วัดหนองแขม (กรุงเทพมหานคร)

วัดในกรุงเทพมหานคร

วัดหนองแขม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในแขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

วัดหนองแขม
Map
ชื่อสามัญวัดหนองแขม
ที่ตั้งเลขที่ 66 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายมหานิกาย
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

ประวัติ แก้

วัดหนองแขมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 มูลเหตุการสร้างวัด คือ พระวินัยธร เจ้าอาวาสวัดเชิงเลน จังหวัดนครปฐม ได้ปรารภถึงเหตุที่พวกญาติของท่านได้อพยพจากหมู่บ้านหัวย่านมาอยู่แถบถิ่นหนองแขมหลายครัวเรือน ท่านจึงได้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ สำหรับบรรจุอัฐิธาตุของบุพการี เมื่อสร้างวัดเสร็จ ขนานนามวัดว่า "วัดหนองแขม"[1] เนื่องจากมีหนองน้ำปกคลุมด้วยต้นแขมอยู่ใกล้วัด และต่อมากลายเป็นชื่อตำบลหนองแขม

อาคารเสนาสนะ แก้

วัดหนองแขมมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่กลางน้ำ ส่วนพระวิหารหลวงพ่อโตซึ่งเป็นพระอุโบสถหลังเก่า หน้าบันระบุศักราช พ.ศ. 2413 เป็นพระอุโบสถขนาดเล็กฝีมือแบบช่างพื้นบ้าน ภายในพระอุโบสถปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด มีรอยพระพุทธบาทจําลองประดิษฐานในมณฑป โดยมีการจัดงานปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองนี้ในช่วงเดือนสามของทุกปี พระสังกัจจายน์หรือหลวงพ่อโต[2] ยังมีรูปหล่อพระครูวิทยาวรคุณ (หลวงพ่อพร) ขนาดเท่าองค์จริง ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468

กิจกรรม แก้

กิจกรรมสำคัญที่ทางวัดจัดขึ้นทุกปี ได้แก่ ประเพณีวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ในวันอาสาฬหบูชา มีกิจกรรมในวันนี้มีการทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า ต่อด้วยการแสดงเทศนาธรรมที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา มีการแสดงธรรมและให้โอวาทแก่พุทธศาสนิกชน และเวียนเทียนรอบบริเวณอุโบสถจำนวน 3 รอบ วันเข้าพรรษาของทางวัด มีการตักบาตร ในเวลา 05.00 น. หลังจากนั้นมีการสวดมนต์และแสดงธรรมเทศนาที่เกี่ยวข้องกับวันเข้าพรรษา ด้วยการถวายหลอดไฟหรือเทียนเข้าพรรษา กระบุง กระจาด ต้นผ้าป่า และผ้าอาบน้ำฝน ทางวัดมีการจัดกิจกรรมประเพณีทำบุญตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา[3]

อ้างอิง แก้

  1. "วัดหนองแขม". ไทยตำบล. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-09-06. สืบค้นเมื่อ 2020-09-03.
  2. "ชุมชนหนองแขม" (PDF). มหาวิทยาลัยธนบุรี.
  3. "ขนบธรรมเนียมประเพณีเขตหนองแขม". สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-06-22. สืบค้นเมื่อ 2020-09-03.