วีลแบโร (หุ่นยนต์)

วีลแบโร (อังกฤษ: Wheelbarrow) เป็นหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกลที่มีความสำคัญ[1] ซึ่งได้รับการออกแบบในปี ค.ศ. 1972 สำหรับการใช้งานโดยทีมทำลายล้างวัตถุระเบิดแห่งกองทัพอังกฤษ ที่ซึ่งปฏิบัติการในไอร์แลนด์เหนือ (กองทหาร 321 อีโอดี), สหราชอาณาจักรแผ่นดินใหญ่ (กองทหาร 11 อีโอดี) และประเทศอิรัก ซึ่งหุ่นยนต์กว่า 400 ตัวได้ถูกทำลายในปฏิบัติการ และได้รับการพิจารณาว่ามีส่วนในการช่วยชีวิตมนุษย์ได้หลายร้อยคน[2]

วีลแบโร ซึ่งเป็นเครื่องมือทำลายล้างวัตถุระเบิดที่ควบคุมจากระยะไกล

แนวคิดดังกล่าวได้รับการผลักดันโดยพันตรี อาร์เจดับเบิลยู ‘แพท’ แพตเตอร์สัน (ค.ศ. 1924 – 2003) หลังจากในเหตุการณ์สมัยหนึ่ง (ค.ศ. 1971 – 72) เมื่อเหล่าสรรพาวุธทหารบก (อาร์เอโอซี) ได้สูญเสียเจ้าหน้าที่เอทีโอ (เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคอาวุธยุทธภัณฑ์) ไปแปดนายระหว่างเข้าปฏิบัติหน้าที่ในไอร์แลนด์เหนือ[1] โดยมีอัตราการถดถอยของเจ้าหน้าที่ที่น่าตกใจเนื่องด้วยตัวเลือกที่สามารถใช้สำหรับผู้ปฏิบัติการที่ต้องเผชิญกับระเบิดแสวงเครื่องมีอยู่อย่างจำกัด

ในฐานะหัวหน้าแห่งโรงเรียนทำลายล้างวัตถุระเบิดแห่งอาร์เอโอซี (หน่วยซีเอดี ไคน์ตัน, วอร์วิคไชร์) สิ่งประดิษฐ์ของแพทอย่าง ‘พิกสติก’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยิงระเบิดด้วยไอพ่นขับเคลื่อนของน้ำที่จะทำลายวงจรระเบิดและยับยั้งการทำงานของมัน ได้เพิ่งเริ่มใช้โดยเจ้าหน้าที่เอทีโอในไอร์แลนด์เหนือ ข้อเสียเปรียบหลักของมันคือปากกระบอกปืนจะต้องอยู่ในระยะ 3 นิ้วของวัตถุระเบิด ซึ่งหมายความว่าผู้ปฏิบัติการอีโอดียังต้องเข้าใกล้วัตถุระเบิดเพื่อให้หุ่นตัวนี้สามารถใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม ในไม่นานผู้ก่อการร้ายก็ได้รับรู้ และได้หาประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ รวมถึงได้เปลี่ยนยุทธวิธีของพวกเขาในสองทาง: ประการแรก โดยการใช้เครื่องประกอบระเบิดกับชนวนตั้งเวลาได้รับการตั้งค่าให้เกิดระเบิดในช่วงที่ผู้ปฏิบัติการอีโอดีมาถึง และประการที่สอง โดยเพิ่มการใช้คาร์บอมบ์ที่ผู้ก่อการร้ายรู้แน่แก่ใจว่าพิกสติกแทบไม่มีผลอะไรกับพวกเขา

ส่วนพันตรี ‘แพท’ แพตเตอร์สัน รู้ว่าหากวัตถุระเบิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถ สามารถทำให้ไม่เป็นผลได้จากระยะไกล ทั้งจากเจ้าหน้าที่เอทีโอรวมถึงสมาชิกประชาชนจะได้รับการป้องกันที่ดีขึ้น ด้วยเหตุที่เขาและทีมงานได้เข้าใจว่าสามารถทำการควบคุมหุ่นยนต์มีล้อจากระยะไกลได้

1 – มีความสามารถในการติดเชือกลากจูงรถในด้านของความปลอดภัย เมื่อดึงเชือกที่ได้รับการติดตั้งมันเป็นเรื่องง่ายที่จะดึงรถที่ต้องสงสัยไปยังตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อคาร์บอมบ์เกิดการระเบิด มันจะมีโอกาสน้อยในการสร้างความบาดเจ็บหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่สำคัญ

2 – ช่วยให้สามารถนำพิกสติกมาใช้ในการต่อต้านวัตถุระบิดได้

ต้นแบบการผลิตอย่างหยาบที่ซีเอดี ไคน์ตัน ได้รับการพิสูจน์ว่ายากแก่การหลบหลีก ดังนั้นทีมงานถัดมาอย่างหน่วยยานพาหนะทางการทหารและวิศวกรรมการจัดตั้ง (หน่วยเอ็มวีอีอี, เชิร์ตซีย์) จึงได้รับการมอบหมายให้ปรับปรุงการสะกดรอยและการควบคุม ทีมดังกล่าวประกอบด้วย จอห์น ‘ปีเตอร์’ มิลเลอร์ (ค.ศ. 1912 – 2006) ผู้เป็นพันโทเกษียณอายุราชการแห่งหน่วยรถถังของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ทำการแก้ไขเครื่องตัดหญ้าของตนเองในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อทำการตัดหญ้าได้ด้วยตนเองโดยใช้เชือกเส้นเล็กในการช่วยเหลือ ด้วยการจดจำที่มีประสิทธิภาพของมันได้ทำให้เขากลับไปยังศูนย์สวนท้องถิ่นเพื่อการสั่งซื้อโครงรถและมอเตอร์ของรถเข็นระบบเครื่องยนต์สำหรับประกอบเข้าด้วยกัน โดยครั้งหนึ่ง เขาได้รับคำแนะนำจากผู้ช่วยพนักงานขายในการใช้โครงรถของวีลแบโรระบบแบตเตอรี่ทำงานแทน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อหุ่นยนต์ดังกล่าว

การประสานงานระหว่างหน่วยซีเอดี ไคน์ตัน กับเหล่าทีมฝึกอีโอดีของพวกเขาที่ปฏิบัติหน้าที่ในไอร์แลนด์เหนือ ได้มีความมั่นใจว่านวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับการจัดสร้างขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จะทำให้ชีวิตและทรัพย์สินได้รับความเสี่ยงน้อยที่สุดต่อระเบิดแสวงเครื่อง โดยเป็นการกล่าวย้ำล่าสุดว่าเป็น 'การปฏิวัติของวีลแบโร' คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นนี้คือแขน 360 องศา ซึ่งสามารถติดตั้งอุปกรณ์ทำลายล้างวัตถุระเบิดได้หลากหลาย การปฏิวัติของวีลแบโรยังรวมถึงความสามารถในการปีนบันได มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะกล่าวถึงความพยายามหลักในการสร้างโดยลอฟตี แพททินสัน เอ็มบีอี, ไซริล ลูเกอร์ และร็อด เครน แห่งศูนย์วิจัยอาวุธยุทธภัณฑ์และพัฒนาจัดตั้งหลวง เชิร์ตซีย์[3] ในช่วงต้นของการพัฒนาวีลแบโร

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข