ไยบะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้แนวเคนโด้และซามุไรของญี่ปุ่นที่วาดขึ้นโดย อาโอยาม่า โกโช ผู้วาดเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันมีทั้งแบบ มังงะ และ อนิเมะ

ไยบะ
ชื่อ ไยบะ
ชื่อญี่ปุ่น 剣勇伝説YAIBA
ชื่ออังกฤษ YaiBa
กลุ่มเป้าหมาย โชเน็น
แนว ตลก ผจญภัย แฟนตาซี
มังงะ
จำนวนเล่ม 24 เล่ม
อนิเมะ
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

เนื้อเรื่องแก้ไข

เจ้าหนูซามูไรผู้มีความฝันแก้ไข

คุโรงาเนะ ไยบะ ซามูไรวัยกระเตาะอาศัยอยู่ที่เกาะอันห่างไกลกับพ่อของเขา คุโรงาเนะ เคนจูโร่ และสัตว์เลี้ยงที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่หูอย่างคาเงโทร่า (เสือ) กับโชโนสุเกะ (แร้ง) วันหนึ่งทั้งหมดได้มาที่ญี่ปุ่นโดยบังเอิญและได้พบกับครอบครัวมิเนะ ไรโซ เคนจูโร่กับไรโซนั้นเป็นเพื่อนเก่าแก่และเป็นคู่แข่งกัน เคนจูโร่ขอให้บ้านมิเนะฝากเลี้ยงไยบะ เพื่อที่จะให้ความฝันของไยบะเป็นจริงนั่นคือซามูไรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ส่วนบ้านมิเนะก็มีลูกสาวคือซายากะ ซึ่งซายากะนั้นต้องคอยดูแลไยบะอยู่ตลอดเนื่องจากไยบะไม่เคยเห็นโลกภายนอก

ซามูไรทั้งสองและดาบมารทั้งสองแก้ไข

วันหนึ่งไยบะไปที่โรงเรียนมัธยมของซายากะและได้พบกับ โอนิมารู ทาเคชิ นักเรียนร่วมสถาบันของซายากะ โอนิมารูมีฝีมือในเรื่องเคนโด้นั้นทำให้ไยบะต้องการจะประมือด้วย ทั้งสองได้สู้กันผลคือโอนิมารูแพ้ไป สร้างความอับอายแก่โอนิมารูมาก โอนิมารูมีความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าจะต้องเอาคืนไยบะให้ได้ โอนิมารูได้ค้นพบของบางอย่างจากห้องใต้ดินในบ้านของตนนั่นคือ "ดาบวายุเทพ" ดาบที่มีพลังแห่งลมที่มีวายุเทพสิงสถิตย์อยู่ โอนิมารูใช้ดาบนี้ฝึกฝนจนถึงแก่นแท้ โดยที่จิตใจชั่วร้ายของโอนิมารูนั้นถูกดาบวายุเทพปลดปล่อยออกมาทำให้โอนิมารูถูกปิศาจครอบงำไป โอนิมารูเปลี่ยนไปมีเขางอกออกมาจากศีรษะ รวมไปถึงจิตใต้สำนึกต่างๆนั้นได้กลายเป็นปิศาจไปแล้ว ต่อมาโอนิมารูได้กลับมาสู้กับไยบะต่อ ไยบะไม่สามารถต่อกรกับโอนิมารูที่ใช้ดาบวายุเทพได้จึงพ่ายแพ้ไปอย่างหมดรูป พวกไยบะจึงจำเป็นจะต้องหาสิ่งที่จะมาต่อกรกับดาบวายุเทพได้ นั่นก็คือ "ดาบอัสนีเทพ" นั่นเอง

โอนิมารูล่วงรู้ว่ายังมีดาบอีกเล่มที่เหมือนกับดาบวายุเทพของตนคือดาบอัสนีเทพจึงต้องการเอาดาบนั้นมาเป็นของตนให้ได้ พวกไยบะพบดาบอัสนีเทพและได้พบกับ มิยาโมโต้ มุซาชิ ซึ่งเป็นซามูไรในตำนานจากยุคเอโดะ มุซาชินั้นเป็นผู้ครอบครองดาบนี้ไว้เพื่อวันหนึ่งจะมีคนที่เหมาะสมได้รับไปซึ่งคนที่สามารถใช้ดาบอัสนีเทพได้คือไยบะ ทางด้านโอนิมารูนั้นหลังจากที่ถูกปีศาจครอบงำแล้วทำให้มีความทะเยอทะยานจะยึดครองโลก โดยสร้างสมุนออกมาและปลุกเหล่าขุนพลอสูรที่หลับไหลให้มาเป็นลูกน้องของตน ต่อมาโอนิมารูและพรรคพวกไปที่รัฐสภาและเปลี่ยนรัฐสภานั้นเป็นปราสาทของตน และเริ่มปฏิบัติการครองญี่ปุ่นเพื่อนำไปสู่การครองโลก ทางด้านไยบะได้ลองใช้ดาบอัสนีเทพแต่ว่าดาบมีพลังที่รุนแรงมากจนเกือบจะทำให้ไยบะถูกอัสนีเทพที่สถิตย์ในดาบนั้นครอบงำ พวกมุซาชิจึงต้องพยายามไม่ให้ไยบะใช้พลังอัสนีเทพเพื่อไม่ให้ไยบะกลายเป็นปิศาจเหมือนโอนิมารูอีกคน มุซาชิต้องการไปพบโอนิมารูโดยที่ไยบะก็อยากไปด้วย พวกไยบะมาถึงปราสาทโอนิมารูทำให้โอนิมารูรู้แล้วว่าอาบอัสนีเทพนั้นไยบะครอบครองอยู่ ไยบะพยายามใช้พลังอัสนีเทพแต่ก็เกือบโดนปีศาจครอบงำหลายครั้งจนมุซาชิต้องกำชับไยบะว่าต้องฝึกฝนให้จิตใจแข็งแกร่งเพื่อสามารถต่อกรกับพลังของอัสนีเทพให้ได้

โอนิมารูได้ส่งลูกสมุนอสูรของตนมาจัดการกับพวกไยบะ ไยบะจำเป็นต้องใช้พลังอัสนีเทพแต่ว่าก็ยังไม่สามารถควบคุมจิตได้จนเกือบจะถูกปีศาจเข้าสิง ในระหว่างต่อสู้นั้นลูกแก้วที่ติดกับดาบอัสนีเทพได้หลุดออกมาทำให้ไยบะหายจากการถูกครอบงำ ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าแหล่งกำเนิดพลังของดาบอัสนีเทพนั้นคือลูกแก้วอัสนีเทพนั่นเอง หากดาบไม่มีลูกแก้วจะเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดา ไยบะจึงต้องพยายามสู้กับเหล่าบรรดาสมุนของโอนิมารูที่ส่งมาเพื่อแย่งชิงดาบอัสนีเทพ โดยที่การต่อสู้นั้นก็เป็นการฝึกปรือให้ตนได้แข็งแกร่งพอที่จะควบคุมพลังของอัสนีเทพได้ในอนาคต

การต่อสู้กับโอนิมารูแก้ไข

พวกไยบะต่อสู้กับบรรดาเหล่าสมุนของโอนิมารูมากมายที่ถูกส่งมาเพื่อแย่งชิงดาบอัสนีเทพ แต่ว่าในการต่อสู้นั้นทำให้ไยบะได้พรรคพวกเพิ่มนั่นคือ เกโร่ซาเอม่อน ที่เป็นหนึ่งในแปดขุนพลอสูรของโอนิมารู รวมไปถึงมนุษย์ปลาดาวและมนุษย์ปลิงนั้นได้เป็นพันธมิตรกับพวกไยบะด้วย ต่อมาโอนิมารูได้คืนชีพให้กับซามูไรในตำนานอีกคนผู้เป็นคู่ปรับของมุซาชินั่นคือ ซาซากิ โคจิโร่ ไยบะต่อสู้กับโคจิโร่อย่างยากลำบากเพราะโคจิโร่มีดาบวิเศษที่สามารถยืดได้นั่นคือ "ดาบโมโนโฮชิซาโอ" แม้ว่าไยบะจะมีท่าไม้ตายอย่าง "ดาบกังหัน" ก็ไม่อาจเอาชนะโคจิโร่ได้ มุซาชิเห็นไยบะถูกฟ้าผ่าโดยบังเอิญแต่ไยบะยังยียวนกวนประสาทโคจิโร่ได้ มุซาชิจึงคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาเหมาะสมแล้วที่ไยบะแกร่งพอจะใช้พลังของอัสนีเทพได้ ซึ่งไยบะก็สามารถเอาชนะอัสนีเทพได้ทำให้ใช้พลังสายฟ้าได้ ไยบะใช้พลังของอัสนีเทพสู้กับโคจิโร่จนโคจิโร่ยอมแพ้และขอเป็นพรรคพวกไยบะด้วย ไยบะฮึกเหิมขึ้นมาที่ตนใช้พลังอัสนีเทพได้จึงต้องการไปสู้กับโอนิมารู แต่มุซาชิปรามไยบะไว้และบอกว่าให้ไยบะคิดค้นท่าไม้ตายใหม่เพื่อให้ตนไปสู้กับโอนิมารูได้ ในที่สุดไยบะได้ท่าไม้ตายใหม่นั่นคือ "ดาบฟ้าผ่า" และพวกไยบะได้บุกเข้าไปที่ปราสาทโอนิมารูและฝ่าฟันอุปสรรคและกับดักมากมายในปราสาทรวมไปถึงบรรดาสมุนของโอนิมารูจนได้สู้กับโอนิมารู

ไยบะได้ใช้พลังของอัสนีเทพเข้าต่อสู้กับโอนิมารูที่ใช้พลังของดาบวายุเทพอย่างดุเดือดและสูสี ในตอนท้ายของการต่อสู้ ทั้งสองได้โจมตีซึ่งกันและกันจนทำให้ปราสาทโอนิมารูถูกทำลาย ดาบวายุเทพของโอนิมารูหักและลูกแก้วอัสนีเทพของไยบะหลุดออกมา โอนิมารูได้เปิดเผยปราสาทลอยฟ้าโอนิมารูออกมาและหนีไปพร้อมกับนำปลายดาบวายุเทพที่หักกับลูกแก้วอัสนีเทพไปด้วย ไยบะพยายามไม่ให้โอนิมารูหนีแต่ก็ไม่ได้ผล พวกไยบะได้รับชนะกลายๆเนื่องจากดาบวายุเทพของโอนิมารูหักและโอนิมารูหนีไป พวกไยบะครุ่นคิดว่าหากโอนิมารูมีปราสาทลอยฟ้าจะไปสู้กับโอนิมารูได้อย่างไร ต่อมาได้พบแผนที่โบราณโดยบังเอิญที่บ้านมิเนะเป็นแผนที่ของประเทศญี่ปุ่นและมีการทำเครื่องหมาย 7 ตำแหน่งซึ่งนั่นคือตำแหน่งของ "ลูกแก้วเทพมังกร" ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าผู้ที่ครอบครองลูกแก้วเทพมังกรจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศและปราบมารร้ายได้ การผจญภัยครั้งใหม่ของพวกไยบะเพื่อออกตามหาลูกแก้วเทพมังกรได้เริ่มขึ้นแล้ว

การผจญภัยเพื่อตามหาลูกแก้วเทพมังกรแก้ไข

พวกไยบะออกตามหาลูกแก้วเทพมังกรไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ทางด้านโอนิมารูก็รู้แล้วว่าพวกไยบะกำลังตามหาลูกแก้วเทพมังกรเพื่อมาปราบตนจึงทำการคืนชีพซามูไรผู้ชั่วร้ายในอดีตให้มาเป็นสมุนของตนเพื่อให้ไปจัดการพวกไยบะ พร้อมทั้งซ่อมแซมดาบวายุเทพที่เสียหายจากการต่อสู้กับไยบะในครั้งก่อนด้วย พวกไยบะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมายจากการผจญภัยไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อตามหาลูกแก้วมังกร พวกไยบะได้ลูกแก้วมา 6 ลูกคือ ลูกแก้ววารี ลูกแก้วทอง ลูกแก้วอัคคี ลูกแก้วหลวงพ่อโต ลูกแก้วแห่งความมืด ลูกแก้วน้ำแข็ง ในการเดินทางพวกไยบะได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกคนคือ ยางิว จูเบ มิตสึโยชิ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของมุซาชิ นอกจากนี้ไยบะได้ท่าไม้ตายใหม่จากการผจญภัยครั้งนี้คือ "ดาบกงล้อลม" เมื่อมาถึงลูกแก้วลูกสุดท้ายที่คาดว่าคือลูกแก้วเทพมังกร พวกไยบะต้องสู้กับสมุนของโอนิมารูผู้แข็งแกร่งอย่างบาโชแต่ก็สามารถเอาชนะมาได้ แต่ทว่าลูกสุดท้ายนั้นไม่ใช่ลูกแก้วเทพมังกร หากแต่เป็นลูกแก้วนำทางเพื่อนำไปสู่ลูกแก้วเทพมังกรที่ถูกผนึกรักษาไว้ที่ภูเขาไฟฟูจิอันเป็นที่ตั้งของประสาทลอยฟ้าโอนิมารูเช่นกัน ในขณะที่โอนิมารูนั้นได้ดาบวายุเทพที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วและได้ฝึกท่าไม้ตายใหม่คือ "ดาบพายุหมุน" เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับไยบะ

พวกไยบะมุ่งสู่ปราสาทลอยฟ้าโอนิมารูที่ภูเขาไฟฟูจิเพื่อไปหาลูกแก้วเทพมังกร ฝ่ายโอนิมารูก็โจมตีพวกไยบะอย่างเต็มกำลัง พวกไยบะหาทางไปยังปากปล่องภูเขาไฟฟูจิได้ โดยตามคำแนะนำของลูกแก้วนำทางบอกไยบะว่าผู้ที่ต้องการลูกแก้วเทพมังกรจะต้องได้รับการทดสอบสุดโหดและจะต้องสละลูกแก้วทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ ไยบะยอมทำตามเงื่อนไขที่ต้องสละลูกแก้วเพื่อเข้ารับการทดสอบ พวกไยบะเข้าสู่ปราการมังกรและเข้ารับการทดสอบสุดโหดในแต่ละด่านซึ่งแต่ละด่านไยบะต้องสูญเสียเพื่อนไปทีละคนจนทำให้ไยบะเกือบจะถอนตัวแต่ก็กัดฟันสู้ต่อ เมื่อมาถึงด่านสุดท้ายไยบะได้พบกับ "เทพมังกร" ผู้ครอบครองลูกแก้วเทพมังกร การทดสอบครั้งสุดท้ายคือการเลือกระหว่างลูกแก้วเทพมังกรกับเพื่อนๆของไยบะทั้งหมด หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งที่ไม่ได้เลือกจะถูกทำลาย ไยบะตัดสินใจเลือกเพื่อนๆ เพราะไม่อาจจะทิ้งเพื่อนไปเลือกลูกแก้วเทพมังกรได้ เทพมังกรชื่นชมไยบะที่เลือกเพื่อนเพราะจิตใจของไยบะเต็มไปด้วยคุณธรรมจึงให้ลูกแก้วเทพมังกรกับไยบะ ลูกแก้วเทพมังกรนั้นทำให้ดาบอัสนีเทพของไยบะเปลี่ยนร่างเป็น "ดาบมังกรเทวะ" ลูกแก้วเทพมังกรนอกจากจะทำให้ไยบะบินได้นั้นได้รวมเอาพลังของลูกแก้วทั้ง 7 อย่างไว้และมีพลังเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า ไยบะที่มีพลังของลูกแก้วเทพมังกรได้ออกไปสู้กับโอนิมารูทันทีซึ่งทางโอนิมารูก็พร้อมสู้กับไยบะเช่นกัน ทั้งสองคนใช้พลังใหม่ของตนห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ จนกระทั่งมียานอวกาศลึกลับจากดวงจันทร์มาตรงที่พวกไยบะต่อสู้อยู่ สิ่งที่มาจากดวงจันทร์นั้นคือมหันตภัยครั้งใหม่ของโลกเลยทีเดียว

คางูยะ ราชินีจากดวงจันทร์แก้ไข

ผู้ที่มาเยือนโลกจากดวงจันทร์นั่นคือ คางูยะ ราชินีชาวจันทรา คางูยะมาที่โลกนั้นเพื่อยึดครองโลกและต้องการแก้แค้นเทพมังกร เนื่องจากเมื่อพันปีก่อนคางูยะพ่ายแพ้ให้กับเทพมังกร ไยบะกับโอนิมารูต้องพักรบกันชั่วคราวเนื่องจากคางูยะมารุกรานโลก คางูยะล่วงรู้แล้วว่าเทพมังกรนั้นได้ถ่ายทอดพลังไว้ในลูกแก้วและมีไยบะเป็นผู้ครอบครอง ไยบะฝึกฝนตัวเองเพิ่มเติมเพื่อที่จะดึงพลังของดาบมังกรเทวะให้ได้อย่างเต็มที่ ส่วนโอนิมารูนั้นกลายเป็นเป้าหมายของคางูยะแทนเพราะต้องการครอบครองญี่ปุ่นแทนโอนิมารู การต่อสู้ระหว่างคางูยะกับโอนิมารูนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดชนิดข้ามวันข้ามคืน หากแต่นั่นคือเป้าหมายของโอนิมารูเนื่องจากโอนิมารูได้ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของคางูยะว่าเธอจะต้องได้รับเอกิสหรือพลังชีวิตของหญิงสาวทุกๆ 24 ชั่วโมงเพื่อจะคงความงามของตน หากไม่ได้รับเอกิสร่างกายของคางูยะจะค่อยๆกลายเป็นคนแก่และเจ็บปวดทรมาน ในขณะที่หญิงสาวที่ถูกคางูยะดูดเอกิสจะกลายเป็นคนแก่ ไยบะตามมาสมทบในการต่อสู้ โอนิมารูเล่นงานคางูยะที่ไม่ได้รับเอกิสจนเกือบจะฆ่าคางูยะได้แล้ว แต่โอนิมารูประมาทเกินไป ถูกคางูยะใช้ปืนคาร์บอนฟรีซยิงใส่โอนิมารูจนกลายสภาพถูกแช่แข็ง พวกคางูยะถอนทัพไปแต่ไยบะได้นำโอนิมารูที่ถูกแช่แข็งกลับไปพร้อมกับพรรคพวกโอนิมารู พวกไยบะกับโอนิมารูยอมจับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อต่อต้านคางูยะ

พวกไยบะและสมุนโอนิมารูได้วางแผนการรบกันที่บ้านมิเนะ ส่วนคางูยะได้ส่งสมุนมาเพื่อจัดการกับไยบะ ซายากะถูกสมุนของคางูยะชิงตัวไปเพื่อล่อให้ไยบะออกมา คางูยะขู่ไยบะโดยการดูดเอกิสของซายากะไปนิดหนึ่งจนคางูยะเริ่มแปลงร่างเป็นปีศาจ ไยบะช่วยซายากะไว้ได้และหนีไป เหตุการณ์นี้ทำให้ทราบว่าคางูยะจะสามารถคืนร่างเดิมเป็นปีศาจได้หากได้ดูดเอกิสของซายากะเนื่องจากซายากะสืบเชื้อสายของธิดามังกร ทำให้เป้าหมายของคางูยะเปลี่ยนไปเป็นตามล่าซายากะแทน ต่อมาพวกไยบะได้ต่อสู้กับเก็คโคผู้ร้ายกาจ เนื่องจากเก็คโคนั้นได้เอาดาบต้องห้ามของคางูยะมาใช้นั่นคือ "ดาบจอมมาร" ที่มีพลังขนาดทำลายดาวเคราะห์ได้ ไยบะพ่ายแพ้กับเก็คโคไปอย่างหมดท่า ซายากะขอชีวิตไยบะโดยการยอมไปกับเก็คโค ไยบะหมดหนทางต่อสู้เนื่องจากดาบจอมมารนั้นร้ายกาจเกินไปที่จะสู้คนเดียว หนทางอันมืดมนเริ่มมีแสงริบหรี่นั่นคือการทำให้โอนิมารูคืนชีพ ไยบะทำให้โอนิมารูหายจากการถูกแช่แข็งและได้เห็นถึงความร้ายกาจของเก็คโคที่ออกมาประกาศว่าคางูยะจะทำการคืนร่างเดิมในคืนวันเพ็ญทำให้ในที่สุดโอนิมารูและไยบะยอมร่วมมือกันเพื่อต่อกรกับคางูยะ

เมื่อถึงวันคืนเดือนเพ็ญ พวกไยบะและโอนิมารูบุกไปยังฐานทัพของคางูยะเพื่อไปช่วยซายากะและสามารถช่วยซายากะไว้ได้ โอนิมารูกับไยบะร่วมมือกันต่อสู้กับเก็คโคที่มีดาบจอมมารอยู่ในมือ ไยบะกับโอนิมารูเสียเปรียบเนื่องจากพลังของดาบจอมมารนั้นร้ายกาจเกินไป แต่ทางโอนิมารูยังมีอาวุธลับนั่นคือ "ปืนบาซูก้าสายฟ้าวายุ" อาวุธที่นำพลังของวายุเทพและอัสนีเทพซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง (แต่ยิงได้แค่ 1 ครั้ง) โอนิมารูยิงปืนบาซูก้าใส่เก็คโคแต่ไม่เป็นผล ไยบะกับโอนิมารูจึงรวมพลังวายุเทพและอัสนีเทพโจมตีเข้าใส่เก็คโคจนเอาชนะได้ ซายากะถูกชิงตัวกลับไป ไยบะพยายามไปช่วยแต่ไม่เป็นผล ซายากะถูกคางูยะดูดกลืนเอกิสเข้าไปจนคืนร่างเดิมเป็นปีศาจขนาดยักษ์ ไยบะแค้นที่คางูยะดูดเอกิสของซายากะ ไยบะสัญญากับซายากะว่าจะเอาชนะคางูยะให้ได้ ไยบะกับโอนิมารูร่วมมือกันโดยจะใช้พลังวายุอัสนี แต่คางูยะชิงลงมือก่อนซึ่งพลังของคางูยะในร่างปีศาจนี้มากกว่าเดิมหลายเท่า ดาบอัสนีเทพของไยบะถูกคางูยะกลืนเข้าไป โอนิมารูจึงให้ดาบวายุเทพกับไยบะเพื่อให้ไยบะได้ใช้พลังลูกแก้วเทพมังกร ส่วนโอนิมารูไปเอาดาบจอมมารของเก็คโคแทน ไยบะใช้ลูกแก้วเทพมังกรเปลี่ยนดาบวายุเทพเป็นดาบมังกรเทวะเข้าสู้กับคางูยะ แต่คางูยะยังมีพลังมหาศาลกว่าไยบะหลายเท่า ไยบะจึงใช้พลังทั้ง 7 พร้อมกันทำให้มีมังกรออกมา รวมไปถึงโอนิมารูที่ใช้ดาบจอมมารก็มาช่วยไยบะสู้อีกคน คางูยะจึงใช้ไพ่ใบสุดท้ายโดยการรวมร่างกับโลก ทำให้พวกไยบะตกที่นั่งลำบากเพราะโลกกลายเป็นร่างกายของคางูยะ ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังนั้นเทพมังกรปรากฏตัวออกมาบอกให้ไยบะใช้พลังทั้งหมดยิงไปที่โลก ซึ่งคางูยะขู่ว่าถ้าไยบะยิงตนโลกก็จะแหลกไปด้วย ไยบะนึกถึงสิ่งที่คางูยะทำกับซายากะแล้วจึงปล่อยพลังทั้งหมดยิงไปที่โลก ผลสุดท้ายโลกไม่ระเบิด เนื่องจากคางูยะรับพลังทั้งหมดนั้นไว้จนตนเองเข้าสู่นิทราอีกครั้ง และจะไม่ตื่นขึ้นมาหากธรรมชาติไม่ถูกทำลายจนเสียสมดุล โลกรอดพ้นจากเงื้อมมือของคางูยะ เทพมังกรจึงหายไปพร้อมกับลูกแก้วเทพมังกร ผู้หญิงที่ถูกคางูยะดูดเอกิสไปจนกลายเป็นคนแก่รวมทั้งซายากะด้วยนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม ไยบะได้ดาบอัสนีเทพคืนมาและได้ดาบวายุเทพที่โอนิมารูให้มา ส่วนโอนิมารูได้ดาบจอมมารไปและทั้งสองสัญญาว่าจะกลับมาสู้กันในอนาคต โลกจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

การต่อสู้กับชาวใต้พิภพแก้ไข

เวลาผ่านไปหลายเดือนหลังจากการต่อสู้กับคางูยะ พวกไยบะเผชิญหน้ากับศัตรูลึกลับที่แข็งแกร่งอย่าง "จอมอัคนี" แม้ไยบะเองก็ไม่สามารถต่อกรได้ ต่อมามีพีระมิดขนาดใหญ่ขึ้นมาจากใต้ดินที่โตเกียวพร้อมกับแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาเป็นระลอกๆ ไยบะอดทนฝึกฝนจนกระทั่งได้ท่าไม้ตายใหม่คือ "เพลงดาบกากบาท" ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของดาบอัสนีเทพและดาบวายุเทพ ไยบะสามารถเอาชนะจอมอัคนีได้ในเวลาต่อมาแต่ตนเองจะระเบิดตัวเองไปกับไยบะ เอมเมอรัลหญิงสาวปริศนาได้มาช่วยไยบะได้พอดี เธอได้เล่าถึงแผนการณ์บางอย่างที่จอมอัคนีพูดไว้ เอเมอรัลบอกว่าหากไม่หยุดยั้งเครื่องที่ทำให้แผ่นดินไหวภายในพีระมิด ญี่ปุ่นจะจมอยู่ใต้น้ำ พวกไยบะและเอเมอรัลจึงเข้าไปในพีระมิดนั้นเพื่อยับยั้งแผนการณ์จมญี่ปุ่น ในพีระมิดมีศัตรูมากมายที่พวกไยบะต้องเผชิญหน้าแต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ ต่อมาได้เผชิญหน้ากับ 3 นักรบคือ ไดมอนด์ รูบี้และแซฟไฟร์ ทั้ง 3 คนมีความร้ายกาจจนทำให้ไยบะยากที่จะรับมือ และได้รู้ความจริงว่าเอเมอรัลก็เป็น 1 ในพรรคพวกของ 3 คนนั้น ทั้ง 4 คนรวมร่างเป็นจิวเวล แม้ไยบะจะปลดปล่อยให้อัสนีเทพและวายุเทพมาครอบงำเพื่อให้ศัตรูไม่สามารถเดาทางได้แต่ก็ไม่เป็นผล ไยบะต่อสู้จนร่างกายสะบักสะบอม ทันใดนั้นดาบอัสนีเทพและวายุเทพที่ใช้พลังจนเกินขีดจำกัดได้รวมร่างเป็น "ดาบจอมราชันย์" ไยบะสามารถเอาชนะจิวเวลและได้เอมเมอรัลกลับมาเป็นพวกอย่างตอนแรกและรีบเร่งขึ้นไปยังชั้นบนสุดของพีระมิดเพื่อหยุดทำลายเครื่องสร้างแผ่นดินไหวไม่ให้ญี่ปุ่นจมใต้บาดาล พวกไยบะทำสำเร็จแต่ต้องสังเวยชีวิตของเอมเมอรัล แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นกลับมีพีระมิดสีดำขนาดใหญ่โผล่มาจากใต้ดินขึ้นตามเมืองใหญ่ทั่วโลกและเริ่มทำลายเมืองจนพินาศ

ผู้อยู่เบื้องหลังพีระมิดดำนั่นคือ "ชาวใต้พิภพ" ซึ่งต้องการจะยึดโลกนี้เป็นของตัวเอง พวกไยบะหาทางลงไปยังจักรวรรดิ์ใต้พิภพซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวใต้พิภพเพื่อให้เอาพีระมิดดำกลับมาจากพื้นโลก พวกไยบะเผชิญหน้ากับยักษ์ 2 ตนที่แข็งแกร่งอย่างซิลเวอร์และโกลด์ ในขณะที่ไยบะกำลังสู้กับเหล่ายักษ์นั้น โอนิมารูก็อยู่ในที่นั้นด้วย โอนิมารูใช้พลังของดาบจอมมารทำให้โกลด์กลายเป็นปิศาจที่อยู่ใต้อาณัติของโอนิมารู ไยบะต้องยับยั้งโกลด์เพื่อไม่ให้มันทำลายจักรวรรดิ์ใต้พิภพและสามารถเอาชนะโกลด์ได้ หัวหน้าของชาวใต้พิภพเสียรู้โอนิมารูที่โดนหลอกใช้ จากนั้นให้พีระมิดดำกลับมาจากพื้นโลกและยอมให้โอกาสพวกไยบะได้กลับไปสู่พื้นโลกด้วยความหวังว่ามนุษย์จะกลับใจไม่ทำลายโลกได้

มารร้ายในตำนานคืนชีพแก้ไข

ซายากะบังคับให้ไยบะไปโรงเรียนเนื่องจากโลกสงบสุขมาได้พักใหญ่ แต่ความสงบสุขนั้นได้หมดลงเพราะว่ามีศัตรูหน้าใหม่คือบรรดาเทพอสรูที่โอนิมารูส่งมาฆ่าไยบะ แต่ไยบะก็สามารถเอาชนะได้อย่างทุลักทุเลและได้ล่วงรู้ว่าโอนิมารูกำลังจะเริ่มแผนการณ์บางอย่างที่เลวร้ายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนคือต้องการทำลายผนึกศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่นเพื่อให้คลายมนต์สะกดของ "มารร้ายในตำนาน" ให้ฟื้นคืนชีพจากการหลับไหลมานับหมื่นปี พวกไยบะวางแผนไปยังแท่นผนึกศักดิ์สิทธิ์แห่งสุดท้ายก่อนพวกโอนิมารู ขณะที่ไยบะต่อสู้กับพวกโอนิมารูอยู่นั้น "เทพมังกร" ได้ฟื้นคืนชีพมาช่วยไยบะสู้ด้วย เทพมังกรได้บอกวิธีการปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของดาบจอมราชันย์ให้ไยบะ เทพมังกรยอมสละชีวิตของตนเพื่อช่วยไยบะจากการถูกสมุนของโอนิมารูเล่นงาน พวกไยบะต่อต้านจนสุดความสามารถแล้วแต่ก็ไม่อาจยับยั้งแผนการณ์อันชั่วร้ายนี้ได้ โอนิมารูทำลายผนึกศักดิ์สิทธิ์อันสุดท้าย แผ่นดินดูดกลืนทุกสิ่ง มีแต่เพียงไยบะ ซายากะและมุซาชิที่รอด (รวมถึงโชโนสุเกะ) แผ่นดินของประเทศญี่ปุ่นได้กลายเป็นอสุรกายขนาดใหญ่เท่ากับประเทศญี่ปุ่นและโอนิมารูก็สั่งให้มันทำลายล้างโลก ไยบะไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากมารร้ายมีขนาดใหญ่มากและโดนโอนิมารูเล่นงานจนปางตาย

อย่างไรก็ตามพวกไยบะรอดจากการถูกมารร้ายโจมตีจากการช่วยเหลือของชาวใต้พิภพ พวกไยบะหมดหนทางชนะเนื่องจากโอนิมารูได้ควบคุมมารร้ายนี้ออกไปทำลายโลกแม้แต่ดาบจอมราชันย์ก็ไม่อาจต้านทานได้ แต่ชาวใต้พิภพได้เปิดเผยว่ายังมีปีศาจอีกตนที่กำลังจะคืนชีพนั่นคือราชินีแห่งดวงจันทร์ "คางูยะ" พวกไยบะและชาวใต้พิภพวางแผนที่จะขอยืมพลังของคางูยะเพื่อไปสู้กับโอนิมารูและมารร้าย ซายากะจึงได้ลองเสี่ยงที่จะให้ใช้ร่างกายตัวเองให้คางูยะมาสิงร่างของตน ผลคือคางูยะคืนชีพในร่างของซายากะ คางูยะยอมร่วมมือกับพวกไยบะเพราะไม่ต้องการให้โอนิมารูกับมารร้ายนั้นทำลายโลกไปมากกว่านี้ มารร้ายนั้นได้เปลี่ยนร่างเป็นปีศาจอสรพิษ 7 หัวคือ "ยามาตะโนะโอริจิ" คางูยะยอมเข้าไปในร่างของโอโรจิเพื่อสะกดหัวใจทำให้โอโรจิไม่ขยับไปไหนและให้ไยบะตัดเขาของโอโรจิเพื่อให้มารร้ายนั้นกลับไปเป็นแผ่นดินเหมือนเดิม ทางด้านไยบะกับโอนิมารูได้ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายภายในเวลาอันจำกัดเนื่องจากร่างของซายากะไม่อาจทนพลังของคางูยะได้จนกระทั่งเวลาตะวันตกดิน ทั้งโอนิมารูและไยบะใช้พลังที่แท้จริงของดาบของตน โอนิมารูมีความร้ายกาจมากกว่าแต่ก่อน เล่นงานไยบะจนเกือบเพลี่ยงพล้ำ แต่ไยบะสามารถเอาชนะโอนิมารูได้และตัดเขาของโอโรจิ มารร้ายกลับไปเป็นแผ่นดินประเทศญี่ปุ่นเหมือนเดิม เพื่อให้การผนึกโอโรจิเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ไยบะต้องใช้ดาบจอมราชันย์สะกดโอโรจิไว้แต่ทำให้ไยบะต้องสูญเสียดาบนี้ไปตลอดกาล ไยบะยอมสละดาบจอมราชันย์ โอนิมารูกลับมาเป็นมนุษย์ปกติเหมือนเดิมไม่ใช่ปีศาจอีกต่อไป โลกจึงสงบสุขจากเงื้อมมือของปีศาจมารร้าย

การประลองโอดะโนบุนางะแก้ไข

เวลาผ่านไปหลังจากการต่อสู้กับเหล่าปีศาจ ไยบะกลับไปเป็นนักกีฬาเคนโด้และได้เป็นผู้ชนะเชิศในการแข่งขันเคนโด้ระดับประเทศ แต่แล้วมีเด็กสาวลึกลับปรากฏตัวต่อหน้าพวกไยบะและได้บอกว่าตนคือน้องสาวของไยบะคือ คุโรงาเนะ โมโรฮะ เธอปรามาสว่าไยบะยังไม่ใช่ซามูไรอันดับหนึ่ง และได้บอกอีกว่าพ่อที่แท้จริงของเธอและไยบะนั้นไม่ใช่เคนจูโร่ แต่คนที่เป็นเคนจูโร่คนนั้นได้ฆ่าพ่อของไยบะและโมโรฮะแถมยังเอาชื่อของเคนจูโร่ไปใช้ ไยบะไม่เชื่อในสิ่งที่โมโรฮะพูด โมโรฮะได้พาพวกไยบะไปยังคฤหาสถ์ของตน และได้พบกับแม่ของโมโรฮะซึ่งก็เป็นแม่ของไยบะเช่นกันแต่ว่าเธอนั้นเกลียดเคนโด้ ซึ่งไยบะรู้แค่เพียงว่าเคนจูโร่บอกว่าแม่ไยบะตายไปแล้ว และแม่ของไยบะเป็นนายท่านของแก๊งเหล็กไหลซึ่งมีอิทธิพลในโลกมืด ปริศนาหลายอย่างได้ถาโถมมาที่พวกไยบะจนตั้งตัวไม่ติด โมโรฮะได้บอกว่าปริศนาต่างๆให้ไปถามเคนจูโร่ ซึ่งจะต้องไปที่งานประลองโอดะโนบุนางะ การประลองในโลกมืดที่มีมาแต่ครั้งอดีต ไยบะตัดสินใจที่จะเข้าร่วมงานประลองนี้เพื่อไปหาความจริงของตน และพ่อของตน รวมไปถึงพิสูจน์ฝีมือว่าตนเองนั้นคือซามูไรอันดับหนึ่งที่แท้จริง

พวกไยบะได้เดินทางไปยังเกาะโยโรอิซึ่งเป็นทางเข้าของงานประลองโอดะโนบุนางะ การประลองนี้เป็นการประลองนอกรีต ไม่มีกฎกติกา มีเพียงแค่การต่อสู้ฆ่าฟันอย่างเหี้ยมโหดและการพนันอันมหาศาล ไยบะใช้แค่เพียงดาบไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อของไยบะเหลือไว้ให้กับแม่ ไยบะได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมืออันร้ายกาจมากมาย รวมไปถึงจูเบที่เข้าร่วมประลองด้วย ไยบะสามารถเอาชนะจูเบได้ และสามารถเอาชนะ โอกิตะ โซชิ นักดาบหนุ่มอัจฉริยะมาได้แต่ตนเองก็สะบักสะบอมไปหมด ในรอบชิงชนะเลิศ คู่ต่อสู้ที่ไยบะเผชิญหน้านั่นคือโอนิมารูที่มาพร้อมกับเคนจูโร่ โอนิมารูบอกว่าตนไปหาเคนจูโร่เพื่อขอให้สอนตนเพื่อเอาชนะไยบะและเพื่อถึงแก่นแห่งดาบที่แท้จริง เคนจูโร่ได้สอนวิชาทุกอย่างให้กับโอนิมารูไปทั้งหมด เคนจูโร่บอกกับไยบะว่าถ้าต้องการรู้เรื่องราวความจริงทุกอย่างต้องเอาชนะโอนิมารูให้ได้ ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือดในนั้น โอนิมารูที่เป็นมนุษย์ปกติในตอนนี้นั้นมีความร้ายกาจยิ่งกว่าตอนเป็นปีศาจ ไยบะไม่สามารถต่อกรกับโอนิมารูในตอนนี้ได้ แต่ไยบะได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายจนสามารถเอาชนะโอนิมารูได้ ไยบะชนะเลิศการประลองโอดะโนบุนางะ

ความจริงทุกอย่างได้ปรากฏว่าเคนจูโร่นั้นคือพ่อจริงๆของไยบะและโมโรฮะ แต่จำเป็นที่ต้องสร้างเรื่องที่ฆ่าพ่อนั้นเพราะแม่ของทั้งสองไม่อยากให้ลูกๆของเธอต้องมาพัวพันในเรื่องดาบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคนจูโร่ชอบและออกเดินทางเพื่อตามหาความฝันในการเป็นซามูไรรวมไปถึงการใช้ชีวิตแบบหรูหราในคฤหาสถ์ที่เคนจูโร่ไม่ชอบแต่ตนชอบการใช้ชีวิตแบบติดดินมากกว่า เคนจูโร่กับไยบะได้กลับไปอยู่ที่คฤหาสถ์กับแม่ของไยบะและโมโรฮะ และก็ใช้ชีวิตเป็นครอบครัวเดียวกันเรื่อยมา

บทส่งท้ายแก้ไข

หลายปีผ่านไป พวกไยบะได้ออกเดินทางเพื่อผจญภัยและฝึกฝนฝีมือ ส่วนซายากะนั้นเป็นนักเรียนมัธยมปลาย เธอได้คิดถึงไยบะและการผจญภัยที่ผ่านมา ไยบะได้ปรากฏตัวออกมาอย่างบังเอิญ ไยบะที่เติบโตขึ้นนั้นได้ชวนซายากะออกไปผจญภัยด้วยกับพร้อมกับดาบเล่มใหม่ของไยบะ "ดาบมารคุซานางิ" ซึ่งทั้งสองคนได้บินไปพร้อมกันด้วยดาบเล่มใหม่ของไยบะ

ตัวละครแก้ไข

ฝ่ายพระเอกแก้ไข

  • คุโรงาเนะ ไยบะ เป็นตัวเอกของเรื่องหากเปรียบกับรามเกียรติ์ก็คือพระราม เด็กชายตัวน้อยๆผู้ฝึกเพลงดาบมาจากพ่อของเขาที่เกาะใต้ของญี่ปุ่น ถึงจะดูติ๊งต๊องไปบ้าง แต่ก็เป็นผู้กุมหัวใจรักของมิเนะ ซายากะ
  • มิเนะ ซายากะ เป็นนางเอกของเรื่อง เป็นผู้หญิงที่ทั้งน่ารักและโหดเหี้ยม แพ้การจูบ ถึงแม้จะเป็นม้าดีดกะโหลกแต่ก็ยังขี้ร้องให้และกลัวตัวประหลาด
  • ซาซากิ โคจิโร่ คือคู่ต่อสู้คนสำคัญของมิยะโมะโตะ มุซะชิซึ่งถูกปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งโดยปีศาจแมงมุม สมุนของโอนิมารู โคจิโร่เป็นหนุ่มหล่อเจ้าสำราญและเจ้าชู้เป็นอย่างมาก มีดาบโมโนโฮชิสะโอยืดได้เป็นอาวุธ มีท่าไม้ตายคือนางแอ่นหวนกลับ ภายหลังได้เข้าร่วมกับพวกไยบะ
  • คาเงทาโร่ สัตว์เลี้ยงของไยบะ เป็นเสือที่ซื่อสัตย์ต่อไยบะมาก ในมังงะมันเป็นเสือป่าที่ดุร้ายและพยายามกินไยบะ แต่ติดไยบะไปญี่ปุ่นด้วยนั่นเอง
  • โชโนสุเกะ เป็นแร้ง สัตว์เลี้ยงอีกตัวของไยบะ คอยพาไยบะบินไปไหนมาไหนต่อหลายครั้ง มันเคยช่วยล่อกอลิลล่ามาให้ไยบะเพื่อฝึกเพลงดาบให้สำเร็จ

รายชื่อตอนแก้ไข

ฝ่ายตัวร้ายแก้ไข

  • โอนิมารุ เพื่อนนักเรียนและคู่ปรับเคนโด้