เพย์แบ็ค (2014) (อังกฤษ: Payback (2014)) เป็นการแสดงมวยปล้ำอาชีพแบบ เพย์-เพอร์-วิว (PPV) ของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE) จัดเป็นครั้งที่ 2 โดยมีกำหนดจัดวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2014 ที่สนามออลสเตทส์ อารีนา ที่เมืองโรสมอนต์ ,รัฐอิลลินอย[1] สหรัฐอเมริกา

เพย์แบ็ค (2014)
โปสเตอร์โปรโมตศึก เพย์แบ็ค 2014 โดยมี ทริปเปิล เอช
สมาคมดับเบิลยูดับเบิลยูอี
วันที่1 มิถุนายน 2014
เมืองโรสมอนต์, รัฐอิลลินอย
สถานที่ออลล์สเตต อะรีนา
ผู้ชม13,311
ลำดับเหตุการณ์ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เน็ตเวิร์ค
← Previous
เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014)
Next →
มันนีอินเดอะแบงก์ (2014)
ลำดับเหตุการณ์{{{event}}}
← ก่อนหน้า
เพย์แบ็ค (2013)
ถัดไป →
เพย์แบ็ก (2015)

เบื้องหลัง

แก้

หลังจากกลุ่ม เดอะชีลด์ ได้รับชัยชนะใน เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) ความแค้นของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น จะยังไม่จบลง เมื่อในรายการรอว์ วันที่ 5 พฤษภาคมนั้น ดีน แอมโบรส จะต้องป้องกันแชมป์ WWE United States Championship กับอีก นักมวยปล้ำ 19 คนในแมทช์แบทเทิลรอยัล โดยเชมัสเป็นฝ่ายเอาชนะไป และเป็นแชมป์ใหม่ไปในทันที และจบสถิติการป้องกันแชมป์ของแอมโบรส 351 วันได้สำเร็จ ก่อนที่กลุ่ม เอฟโวลูชั่นจะตามมาก่อกวน และทำร้ายเดอะชีลด์ในแมทช์ที่ต้องเจอกับ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี จนกลุ่มเดอะชีลด์หมดสภาพไปในคืนนั้น

ในรอว์ วันที่ 12 พฤษภาคม เดอะชีลด์ได้ออกมาท้ากลุ่มเอฟโวลูชั่น หลังจากที่ได้ทำร้ายพวกเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และรถลีมูซีนกลุ่มเอฟโวลูชั่นก็โผล่มาทางจอยักษ์ในสนาม ทำให้เดอะชีลด์ไม่รอช้าตามไปอัดถึงที่ จนกรรมการต้องออกมาห้าม และกลุ่มของเอฟโวลูชั่นก็ได้รับคำท้า และเจอกันในเพย์แบ็ค ขณะที่บาทิสตา ท้าขอเจอกับ โรแมน เรนส์ ในคู่เอกของรายการ ซึ่งในแมทช์นั้น สมาชิกที่เหลือของเดอะชีลด์ และเอฟโวลูชั่นต่างก็ยืนอยู่ข้างเวที และในระหว่างแมทช์ทั้งสองฝ่ายต่างอัดกันจนกรรมการบนเวที ต้องยุติการปล้ำ แต่เดอะชีลด์ก็ยังไม่หยุด สเตฟานี แม็กแมน จึงเรียกนักมวยปล้ำคนอื่นๆ มาช่วยจัดการเดอะชีลด์ แต่ก็ไม่สำเร็จ และยังโดนเดอะชีลด์เล่นงานคืนได้สำเร็จ

ในสแมคดาวน์ วันที่ 16 พฤษภาคม จอห์น ซีนา ออกมาที่เวทีและประกาศรับคำท้าของเบรย์ ไวแอ็ตต์ด้วย แต่ปัญหาคือเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไวแอ็ตต์ มันท้าอะไรง ท้าเจอในแบบ Last Man Standing ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยปล้ำแมตช์แบบนี้มาก่อน

ในรอว์ ของวันที่ 19 พฤษภาคม ได้มีการจัดการแข่งขันในแมทช์ Beat the Clock Challenge ผู้ที่ชนะในรายการนี้ จะได้เจอกับแชมป์ WWE Intercontinental Championship อย่างแบด นิวส์ บาร์เร็ตต์ในคู่แรกบิ๊กอีเอาชนะ[ไรแบ็ก]]ด้วยเวลา 5:02 ในคู่ที่สองร็อบ แวน แดมเอาชนะอัลเบร์โต เดล รีโอด้วยเวลา 4:15 และคู่สุดท้ายดอล์ฟ ซิกก์เลอร์เจอกับมาร์ก เฮนรี แต่ทั้งคู่ต่างเอาชนะเวลาที่ แวน แดมทำไว้ไม่สำเร็จ ทำให้แวน แดมได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 และขณะที่ แวน แดม กำลังฉลองชัยชนะการแข่งขัน Beat the Clock อยู่นั้น บาร์เร็ตต์ ได้ออกมาทำร้าย แวน แดม ก่อนบอกกับแวน แดมว่าจะไม่มีทางที่จะชนะเขาได้

ในรอว์ วันที่ 12 พฤษภาคม ไบรอันได้ออกมาประกาศเรื่องสำคัญให้แฟนๆ ทราบ และก็พูดถึงการต่อสู้ของเขาที่ต้องสู้มาตลอดตั้งแต่ตอนที่ แรนดี ออร์ตัน ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์กับเขา เขาสู้และเขาก็ทำได้สำเร็จ เป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แต่จากเขาก็เจ็บจนต้องเข้ารับการผ่าตัดคอ มันทำให้เขาไม่สามารถกลับมาปล้ำได้อีกตลอดชีวิต แต่เขาจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นและเขาจะกลับมา คืนเดียวกัน สเตฟานีออกมาพูดถึงการผ่าตัดของไบรอัน เธอบอกอีกว่า ไบรอันไม่ใช่ดาวระดับ A แม้ว่าหัวใจจะแข็งแกร่งแต่ร่างกายกลับทนไม่ไหว และได้ขอให้ไบรอันออกมาพูดเรื่องสำคัญต่อหน้า แต่เคนออกมาซึ่งลากเอาไบรอัน ในสภาพฟกช้ำออกมากองไว้ แล้วก็เดินจากไป ทีมแพทย์ต้องช่วยกันหามไบรอัน ลงเปลส่งโรงพยาบาล

ในรอว์ วันที่ 26 พฤษภาคม สเตฟานีออกมาที่เวทีและก็เรียกไบรอัน ให้ออกมาประกาศสละแชมป์ ไบรอัน บอกว่า สเตฟานีเอาประชาชนมาอ้าง ความจริงแล้วก็แค่อยากจะปลดเขาออกไปเพื่อจะได้ตั้งแชมป์คนกลางตามใจชอบหรือ คงจะวางแผนมาตั้งแต่ที่เขาได้แชมป์มาในเรสเซิลเมเนีย โดยเอาชนะสามีของเธอมาได้ เคยคิดบ้างไหมว่าทำไมคนดูถึงตะโกนทุกครั้งที่พวกเขาไม่ได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ และเขาจะไม่สละแชมป์ตามที่กล่า สเตฟานี บอกว่าคิดไว้ว่า ไบรอันไม่ยอมแต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน บรี เบลลาทำร้ายเธอ สเตฟานีบอกว่าการทำร้ายนายจ้างเป็นสิ่งที่ผิด จะให้โอกาสอีกครั้งในศึก เพย์แบ็ค เขาจะต้องสละแชมป์มิฉะนั้นบรีจะถูกไล่ออก

ลำดับ กำหนด เวลา
1P El Torito (with Diego and Fernando) ชนะ Hornswoggle (with Drew McIntyre, Heath Slater and Jinder Mahal) Mask vs. Hair match[2] 07:14
2 Sheamus (c) ชนะ Cesaro (with Paul Heyman) ชิง WWE United States Championship[3] 11:38[4]
3 RybAxel (Curtis Axel and Ryback) ชนะ Cody Rhodes and Goldust แท็กทีม 07:49[4]
4 Rusev (with Lana) ชนะ Big E ซับมิสชั่น ปล้ำเดี่ยว[5] 03:40[4]
5 Bo Dallas vs. Kofi Kingston ไม่มีผลตัดสิน ปล้ำเดี่ยว 00:32[4]
6 Bad News Barrett (c) ชนะ Rob Van Dam ชิง WWE Intercontinental Championship[6] 09:32[4]
7 John Cena (with Jey Uso and Jimmy Uso) ชนะ Bray Wyatt (with Erick Rowan and Luke Harper) Last Man Standing match[7] 24:24[4]
8 Paige (c) ชนะ Alicia Fox ซับมิสชั่น ชิง WWE Divas Championship[8] 06:37[4]
9 The Shield (Dean Ambrose, Roman Reigns and Seth Rollins) ชนะ Evolution (Batista, Randy Orton and Triple H) แท็กทีมคัดออก แบบไม่มีกฏกติกา[9] 30:56[4]
  • (c) – หมายถึงเจ้าของเข็มขัดแชมป์ก่อนเริ่มแข่งขัน
  • P – หมายถึงโชว์ก่อนเริ่มรายการ

แมทช์การปล้ำแท็กทีมคัดออก แบบไม่มีกฏกติกา

แก้
ถูกกำจัดเป็นคนที่ นักมวยปล้ำ ทีม ถูกกำจัดโดย ถูกกำจัดโดยวิธี เวลา
1 บาทิสตา เอฟโวลูชั่น โรลลินส์ จับกดหลัง เรนส์ใช้ท่า สเปียร์
2 แรนดี ออร์ตัน เอฟโวลูชั่น แอมโบรส จับกดหลังใช้ท่า เดอร์ตี้ ดีดส์กับเก้าอี้
3 ทริปเปิล เอช เอฟโวลูชั่น เรนส์ จับกดหลัง ใช้ท่า สเปียร์
ผู้ชนะ ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์ เดอะชีลด์ - -

ดูเพิ่ม

แก้

อ้างอิง

แก้
  1. Gomez, Luis. "WWE's Payback returning to Allstate Arena". Chicago Tribune. สืบค้นเมื่อ January 21, 2014.
  2. Clapp, John. "Hornswoggle vs. El Torito (If El Torito lost, he would unmask himself. But, if Hornswoggle lost, he would shave his hair. Mask vs Hair Match)Match". WWE. สืบค้นเมื่อ May 27, 2014.
  3. Clapp, John. "United States Champion Sheamus vs. Cesaro". WWE. สืบค้นเมื่อ May 24, 2014.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 Caldwell, James (2014-06-01). "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/1: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Bryan's Decision, Shield vs. Evolution "Final Battle," Cena vs. Wyatt". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2015-12-23.
  5. Taylor, Scott. "Rusev vs. Big E". WWE. สืบค้นเมื่อ May 31, 2014.
  6. Clapp, John. "Intercontinental Champion Bad News Barrett vs. Rob Van Dam". WWE. สืบค้นเมื่อ May 20, 2014.
  7. Clapp, John. "John Cena vs. Bray Wyatt (Last Man Standing Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 17, 2014.
  8. Wortman, James. "Divas Champion Paige vs. Alicia Fox". WWE. สืบค้นเมื่อ May 26, 2014.
  9. Clapp, John. "The Shield vs. Evolution (No Holds Barred Elimination Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 13, 2014.

แหล่งข้อมูลอื่น

แก้