เปิดเมนูหลัก

สแตนลีย์ บอลดวิน เอิร์ลบอลดวินแห่งบิวดลีย์ (อังกฤษ: Stanley Baldwin, 1st Earl Baldwin of Bewdley) เป็นนักการเมืองชาวอังกฤษจากพรรคอนุรักษนิยม เขาทำงานในรัฐบาลอังกฤษคาบเกี่ยวในช่วงเวลาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงสามครั้ง และเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งในสามรัชกาล (พระเจ้าจอร์จที่ 5, พระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 8 และ พระเจ้าจอร์จที่ 6)

เดอะไรต์ออนะระเบิล
เอิร์ลบอลดวินแห่งบิวดลีย์
นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
ดำรงตำแหน่ง
7 มิถุนายน 1935 – 28 พฤษภาคม 1937
กษัตริย์ พระเจ้าจอร์จที่ 5
พระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 8
พระเจ้าจอร์จที่ 6
ก่อนหน้า แรมเซย์ แมคโดนัล
ถัดไป เนวิล เชมเบอร์ลิน
ดำรงตำแหน่ง
4 พฤศจิกายน 1924 – 5 มิถุนายน 1929
กษัตริย์ พระเจ้าจอร์จที่ 5
ก่อนหน้า แรมเซย์ แมคโดนัล
ถัดไป แรมเซย์ แมคโดนัล
ดำรงตำแหน่ง
23 พฤษภาคม 1923 – 16 มกราคม 1924
กษัตริย์ พระเจ้าจอร์จที่ 5
ก่อนหน้า แอนดริว บอนาร์ ลอว์
ถัดไป แรมเซย์ แมคโดนัล
หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม
ดำรงตำแหน่ง
22 พฤษภาคม 1923 – 28 พฤษภาคม 1937
ก่อนหน้า แอนดริว บอนาร์ ลอว์
ถัดไป เนวิล เชมเบอร์ลิน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 สิงหาคม ค.ศ. 1867(1867-08-03)
บิวดลีย์ สหราชอาณาจักร
เสียชีวิต 14 ธันวาคม ค.ศ. 1947 (80 ปี)
สตูร์พอร์ทออนเซเวิร์น สหราชอาณาจักร
พรรคการเมือง อนุรักษนิยม
ศาสนา คริสตจักรแห่งอังกฤษ
ลายมือชื่อ Cursive signature in ink

เขาเข้าเป็นสมาชิกสภาสามัญชนในค.ศ. 1908 ในฐานะผู้แทนราษฎรจากบิวดลีย์ ซึ่งบิดาของเขา อัลเฟรด บอลด์วิลด์ ก็เป็นอดีตผู้แทนจากเมืองนี้เช่นเดียวกันตั้งแต่ค.ศ. 1892 หลังบิดาถึงแก่กรรมในปีค.ศ. 1908 เขาก็ได้รับการเสนอชื่อจากสมาคมพรรคอนุรักษนิยมในท้องถิ่นให้เข้ารับเลือกตั้งต่อจากบิดา เขาทำงานทางการเมืองไปกระทั่งเกษียณตัวเองในปีค.ศ. 1937 หลังเกษียณตนเองได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เอิร์ลบอลดวินแห่งบิวดลีย์

บอลดวินได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของเดวิด ลอยด์ จอร์จ แต่ในปีค.ศ. 1922 เขาเป็นแกนนำในการผลักดันให้สมาชิกพรรคฯ เลิกการสนับสนุนลอยด์ จอร์จ ซึ่งต่อมาเขาได้เป็นรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของแอนดริว บอนาร์ ลอว์ จนกระทั่งลอว์ได้ลาออกเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพในเดือนพฤษภาคม 1923 บอลดวินก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมต่อจากลอว์ อย่างไรก็ตาม จากข้อขัดแย้งภายในพรรคเรื่องประเด็นภาษีศุลกากร ก็ทำให้บอลดวินเสียเสียงข้างมากในสภาไป และทำให้แรมเซย์ แมคโดนัลจากพรรคแรงงานสามารถจัดตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อยได้ ในช่วงทศวรรษจากนี้ บอลดวินและแมคโดนัลถือเป็นสองคู่แข่งทางการเมืองในระดับประเทศ

อ้างอิงแก้ไข

  • Ball, Stuart. "Baldwin, Stanley, first Earl Baldwin of Bewdley (1867–1947)", Oxford Dictionary of National Biography 2004; online edn, Jan 2011 doi:10.1093/ref:odnb/30550 a short scholarly biography
  • Ball, Stuart. Baldwin & the Conservative Party: The Crisis of 1929-1931 (1988) 266pp
  • Bassett, Reginald/ "Telling the truth to the people: the myth of the Baldwin 'confession'," Cambridge Journal, II (1948), pp. 84–95.
  • Cowling, Maurice. The Impact of Labour. 1920–1924. The Beginnings of Modern British Politics (Cambridge University Press, 1971).
  • Cowling, Maurice. The Impact of Hitler. British Politics and British Policy, 1933–1940 (U of Chicago Press, 1977).
  • Dunbabin, J. P. D. "British Rearmament in the 1930s: a Chronology and Review." Historical Journal 18#3 (1975): 587-609. Argues Baldwin rearmed enough to save Britain while it stood alone in 1940-41. Delays in rearmament were caused by slow decision-making. not by any political scheme to insure Baldwin's return to office in 1935.
  • Hyde, H. Montgomery. Baldwin: The Unexpected Prime Minister (1973); 616pp; Jenkins calls it the best biography
  • Jenkins, Roy. Baldwin (1987), Scholarly biography.