สถาบันวอลล์สตรีท

สถาบันวอลล์สตรีท (อังกฤษ: Wall Street Institute) คือ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สองของชาวต่างชาติ สำหรับผู้ใหญ่และลูกค้าทั่วโลก สถาบันก่อตั้งใน ค.ศ. 1972 ในประเทศอิตาลี โดยชาวอิตาลีนามว่า Luigi Tiziano Peccenini บริษัทมีศิษย์เก่ามากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก และการลงทะเบียนในปัจจุบันถึง 190,000 คน การใช้รูปแบบแฟรนไชน์ของบริษัทจึงมีการดำเนินการกว่า 450 ศูนย์ใน 28 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออก ยุโรป ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง สำนักงานนานาชาติตั้งอยู่ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เมืองบาร์เซโลนาของสเปน และลักเซมเบิร์ก

ใน ค.ศ. 2013 สถาบันวอลล์สตรีทมีการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ ชื่อ และเอกลักษณ์ ปัจจุบันบริษัทดำเนินการภายใต้ชื่อ วอลสตรีทอิงลิช (Wall Street English)[1]

โปรแกรมภาษาอังกฤษวอลล์สตรีทได้รับการออกแบบสำหรับทุกระดับของผู้เรียน โดยมีระดับที่แตกต่างของคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ 20 ระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้เชี่ยวชาญ โปรแกรมเหล่านี้รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้นภายในศูนย์ ครูสอนภาษาท้องถิ่น กิจกรรมสังคมซึ่งอนุญาตให้นักเรียนฝึกฝนภาษาอังกฤษในสังคม สิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร และชุมชนนักเรียนออนไลน์ทั่วโลก

วอลสตรีทอิงลิชผสมวิธีการเรียนรู้ ซึ่งสร้างสรรค์โดย Luigi Tiziano Peccenini และ Luciano Biondo รวมกับวิธีการศึกษาที่แตกต่างกันในการได้รับภาษาแบบวงจรการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ผสมรวมถึงการศึกษาด้วยตนเอง ห้องเรียนเล็กๆ และฝึกฝนเวลา นักเรียนฟัง อ่าน เขียน พูด และฝึกฝนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะได้เข้าใจภาษาอย่างลึกซึ้ง วอลสตรีทอิงลิชเปิดการสอนมาแล้วกว่า 40 ปี หลักสูตรเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหนังสือรับรองขอบข่ายงานยุโรปทั่วไปสำหรับภาษา (Common European Framework Reference for Languages : CEFR) ตามที่ได้รับการรับรองและการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

วอลสตรีทอิงลิชมีรายได้โดยบริษัท Pearson PLC บริษัทในเครือหนึ่งของ The Carlyle Group และ Citi Private Equity เป็นจำนวน 92 ล้านดอลล่าร์สหรัฐใน ค.ศ. 2010 บริษัท Pearson มีพนักงาน 37,000 คน โดยมีฐานมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

วอลล์สตรีทในประเทศไทยแก้ไข

ในประเทศไทย วอลสตรีทอิงลิชเปิดสาขาแรกที่สีลม กรุงเทพมหานครในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2003 และมีศูนย์ที่สุขุมวิท ลาดพร้าว สยาม และปิ่นเกล้าตามมา สาขาสุขุมวิทถูกย้ายไปที่ซีคอนสแควร์ใน ค.ศ. 2008 สาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์เปิดในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011 และสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตเปิดในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2011 สาขาเมกาบางนาและเซ็นทรัลเวิลด์เปิดใน ค.ศ. 2012 นอกจากนี้ยังมีสาขาร่วมอีก 8 แห่ง ที่ตั้งอยู่ภายในของสำนักงานบริษัทใหญ่ๆ เช่น ทีโอที เคพีเอ็มจี และเอสซีบี เป็นต้น

สาขาในประเทศไทยแก้ไข

การเรียนการสอนของ สถาบัน Wall Street Englishแก้ไข

-MULTIMETHOD

การเรียนการสอนแบบ MULTIMETHOD ของสถาบัน วอลสตรีท Archived 2017-06-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน คือการบูรณาการนำเอาลักษณะการเรียนแบบผสมผสานระหว่างสื่อการสอนที่ทันสมัยและการเรียนแบบปกติที่นักเรียนสามารถนำการเรียนรู้ด้วยตนเองไปพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นักเรียนสามารถเรียน Wall Street ที่บ้าน ได้ตามแนวคิด Wall Street anytime ซึ่งมีองค์ประกอบของการเรียนรู้ดังนี้

  • สื่อมัลติมีเดีย
  • Student Manual

คู่มือนักเรียนที่สามารถให้นักเรียนกลับไปเรียนรู้ด้วยตนเองได้ตลอด

  • Encounter Class

ชั้นเรียนที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกับเจ้าของภาษาที่เป็นอาจารย์ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติการสอนของสถาบัน

  • Social Club

เป็นกิจกรรมประจำเดือนของสถาบันวอลล์สตรีท สาขาทุกสาขาของวอลล์สตรีทในประเทศไทยจะจัดกิจกรรม Social Club เป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้นักเรียนเข้า มามีส่วนร่วมในการฝึกภาษาอังกฤษ

ระดับในการเรียนที่สถาบันสอนภาษาอังกฤษ Wall Streetแก้ไข

คอร์สเรียนภาษาอังกฤษระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง Archived 2017-07-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนที่วอลสตรีทนั้น มีทั้งหมด 20 ขั้น  ซึ่งในแต่ละระดับจะช่วยเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการ ฟัง พูด อ่านและเขียน ด้วยระบบ MULTIMETHOD® ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง เหตุการณ์จริงที่พบได้ในชีวิตประจำวันโดยระบบการเรียนดังกล่าวนั้น Wall Street สาขาทุกสาขาก็จะใช้หลักการเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ระดับ (Stage) 20 ขั้น (Level) ดังนี้

  • Survival (Level 1-3)

เป็นระดับเริ่มแรก  ซึ่งในระดับนี้จะเทียบเท่ากับผู้เรียนภาษาอังกฤษของ Common European Framework Certification (CEFR) ระดับ A1 ซึ่งในระดับนี้ สถาบันวอลสตรีทจะแนะนำหลักสูตรของผู้เรียนในขั้นต้น คือการเรียนรู้การแนะนำตัว การสนทนาทั้งในระดับทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงการสื่อสารทั่วไปทั้งในชีวิตประจำวันและทางโทรศัพท์

  • Waystage (Level 4-7)

ระดับที่สองของการเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบัน Wall Street English นั้น จะเทียบเท่ากับระดับของ CEFR A2-B1 ซึ่งในระดับนี้สถาบันวอลสตรีท จะเน้นการสอนให้ผู้เรียนมีทักษะการใช้คำสุภาพในการถามเส้นทางและการพูดคุยทางโทรศัพท์ในเชิงชีวิตประจำวันและธุรกิจไปจนถึงการนำเสนองาน

  • Upper Waystage (Level 8-11)

สำหรับระดับที่สามของการเรียน Wall Street นั้น จะมุ่งเน้นหลักสูตรในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารธุรกิจ เช่นการพูดภาษาอังกฤษในที่ทำงานแบบคล่องแคล่ว การอ่านจับใจความสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ เอกสารเชิงเทคนิคและการเขียนรายงานภาษาอังกฤษแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงเรียนสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษและการนำเสนองานภาษาอังกฤษอีกด้วย

  • Threshold  (Level 12-15)

สำหรับระดับ Threshold ของการเรียนที่สถาบันวอลสตรีท อิงลิช จะเน้นให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในบริบทที่เป็นการใช้ภาษาอังกฤษขั้นสูง ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในบริบทที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและนอกเหนือจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของการสื่อสารกับผู้คนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

  • Milestone (Level 16-18)

เป็นระดับของการเรียนที่สูงขึ้นกว่าระดับ Threshold ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในรูปแบบของการใช้ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจไม่ว่าจะเป็นงานนำเสนอ เขียนอีเมล หรืออื่นๆ

  • Mastery (Level 19-20)

ถือเป็นการเรียนขั้นสูงสุดของสถาบันซึ่งทางสถาบันจะจัดเนื้อหาในรูปแบบของการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและการวางแผนงานรวมถึงการนำเสนอเชิงลึก

คอร์สเรียนอื่นๆแก้ไข

เป็นคอร์สสำหรับผู้บริหารที่ต้องการจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการใช้งานในองค์กรระดับสากลที่ใช้ภาษาอังกฤษในการบริหารงาน ซึ่งหลักสูตรนี้ สถาบันวอลล์สตรีทออกแบบมาสำหรับผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ

เป็นคอร์สเรียน IELTS (ไอเอลส์) ของสถาบัน Wall Street ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเตรียมตัวสอบ IELTS โดยหลักสูตรและผู้สอนที่จะเสริมทักษะทั้งสี่ด้านของ IELTS เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนที่ต้องการจะทำคะแนนได้ดีในส่วนของการสอบทั้งสี่ทักษะซึ่งจุดเด่นของการเรียน IELTS กับสถาบันวอลสตรีทคือการที่สถาบันทำการสอนในคลาสเรียนขนาดเล็กมีตารางเรียนที่ยืดหยุ่น มีแบบฝึกหัดออนไลน์ที่นักเรียนสามารถนำกลับไปทำที่บ้านได้ และสภาพแวดล้อมของสถาบันที่มีการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา

สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ Wall Streetในหลักสูตรขององค์กรนั้น ทางสถาบันจะส่งเสริมการพัฒนาทักษะขององค์กรในแบบ In House Training และส่งเสริมการพัฒนาภาษาอังกฤษรายบุคคลของพนักงาน นอกจากนี้ยังมีคอร์สพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ใช้ในการทำงานของพนักงานในแบบต่างๆในแนว Workshop เช่น การเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ การนำเสนองานเป็นภาษอังกฤษ

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข