรบที่สามารถปฏิบัติงานได้สองรูปแบบคือ

-โหมดยานรบข้ามมิติที่สามารถเดินทางเข้าสู่เกมุไคเพื่อเป็นอาวุธให้แก่ชาลีบัน มีอาวุธคือ "เบิร์สบีม"
-Battle Formation เป็นการเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่มีอาวุธคือ "แกรนด์ บัสเตอร์" ปืนลำแสงขนาดเล็กบริเวณหัวไหล่ และ "พลาสม่า แคนน่อน" ซึ่งใช้ระบบพลังงานพลาสม่าที่ดร.โฮชิโนะคิดค้นขึ้นมาติดตั้งเป็นเตาปฏิกรณ์ของยานแกรนด์เบิร์สเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดของยานแกรนด์เบิร์ส
โมโตชาเลี่ยน (モトシャリアン)

มอเตอร์ไซด์หุ้มเกราะของชาลีบันที่สามารถบินได้และสามารถเข้าสู่เกมุไคได้ด้วย ติดตั้งทั้งจรวดมิซไซส์และปืนลำแสงเป็นอาวุธ

ชาริงเกอร์แทงค์ (シャリンガータンク)

รถถังอวกาศที่สามารถบินบนฟ้าได้ ติดตั้งปืนลำแสงและจรวดมิซไซส์สามารถแยกส่วนได้เหมือนกับกัลเวี่ยนของเกียบันและติดตั้งแขนกลกู้ภัยไว้ด้วย

ม็อกรี่รัน (モグリラン)

รถถังสว่านไร้คนขับที่ถูกเก็บเอาไว้ในชาริงเกอร์แทงค์ มีสว่านขนาดใหญ่ติดตั้งเอาไว้เพื่อทะลวงฐานทัพของศัตรูและสามารถยิงลำแสงทำลายออกมาเป็นวงแหวนจากสว่านขนาดใหญ่นี้ด้วย

มาโดแก้ไข

กลุ่มอาชญากรรมอวกาศมาโด (宇宙犯罪組織マドー) กลุ่มของอาชญากรพลังจิตจากอวกาศ มีกองบัญชาการคือปราสาทมายา (幻夢城) ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเกมุไค (幻夢界) มิติแห่งโลกมายาเสมือนหลุมขาวอันเป็นที่รวมของทุกสิ่งที่หลุมดำได้ดูดเข้ามารวมไว้ มีเป้าหมายครอบครองจักรวาลโดยสร้างความปั่นป่วนทั่วกาแลคซี่ด้วยอาชญากรที่มีพลังจิตพร้อมด้วยกองกำลังติดอาวุธของพวกมัน โดยมีเกมุไคหรือโลกมายาอันเป็นมิติชั่วร้ายที่สร้างขึ้นด้วยพลังจิตชั่วร้ายอันมหาศาลของจอมมารไซโค เป็นมิติชั่วร้ายที่มีผลเพิ่มพลังแก่ปีศาจร้ายเหมือนบรรยากาศมาคู

จอมมารไซโค (魔王サイコ)

ผู้ปกครองของมาโดในรูปลักษณ์ของเทวรูปปีศาจที่ถือกริชสามง่ามในมือทั้งสองข้างเปี่ยมด้วยพลังจิตชั่วร้ายสามารถสร้างภาพมายาที่ทรงพลังสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วกาแลคซี่ นอกจากนี้ยังเป็นจอมปีศาจที่ไม่มีวันตายเพราะสามารถแบ่งร่างที่มีจิตสำนึกของตนออกเป็นสองร่าง นั่นคือร่างของชายหัวโล้นใส่สูทสีครีมที่ปรากฏตัวอย่างลึกลับตลอดซีรีส์ซึ่งร่างจริงนั่นคือ นักรบไซโคเลอร์ (戦士サイコラー) ไซบอร์กต่อสู้สีทองที่มีดาบคู่ที่สามารถปล่อยสายฟ้าได้เป็นอาวุธ ไซโคเลอร์เสมือนเป็นอีกภาคของไซโคที่โดดเด่นด้านพลังในการต่อสู้ทางกายภาพในขณะที่ไซโคนั้นเด่นด้านพลังจิต โดยทั้งสองต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน หากอีกตัวยังอยู่ก็สามารถฟื้นสภาพให้อีกตัวได้ตลอดเวลา จอมมารไซโคเคยบุกโจมตีดาวอิกะเพื่อชิงอิกะคริสตัลซึ่งกล่าวว่าได้เก็บรวบรวมพลังงานของดวงอาทิตย์มาอย่างมหาศาล ไซโคหวังใช้พลังนั้นเพื่อทำให้ตนเองเป็นอมตะแต่เหมือนกรรมตามทันทำให้ลูกหลานของอิกะที่เคยถูกตนล้างผลาญอย่างชาลีบันกลับมาเป็นก้างขวางคอของตนซะเอง เนื่องจากไซโคกับไซโคเลอร์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันทำให้การปราบพวกมันต้องปราบทั้งสองตัวลงพร้อมกันแต่พลังของไซโคกับไซโคเลอร์นั้นมหาศาลยิ่ง แม้เกียบันจะมาร่วมต่อสู้ด้วยก็ใช่จะปราบพวกมันลงได้ง่ายๆ ในช่วงวิกฤตนั้นเอง อิกะคริสตัลได้ปรากฏขึ้นและสูบพลังงานชั่วร้ายของไซโคและไซโคเลอร์จนหมดสิ้นเปิดโอกาสให้ตำรวจอวกาศทั้งสองรวมพลังปราบจอมปีศาจทั้งสองลงพร้อมกันในที่สุดโดยเกียบันสังหารไซโคเลอร์ด้วย "เกียบัน ไดนามิค" ส่วนไซโคถูกชาลีบันสังหารด้วย "ขาลีบันครัช" จอมมารไซโคมีบทบาทอีกครั้งในภาพยนตร์ คาเมนไรเดอร์ ปะทะ ซุปเปอร์เซนไต ปะทะ ตำรวจอวกาศ มหาศึกรวมพลังฮีโร่ Z ซึ่งเป็นบอสใหญ่ที่คืนชีพมาพร้อมกับเหล่าร้ายอื่นๆในรูปลักษณ์ของเทวรูปปีศาจสามหน้าสีทองขนาดมหึมาที่หวังจะครอบคลุมจักรวาลด้วยเกมุไคแต่ก็ถูกปราบลงด้วยการโจมตีประสานของฮีโร่สามสายประกอบด้วยตำรวจอวกาศ เคียวริวเจอร์และมาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด

ดร.พอลเตอร์ (ドクターポルター)

นักวิทยาศาสตร์หญิงตระกูลคุเดต้า ที่ปรึกษาและนักวางแผนร้ายให้กับจอมมารไซโคมีแส้เป็นอาวุธ เป็นพี่สาวของไกร่าโชกุน ชิงดีชิงเด่นกับน้องชายและกุนซือเลด้าตลอดซีรีส์และถูกสังหารในตอนที่ 51 โดยชาลีบันต่อหน้าไซโค

ไกร่าโชกุน (ガイラー将軍)

แม่ทัพของมาโดผู้สวมเกราะสีดำและใช้ดาบเป็นอาวุธโดยสามารถปล่อยพลังให้วิ่งไปตามพื้นสู่เป้าหมายได้ ปะทะกับชาลีบันบ่อยครั้งพร้อมด้วยวลีติดปาก "สังหาร" (抹殺!) แม้เป็นแม่ทัพแต่ก็ดูมีศักดิ์ด้อยกว่าพี่สาวอย่างดอกเตอร์พอลเตอร์อยู่ดีทำให้เกิดความอิจฉาและชิงดีชิงเด่นเป็นศึกสามเส้ากับทั้งดอกเตอร์พอลเตอร์และกุนซือเลด้ามาตลอด แต่เนื่องจากเป็นคนใจร้อนและไม่ฉลาดนักทำให้โดนเล่นงานอยู่บ่อยๆเคยถูกเลด้าวางยาให้เป็นบ้าอาละวาดต่อหน้าไซโคจึงถูกลงโทษให้แบกเก้าอี้ตัวใหญ่อยู่หลายตอนจนไซโคปล่อยไกร่าโชกุนออกมาและวางเก้าอี้ไว้กลางห้องโถงเพื่อกดดันให้เกิดสถานะภาพสามเส้าระหว่างผู้บัญชาการให้ชัดเจนขึ้น ในตอนที่ 49 ได้ต่อสู้ตัดสินกับชาลีบันในเกมุไคและถูกสังหารลงในที่สุด

มิสอาคุมะ 1 (ミスアクマ1)

สายลับในชุดดำที่ติดตามทั้งดอกเตอร์พอลเตอร์และไกร่าโชกุนในการดำเนินแผนการและปะทะกับชาลีบันบ่อยครั้ง เชี่ยวชาญการปลอมตัวและแฝงตัวแบบนินจา ถูกเกียบันสังหารลงในตอนที่ 51 พร้อมกับดอกเตอร์พอลเตอร์

มิสอาคุมะ 2 (ミスアクマ2)

สายลับในชุดสีชมพูที่ติดตามทั้งดอกเตอร์พอลเตอร์และไกร่าโชกุนเช่นเดียวกับมิสอาคุมะ1 ถูกกามาก้อนไดโอจับกินระหว่างที่สะกดรอยตามเลด้ากับกามาก้อน ไดโอในตอนที่ 50

เลด้า (レイダー)

จอมเวทย์ลึกลับจากโลกแห่งความตายที่เข้าร่วมกับมาโดในตอนที่ 34 โดยประกาศส่งชาลีบันลงนรก เลด้าเป็นภูตร้ายที่แม้หัวจะหลุดจากตัวก็ยังไม่ตายและยังล่องลอยไปมาเหมือนวิญญาณ นอกจากจะสร้างความลำบากแก่ชาลีบันแล้ว เลด้ายังเคยยุยงให้สองพี่น้องคุเดต้าให้แตกคอกันโดยวางยาไกร่าโชกุนให้เสียสติอาละวาดต่อหน้าไซโคจนถูกสาปให้นั่งแบกเก้าอี้อยู่หลายตอน เมื่อไซโคกดดันให้ทั้งสามผู้บัญชาการแข่งขันกันหนักขึ้นจนเลด้าต้องร่วมมือกับกามาก้อน ไดโอจนสามารถชิงอิกะคริสตัลมาได้จึงได้รับตำแหน่งกุนซือที่ปรึกษาของไซโค ทว่าเลด้าก็เผยธาตุแท้หวังครอบครองมาโดซะเองโดยลอบสังหารไซโคในห้องโถงได้ครั้งนึงแต่ไซโคเลอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนจะชุบชีวิตไซโคและสังหารเลด้าลงในตอนที่ 50 กุนซือเลด้ามีบทบาทอีกครั้งในภาพยนตร์ Kamen Rider × Super Sentai × Space Sheriff: Super Hero Taisen Z โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ปั่นป่วนของเวทมนตร์เพื่อคืนชีพจอมมารไซโค เลด้าในเวอร์ชันนี้ต่างจากเลด้าดั้งเดิมเล็กน้อยโดยไม่มีผ้าปิดคาดปาก ไม่ไว้เล็บยาวและเปลี่ยนมาถืออาวุธเป็นเคียวด้ามยาวแทน เลด้าถูกปราบลงด้วยการโจมตีประสานของหน้ากากไรเดอร์วิซาร์ดและเคียวริวเจอร์แต่ก็คืนชีพมาพร้อมกับจอมมารไซโคในร่างของปีศาจ สเปซเลด้า (スペースレイダー) และถูกเคียวริวโกลด์และหน้ากากไรเดอร์บีสต์รวมพลังสังหาร

กามาก้อน ไดโอ (ガマゴン 大王)

สัตว์ประหลาดหน้าตาเหมือนคางคกสีเขียวขนาดยักษ์ที่แลบลิ้นหลายแฉกเป็นอาวุธได้ ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่ 31 แต่ถูกเลด้าเรียกตัวมาช่วยในตอนที่ 49 จนสามารถชิงอิกะคริสตัลไปได้และวางแผนสังหารชาลีบันกับจอมมารไซโคไปพร้อมกันแต่ ขณะที่กามาก้อน ไดโอกำลังจะจัดการกับชาลีบันก็ถูกดาบคุณธรรมของชาลีบันตัดลิ้นจนขาดและสังหารลงด้วย "ชาลีบันแคลช" ในตอนที่ 50

ไกร่าโชกุนรุ่น 2 (ガイラー将軍)

ปรากฏตัวในภาพยนตร์ตำรวจอวกาศชาลีบัน เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น เป็นหนึ่งในอาชญากรที่ก่อคดีเลียนแบบองค์กรมาโด เขาใช้ชื่อไกร่าโชกุนในการก่อตั้งองค์กร "เนโอมาโอ" (ネオマドー) และค้ายาเสพย์ติดร้ายแรงที่เรียกว่า "ไฮเปอร์ เอ็ม" (Hyper M) ซึ่งเป็นยากระตุ้นที่สามารถเพิ่มพลังกล้ามเนื้อได้มากในเวลาอันสั้นอีกทั้งยังกดความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้แต่เมื่อยานี้หมดฤทธิ์เหยื่อก็จะเสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยไกร่าโชกุนเป็นเอเย่นต์ค้ายานรกนี้เพื่อขายให้กับเหล่าอาชญากรอื่นๆเพื่อนำไปใช้ในทางชั่วร้าย ถูกชาลีบัน รุ่น 2 หรือ เฮียวกะ ไค จับกุมตัวมาได้ในตอนท้ายโดยแท้จริงแล้วเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยแต่ถูกล้างสมองผ่านเว็ปไซต์ "ห้องของเฮอเรอร์ เกิร์ล" ทำให้คิดไปเองว่าเป็นหัวหน้าของมาโดและก่ออาชญากรรมเลียนแบบขึ้น ในเรื่องไกร่าโชกุนยังรักษาเอกลักษณ์ด้วยคำสั่งการ "สังหาร" (抹殺) แบบเดียวกับไกร่าโชกุนคนเดิม

กามาก้อน (ガマゴン)

ปรากฏตัวในภาพยนตร์ตำรวจอวกาศชาลีบัน เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น เป็นหนึ่งในอาชญากรที่เป็นลูกค้าของไกร่าโชกุนรุ่น 2 เพื่อซื้อยาไฮเปอร์ เอ็มแต่ถูกพวกของชาลีบันรุ่น 2 เข้าขัดขวางการซื้อยาและได้ต่อสู้กับชาลีบันในเกมุไคเทียมที่สร้างขึ้นมาจากสวิตช์ประหลาดและเสียชีวิตจากการระเบิดของสวิตช์นั้นเพราะฝืนใช้มากเกินไป แม้กามาก้อนตัวนี้จะดูเป็นสัตว์ประหลาดแต่เขาก็เป็นแค่เหยื่อของการล้างสมองผ่านเว็ปไซต์ "ห้องของเฮอเรอร์ เกิร์ล" อีกคนเท่านั้นโดยกามาก้อนเวอร์ชันนี้ต่างจากกามาก้อน ไดโอตรงที่กามาก้อน ไดโอนั้นเหมือนมีแต่หัวคางคกขนาดใหญ่แต่กามาก้อนตัวใหม่นั้นมีร่างกายแบบมนุษย์แต่มีหัวที่ดูเหมือนกามาก้อน ไดโอ (ส่วนของชุดนั้นใช้ชุดของไบรตั้นจากตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ มารีไซเคิลใหม่)

การ์ดบีสต์ (ガードビースト)

สัตว์โลกปีศาจที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของไกร่าโชกุนรุ่น 2 ซึ่งนอกจากจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานแล้วยังมีความสามารถในการใช้ดาบและปืนในการต่อสู้พร้อมๆกัน ถูกไอรีนยิงด้วยปืนจนหมดสติขณะต่อสู้จนเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วก่อนจะถูกนำขึ้นยานแกรนด์เบิร์ส เมื่อไอรีนรู้ว่าจีจี้ทำการชันสูตรร่างของการ์ดบีสต์ เธอจึงทำร้ายจีจี้จนสลบและทำการปั๊มหัวใจกู้ชีพการ์ดบีสต์ขึ้นมาก่อนจะพาหนีออกจากยานแกรนด์เบิร์สทำให้ชาลีบันมั่นใจว่าไอรีนคือสายของเนโอมาโดแต่ไม่ทันจะได้อธิบายอะไรไอรีนก็ถูกเซย์กิยิงจนบาดเจ็บเสียก่อน ชาลีบันที่จับต้นชนปลายไม่ถูกก็เริ่มสำรวจบันทึกการติดต่อของไอรีนจาก iphone (ล่ะมั้ง) ของเธอทำให้ได้พบชื่อ J และเมื่อทำการติดต่อไป J นั้นก็คือการ์ดบีสต์ แท้จริงแล้วการ์ดบีสต์นั้นคือตำรวจอวกาศนาม "เจนเซอร์" (ジェンサー) อดีตคู่หูที่เข้าใจว่าเสียชีวิตไปแล้วของไอรีนและยังเป็นคนรักของเธออีกด้วย เพื่อแฝงตัวเข้าเป็นพวกของเนโอมาโดแล้วเจนเซอร์ยอมทำการดัดแปลงตัวเองให้กลายเป็นสัตว์โลกปีศาจเพื่อคอยเป็นสายส่งข้อมูลจากภายในองค์กรให้แก่ตำรวจอวกาศโดยภารกิจนี้มีเพียงตัวเขากับไอรีนเท่านั้นที่รู้ ทำให้ผบ.นิโคลัสที่ไม่รู้เรื่องนี้จึงเข้าใจผิดว่าไอรีนเป็นสายของเนโอมาโดไป ไคถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้รับคำตอบว่าขอเพียงช่วยปกป้องผู้คนได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโง่หรือบ้าบอแค่ไหนตัวเขาก็ยินดีจะทำเพราะมันคือหน้าที่ของตำรวจอวกาศและในระหว่างนั้นก็เกิดระเบิดลึกลับขึ้นทำให้เจนเซอร์ในร่างของการ์ดบีสต์เอาตัวเข้าปกป้องไคและฝากฝังภารกิจในฐานะตำรวจอวกาศแก่ไคก่อนจะสิ้นใจ

พี่น้องเบงกัลบราเธอร์ส (ベンガルブラザーズ)

สองพี่น้องมือสังหารจากอวกาศจากเขต "ดาร์คเนบิวล่า มาเซลัน" (マゼラン星雲) ปรากฏตัวในตอนที่ 11 คนพี่คือ "เบงกัลไทเกอร์" (ベンガルタイガー) ใช้ดาบเป็นอาวุธและคนน้องคือ "เบงกัลคอบร้า" (ベンガルコブラ) ใช้หอกเป็นอาวุธเข้าท้าทายชาลีบันในยกแรกเพื่อเก็บข้อมูลการต่อสู้ต่างๆของชาลีบันเพื่อนำไปมอบให้แก่มาโดเพื่อขอสวามิภักดิ์แต่แท้จริงก็วางแผนจะลอบสังหารจอมมารไซโคเพื่อยึดอำนาจด้วยแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของจอมมารไซโคจนพี่น้องเบงกัลถูกเล่นงานจนหมดสติ จากนั้นก็ถูกดอกเตอร์พอลเตอร์ดัดแปลงและล้างสมองเพื่อไปจัดการกับชาลีบันพร้อมกับสัตว์โลกปีศาจ "โชริ บีสต์" แต่พี่น้องเบงกัลก็ถูกชาลีบันกำจัดไปก่อนจะได้เข้าเกมุไคเสียอีก