อามัตสึมิกาโบชิ

(เปลี่ยนทางจาก อามัตสึมิกะโบชิ)

อามัตสึมิกาโบชิ (ญี่ปุ่น: 天津甕星, Amatsu-Mikaboshi) หรือ อาเมะ โนะ คางาเซโอะ (ญี่ปุ่น: 天香香背男, Ame-no-kagaseo) เป็นเทพเจ้าในตำนานของญี่ปุ่น โดยเป็นเทพแห่งดวงดาวและความชั่วร้าย

ต้นกำเนิดแก้ไข

อามัตสึมิกาโบชิป็นเทพที่ไม่ได้รับการกล่าวถึงในโคจิกิ แต่ปรากฏในนิฮงโชกิและเป็นเทพลึกลับตนหนึ่งในตำนานของญี่ปุ่น มีทฤษฏีว่าเดิมทีนั้นอามัตสึมิกาโบชิป็นเทพแห่งดวงดาวที่มีการนับถือแถบจังหวัดอิบารากิในปัจจุบัน ก่อนจะถูกผนวกเข้าในศาสนาชินโต

นักปราชญ์ฮิระตะ อะสึตะเนะได้ออกความเห็นว่าชื่อของมิกาโบชินั้น คำว่า มิกะ อาจจะมาจากคำว่า อิกะ (ปลาหมึก) และอามัตสึมิกาโบชิน่าจะหมายถึงดาวศุกร์ โดยคำว่า คางา ในชื่อ อาเมะโนะคางาเซโอะ หมายถึงเจิดจรัส

มิกาโบชิเป็นเทพที่ไม่ปรากฏเป็นมนุษย์อย่างเทพอื่นๆ กล่าวว่าอามัตสึมิกาโบชินั้นเป็นสิ่งไร้รูปร่างซึ่งเดิมทีอยู่อย่างโดดเดี่ยวเมื่อครั้งที่จักรวาลมีแต่ความมืดอันว่างเปล่า จนกระทั่งได้เกิดความปั่นป่วนซึ่งได้เกิดเป็นชีวิตและเวลา ก่อนจะมีเทพเจ้าและมนุษย์ในที่สุด มิกะโบะชินั้นแม้จะแตกสลายไปพร้อมกันนั้น แต่ก็ยังอยู่ในจิตใจของทุกชีวิตและเป็นต้นกำเนิดของความรู้สึกต่างๆ

ในลัทธิชินโตนั้น มิกาโบชินั้นเป็นแรงผลักดันทางจิตใจซึ่งถ้าไม่ควบคุมให้ดีก็จะกลายเป็นความคิดชั่วร้าย เช่น ความรักจะกลายเป็นความหึงหวงหรือคลั่งไคล้ ในแง่นี้ มิกาโบชินับว่าคล้ายกับมารในศาสนาอื่นๆ นอกจากนั้น เหล่าปิศาจและอสูรกายในธรรมชาติ รวมถึงวิญญาณที่ยังติดอยู่ในโลกมนุษย์เพราะความรู้สึก เช่น อาฆาตแค้น นั้นก็เป็นเพราะมิกาโบชิ

ซึ่งอามัตสึมิกาโบชินั้นเป็นความมืดที่เกิดมาพร้อมกับจักรวาลตัวมันต้องการจักรวาลที่เต็มไปด้วยความมืดมิด แต่โดนเทพทั้งหกผนึกไว้

ปฐมภูมิเทพ 5 พระองค์แก้ไข

ญี่ปุ่นเชื่อมาแต่โบราณและบันทึกไว้ในคัมภีร์หรือบันทึกประวัติศาสตร์โบราณ 2 เล่มที่มีชื่อเรียกว่า “โคจิกิ (kojiki)” (บันทึกเรื่องราวโบราณ) หรือ “นิฮอน โชกิ (Nihon Shoki)” (บันทึกประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น) ที่เกิดขึ้นภายหลัง โคจิกิ  ประมาณ 8 ปี บันทึกทั้ง 2 เล่มนี้ล้วนแต่เล่าถึงการสร้างประเทศญี่ปุ่นขึ้นว่า พระเจ้า ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “คามิ (kami)” นั้นเป็นผู้สร้างญี่ปุนและเผ่าพันธุ์ชาวญี่ปุ่นขึ้น ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากจักรวาลซึ่งอยู่ในสภาพที่ไร้รูปแบบ ไร้สภาวะ มืดมิด และเงียบสบมาเป็นวลานาน ก็เกิดเสียงดังสะท้านขึ้น เกิดการเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่าง จากนั้นจึงมีแสงสว่างปรากฏขึ้น และเกิดกลุ่มเมฆหมอกรวมตัวขึ้นที่เบื้องบนจักรวาลกลายเป็น “สวรรค์” หรือ “เทน (Ten)” ส่วนสะสารบางอย่างที่ลอยอยู่เบื้องล่างก็รวมตัวกันกลายเป็น “โลก” หรือ “ชิ (Chi)” เมื่อสวรรค์ถูกสร้างขึ้น จึงสถิตด้วย 3 ปฐมเทพ คือ

อเมโนะมินาคานูชิ (Amenominakanushi) (天之御中主神) - Central Master

ทาคามิมูซูบิ (Takamimusubi) (高御産巣日神) - High Creator

คามิมูซูบิ (Kamimusubi) (神産巣日神) - Divine Creator

และต่อมาก็ปรากฏเทพเจ้าอีก ๒ พระองค์ คือ

อมาชิอชิกะยิฮิโกจิ (Umashiashikabihikoji) (宇摩志阿斯訶備比古遅神) - Energy

อเมโนะโตโกทาชิ  (Amenotokotachi) (天之常立神) - Heaven

เทพเจ้าทั้ง 5 พระองค์นี้ถือเป็นเทพสูงสุดตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นโบราณ หรือ โคโตอมัตสึคามิ (Kotoamatsukami) และถือเป็นเผ่าพงศ์เทพ รุ่นแรกผู้สร้างสรรพสิ่งขึ้น โดยเป็นเทพที่เป็นเอกเพศ หรือไม่มีการแบ่งเพศแต่อย่างใดในรุ่นนี้ และเป็นเทพที่ไร้รูปไร้ตัวตนแฝงเร้นกายอยู่ในอากาศธาตุ จึงไม่มีผู้ใดสามารถเห็นพระองค์ได้ สถิต ณ ดินแดนสวรรค์ที่เรียกว่า “ทาคามะกา-ฮาระ (Takamagahara)”

สำหรับเทพรุ่นต่อมาภายหลังจากกำเนิดสวรรค์กับโลกขึ้นแล้วก็คือรุ่นที่เรียกว่า คามิโยะนานาโยะ (Kamiyonanayo) เทพรุ่นที่สองนี้ สององค์ แรกเป็นเทพเอกเพศเช่นเดียวกัน แต่นับจากลำดับที่ ๓ เป็นต้นมาจะเป็นเทพ ชายหญิงคู่กันมีอีก 5 ลำดับวงศ์ด้วยกัน เทพเอกเพศ 2 ลำดับแรกนั้นคือ

คูนิโนะโตโคทาชิ (Kuninotokotachi)

โตโยคุโมโนะ (Toyokumono)

ส่วนอีก 5 ลำดับวงศ์ซึ่งปรากฏเป็นคู่เทพและเทพีคือ

อูฮิจินิ (Uhjin) กับ ซูฮิจินิ (Suhjjini)

สึนูกุฮิ (Tsunuguhi) กับ ฮิคูกุฮิ (kuguhi)

โอโตโนจิ (Otonoj) กับ โอโตโนเบะ (Otonobe)

โอโมดารุ (Omodaru) กับ อยาคาชิโกเนะ (Ayakashikone)

อิซานางิ (Izanagi) กับ อิซานามิ (Izanami)

ดูเพิ่มแก้ไข