เครื่องประดับต้นคริสต์มาส

เครื่องประดับต้นคริสต์มาส  ส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้นิยมทำจากแก้ว เหล็ก ไม้ เซรามิค และพลาสติค ใช้ประดับต้นคริสต์มาส เครื่องประดับต้นคริสต์มาสมีรูปร่างต่างๆ กันไป เช่น ทรงกลมแบบลูกบอลที่เรียบง่าย ไปจนถึงรูปทรงที่ดีไซน์สวยหรู  เครื่องประดับต้นคริสต์มาสมักนำมาใช้เวียนไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เป็นของที่ต้องซื้อกันใหม่ทุกๆ ปี  คอลเล็คชั่นต่างๆ ที่แต่ละครอบครัวมีมักจะเป็นผสมปนเปกันไประหว่างเครื่องประดับที่สมาชิกครอบครัวประดิษฐ์ขึ้นเองกับที่ซื้อจากห้าง สรรพสินค้า เครื่องประดับเหล่านี้มักนิยมใช้สืบทอดต่อๆ กันไปจากยุคต่อยุค

เครื่องประดับต้นคริสต์มาสแบบลูกบอล

เครื่องประดับต้นคริสต์มาสซึ่งเป็นที่นิยมมาก คือ รูปซานตาคลอส ขนมแคนดี้เคน ผลไม้ สัตว์ต่างๆ สโนว์แมน นางฟ้า และรูปเกล็ดหิมะ

กำเนิดเครื่องประดับต้นคริสต์มาสแก้ไข

แรกเริ่มเดิมทีการตกแต่งต้นคริสต์มาสได้แรงบันดาลใจจากผลแอ็ปเปิ้ล ขนมแคนดี้เคน และขนมอบต่างๆ ซึ่งทำในรูปของดวงดาว หัวใจ และดอกไม้   เครื่องประดับต้นคริสต์มาสซึ่งทำด้วยแก้วนั้นกำเนิดจากเมืองลอช่า ประเทศเยอรมนี โดย ฮันส์ ไกรเนอร์ (ค.ศ. 1550-1609) ผู้ประดิษฐ์พวงหรีดคริสต์มาสที่ทำจากลูกปัดแก้วและเครื่องประดับที่ทำจากโลหะไว้ห้อยบนต้น  เครื่องประดับต้นที่ทำจากแก้วนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและมักจะประดิษฐ์โดยช่างผู้มากด้วยฝีมือ ช่างผู้เชี่ยวชาญจะนำหลอดแก้วไปเผาไฟและนำหลอดสอดเข้าไปในเบ้าดินเผาเพื่อเป่าแก้วที่ร้อนๆ ให้เข้ารูปทรงของเบ้า  เครื่องประดับสมัยแรกเริ่มนั้นมักจะมีรูปร่างเป็นผลไม้หรือถั่วต่างๆ

ดาวคริสต์มาสแก้ไข

 
ดาวคริสต์มาส

ต้นคริสต์มาสส่วนใหญ่มักจะต้องมีการประดับดาวไว้บนยอดจึงจะสมบูรณ์   ตำนานเล่าว่าขณะที่พระเยซูทรงประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวดวงหนึ่งที่สุกสว่างกว่าดาวอื่นๆ อย่างน่าอัศจรรย์บนท้องฟ้าจึงได้ออกตามหาดาวดวงนั้นโดยการตามแสงของดาวไปจนพบสถานที่ประสูติของพระเยซูที่เมืองเบ็ธเลเฮ็ม ประเทศปาเลสไตน์   จากนั้นมาชาวคริสต์จึงถึงว่า “ดาว” คือสัญลักษณ์ของการจุติของพระเยซูเจ้าบนโลกมนุษย์   ทั่วโลกจึงขนานนามดาวดวงนั้นว่า “Star of Bethlehem”[1]

อ้างอิงแก้ไข