เปิดเมนูหลัก

"การดูหมิ่นอัลกุรอาน" (อังกฤษ: Quran desecration) ถือเป็นการดูถูกอัลกุรอาน ซึ่งชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นดำรัสจากอัลลอฮ์ ที่พระองค์ทรงประทานลงมาเป็นภาษาอาหรับ—โดยการทำให้สกปรกหรือทำลายอัลกุรอานนั้น ชาวมุสลิมจะถือว่าเป็นการดูหมิ่นศาสนา.

หลายสำนักของศาสนาอิสลามมีข้อบังคับให้ทำวูดุ (ทำน้ำละหมาด) ก่อนที่ชาวมุสลิมจะจับอัลกุรอาน โดยจะให้เกียรติเป็นอย่างมาก.[1]

การกำจัดสำเนาอัลกุรอานเป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับชาวมุสลิม เพราะในกุรอานไม่ได้บอกว่าให้กำจัดกุรอานที่เสียหายอย่างไร โดยแต่ละพื้นที่มีวิธีกำจัดอัลกุรอานที่เสียไม่เหมือนกัน ไมเคิล คุก นักประวัติศาสตร์อิสลาม ได้กล่าวว่ากุรอานควรเก็บในถุงผ้าแล้วฝังไว้ในที่ที่ไม่ถูกเหยียบย่ำ หรือที่ที่ "ปลอดภัย" จากสิ่งสกปรก[1] รายงานจาก อาหรับนิวส์ ชาวมุสลิมถูกห้ามไม่ให้นำกุรอานที่เสีย, บดละเอียด หรือถูกฉีก นำกลับมาใช้ใหม่; แต่ถ้าจะทำลาย ก็ต้องเผา หรือฝังสำเนาอย่างมีมารยาท และการให้เกียรติ เป็นสิ่งที่จำเป็น[2]

การให้เกียรติอายะฮ์จากอัลกุรอานเป็นสิ่งที่สำคัญในศาสนาอิสลาม. ในบางประเทศ การดูหมิ่นอัลกุรอานอาจจะถึงขั้นถูกจำคุก (ถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตในปากีสถาน ตามกฎหมายข้อที่ 295-B) และถึงขั้นประหารชีวิตในอัฟกานิสถาน, ซาอุดีอาระเบีย, โซมาเลีย และปากีสถาน.[3][4]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  [s] - The major sources about punishment are: [3][4][5]

  1. 1.0 1.1 Myrvold, Kristina (2010). The Death of Sacred Texts: Ritual Disposal and Renovation of Texts in World. Farnham Surrey England: Ashgate Publishing. pp. 31–57. ISBN 9780754669180.
  2. "Disposing of the sheets of Quran". ourdialogue.com. Archived from the original on 13 August 2006. Reprint from Our Dialogue Q&A series, Adil Salahi, Arab News, Jeddah
  3. 3.0 3.1 "Newsweek says Koran desecration report is wrong", David Morgan, Reuters (Washington, DC), 15 May 2005.
  4. 4.0 4.1 "BBC NEWS | South Asia | Riots over US Koran 'desecration'", BBC.com, 11 May 2005, webpage: BBC-491.
  5. "Six Christians killed in Pakistan over Koran 'insult' ", Persecutionbd.org, August 2009, webpage: Persec-insult (compute-bound).

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข