เอช. พี. เลิฟคราฟท์

โฮเวิร์ด ฟิลิปส์ เลิฟคราฟท์ (Howard Phillips Lovecraft - 20 สิงหาคม พ.ศ. 243315 มีนาคม พ.ศ. 2480) เป็นนักเขียนนิยายชาวอเมริกัน โดยแนวเรื่องของเลิฟคาท์นั้นมักมีลักษณะผสมกันระหว่างนิยายสยองขวัญ นิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซี ซึ่งอิทธิพลของเลิฟคราฟท์ที่มีต่อวงวรรณกรรมก็คือการริเริ่มเรื่องชุดตำนานคธูลู

เอช. พี. เลิฟคราฟท์
เลิฟคราฟท์และโซเนีย กรีน
เลิฟคราฟท์และโซเนีย กรีน
เกิด20 สิงหาคม พ.ศ. 2433
รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต15 มีนาคม ค.ศ. 1937 (46 ปี)
รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา
อาชีพนักเขียนนวนิยาย
สัญชาติสหรัฐอเมริกา
แนวนิยายสยองขวัญ นิยายวิทยาศาสตร์
ภาพเหมือนของเอช. พี. เลิฟคราฟท์และงานสร้างสรรค์

ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั้น งานประพันธ์ของเลิฟคราฟท์ได้รับความนิยมในวงแคบเท่านั้น แต่ต่อมาก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สตีเฟน คิง กล่าวถึงเลิฟคราฟท์ไว้ว่าเป็นผู้เขียนนิยายสยองขวัญแบบคลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ยี่สิบ[1]

ประวัติแก้ไข

เลิฟคราฟท์เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2433 ที่เมืองพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ เป็นลูกคนเดียวของพ่อค้าอัญมณี วินฟิลด์ สก็อต เลิฟคราฟท์ และ ซาราห์ ซูซาน ฟิลิปส์ เลิฟคราฟท์ เมื่อเลิฟคราฟท์อายุได้สามปีนั้น บิดาของเลิฟคราฟท์ได้ป่วยทางจิตขั้นรุนแรงและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลบัทเลอร์จนกระทั่งเสียชีวิตในปีพ.ศ. 2441

เลิฟคราฟท์ได้รับการเลี้ยงดูโดยมารดา ป้าสองคน (ลิเลียน เดโลรา ฟิลิปส์ และ แอนนี เอเมลีน ฟิลิปส์)และวิปเปิล แวน บิวเรน ฟิลิปส์ ผู้เป็นตาของเลิฟคราฟท์ เลิฟคราฟ์นั้นนับได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยสามารถท่องบทร้อยกรองได้เมื่อมีอายุสองปีและแต่งบทกวีได้เมื่ออายุหกปี ซึ่งตาของเลิฟคราฟท์ได้สรรหาวรรณกรรมต่างๆให้เลิฟคราฟท์อ่านในวัยเด็กและยังเล่าเรื่องสยองขวัญที่ตนแต่งเองให้เลิฟคราฟท์ฟัง

 
เลิฟคราฟท์ในวัยเด็ก

ในขณะที่เป็นเด็กนั้นเลิฟคราฟท์มีสุขภาพไม่ดีนักจึงไม่ได้ศึกษาในโรงเรียนจนกระทั่งอายุได้แปดปีแต่ก็ออกจากโรงเรียนในปีต่อมา ซึ่งในระหว่างนั้นเลิฟคราฟท์ได้ศึกษาเรื่องต่างๆโดยเฉพาะด้านเคมีและดาราศาสตร์ สี่ปีต่อมา เลิฟคราฟท์จึงได้เข้าเรียนอีกครั้งที่โรงเรียนมัทธยมโฮปสตรีท

เมื่อตาของเลิฟคราฟท์เสียชีวิตในปี 2447นั้น ครอบครัวของเลิฟคราฟท์ประสพปัญหาด้านการเงินจนต้องย้ายจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด ซึ่งทำให้สุขภาพจิตของเลิฟคราฟท์อยู่ในสภาพย่ำแย่ ในปี 2451 ก่อนที่เลิฟคราฟท์จะจบการศึกษานั้น เลิฟคราฟท์อ้างว่าตนมีปัญหาด้านประสาทและไม่ได้รับใบรับรองการศึกษา

ในช่วงปีพ.ศ. 2451 ถึง 2456 นั้นเลิฟคราฟท์ได้ประพันธ์งานด้านร้อยกรองเป็นหลักและใช้ชีวิตอย่างสันโดษโดยแทบไม่ได้ติดต่อใครนอกจากแม่ของเขาเอง จนกระทั่งเลิฟคราฟท์ได้เขียนจดหมายถึงวารสารอาโกซี(Argosy)เพื่อแสดงความเบื่อหน่ายต่อนิยายรักของนักเขียนผู้หนึ่ง เนื้อหาของจดหมายฉบับนั้นทำให้เอ็ดเวิร์ด เอฟ. ดาส ประธานสมาคมสื่อสมัครเล่น United Amateur Press Association (UAPA) ชักชวนเลิฟคราฟท์ให้ร่วมงานด้วยในปี 2457 ซึ่งเลิฟคราฟท์ได้เขียนบทกวีและบทวิจารณ์หลายชิ้นให้กับทางสมาคม จนกระทั่งปี 2460 เลิฟคราฟท์จึงได้เขียนนิยาย ซึ่งรวมถึงเรื่องเด่นอย่าง The Tomb และ Dagon ซึ่งเรื่อง Dagon นี้ต่อมาเป็นเรื่องแรกของเลิฟคราฟท์ที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ในวารสาร The Vagrant (พ.ศ. 2462) และ Weird Tales (พ.ศ. 2466) ซึ่งในช่วงนี้เลิฟคราฟท์ได้เริ่มติดต่อกับเพื่อนนักประพันธ์อย่างต่อเนื่อง เช่น โรเบิร์ต บลอค (ผู้เขียนไซโค) คลาก แอชตัน สมิท และ โรเบิร์ต อี. โฮเวิร์ด (ผู้เขียนเรื่องชุดโคแนน ยอดคนเถื่อน)

ในปีพ.ศ. 2462 มารดาของเลิฟคราฟท์ต้องเข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลบัทเลอร์เนื่องจากปัญหาทางจิต แต่ทั้งคู่ก็ยังคงเขียนจดหมายติดต่อกันจนกระทั่งมารดาของเลิฟคราฟท์เสียชีวิตในปี 2464 เลิฟคราฟท์ได้พบกับโซเนีย กรีนในปีเดียวกันนี้ ซึ่งทั้งคู่ได้แต่งงานกันในปี พ.ศ. 2467 และย้ายไปอาศัยอยู่ที่บรูคลิน นครนิวยอร์ก แต่ไม่นานก็ประสพปัญหาด้านการเงิน จนกรีนต้องไปหางานทำในคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ขณะที่เลิฟคราฟท์อยู่คนเดียวที่เรดฮุค การที่ไม่มีงานประจำในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาตินี้ทำให้เลิฟคราฟท์เกลียดชีวิตในนิวยอร์กและชาวต่างชาติ ซึ่งเลิฟคราฟท์ได้แฝงความรู้สึกนี้ไว้ในเรื่องสั้น The Horror at Red Hook ไม่กี่ปีต่อมาเลิฟคราฟท์และกรีนก็ได้หย่าร้างกัน แม้จะมีผู้เชื่อว่าชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นนี้น่าจะเป็นเพราะเลิฟคราฟท์ไม่มีความรู้สึกทางเพศ กรีนเองกลับกล่าวถึงเลิฟคราฟท์ว่าเป็นคู่รักที่ยอดเยี่ยม[2]

เลิฟคราฟท์กลับไปอาศัยอยู่กับป้าที่โพรวิเดนซ์อีกครั้ง และได้สร้างสรรค์งานเขียนที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมามากมาย รวมถึงเขียนงานประพันธ์ในนามของผู้อื่น (ghostwriting) แต่ถึงกระนั้นสถานะทางการเงินของเลิฟคราฟท์ก็ยังแย่ลงเรื่อยใน ปี 2479 เลิฟคราฟท์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้เล็กและเสียชีวิตในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2480

ชื่อของเลิฟคราฟท์ได้รับการบันทึกไว้พร้อมบิดามารดาบนอนุสรณ์จารึกของตระกูลฟิลิปส์ ในปีพ.ศ. 2520 ได้มีการรวมเงินซื้อป้ายหลุมศพของเลิฟคราฟท์เอง ซึ่งป้ายนี้ระบุชื่อ วันเดือนปีเกิดของเลิฟคาฟท์ และ วลี "I AM PROVIDENCE" ซึ่งมาจากจดหมายของเลิฟคราฟท์

อ้างอิงแก้ไข

  1. King quoted on front cover of 1982 paperback edition of The Best of H.P. Lovecraft: Bloodcurdling Tales of Horror and the Macabre published by Del Rey Books with introduction by Robert Bloch. Other sources quote King as calling this judgement of Lovecraft "undeniable"[1] or "beyond doubt."[2]
  2. HPLA - H.P. Lovecraft Misconceptions

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข