มาสค์ไรเดอร์ริวคิ

มาสค์ไรเดอร์ริวคิ (ญี่ปุ่น: 仮面ライダー龍騎โรมาจิKamen Raidā Ryūkiทับศัพท์: Masked Rider Ryuki) เป็นละครโทรทัศน์โทคุซัทสึชุดมาสค์ไรเดอร์ลำดับที่ 16 เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002 ถึง 19 มกราคม ค.ศ. 2003 จำนวนตอนทั้งหมด 50 ตอน

มาสค์ไรเดอร์ริวคิ

Kamen rider ryuki 2003.jpg

ข้อมูล
บทประพันธ์ โชทาโร่ อิชิโนะโมะริ
ผู้ผลิต ญี่ปุ่น โตเอ
เขียนบท Yasuko Kobayashi
Toshiki Inoue
กำกับ Ryuta Tasaki
Hidenori Ishida
Takao Nagaishi
Kenko Sato
Nobuhiro Suzumura
แสดงนำ Takamasa Suga
Satoshi Matsuda
Ayano Sugiyama
บรรยาย Eiichiro Suzuki
เพลงเปิด "Alive A life" by Rica Matsumoto
เพลงปิด "Hatenaki Inochi" by Hiroshi Kitadani
"Hateshinai Honō no Naka e" by RIDER CHIPS featuring Keiko Terada
"Revolution" by Hiroshi Kitadani
กำกับเสียง Kazunori Maruyama
Cher Watanabe
จำนวนตอน 50
การผลิต
โปรดิวเซอร์ Kazuo Tsuburai
Chiharu Nakasone (TV Asahi)
Shinichirō Shirakura
Naomi Takebe (Toei)
ความยาว 23-25 minutes per episode
การออกอากาศ
ฉายครั้งแรก 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002 (2002-02-03) - 19 มกราคม ค.ศ. 2003 (2003-01-19)
เว็บไซต์ทางการ
Official Site
ลำดับซีรีส์
อากิโตะ ไฟซ์

ประวัติแก้ไข

ผลงานมาสค์ไรเดอร์ซีรีส์ โดยเป็นผลงานแรกของบรรดามาสค์ไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแข่งขันและโลกมิติโดยมีประโยคว่า มาสค์ไรเดอร์ทั้ง 13 ต้องสู้กันเองจนเหลือรอดเพียงคนเดียวเพื่อปรารถหนา และมีเนื้อหาเกี่ยวกับความปรารถนาของมนุษย์

นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบเพื่มเติมนั่นก็คือการ์ดเกมเพิ่มเข้ามาในส่วนของไรเดอร์ และเพิ่มเข้ามาในส่วนของการต่อสู้ หลังจากการเริ่มออกอากาศ เรื่องราวของไรเดอร์ที่สู้กันเองด้วยความปรารถนาของตนเอง และมีการเรียกตัวเองว่า "มาสค์ไรเดอร์" อย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะเป็นตัวร้ายก็ตามทำให้เกิดข้อพิพาทว่าเป็นไม่เหมาะสมกับรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ตามข่าวหนังสือพิมพ์ในยุคที่ออกอากาศในขณะนั้น

การสร้างแก้ไข

เดิมทีนั้นต้องการที่จะให้ซีรีส์ มาสค์ไรเดอร์คูกะ และ มาสค์ไรเดอร์อากิโตะ จบลงแต่ได้ถูกเป็นซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ลำดับที่ 3 [1][2] ในช่วงที่วางแผนการผลิตงานนั้นจะทำซีรีส์นักรบที่มีคอนเซปต์คล้าย ครอสไฟเยอร์ ซึ่งเป็นต้นแบบของ มาสค์ไรเดอร์ และเป็นผลงานเริ่มต้นที่ทำ[1] แต่ด้วยกระแสของมาสค์ไรเดอร์ที่กลับมานิยม ทำให้กลับมาสร้างซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ต่ออีกครั้ง[1]

ภายหลังจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ทางสถานีโทรทัศน์ยังยึดชู คูกะ และ อากิโตะ เป็นฮีโร่ที่ไม่ซับซ้อนแยกแยะความแตกต่างระหว่างความดีและความชั่วได้อย่างชัดเจน และให้ความยุติธรรมแก่เด็ก ๆ[1][3] แต่ว่า ชินทาโร่ ชิราคุระ โปรดิวเซอร์กลับตอบสนองบิดเบือนเจตนาโดยคำนึงถึงความตั้งใจของสถานี[4] โดยกล่าวว่า ฉันต้องการสอนเด็กให้รู้จักความยุติธรรมที่แท้จริง เป็นเพราะความยุติธรรมที่พวกเขาเชื่อนั้นเป็นสิ่งจอมปลอม และผู้ผลิตอ้างว่ารู้ของจริง[5]

ชิราคุระพยายามสร้างแนวคิด ความยุติธรรมของแต่ละทาง หลังจากที่ทำอากิโตะจากผลงานก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้ทำลายขถบทำเนียมที่กล่าวว่า "คาเมนไรเดอร์คือความเที่ยงธรรม" ที่คนดูได้สรุปไว้ตั้งแต่ต้น จึงทำให้ได้ปรับพลิกโฉมแนวคิดขนบธรรมเนียนของมาสค์ไรเดอร์ไว้มากเกินไปจนผู้ชมไม่สามารถยอมรับได้ [6]

นอกจากนี้บันไดผู้สนับสนุนหลักยังขอให้มีความแตกต่างจากคูกะและอากิโตะอย่างสิ้นเชิง และทำแนวคิดใหม่ๆ มากมายที่แตกต่างจากซีรีส์มาสค์ไรเดอร์เรื่องที่ผ่านมา ทั้งองค์ประกอบและรูปแบบแนวคิดต่างๆ[1]

และด้วยเหตุนี้จึงสร้างซีรีส์ใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่าริวคิโดยชื่อริวคิที่ปรากฏนั้นได้ใช้ตัวอักษรคันจิเป็นครั้งแรก[1][7]

เรื่องย่อแก้ไข

คิโดะ ชินจิ ชายหนุ่มช่างภาพผู้ใสซื่อ เขาทำงานให้กับสำนักข่าว ORE Journal โดยในแต่ละวันเขามักจะทำงานล้มเหลวเนื่องด้วยอุปสรรคนานาประการจนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้บังเอิญเก็บกล่องปริศนาขึ้นมาจากคดีบุคคลหายสาบสูญคดีหนึ่ง ทำให้ชีวิตของชินจิต้องเปลี่ยนไป และเขาได้พบกับ อาคิยามะ เรน ชายหนุ่มผู้จริงจังกับชีวิต กำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ในมิเรอร์ เวิลด์ โลกกระจกที่ทุกอย่างเหมือนกับโลกที่เขาอาศัยหากแต่เพียงตัวอักษรจะตรงกับข้ามและไม่มีมนุษย์คนใดอาศัยอยู่ โดยที่มีหญิงสาวนาม คันซากิ ยุย ผู้ที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ในมิเรอร์ เวิลด์ คอยดูการต่อสู้ของพวกเขา ทำให้ทั้ง3ต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่สุดแสนจะคาดเดา

ชินจิที่ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งมาสค์ไรเดอร์ ไม่อาจสามารถหันหลังกลับไปได้และเมื่อรู้ว่าการต่อสู้ในมิเรอร์ เวิลด์นั้นเป็นการต่อสู้แบบ Battle Royal โดยผู้ที่มีชีวิตรอดเพียงหนึ่งเดียวจะสามารถขอพรในสิ่งที่ตนเองหวังเอาไว้ ยิ่งทำให้ชินจิต้องเอาชนะจากการต่อสู้ครั้งนี้พร้อมกับคำขอของเขาที่ต้องการให้โลกมีแต่สันติสุข ความสงบสุข

ตัวละครแก้ไข

มาสค์ไรเดอร์ทั้ง 13แก้ไข

ในส่วนของมาสค์ไรเดอร์ฟามและมาสค์ไรเดอร์ริวกะไปที่ มาสค์ไรเดอร์ริวคิ : EPISODE FINAL

คิโดะ ชินจิ (城戸 真司) / มาสค์ไรเดอร์ริวคิ (仮面ライダー龍騎)
ตัวเอกของเรื่อง อายุ 23 ปี[8] เป็นนักข่าวของสำนักข่าวทางสื่ออินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ORE เจอร์นัล[8] เป็นมาสค์ไรเดอร์โดยบังเอิญ เนื่องจากเขาเก็บกล่องเวนท์เด็คได้ด้วยความบังเอิญทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป คอยรายงานและหาข่าวแปลกๆ มานำเสนอแด่ผู้อ่านบ่อยครั้งที่มักจะเจอเหตุการณ์จากโลกกระจกมิเรอร์เวิลด์ ทำให้เขาไม่สามารถหาข่าวไปนำเสนอและถูกตักเตือนกับถูกหักเงินอยู่บ่อยครั้ง มีนิสัยที่ซื่อตรงและใจดีเกินเหตุ ทำให้เขาต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเพื่อนร่วมงานและกลายเป็นคนที่เสียเปรียบไม่ทันคนหลายครั้ง แต่ด้วยนิสัยที่ใจดี ซื่อตรง ทำให้ไม่มีใครโกรธเขาลงเลยสักครั้ง ช่วงแรกโดนไล่ออกจากที่พักมาหลับนอนในออฟฟิศ แต่เพราะไปอยู่ทำให้ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง จึงย้ายมาพักร้านกาแฟชื่อว่า โอโตริ พร้อมทั้งช่วยทำงานพิเศษไปในตัวด้วยเพื่อแลกกับค่าเช่าอีกที โดยพักห้องเดียวกับเรน แม้ชินจิล้างจานและบริการแย่ แต่กลับสามารถทำอาหารได้เก่งจนโกโร่มาขอให้สอนทำเกี๊ยวซ่าให้ หลังจากที่ได้เป็นมาสค์ไรเดอร์ทำให้ชินจิคิดแค่ช่วยชีวิตคนกับหาความหมายของชีวิตพร้อมทั้งคอยห้ามไม่ให้ไรเดอร์สู้กันเองตามแผนของคันซากิ ชิโร่ แต่ล้มเหลวจนมีไรเดอร์ตายไปมาก แม้ได้รับการ์ดเซอร์ไวฟ์แห่งเปลวเพลิงจากชิโร่เป็นและต้องการให้ยุติเกมเร็ว แต่ชินจิยังต่อสู้เพื่อกำจัดมอนสเตอร์และหยุดการต่อสู้ของไรเดอร์เช่นเดิม
ในตอนท้ายชินจิได้เข้าปกป้องเด็กจากฝูงมอนสเตอร์จนถูกทำร้ายสาหัส ตอนที่ไม่ได้แปลงร่างกับฝืนสู้จนเสียชีวิตในที่สุด
แต่หลังจากถูกรีเซ็ตในโลกใหม่ ชินจิยังทำหน้าที่เป็นนักข่าวอยู่เหมือนเดิม
อาคิยามะ เรน (秋山 蓮) / มาสค์ไรเดอร์ไนท์ (仮面ライダーナイト)
อายุ 24 ปี [8] ชายหนุ่มผู้ชื่นชอบการต่อสู้ของไรเดอร์ เพราะต้องการที่จะช่วยเอริในช่วงวันเกิดเหตุในห้อง 401 ถูกคันซากิ ชิโร่ชวนเป็นไรเดอร์ มีนิสัยสุขุมเงียบขรึมในช่วงแรกมักหัวเสียกับชินจิอยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยความช่วยเหลือของชินจิทำให้ทัศนคติของเรนเปลี่ยนไปจากสู้เพื่อตัวเองมาเป็นสู้เพื่อความสงบสุขและพร้อมจะร่วมมือกับชินจิจนสนิทกัน จึงขอให้คันซากิ ชิโร่เรียกโอดีนออกมาท้าสู้กัน เรนชนะกับคิดไปสู้กับไรเดอร์คนที่เหลือต่อเพื่อจบเกม แต่พอยุยมาบอกว่าเอริฟื้นจึงเลิกสู้ชั่วคราวกับรีบไปหาเอริกับใช้เวลาด้วยกัน ในตอนท้ายเรนและชินจิช่วยกันกำจัดฝูงมอนสเตอร์สำเร็จ จนชินจิตาย เรนเสียใจมากจึงคิดไปท้าสู้ตัดสินกับโอดีนครั้งสุดท้าย เพราะคิตาโอกะโรคร้ายกำเริบใกล้ตาย กับอาซาคุระถูกตำรวจล้อมจนมุมไปไหนไม่ได้ ตนมีสิทธิคือไรเดอร์คนสุดท้ายที่เหลือรอดหลังจากต่อสู้กับโอดีนและได้รับชัยชนะเค้าก็กลายเป็นไรเดอร์คนสุดท้าย และได้ช่วยชีวิตเอริได้สำเร็จ แต่เรนเองก็ได้เสียชีวิตลงจากบาดเจ็บในการต่อสู้ โดยก่อนตายได้รีบไปอยู่เคียงข้างเตียงคนไข้ของเอรินั้นเอง
มาซาชิ ชูโด (須藤 雅史) / มาสค์ไรเดอร์ซิสเซอร์ส (仮面ライダーシザース)
ปรากฏตัวในตอนที่ 4 - 6 อายุ 28 ปี[9] เป็นนายตำรวจสถานีโคตาเกะ[10] ที่มีนิสัยคดโกงและโหดร้าย รับสินบนจากประชาชนจนมีผู้ล่วงรู้ความลับจะถูกสังหารโดยการฝังทั้งเป็นที่ร้านขายของเก่ง ทำให้ได้รับเวนท์เด็คจากชิโร่ จึงสนใจการต่อสู้เพราะอยากใช้เพื่อหลบหนีความผิดและส่งมอนสเตอร์ไปสังหารผู้ที่ล่วงรู้การฆาตกรรมและสืบสาวถึงตัวแต่มีพลังต่อสู้ต่ำแต่เมื่อร่วมสู้กับโวลแคนเชอร์มีพลังต่อสู้ได้มากที่สุด เสียชีวิตจากการถูกมอนสเตอร์ของตัวเองกินเป็นอาหารหลังจากเวนท์เด็ดของตนถูกเรนทำลาย
ในตอนพิเศษทางทีวี ปรากฏตัวเข้ามาตีสนิทกับชินจินเข้าร่วมการหยุดการต่อสู้ แต่ได้ลอบทำร้ายและหวังจะกำจัดไรเดอร์ทั้งหมด จนสุดท้ายถูกมาสค์ไรเดอร์โอจาฆ่าด้วยท่าไฟนอลเวนท์
คิตะโอกะ ชูอิจิ (北岡 秀一) / มาสค์ไรเดอร์โซลด้า (仮面ライダーゾルダ)
อายุ 30 ปี[11] นักกฎหมายทนายความชื่อดัง มีนิสัยความเห็นแก่ตัวและชอบซื้ออะไรที่ฟุ่มเฟือยแม้กระทั่งเงินที่ได้มาจากสินบน แต่ป่วยเป็นโรคร้ายไม่มีทางรักษาจึงถูกคันซากิ ชิโร่ชวนเป็นไรเดอร์แลกกับโรคหายเป็นอมตะ ช่วงแรกคิดจะต่อสู้เพียงอย่างเดียวแต่สุดท้ายก็ร่วมมือกับพวกชินจิเพื่อปกป้องไม่ให้คนอื่นถูกมอนสเตอร์สังหาร แต่ก็ยังมีเป้าหมายเดิม ตอนปกติสนิทกับพวกชินจิ และมักชอบจีบเรย์โกะโดยการชวนไปเดท แต่พอเป็นไรเดอร์ไม่แบ่งแยกกลุ่มและมักจะฉวยโอกาสตัดสินสู้ โดยใช้ไฟนอลเวนท์ปิดฉากทั้งมิตรกับศัตรูไปพร้อมกัน แต่ทุกคนหนีทันเสมอ จึงถูกลูกหลงจนสาหัส มักถูกโกโร่ย้ำให้ไปหาหมอเพื่อรักษาโรคร้าย แต่คิตะโอกะไม่ยอมจนรักษาไม่ได้แล้ว จนกระทั่งในตอนที่ 49 คิดไปตัดสินกับอาซาคุระ แต่โรคร้ายกำเริบจนเสียชีวิตไปทำให้โกโร่จึงไปต่อสู้แทน
หลังจากถูกรีเซ็ตในโลกใหม่ คิตะโอกะยังทำหน้าที่เป็นทนายความเหมือนเดิม
เทะสึกะ มิยูกิ (手塚 海之) / มาสค์ไรเดอร์ไรอา (仮面ライダーライア)
อายุ 24 ปี[10] เป็นนักทำนายดวงผ่านเหรียญที่มีพลังในการทำนายแม่นยำสูง เป็นมาสค์ไรเดอร์แทนไซโตะ ยูอิจิเพื่อนสนิทที่ถูกมอนสเตอร์สังหารต่อหน้า แต่การเป็นไรเดอร์นั้นเทะสึกะอยากยุติเกม จึงทำให้กลายเป็นแนวร่วมของพวกชินจิแม้แตกคอกับเรนบ้าง และได้ช่วยเหลือยุยสืบหาความจริงเกี่ยวกับบ้านเก่าของพี่น้องคันซากิ แต่รู้มากเกินไปทำให้คันซากิ ชิโร่จำเป็นต้องนำเซอร์ไวฟ์การ์ด มอบให้เทะสึกะเพื่อเพิ่มพลังกับตนเองให้จบเกมให้เร็วขึ้น แต่กลับมอบเซอร์ไวฟ์การ์ดให้กับเรนก่อนที่จะต่อสู้กับอาซาคุระในวันถัดไปเพื่อใช้เป็นพลังและตอบแทนมิตรภาพที่ดีแก่เขา จนสุดท้ายเทะสึกะเสียชีวิตจากการถูกโจมตีของโอจาโดยผลักริวคิเอาตัวเองมารับแทน โดยที่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นได้บอกชินจิให้ต่อสู้ตามเจตนาเดิมที่ต้องการ
ในตอนพิเศษทางทีวี เทะสึกะเป็นเพื่อนของเรน และเป็นคนรักเก่าของเอริ มีจุดประสงค์ที่จะยุติการต่อสู้เช่นเดียวกับเรน แต่เสียชีวิตจากการโจมตีของมาสค์ไรเดอร์เวอร์เด้
หลังจากถูกรีเซ็ตในโลกใหม่ เทะสึกะคือหมอดูข้างถนน
ชิบะอุระ จุน (芝浦 淳) / มาสค์ไรเดอร์ไก (仮面ライダーガイ)
อายุ 21 ปี[10] นักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยเมอิริน คณะเศรษฐศาสตร์ เข้ามาเป็นมาสค์ไรเดอร์เพราะสนใจเพียงแค่เกม[10] เป็นลูกชายของประธานบริษัทแห่งหนึ่ง และเป็นประธานชมรมเกมมีเบื้องหลังการสร้างเกมต่อสู้ควบคุมจิตใจที่มีชื่อว่า แมททริกซ์ โดยนำคนในชมรมมาสู้กัน เพื่อสร้างเกมให้คนทำร้ายกันเอง[10] และเคยเป็นบรรณาธิการคนใหม่ชั่วคราวของ ORE เจอร์นัล โดยการเข้ามาครั้งนั้นได้พยายามเจาะระบบหวังให้คนทั้งเมืองทำร้ายกันเองเหมือนในเกมที่สร้าง แต่กลับถูกเจาะระบบคืนจากชิมาดะ รวมทั้งเคยชิงการ์ดแดร็กเรดเดอร์จากริวคิ แต่ไนท์กับไรอาชิงคืนมาได้ หลังจากนั้นชิบะอุระถูกตำรวจจับในคดีที่ก่อแต่คิตะโอกะมาช่วยว่าความจนพ้นผิด แต่ด้วยการเป็นไรเดอร์เพราะคิดว่าทุกอย่างคือเกมและชอบท้าสู้ตามอารมณ์สนุกเท่านั้น และไม่ยอมให้คนนอกมาเกี่ยวกับการสู้ ในตอนสู้พอมอนสเตอร์ป่วนจะกำจัดก่อน แล้วค่อยสู้กับไรเดอร์ต่ออีกที และพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้อาซาคุระเข้ามาเป็นพวก โดยล่อให้ไรเดอร์ 5 คนมาสู้ตัดสินกับตนในที่เดียวกันมี โอจา, โซลด้า, ไรอา, ไนท์ และ ริวคิ อย่างไรก็ตามในการต่อสู้ครั้งนั้นชิบะอุระถูกไฟนอลเวนท์ของโซลด้าโดยโอจาใช้มาเป็นโล่ห์บังแทนจนสาหัสและถูกไฟนอลเวนท์ของโอจาซ้ำจนระเบิดเสียชีวิตไป
ในตอนพิเศษทางทีวี ชิบะอุระเป็นนักเล่นเกมตู้อาเขตชื่อดัง พยายามที่จะต่อสู้ให้ชนะแต่ถูกกลุ่มมอนสเตอร์สไปเดอร์จู่โจมและถูกกินไปในที่สุด
อาซาคุระ ทาเคชิ (浅倉 威) / มาสค์ไรเดอร์โอจา (仮面ライダー王蛇)
อายุ 25 ปี[11] วันเกิดวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1977[12][11] เป็นฆาตกรต่อเนื่องก่อหลายคดีที่ถูกจับกุมเป็นนักโทษที่แหกคุกมาเนื่องจากได้ถูกชักชวนเป็นไรเดอร์เพื่อที่จะเร่งให้จบเกมเร็วขึ้น มีนิสัยที่โหดร้ายและชั่วช้าเป็นอย่างมากมีเป้าหมายหลักคือกำจัดคิตะโอกะเนื่องจากเคยเป็นทนายความของตนแต่ไม่ให้พ้นผิดจึงคิดจะต่อสู้ตัดสินกับคิตาโอกะให้ได้ ในบางทีชวนไรเดอร์คนอื่นให้มาสู้กับตนเพื่อพิสูจน์ว่าตนนั้นเก่งกาจ แม้ถูกจับแต่ก็แหกคุกหนีได้ทุกครั้งหรือถูกคันซากิ ชิโร่แนะนำให้รีบกำจัดไรเดอร์ที่เป็นตัวปัญหา ให้จบเกม แม้ว่าชอบสู้แบบยุติธรรมก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นไรเดอร์ที่ได้ทำสัญญามอนสเตอร์ประจำตัวของไรเดอร์ที่ถูกฆ่ามาแล้วมาเป็นพวก ทำให้มีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในอดีตมีครอบครัวอยู่อย่างมีความสุข ตอนอายุ 13 ปี บ้านเกิดเหตุไฟไหม้ อาซาคุระรอดตายคนเดียว เร่ร่อนก่อคดีไปทั่วนับแต่นั้น แต่พอได้ยินจากเรย์โกะว่าอากิระน้องชายของเขา รอดตายถูกญาติรับเลี้ยงเปลี่ยนชื่อจึงอยากพบเจอ พอพบน้องชาย จึงเผยว่าในวันเกิดเหตุ ตนจงใจฆ่าทั้งบ้านเองกับมือ กับใช้เวโนสเนเกอร์กินน้องชาย โดยไม่รู้สึกผิด
ชีวิตนอกคุกคอยล่าสัตว์ข้างถนนหรือปล้นของร้านสะดวกซื้อประทังชีวิต บางทีบุกเข้าบ้านคิตาโอกะเพื่อไปปล้นกินและสั่งอาหาร หนีไปให้คิตะโอกะจ่ายเอง กับซ่อนตัวในรังเก่าแถวบ้านเกิด หรือที่รกร้าง เช่นโกดังร้าง ในตอนสุดท้าย ตนถูกตำรวจล้อมไว้นอกโกดัง จึงติดต่อท้าสู้ตัดสินกับคิตะโอกะ หลังจากที่เขารู้ว่าสู้กับโซลด้าจนชนะ แต่เป็นโกโร่ที่มาสู้แแทน เพราะคิตาโอกะเสียชีวิตก่อนที่จะท้าสู้ จึงเสียใจที่ไม่ได้ตัดสินและวิ่งไปให้ตำรวจวิสามัญจนเสียชีวิต
แต่หลังจากถูกรีเซ็ตในโลกใหม่ อาซาคุระเป็นนักเลงทั่วไป
ในตอนพิเศษทางทีวี อาซาคุระเป็นมาสค์ไรเดอร์โอจาตั้งแต่แรก แต่หลังจากที่พ่ายแพ้จึงถูกติดคุกในเรือนจำและถูกควบคุมเป็นพิเศษแต่กลับใช้วิธีตุกติกทำให้รอดและแหกคุกออกมาได้ เป็นผู้ที่กำจัดซีสเซอร์สและเป็นผู้ท้าสู้กับริวคิ, ไนท์ และโซลด้า
โทโจ ซาโตรุ (東條 悟) / มาสค์ไรเดอร์ไทกะ (仮面ライダータイガ)
อายุ 25 ปี [10] ต้องการที่จะเป็นไรเดอร์เพราะอยากเป็นวีรบุรุษ[10] เพื่อให้ทุกคนยอมรับ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซเมอิน และเป็น 1 ในกลุ่มผู้ต้องการปิดมิเรอร์เวิลด์พร้อมกับ ฮาจิเมะและฮิเดยูกิ ได้รับเวนท์เด็คจากคันซากิ ชิโร่ ในช่วงแรกได้เข้ามาทำงานร้านอาโทริเพื่อที่จะพยายามสังหารยุยผู้ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดตามคำสั่งของฮาจิเมะ ด้วยนิสัยเก็บกดลุ่มหลงมากเกินไป จึงได้ฆ่าผู้มีพระคุณอย่างฮิเดยูกิ, ฮาจิเมะและซาโนะ เพราะเชื่อว่าทุกคนอ่อนแอและมีทางเดียวที่ทำให้แกร่งขึ้นได้ จนเหลือตัวคนเดียว ไล่ท้าสู้ไรเดอร์ที่เหลือนั่นก็คือโซลด้าและโอจาแต่พ่ายแพ้ จึงล่อ 3 ไรเดอร์มาสู้ตัดสินกับตน ซึ่งมีไนท์, โซลด้า, โอจา โดยโทโจราดน้ำมันใส่รถที่อาซาคุระขโมยมาและตั้งกับดักไว้ทำให้ รถจะระเบิดฆ่าคนที่เหลือ และรอจังหวะให้ทุกคนสู้กันจนสาหัส แล้วค่อยเผด็จศึกในตอนท้าย แต่เพราะฝูงมอนสเตอร์ป่ามาป่วนจนแผนพัง โทโจเสียท่าโอจากับโซลด้าจึงหนีไปตั้งหลัก แต่อาซาคุระถูกลูกหลงจนรถระเบิดแต่หนีไปได้ โทโจที่คิดว่าแผนสำเร็จ จึงเดินเซพเนจรไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเห็นรถบรรทุกกำลังขับชนพ่อลูกที่กำลังข้ามถนน โทโจนึกถึงฮิเดยูกิกับยูตะและไม่อยากให้ใครต้องเสียใจจากการสูญเสียคนสำคัญไป เหมือนตอนที่โทโจฆ่าฮิเดยูกิเพราะการอยากเป็นวีรบุรุษเพื่อตัวเอง จนยูตะต้องเศร้าที่ต้องสูญเสียพ่อไป จึงวิ่งไปช่วยพ่อลูกคู่นั้นบนทางม้าลายไว้จนถูกรถชนเสียชีวิต หลังจากถูกรถบรรทุกชนโทโจได้รู้ความหมายของวีรบุรุษที่แท้จริงจนเสียชีวิตไป หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นได้ถูกลงข่าวหนังสือพิมพ์ว่าเป็นวีรบุรุษแม้ว่าข่าวนั้นจะอยู่ในหัวข่าวเล็กก็ตาม
หลังจากถูกรีเซ็ตในโลกใหม่ โทโจเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่ออกหางาน ที่ซุ่มซ่ามไปเจอชินจิโดยบังเอิญ
ซาโนะ มิทสึรุ (佐野 満) / มาสค์ไรเดอร์อิมเพอเลอร์ (仮面ライダーインペラー)
อายุ 21 ปี[13] ทำงานเป็นอาชีพรูปแบบฟรีเตอร์ ทำงานเลี้ยงชีพด้วยยามที่จอดรถใต้ดิน พ่อของเขาเป็นประธานบริษัท แต่ถูกทอดทิ้งไปเมื่อ 2 ปีก่อน เข้ามาเป็นมาสค์ไรเดอร์เพื่อมีเป้าหมายเงินเท่านั้นโดยใช้วิธีรับเงื่อนไขที่ได้ประโยชน์ต่อตนเอง มีนิสัยประจบสอพลอในช่วงแรกมักจะเรียกชินจิว่ารุ่นพี่และติดตามไรเดอร์คนอื่นๆ เพื่อหวังผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ว่าพอไปขอร่วมทีมกับใครมักจะถูกปฏิเสธทุกครั้ง จึงทำให้ไปร่วมทีมของโทโจและฮาจิเมะโดยรับคำสั่งให้ปิดมิเรอร์เวิลด์และสังหารยุย แต่พอฮาจิเมะถูกโทโจฆ่าตายแล้วบาดเจ็บและเร่ร่อน ซาโนะช่วยชีวิตโทโจจนเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าพ่อของเขาเสียชีวิตและซาโนะได้รับมรดกจากพ่อทำให้เป็นประธานบริษัท กับมีคู่หมั้นในงานดูตัวจะแต่งงานในอีกไม่นาน จึงคิดถอนตัวจากการเป็นไรเดอร์เพราะได้จุดประสงค์เป้าหมายที่ต้องการแล้ว แต่คันซากิ ชิโร่ไม่ยอม ทำให้ซาโนะจำใจที่จะเลือกเป็นไรเดอร์ และร่วมมือกับโทโจกำจัดไรเดอร์ที่เหลือเพื่อจบเกม จนในการต่อสู้ไรเดอร์ครั้งนั้นซาโนะกลับถูกไฟนอลเวนท์ของไทกะที่ทรยศและถูกไฟนอลเวนท์ของโอจาโจมตีซ้ำในช่วงที่กำลังหลบหนีกลับตั้งหลัก จนทำให้เวนท์เด็คถูกทำลายไม่สามารถออกจากมิเรอร์เวิลด์ได้จนทำให้ร่างกายสูญสลายไปในที่สุด
ทาคามิซาวะ อิตสึโร่ (高見沢 逸郎) / มาสค์ไรเดอร์เวอร์เด้ (仮面ライダーベルデ)
ปรากฏตัวในตอนพิเศษทางโทรทัศน์ อายุ 38 ปี[13] เป็นประธานกรรมการบริษัททาคามิซาวะกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงในประเทศ เข้าร่วมในการต่อสู้ เพียงเพื่อต้องการอำนาจและเงินตราโดยไม่สนใจว่าจะได้มาอย่างไร แต่ท้ายที่สุดถูกมาสค์ไรเดอร์ไนท์เซอร์ไวฟ์ที่ชินจิแปลงร่างอยู่โจมตีไฟนอลเวนท์ใส่
มาสค์ไรเดอร์โอดีน (仮面ライダーオーディン)
มาสค์ไรเดอร์ปริศนาที่เป็นตัวแทนของคันซากิ ชิโร่ และไม่เผยตัวตนที่แท้จริง มีพลังสูงที่สุดและเป็นมาสค์ไรเดอร์คนที่ 13 ไม่เผยตัวตนจริง แต่ใช้บุคคลอื่นๆ ที่ถูกใช้เป็นหุ่นเชิดในรอบสุดท้าย แม้ใครตายคันซากิ ชิโร่จะหาใหม่อีก คนที่มีสิทธิ์สู้กับโอดีนได้คือ ต้องเป็น 1 ใน 12 ไรเดอร์ที่เหลือรอด หรือไรเดอร์คนไหนขอคันซากิ ชิโร่ท้าสู้กับโอดีน[14]

ไรเดอร์เทียมแก้ไข

นาคามุระ ฮาจิเมะ (仲村 創) / อัลเทอนาทีฟ (オルタナティブ)
อายุ 27 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเซเมอิน ในช่วงแรกปรากฏตัวเขาเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ทำงานวิจัยของศาสตราจารย์เอจิมะในห้องวิจัยที่ 401 แต่ด้วยเหตุการณ์การทดลองของคันซากิ ชิโร่ เริ่มทดลองทำให้เขาโกรธแค้นอย่างมากที่ทำให้เพื่อนร่วมห้องวิจัยที่ถูกมอนสเตอร์สังหารโดยที่วันเกิดเหตุนั้นฮาจิเมะไม่อยู่ที่นั่น จึงทำให้มีความแค้นต่อชิโร่รวมไปถึงยุยผู้เป็นน้องสาว ในตอนที่ 35 ฮาจิเมะได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ปิดมิเรอร์เวิลด์ร่วมกันกับโทโจและอาจารย์คากาวะ และได้เวนท์เด็ดอัลเทอร์เนทีฟ มีนิสัยใจร้อนและโมโหง่าย คิดฆ่ายุยเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด เพื่อแก้เแค้นให้กับคนในห้องทดลองในวันเกิดเหตุซึ่งผิดกับหลักการณ์เสียสละเพื่อส่วนรวมของคากาวะ สุดท้ายถูกมาสค์ไรเดอร์ไทกะสังหารด้วยท่าไม้ตายคริสตัลเบรก
คากาวะ ฮิเดยูกิ (香川 英行) / อัลเทอนาทีฟ ซีโร่ (オルタナティブ・ゼロ)
อายุ 37 ปี เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเซเมอิน เป็นผู้ที่ได้ล่วงรู้ข้อมูลแฟ้มวิจัยของคันซากิ ชีโร่ที่มีข้อมูลการสร้างของมาสค์ไรเดอร์ ด้วยความจำที่ดีมากที่เห็นข้อมูลวิจัยโดยบังเอิญแค่ครั้งเดียว จึงได้นำไปต่อยอดไปสร้างไรเดอร์รูปแบบใหม่ขึ้นมาและสร้างแอดเวนท์การ์ดเฉพาะตัวขึ้นมาเพื่อปิดมิเรอร์เวิลด์โดยมีแนวคิดที่ว่าต้องการจะเป็นวีรบุรุษเพื่อเสียสละบางอย่างเพื่อส่วนรวม พร้อมสร้างทีมขึ้นมามีนาคามุระกับโทโจเป็นลูกทีม ที่ตั้งหลักคือห้องวิจัย 401 ของมหาวิทยาลัยเซเมอิน ไม่คิดฆ่าโดยที่ไม่จำเป็นแม้ว่ามิตรกับพวกพ้องจะอ่อนแอหรือไม่ มักคอยสอนให้โทโจเกี่ยวกับแนวคิดวีรบุรุษและชีวิตแบบปกติไปพร้อมกัน ในตอนที่ 40 คันซากิ ชิโร่ ใช้ยูตะและโนบุโกะ ลูกชายและภรรยาของฮิเดยูกิเป็นตัวประกันเพื่อให้คากาวะเลิกล้มแผนการปิดมิเรอร์เวิลด์ แต่คาวากะไม่ยอมและยังต้องการที่จะมีจุดประสงค์นี้เหมือนเดิม แต่ชินจิได้ช่วยชีวิตไว้ทั้งสองคน คากาวะจึงรู้สึกขอบคุณ แต่ว่าในตอนที่ 42 คากาวะถูกไทกะใช้ไฟนอลเวนท์สังหาร โดยที่โทโจได้อุ้มศพคากาวะจนสูญสลายไป

ผู้เกี่ยวข้องกับมาสค์ไรเดอร์แก้ไข

คันซากิ ยุย (神崎 優衣)
อายุ 19 ปี เกิดวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1983 เป็นน้องสาวของชิโร่ ผู้เป็นชนวนเหตุของเรื่อง มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นศัตรูจากมิเรอร์เวิลด์และควบคุมศัตรูได้ โดยไม่มีการ์ดเด็ค แต่แท้จริงแล้วศัตรูที่มาจากมิเรอร์เวิลด์มาจากการวาดเล่นของเธอเมื่อครั้งวัยเยาว์ แต่ก็จำอดีตในสมัยเด็กเรื่องพ่อแม่ไม่ได้ จได้แค่เรื่องเกี่ยวกับชิโร่ที่เป็นพี่ชายเทานั้น และซานาโกะก็ไม่เคยบอก ในช่วงใกล้วันเกิดอายุครบ 20 ปี ซานาโกะได้เล่าความจริงว่าพ่อแม่นั้นทารุณลูก ส่วนชิโร่คอยปกป้องยุยเสมอมา จนได้รู้ว่าไรเดอร์สู้กันเพราะเป็นเกมของพี่ชาย จนชินจิเกือบฆ่าเรน ยุยกลับมาจำได้ว่ายุยตัวจริงนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ที่มีชีวิตอยู่ได้ เพราะยุยที่เป็นเงาในกระจกทำสัญญากับคันซากิ ชิโร่ ทำให้ฟื้นคืนชีพให้กลับมาชีวิต แต่ยืดอายุไปถึง 20 ปีเท่านั้น ยุยรู้สึกเสียใจกับทุกสิ่งจึงขอให้ทุกคนหยุดสู้กันแตไร้ผล ยุยเลือกที่จะสลายหายไปก่อนเวลากำหนด โดยหวังให้ทุกคนหยุดสู้กันเพื่อชีวิตของยุย
คันซากิ ชิโร่ (神崎 士郎)
อายุ 25 ปี เกิดวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1977 เป็นผู้ชักชวนให้มนุษย์ทุกอาชีพเข้ามาเป็นมาสค์ไรเดอร์และเป็นผู้สร้างมิลเรอร์เวิลด์
ในช่วงสมัยเด็กหลังจากที่พ่อแม่ได้เสียชีวิตไปได้อยู่อาศัยกับยุย แต่ยุยก็ป่วยจนเสียชีวิต ทว่ายุยอีกคนที่อยู่ในโลกกระจกเข้ามาทำสัญญาคืนชีพให้ยุยตัวจริง แต่ยืดอายุไปถึง 20 ปีเท่านั้น จากนั้นก็ใช้ให้ยุยวาดพวกมอนสเตอร์ขึ้นมา อย่างไรก็ตามก็ได้ไปเรียนต่ออยู่ในประเทศอเมริกา โดยได้เปลี่ยนนามสกุล ทาคามิ (高見) และพอได้ร่วมทำการวิจัยในมหาวิทยาลัย เอริถูกลูกหลงจนโคม่าเพราะการวิจัยและใช้ภาพวาดของยุยสร้างมอนสเตอร์ ส่งไปมิลเลอร์เวิลด์ แม้คันซากิ ชิโร่ ตัวจริงเสียชีวิตไปแล้วในสมัยที่อยู่ประเทศอเมริกา แต่ก่อนตาย ได้ทำการโอนความคิดตัวเองสร้างร่างคัดลอกในมิลเรอร์เวิลด์ ร่างไร้ตัวตนสั่งการบังคับฝูงมอนสเตอร์ได้และสร้างเวนท์เด็ค กับใช้ชีวิตแทนตัวจริงที่ตายไปจนถึงตอนที่ทำการทดลองจนเอริโคม่า ผลการทดลองทำให้ร่างไร้ตัวมีเวลาอยู่บนโลกปกติน้อยเวลาเดิม ให้ไรเดอร์มาสู้กันเพื่อหาผู้เหลือรอดเพียงคนเดียว จะได้ใช้โอดีนไปสู้ในศึกรอบสุดท้ายโดยกำจัดเอาพลังชีวิตของคนนั้นมาเป็นชีวิตใหม่ให้ยุยมีชีวิตต่อ โดยไม่สนใจถึงความเสี่ยงใดๆ พอยุยมีภัยหรือหายไป จะให้ไรเดอร์หยุดสู้กันชั่วคราวจนกว่าจะหาเจอ ถ้าไรเดอร์คนไหนถอนตัว หรือใครที่ถูกชวนไม่ยอมเป็นไรเดอร์ หรือใครที่ไม่ใช่ไรเดอร์รู้มากเกินไปจะส่งมอนสเตอร์ไปกิน เพื่อฆ่าปิดปาก
โดยร่างที่ปรากฏของคันซากิ ชิโร่ คือร่างถูกคัดลอกก่อนตายของตัวจริง เป็นเงาสะท้อนในมิลเรอร์เวิลด์ และมักจะโผล่มาในโลกจริงได้ชั่วคราวแล้วหายไป เคลื่อนที่ไปมาผ่านเงากระจกหรือสิ่งที่สะท้อนแสง เช่นวัตถุเรืองแสงที่สะท้อนแสงหรือน้ำจากแม่น้ำเท่านั้น โดยซ่อนตัวอยู่ในบ้านเก่าของพี่น้องคันซากิ โดยในบ้านนั้นได้ขังฝูงมอนสเตอร์ไว้ในเงาในกระทุกบานภายในบ้าน
ในตอนสุดท้าย ไรเดอร์เหลือ 4 คน ยุยทำใจเลือกสลายหายไปเอง ชิโร่ยอมรับไม่ได้จึงส่งฝูงมอนสเตอร์ทั้งหมดไปอาละวาดทั่วเมือง ชินจิกับเรนยับยั้งทัน แต่ชินจิตาย, คิตาโอกะโรคกำเริบตาย, อาซาคุระถูกตำรวจยิงวิสามัญ เรนคือคนเดียวที่มีสิทธิท้าสู้ตัดสินกับโอดีน พอตนเริ่มยอมรับและทำใจได้จึงยอมรีเซ็ตโลกใหม่ โดยที่สร้างโลกที่ไม่มีการต่อสู้ของไรเดอร์ ซึ่งนั่นก็คือพี่น้องคันซากิ ชิโร่และยุย เสียชีวิตในสมัยเด็ก ทุกคนที่เคยเป็นไรเดอร์ได้กลับมาชีวิตของตัวเองในโลกใหม่อย่างมีความสุข
โอคุโบะ ไดสุเกะ (大久保 大介)
บรรณาธิการของ ORE Journal อายุ 36 ปี เป็นรุ่นพี่สมัยเรียนของชินจิ
โมโมอิ เรโกะ (桃井 令子)
นักข่าวหญิงของสำนักข่าว ORE Journal อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ทำข่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับและได้ตามสืบเรื่องคันซากิ ชิโร่ มักถูกคิตะโอกะจีบกับชวนเดทเสมอ แม้ไม่ได้คบกันแต่ก็หึงคิตะโอกะบ่อย พอพบคดีคดีคนหาญสาปสูญในสถาที่มีเงากระจกบ่อยขึ้น มีเงาคันซากิ ชิโร่ในคดีอาซาคุระ ทาเคชิแหกคุก แต่คันซากิ ชิโร่ก็ใช้มอนสเตอร์ฆ่าปิดปากผู้เกี่ยวข้องก่อนเรโกะทำข่าว เรโกะจึงไปสืบต่อที่อเมริกาพบหลักฐานการเสียชีวิตจริงของคันซากิ ชิโร่
ชิมาดะ นานาโกะ (島田 奈々子)
ซิสเต็มเอนจิเนียร์ของสำนักข่าว ORE Journal อายุ 25 ปีชอบเลี้ยงสัตว์ประเภทกิ้งก่าอิกัวน่าชื่อว่ามาริริน
อาซาโนะ เมกุมิ (浅野 めぐみ)
อายุ 25 ปี อดีตเลขาและบอดี้การ์ดเก่าของทนายคิตะโอกะมีนิสัยซุ่มซ่าม โดนจ้างมา 3 ปี เพราะสู้เก่ง แต่คิตะโอกะทนนิสัยซุ่มซ่ามไม่ไหวจึงไล่ออก จึงมาเปิดร้านราเมนแถวชายหาด พอผ่านไป 1 ปี จึงมาแก้แค้นหลอกว่าเคยหมั้นและได้มาป่วนคิตะโอกะ จนพวกชินจิหลงเชื่อ ไปรุมคิตะโอกะ แต่โกโร่ถามผลตรวจจากหมอจากรู้ว่าเมกุมิป่วยเพราะความดันต่ำกับเตรียดมากไป จึงเลิกป่วนคิตะโอกะ ต่อมาได้มาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สำนักข่าว ORE Journal โดยมักจะชอบทะเลาะกับชิมาดะเป็นประจำ
คันซากิ ซานาโกะ (神崎 沙奈子)
อายุ 45 ปี ป้าของชิโร่ และ ยุย มีกิจการร้านชาและกาแฟชื่อว่า โอโตริ (花鶏) มีงานอดิเรกส่วนตัวคือการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ได้ไป และเมื่อมีรายได้จากการทำกิจการของตัวเองมากพอ ก็มักจะไปเดินทางในต่างประเทศด้วย ชื่นชอบเดินทางที่เทือกเขาหิมาลัยและเป็นสมาชิกกลุ่มแอมะซอนคลับที่ทำหน้าที่ในการจัดทัวร์ป่าแอมะซอน เป็นผู้ให้ชินจิและเรนไปทำงานเสริมให้ร้านในช่วงเวลาที่ว่าง
อย่างไรก็ตามซานาโกะเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ว่าชิโร่เสียชีวิตที่อเมริกา และเชื่อว่า ยุยจะหายไปตอนอายุ 20 ปี
โองาวะ เอริ (小川 恵里)
อายุ 24 ปี เป็นคนรักของเรนและเป็นผู้ร่วมวิจัยมิเลอร์เวิลด์แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้โคม่าจากเหตุการณ์ระเบิดห้องทดลอง โดยที่ดาร์ควิงก์หมายจะเอาชีวิตไปด้วย และเคยเป็นคนรักเก่าของเทะสึกะ
ยูระ โกโร่ (由良 吾郎)
อายุ 25 ปี เป็นบอดี้การ์ดของทนายคิตาโอกะ มีความสามารถในด้านการต่อสู้ การทำอาหาร และงานบ้านในระดับสูงกว่าเมกุมิ โดยคิตะโอกะจะเรียกว่า โกโร่จัง และนับถือคิตาโอกะว่าเป็นอาจารย์ สาเหตุที่มาทำงานให้คิตาโอกะ เพราะหลังจากคิตาโอกะไล่เมกุมิออกไปไม่นาน ก็ได้พบโกโร่ที่กำลังมีเรื่องทะเลาะกับนักเลงแต่คิตะโอกะมาช่วยไว้ทัน จึงนับถือเป็นผู้มีพระคุณมาทำงานกับคิตะโอกะ รู้เรื่องไรเดอร์แต่ไม่ได้เป็นกับถูกใจการต่อสู้ของคิตะโอกะจึงคอยปฐมพยาบาลรักษาคิตะโอกะหลักสู้เสร็จ ในตอนสุดท้าย คิตะโอกะมีนัดสู้ตัดสินกับอาซาคุระ ซึ่งตรงกับวันที่นัดเดทเรย์โกะ แต่คิตะโอะเสียชีวิตก่อน โกโร่จึงเป็นผู้แปลงร่างมาสค์ไรเดอร์โซลด้าต่อจากคิตะโอกะและได้สู้แทนแต่แพ้และเสียชีวิตไป
ไซโตะ ยูอิจิ (斉藤 雄一)
เพื่อนสนิทของเทะสึกะ เป็นนักเปียโน ถูกอาซาคุระทำร้ายที่มือจนไม่สามารถเล่นเปียโนได้อีกถูกคันซากิ ชีโร่ชวนเป็นไรเดอร์แต่ปฏิเสธ ทำให้ถูกกิลด์ธันเดอร์จับตัวเป็นอาหารต่อหน้าเทะสึกะ ทำให้เทะสึกะจำใจเป็นไรเดอร์แทน
ซากาคิบาระ โคอิจิ (榊原 耕一) / มาสค์ไรเดอร์ริวคิ (仮面ライダー龍騎)
อายุ 28 ปี ในทีวีซีรีส์ตอนที่ 1 เป็นบุคคลที่หายสาบสูญไปเนื่องจากถูกแดร็กเรดเดอร์กินไป พร้อมกล่องเวนท์เด็คไว้ในห้อง โดยที่ชินจิได้เข้าไปในห้องและเก็บมาได้
ในตอนพิเศษทางทีวี ได้เผยว่าเขาคือผู้ที่แปลงร่างเป็นมาสค์ไรเดอร์ริวคิ โดยมีเป้าหมายคือต้องการยุติการต่อสู้ในมิเรอร์เวิลด์ แต่ถูกฝูงมอนสเตอร์โจมตีอย่างหนักจากการปกป้องชินจิที่ถูกฝูงมอนสเตอร์สไปเดอร์จับและดึงตัวไปและได้มอบเวนท์เด็คให้ชินจิเพื่อสืบสานเจตนารมย์เดิม จนทำให้ร่างกายสูญสลายไป

มาสค์ไรเดอร์แก้ไข

อุปกรณ์และยานพาหานะแก้ไข

แอดเวนท์การ์ด (アドベントカード)
การ์ดที่ใช้ในการต่อสู้ของมาสค์ไรเดอร์และเพื่มความสามารถของไรเดอร์ได้โดยการ์ดแต่ละใบเป็นการ์ดที่มีพลังจากมอนสเตอร์ที่ได้สัญญาขึ้นมา โดยการ์ดมอนสเตอร์ที่สัญญาจะเรียกว่าแอดเวนท์ ตัวการ์ดมีค่าพลังได้แก่พลังโจมตี จะถูกเรียกว่า AP (แอคเทคพอยท์) และพลังป้องกัน จะถูกเรียกว่า GP (การ์ดพอยท์) ซึ่ง 20 AP มีค่าเท่ากับ 1 ตันจากการที่ใช้โจมตีอย่างไรก็ตามการตั้งค่านี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ไม่ได้ใช้จริงแต่อย่างใด เมื่ออยู่โลกปกติ ถ้าใช้การ์ดนี้ส่องกระจก จะสามารถเรียกมอนสเตอร์ได้ชั่วคราว
ซีล (シール)
การ์ดที่ทำหน้าป้องกันตัวไม่ให้มอนสเตอร์เข้าทำร้ายหรือจับกินผู้ที่ถือการ์ดใบนี้ แต่กันได้แค่ชั่วคราว เฉพาะตอนถือการ์ดใบนี้อยู่เท่านั้น แต่ถ้าทำลายการ์ดใบนี้ทิ้งการ์ดซีลจะหายไป โดยปกติการ์ดใบนี้ใช้เฉพาะตอนที่การ์ดเด็คยังไม่มีมอนสเตอร์ทำสัญญา ยกเว้นของเอจิมะที่มีการ์ดใบนี้ครอบครอง
คอนแท็กต์ (コントラクト)
การ์ดที่ทำการสัญญากับมอนสเตอร์แต่ใช้ไม่ได้กับมอนสเตอร์ที่มีไรเดอร์ทำสัญญาอยู่ก่อนแล้ว แต่ถ้าไรเดอร์ทำสัญญาตายหรือเวนท์เด็คถูกทำลาย สามารถใช้การ์ดนี้ทำสัญญาต่อได้
การ์ดเด็ค (カードデッキ)
กล่องการ์ดที่บรรจุแอดเวนท์การ์ด มีสีและลายที่ต่างกันคนละแบบ เมื่อทำการสัญญามอนสเตอร์แล้วสัญลักษณ์ที่อยู่ตรงกลางของตัวกล่องปรากฏขึ้น แต่ถ้าการ์ดมอนสเตอร์ที่ทำสัญญาหายหรือตัวมอนสเตอร์ถูกทำลาย การ์ดเด็คจะคืนสภาพเป็นแบบเดิมก่อนทำสัญญา ไรเดอร์ที่ใช้จะเป็นร่างแบล็งค์ แต่ถ้าได้การ์ดมอนสเตอร์คืนจะกลับมามีมอนสเตอร์ทำสัญญญาดังเดิม
ในการใช้แปลงร่าง นำการ์ดเด็คส่องกระจกหรือวัตถุที่สะท้อนแสงเท่านั้น แต่ต้องเข้าออกที่เดิมเท่านั้น แต่ถ้าเป็นไรเดอร์ในมิลเลอร์เวิลด์แล้วการ์ดเด็คถูกทำลาย สัญญากับมอนสเตอร์จะหมดลงและร่างผู้ใช้ติดอยู่ในนั้นกับออกมาไม่ได้จนร่างกายเริ่มสูญสลายไป ในกรณีไรเดอร์ตาย แต่การ์ดเด็คไม่ถูกทำลาย มอนสเตอร์ที่ทำสัญญานั้นกลายเป็นมอนสเตอร์ป่าจนกว่าใครเก็บการ์ดเด็คอันเดิมที่มีสัญญาอยู่ได้หรือไรเดอร์คนไหนใช้การ์ดคอนแท็กต์ขอทำสัญญาต่อ
การ์ดเด็คมีความสามารถคือเป็นสื่อรับรู้ถึงมอนสเตอร์ป่าที่มาอยู่ใกล้ๆ ให้รับรู้ได้ ในกรณีที่ใครแตะหรือพกการ์ดเด็คติดตัวอยู่เท่านั้น แต่เมื่อเป็นไรเดอร์มีเวลาการอยู่ในมิลเลอร์เวิลด์จำกัด ถ้าร่างใกล้สลายคือเวลาในการต่อสู้ใกล้หมด ถ้าออกมาไม่ทันจนสลายไป แต่ถ้าออกมาทันก่อนสลายไปช่วงหนึ่ง ร่างผู้ใช้จะหมดแรง
V บัคเคิล (Vバックル)
เข็มขัดแปลงร่างที่ถูกเรียกมาจากการ์ดเด็ค
ไวเซอร์ (バイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดของมาสค์ไรเดอร์ มีลักษณะที่แตกต่างกันไป
ไรด์ชูตเตอร์ (ライドシューター)
ยานพาหนะที่พาไปยังมิลเรอร์เวิลด์ลักษณะเป็นรถสามล้อ โดยใช้ขับย้ายไปสู้ในพื้นที่กว้าง

มาสค์ไรเดอร์ริวคิแก้ไข

ข้อมูลจำเพาะ
มาสค์ไรเดอร์ริวคิ
ความสูง 190 ซม.
น้ำหนัก 90 กก.
พลังหมัด 200AP
พลังเตะ 400AP
ระดับการกระโดดสูง 35 เมตร
ระดับการวิ่ง 100 เมตร / 5 วินาที
การมองเห็น ประมาณ 15 กม.
การได้ยิน ประมาณ 15 กม.

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของคิโดะ ชินจิ มีลักษณะเด่นคือชุดเป็นสีแดง มีพลังในการต่อสู้รูปแบบสมดุล ภายในหน้ากากโล่ตะแกรงใบหน้ามีดวงตาสีแดงตากลม

ท่าแปลงร่างมีพื่นฐานมาจาก มาสค์ไรเดอร์ หมายเลข 1 เน้นสู้แบบกำลังเป็นหลัก

มอนสเตอร์ที่สัญญา
แดร็กเรดเดอร์ (無双龍ドラグレッダー)
มอนสเตอร์ประเภทมังกรจีนสีแดง ค่าพลังคือ 5000AP มีร่างกายที่ขนาดใหญ่และมีความยาวสุดในบรรดามิลเรอร์มอนสเตอร์ สามารถบินล่องลอยบนอากาศได้อิสระ ส่วนหัวได้ติดตั้งส่วนปัญญาประดิษฐ์ซึ่งรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ความสามารถของมอนสเตอร์ด้วยดวงตาทั้งสองข้างและข้อมูลถูกส่งผ่านริวคิ นอกจากนี้สามารถรับประสาทสัมผัสที่เฉียบคมจากเรดาร์ที่ปลายจมูกเรียกว่า แดร็กฟีลเลอร์ ส่วนปากมีเขี้ยวที่เป็นเหล็กและสามารถพ่นไฟได้ด้วยอุณหภูมิความร้อนสูงสุดถึง 5,000 องศาเซลเซียส เรียกว่า แดร็กเบรธ ส่วนลำตัวยาวมีครีบหลังที่คมกริบเรียกว่า แดร็กฟิน และส่วนปลายหางทำหน้าที่เหมือนใบมีดฟาดฟันศัตรูเรียกว่า แดร็กเทล
ในช่วงก่อนที่จะทำสัญญาได้หมายหัวชินจิเป็นอาหาร แต่ชินจิได้ทำสัญญากับแดร็กเรดเดอร์ไปเพื่อเป็นมาสค์ไรเดอร์ริวคิ แม้ว่าหลังจากทำสัญญาลง ชินจิที่เริ่มสูญเสียจากการต่อสู้และพยายามโจมตี แต่เมื่อได้ต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สายสัมพันธ์ของแดร็กเรดเดอร์และชินจิก็ได้เข้าใจได้ยิ่งขึ้น
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อ ความยาว ความกว้าง ความสูง น้ำหนัก ความเร็วสูงสุด
แดร็กเรดเดอร์ 6.15 เมตร 0.37 เมตร 0.55 เมตร 210 กก. ความเร็วในการบินสูงสุด: 500 กม. / ชั่วโมง
อุปกรณ์เรียก
แดร็กไวเซอร์ (龍召機甲ドラグバイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดที่ติดตั้งบนแขนซ้ายมีลักษณะเป็นเกราะถุงมือ เมื่อทำการใช้จะทำการสไลด์ส่วนหัวลงแล้วเสียบการ์ดตามด้วยสไลด์ขึ้นเพื่อทำการอ่านการ์ด
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
ซอร์ดเวนท์ (ソードベント)
แดร็กเซเบอร์ (ドラグセイバー)
ดาบที่มาจากส่วนหางของแดร็กเรดเดอร์เรียกว่าแดร็กเทล มีลักษณะคล้ายดาบนักรบจีน ค่าพลังคือ 2000AP
การ์ดเวนท์ (ガードベント)
แดร็กชิลด์ (ドラグシールド)
โล่ที่มาจากส่วนลำตัวของแดร็กเรดเดอร์ ค่าพลังคือ 2000GP สามารถใช้ได้ทั้ง 2 อันได้
สไตรค์เวนท์ (ストライクベント)
แดร็กครอว์ (ドラグクロー)
นวมที่มาจากหัวของแดร็กเรดเดอร์ ค่าพลังคือ 2000AP ใช้ล็อกเป้าให้แดร็กเรดเดอร์พ่นไฟโจมตี ยิงได้แค่ 1 นัด
แดร็กครอว์ไฟเยอร์ (ドラグクローファイヤー)
ท่าที่ใช้แดร็กครอว์ควบคู่กับแดร็กเรดเดอร์ โดยทำการเรียกลูกไฟที่ออกจากปาก
ไฟนอลเวนท์ (ファイナルベント)
ดราก้อนไรเดอร์คิก (ドラゴンライダーキック)
ท่าไม้ตายของริวคิ โดยทำการเตรียมตั้งท่าตามด้วยกระโดดกลางอากาศพร้อมกับแดร็กเรดเดอร์แล้วตามด้วยพ่นไฟพร้อมเตะคู่ต่อสู้ ค่าพลังคือ 6000AP

ร่างแบลงค์แก้ไข

ข้อมูลจำเพาะ
มาสค์ไรเดอร์ริวคิ ร่างแบลงค์
ความสูง 190 ซม.
น้ำหนัก 90 กก.
พลังหมัด 50AP
พลังเตะ 100AP
ระดับการกระโดดสูง 10 เมตร
ระดับการวิ่ง 100 เมตร / 8 วินาที
การมองเห็น ประมาณ 5 กม.
การได้ยิน ประมาณ 5 กม.

ร่างที่ยังไม่ได้สัญญากับแดร็กเรดเดอร์ ตัวชุดเป็นสีเทาโทนน้ำเงินมีพลังต่ำสุด

อุปกรณ์เรียก
ไลท์ไวเซอร์ (ライドバイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดที่ติดตั้งบนแขนซ้ายมีลักษณะเป็นเกราะถุงมือ แต่ด้วยยังเป็นร่างที่ไม่มีการทำสัญญาจึงไม่มีความสามารถพิเศษ
การ์ด และ อาวุธ
ซอร์ดเวนท์ (ソードベント)
ไลท์เซเบอร์ (ライドセイバー)
อาวุธรูปทรงดาบค่าพลังคือ 300AP ถูกใช้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้กับดิสไปเดอร์ เมื่อฟันแล้วทำให้อาวุธหักทันที

ริวคิเซอร์ไวฟ์แก้ไข

ข้อมูลจำเพาะ
มาสค์ไรเดอร์ริวคิ เซอร์ไวฟ์
ความสูง 193 ซม.
น้ำหนัก 95 กก.
พลังหมัด 300AP
พลังเตะ 500AP
ระดับการกระโดดสูง 45 เมตร
ระดับการวิ่ง 100 เมตร / 4.5 วินาที
การมองเห็น ประมาณ 20 กม.
การได้ยิน ประมาณ 20 กม.

ร่างเพิ่มพลังของริวคิที่ได้พลังการ์ดเซอร์ไวฟ์แห่งเปลวไฟที่คันซากิ ชิโร่มอบให้กับชินจิ

มอนสเตอร์ที่สัญญา
แดร็กแลนเชอร์ (烈火龍ドラグランザー)
แดร็กเรดเดอร์ที่เพิ่มพลังจากการ์ดเซอร์ไวฟ์แห่งเปลวเพลิง ค่าพลังคือ 7000AP สามารถแปลงร่างได้ทั้ง มอนสเตอร์โหมดและไบค์โหมด
มอนสเตอร์โหมด
รูปแบบปกติ
ไบค์โหมด
รูปแบบมอเตอร์ไซต์
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อ ความยาว ความกว้าง ความสูง น้ำหนัก ความเร็วสูงสุด
แดร็กเรนเชอร์ มอนสเตอร์โหมด 10.55 เมตร 1.10 เมตร 0.99 เมตร 380 กก. ความเร็วในการบินสูงสุด: 900 กม. / ชั่วโมง
แดร็กเรนเชอร์ ไบค์โหมด 6 เมตร 1.22 เมตร ความเร็วสูงสุดในการเดินทาง: 760 กม. / ชั่วโมง
อุปกรณ์เรียก
แดร็กไวเซอร์เซอร์ไวฟ์ (龍召機甲ドラグバイザーツバイ)
อุปกรณ์อ่านการ์ดที่ได้รับพลังการ์ดเซอร์ไวฟ์แห่งเพลิง มีลักษณะเป็นปีนพกสามารถแปลงเป็นแดร็กเบลด


การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
ซอร์ดเวนท์ (ソードベント)
แดร็กเบลด (ドラグブレード)
ดาบที่มาจากแดร็กไวเซอร์เซอร์ไวฟ์ โดยเพิ่มใบมีดจากด้านหน้า
เบิร์นนิ่งเซเบอร์ (バーニングセイバー)
แดร็กเบลดที่ปล่อยพลังเปลวไฟออกจากตัวดาบ
การ์ดเวนท์ (ガードベント)
ไฟเยอร์วอลล์ (ファイヤーウォール)
แดร็กแลนเชอร์ที่ใช้แดร็กป้องกัน ค่าพลังคือ 4000GP
ชู้ตเวนท์ (シュートベント)
เมทิโอบุลเล็ต (メテオバレット)
สเตรนจ์เวนท์ (ストレンジベント)
การ์ดใบพิเศษสามารถสุ่มออกมาเป็นการ์ดใบนั้นได้
ชาโดว์อิลูชัน (シャドーイリュージョン)
สตีลเวนท์ (スチールベント)
ไฟนอลเวนท์ (ファイナルベント)
ดราก้อนไฟเยอร์สตอร์ม (ドラゴンファイヤーストーム)
ท่าไม้ตายของริวคิเซอร์ไวฟ์ โดยให้แดร็กแรนเซอร์แปลงเป็นไบค์โหมด จากนั้นยกล้อพร้อมให้แดร็กแรนเซอร์โจมตีด้วยลูกไฟที่ออกจากปากหลายทีใส่ศัตรูแล้วพุ่งชนปิดฉาก ค่าพลังคือ 9000AP

มาสค์ไรเดอร์ไนท์แก้ไข

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของอาคิยามะ เรน มีลักษณะเด่นคือหน้ากากโล่โซลิคเฟซชิลด์ โดยใบหน้ามีดวงตาสีฟ้าตาเรียวซึ่งเรียกว่าบลูอาย เน้นสู้ใช้ดาบเดี่ยวเป็นหลัก

ร่างต่อสู้
ร่างปกติ
ไนท์เซอร์ไวฟ์ (ナイトサバイブ)
ร่างขั้นสุดยอดที่ใช้การ์ดเซอร์ไวฟ์ ชิปปู ในการแปลงร่าง
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อ ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
ร่างปกติ 195 ซม. 95 กก. 200AP (10 ตัน) 300AP (15 ตัน) 40 เมตร 4.5 วินาที
ไนท์เซอร์ไวฟ์ 198 ซม. 97 กก. 300AP (15 ตัน) 450AP (22.5 ตัน) 50 เมตร 4.2 วินาที
มอนสเตอร์ที่สัญญา
ดาร์ควิงก์ (闇の翼ダークウイング)
มอนสเตอร์ประเภทค้างคาวสีกรมท่า ค่าพลังคือ 4000AP สามารถร่วมต่อสู้กับไนท์ได้ด้วยการประกบด้านหลังเพื่อให้บินได้
ดาร์คเรเดอร์ (疾風の翼ダークレイダー)
ดาร์ควิงก์ที่ได้รับพลังเซอร์ไวฟ์แห่งวายุ ค่าพลังคือ 6000AP สามารถแปลงร่างได้ทั้ง มอนสเตอร์โหมดและไบค์โหมด
มอนสเตอร์โหมด
ไบค์โหมด
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อ ความยาว ความกว้าง ความสูง น้ำหนัก ความเร็วสูงสุด
ดาร์ควิงก์ 1.15 เมตร ความยาวปีก: 3.9 เมตร 0.35 เมตร 85 กก. ความเร็วในการบินสูงสุด: 900 กม. / ชั่วโมง
ดาร์คเรเดอร์ มอนสเตอร์โหมด 1.3 เมตร 0.99 เมตร 100 กก. ความเร็วในการบินสูงสุด: 950 กม. / ชั่วโมง
ดาร์คเรเดอร์ ไบค์โหมด 3.7 เมตร 0.9 เมตร 1.23 เมตร ความเร็วสูงสุดในการเดินทาง: 900 กม. / ชั่วโมง
อุปกรณ์เรียก
ดาร์คไวเซอร์ (翼召剣ダークバイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดของไนท์รูปทรงดาบเรเปียร์
ดาร์คไวเซอร์เซอร์ไวฟ์ (翼召剣ダークバイザーツバイ)
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
ซอร์ดเวนท์
วิงก์แลนเซอร์ (ウイングランサー)
อาวุธที่มาจากหางของดาร์ควิงก์ เป็นอาวุธรูปร่างหอก ค่าพลังคือ 2000AP
ดาร์คเบลด (ダークブレード)
อาวุธที่มาจากดาร์คไวเซอร์เซอร์ไวฟ์ ค่าพลังคือ 4000AP สามารถอ่านการ์ดได้เช่นกัน
การ์ดเวนท์
วิงก์วอลล์ (ウイングウォール)
ผ้าคลุมที่มาจากดาร์ควิงก์ ค่าพลังคือ 3000GP
ชูตเวนท์
ดาร์คแอร์โร่ (ダークアロー)
ทริคเวนท์
ชาโดว์อิลูชัน (シャドーイリュージョン)
การ์ดที่มีความสามารถในการแยกร่าง ค่าพลังคือ 1000AP สามารถแยกร่างได้สูงสุดถึง 8 คน
เนสตี้เวนท์
โซนิคเบรกเกอร์ (ソニックブレイカー)
การ์ดที่เรียกดาร์ควิงก์โจมตีด้วยเสียงรบกวน ค่าพลังคือ 1000AP
บลาสต์เวนท์
ดาร์คทอร์นาโด (ダークトルネード)
ไฟนอลเวนท์
ฮิโชดัน (飛翔斬)
ชิปปูดัน (疾風断)

มาสค์ไรเดอร์ซิสเซอร์สแก้ไข

  • ความสูง: 190 ซม.
  • น้ำหนัก: 93 กก.
  • พลังหมัด: 250AP (12.5ตัน)
  • พลังเตะ: 350 ตัน
  • ระดับการกระโดดสูง: 35 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 5 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของ มาซาชิ ชูโด ตัวชุดเกราะสีทอง มีจำนวนการ์ดน้อยที่สุดถึง 4 ใบ และมีค่าพลังตัวการ์ดที่ต่ำที่สุดในบรรดามาสค์ไรเดอร์ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ซิสเซอร์สมีพลังการป้องกันสูงและสามารถรับป้องกันจากการโจมตีแดร็กครอว์ไฟเยอร์ของริวคิได้อีกด้วย เน้นสู้ใช้กรรไกรที่มือซ้ายเน้นตัดเหยื่อเป็นหลัก

มอนสเตอร์ที่สัญญา
โวลแคนเซอร์ (ボルキャンサー)
  • ส่วนสูง - 224 ซม.
  • น้ำหนัก - 165 กก.
มอนสเตอร์ประเภทปูแต่มีเท้าที่สามารถเดินได้ ค่าพลังคือ 3000AP เป็นมอนสเตอร์ที่สัญญากับซิสเซอร์ส ทำหน้าที่ในการกำจัดผู้ที่ล่วงรู้เรื่องการฆ่ากรรมที่ตัวเองทำ มีอาวุธคือกรรไกรที่อยู่บนมือ ถูกกำจัดโดยมาสค์ไรเดอร์ริวคิหลังจากที่ซิสเซอร์สเสียชีวิต
อุปกรณ์เรียก
ซิสเซอร์ไวเซอร์ (シザースバイザー)
อุปกรณ์เรียกการ์ดรูปทรงกรรไกรติดตั้งบนแขนซ้าย เป็นอาวุธหลักที่ใช้ในการต่อสู้
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
สไตรค์เวนท์
ซิสเซอร์สพันช์ (シザースピンチ)
อาวุธรูปทรงกรรไกร มาจากแขนขวาของโวลแคนเซอร์ ค่าพลังคือ 1000AP สามารถปิดการโจมตีคู่ต่อสู้ได้
การ์ดเวนท์
เชลดีเฟนท์ (シェルディフェンス)
โล่ที่มาจากกระดองด้านหลังของโวลแคนเซอร์ ค่าพลังคือ 2000GP มีความทนทานเท่ากับเพชร
ไฟนอลเวนท์
ซิสเซอร์สแอคแทค (シザースアタック)
ท่าไม้ตายของซิสเซอร์โดยเรียกโวลแคนเซอร์ออกมา ตามด้วยกระโดดไปแล้วหมุนตัวทางอากาศ ค่าพลังโจมตี 4000AP

มาสค์ไรเดอร์โซลด้าแก้ไข

  • ความสูง: 192 ซม.
  • น้ำหนัก: 110 กก.
  • พลังหมัด: 300AP
  • พลังเตะ: 300AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 15 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 7 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของคิตะโอกะ ชูอิจิ ตัวชุดสีเขียว มีการ์ดที่เน้นอาวุธเกี่ยวกับปืนมากที่สุด และเน้นการโจมตีด้วยการยิงระยะไกลเป็นหลัก

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
แม็กน่ากิกะ (マグナギガ)
มอนสเตอร์ประเภทควาย ค่าพลังคือ 6000AP มีรูปลักษณะเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่มีเขาควายติดอยู่บนหัว ทั้งตัวมีอาวุธติดตั้งไว้ทั้งหมด
อุปกรณ์เรียก
แม็กน่าไวเซอร์ (機召銃マグナバイザー)
อุปกรณ์เรียกการ์ดรูปทรงปืนพก สามารถยิงได้สูงสุดถึง 120 นัด และเป็นอาวุธหลักที่ใช้ในการต่อสู้
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
ชูตเวนท์
กิกะลันเชอร์ (ギガランチャー)
ปืนใหญ่ที่มาจากแขนของแม็กน่ากิกะทั้ง 2 ข้าง ค่าพลังคือ 2000AP สามารถยิงได้ในระยะ 10 กม. และการยิงกระสุนมีพลังที่รุนแรงมากยิง 1 ทีผู้ใช้งานถูกผลักจากแรงยิงจนถอยหลังไป2-3 เมตร
กิกะแคนนอน (ギガキャノン)
ปืนใหญ่ที่มาจากขาของแม็กน่ากิกะทั้ง 2 ข้าง ค่าพลังคือ 3000AP เมื่อโซลด้าใช้จะติดตั้งบนบ่า และสามารถยิงลำแสงพลังงาน 1.5 เท่า
สไตรค์เวนท์
กิกะฮอร์น (ギガホーン)
นวมเขาควายที่มาจากหัวของแม็กน่ากิกะ ค่าพลังคือ 2000AP ไม่ได้ปรากฏในเรื่อง
การ์ดเวนท์
กิกะอาร์มเมอร์ (ギガアーマー)
โล่ที่มาจากส่วนลำตัวของแม็กน่ากิกะ ใช้ทั้งในการป้องกันคู่ต่อสู้หรือใช้เป็นฐานขาตั้งกับกิกะลันเชอร์ในการยิง ค่าพลังคือ 3000GP
กิกะเทคเตอร์ (ギガテクター)
เกราะที่มาจากส่วนเข่าของแม็กน่ากิกะ ค่าพลังคือ 1000GP โดยส่วนมากมักจะติดตั้งส่วนไหล่ของโซลด้า ไม่ได้ปรากฏในเรื่อง
ไฟนอลเวนท์
เอนด์ออฟเวิลด์ (エンドオブワールド)
ท่าไม้ตายของโซลด้า ค่าพลังคือ 7000AP เป็นท่าที่ทำการเรียกแม็กน่ากิกะตามด้วยใช้แม็กน่าไวเซอร์ติดตั้งด้านหลังเมื่อกดไกปืนแม็กน่ากิกะจะทำการยิงกระสุนในตัวออกมาและทำให้สร้างความเสียหายในพื้นที่รอบๆ อีกด้วย แต่ส่งผลแรงถ้าโดนตรงๆ จากข้างหน้าเท่านั้น แต่ถ้าคู่ต่อสู้อยู่ข้างๆ ของรัศมีทำให้ได้เพียงแค่บาดเจ็บสาหัสและไร้ผลถ้าคู่ต่อสู่อยู่ข้างหลังแม็กน่ากิกะเหมือนกัน หรือรีบจัดการโซลด้าก่อนใช้แม็กน่าไวเซอร์ติดหลังแม็กน่ากิกะ

มาสค์ไรเดอร์ไรอาแก้ไข

  • ความสูง: 190 ซม.
  • น้ำหนัก: 92 กก.
  • พลังหมัด: 200AP
  • พลังเตะ: 300AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 40 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 5 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของเท็ตสึกะ มิยูกิ ตัวชุดสีบานเย็น เน้นสู้แบบว่องไวแต่พลังในการต่อสู้อยู่ในระดับต่ำ

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
อีวิลไดเวอร์ (エビルダイバー)
  • ความยาว - 200 ซม.
  • น้ำหนัก - 30 กก.
มอนสเตอร์ประเภทปลากระเบน ค่าพลังคือ 4000AP สามารถบินได้และดำน้ำจากใต้น้ำ เป็นมอนสเตอร์ที่น้ำหนักน้อยที่สุดแต่ลำตัวสามารถทนทานต่อไรเดอร์ที่เหยียบอยู่บนหลังได้
อุปกรณ์เรียก
อีวิลไวเซอร์ (エビルバイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดที่ติดตั้งบนแขนซ้ายรูปทรงคล้ายปลากระเบนขนาดเล็ก โดยทำการเปิดการ์ดที่ด้านบน และสามารถเป็นโล่ขนาดเล็ก
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
สวิงเวนท์
อีวิลวิป (エビルウィップ)
อาวุธรูปทรงแส้ ที่มาจากส่วนหางของอีวิลไดเวอร์ ค่าพลังคือ 2000AP สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้
ก็อปปี้เวนท์
การ์ดที่สามารถคัดลอกอาวุธไรเดอร์คนอื่น ของไรอา ถูกใช้ 2 ครั้งคือช่วงที่สู้กับไนท์โดยคัดลอกอาวุธวิงก์แลนเซอร์ และ ในช่วงที่ช่วยสู้กับริวคิจากการปะทะของเจนนิวท์ได้คัดลอกแดร็กครอว์
ดับเบิ้ลแดร็กครอว์ไฟเยอร์ (ダブルドラグクローファイヤー)
ท่าที่คัดลอกอาวุธแดร็กครอว์ของริวคิ และใช้ร่วมกันกับเจ้าของอาวุธทำให้เพิ่มอานุภาพท่าไม้ตายแรงขึ้น
ไฟนอลเวนท์
ไฮด์เวนอม (ハイドベノン)
ท่าไม้ตายของไรอา ค่าพลังคือ 5000AP ทำการขี่หลังอีวิลไวเซอร์แล้วพุ่งชนไปคู่ต่อสู้

มาสค์ไรเดอร์ไกแก้ไข

  • ความสูง: 195 ซม.
  • น้ำหนัก: 100 กก.
  • พลังหมัด: 300AP
  • พลังเตะ: 300AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 20 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 5 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของชิบะอุระ จุน ตัวชุดเกราะเป็นสีเงิน เน้นสู้แบบกำลังกับพุ่งชนและใช้กลยุทธ์ทางเกมมาพลิกแพลงอีกที

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
เมทัลเกรัส (メタルゲラス)
  • ส่วนสูง: 235 ซม.
  • น้ำหนัก: 270 กก.
มอนสเตอร์ประเภทแรด ค่าพลังคือ 4000AP
อุปกรณ์เรียก
เมทัลไวเซอร์ (メタルバイザー)
อุปกรณ์อ่านการ์ดที่ติดตั้งบนบ่าซ้าย โดยการทำการใช้นั้นจะต้องปาการ์ดลงช่องใส่การ์ด
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
สไตรค์เวนท์
เมทัลฮอร์น (メタルホーン)
อาวุธที่เลียนแบบมาจากส่วนหัวของเมทัลเกรัส ค่าพลังคือ 2000AP
คอนไฟน์เวนท์ (コンファインベント)
การ์ดที่ทำให้ความสามารถของไรเดอร์ที่ใช้การ์ดนั้นไร้ผลเพียง 1 ครั้ง ใช้ได้กับการ์ดอาวุธหรือการ์ดไฟนอลเวนท์และการ์ดแอดเวนท์มอนสเตอร์เท่านั้น แต่การ์ดใบนี้จะไร้ผลถ้าเป็นการโจมตีด้วยอาวุธที่อ่านการ์ดไรเดอร์หรือการโจมตีธรรมดา หรือมอนสเตอร์ป่าเท่านั้น
ไฟนอลเวนท์
เฮฟวี่เพรชเชอร์ (ヘビープレッシャー)
ท่าไม้ตายของไก ค่าพลังคือ 5000AP เป็นท่าที่ไกที่ใช้อาวุธเมทัลฮอร์นกระโดดไปขี่บนไหล่ของเมทัลเกรัสแล้วพุ่งแทงคู่ต่อสู้

มาสค์ไรเดอร์โอจาแก้ไข

  • ส่วนสูง: 200 ซม.
  • น้ำหนัก: 98 กก.
  • พลังหมัด: 250AP
  • พลังเตะ: 400AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 40 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 5 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของอาซาคุระ ทาเคชิ ตัวชุดสีม่วง มีจำนวนการ์ดน้อยที่สุด แต่มีพลังเทียบเท่ากับริวคิ เน้นสู้แบบโหดร้าย

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
เวโนสเนเกอร์ (ベノスネーカー)
  • ส่วนสูง - 6.25 เมตร
  • น้ำหนัก - 190 กก.
  • ความเร็วในการเดินทางสูงสุด - 500 กม. / ชม.
มอนสเตอร์ประเภทงูจงอาง ค่าพลังคือ 5000AP เป็นมอนสเตอร์ที่ดุร้ายแบบอาซาคุระ และสามารถปล่อยพิษจากปากรวมถึงปล่อยใบมีดที่อยู่บนหัวได้ซึ่งจะเรียกว่า เวโนเฮิร์ช
เมทัลเกรัส (メタルゲラス)
มอนสเตอร์ที่ทำสัญญาของไก หลังจากที่ไกเสียชีวิต ก็ได้หมายหัวจะฆ่าโอจา แต่โอจาใช้การ์ดทำสัญญามอนสเตอร์ทำให้กลายเป็นมอนสเตอร์ตัวที่ 2 ของโอจาแทน
อีวิลไดเวอร์ (エビルダイバー)
มอนสเตอร์ที่ทำสัญญาของไรอา หลังจากที่ไรอาเสียชีวิต ก็ได้หมายหัวจะฆ่าโอจา ในช่วงที่ต่อสู้กับริวคิ, ไนท์ และโซลด้า จนโอจาใช้การ์ดคอนแท็กต์ทำสัญญามอนสเตอร์อีกใบเหมือนกับเมทัลเกรัส ทำให้กลายเป็นมอนสเตอร์ตัวที่ 3 ของโอจา
เจโนไซเดอร์ (獣帝ジェノサイダー)
  • ความยาว - 5.3 เมตร
  • ส่วนสูง - 3.1 เมตร
  • น้ำหนัก - 490 กก.
มอนสเตอร์ที่เกิดจากการรวมร่างระหว่างเวโนสเนเกอร์, เมทัลเกรัส และ อีวิลไดเวอร์ จากการใช้การ์ดยูไนท์เวนท์ จนมีรูปร่างคล้ายมังกร ค่าพลังคือ 7000AP สามารถปล่อยกระสุนลำแสงออกจากปาก
อุปกรณ์เรียก
เวโนไวเซอร์ (牙召杖ベノバイザー)
อุปกรณ์เรียกการ์ดรูปทรงคฑาที่มีลักษณะคล้ายหัวงูเห่า สามารถเปิดช่องใส่การ์ดที่ด้านหลังส่วนหัว
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
นอกจากนี้มีการ์ดของไรอา (อีวิลวิป, ไฮด์เวนอม) และการ์ดของไก (เมทัลฮอร์น, เฮฟวี่เพรชเชอร์) ไว้ครอบครองหลังจากทำสัญญากับมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัว
ซอร์ดเวนท์
เวโนซาเบล (ベノサーベル)
อาวุธรูปแบบดาบรูปทรงสว่านมาจากส่วนหางของเวโนสเนเกอร์ ค่าพลังคือ 3000AP
สตีลเวนท์ (スチールベント)
ยูไนท์เวนท์ (ユナイトベント)
การ์ดที่ใช้เวโนสเนเกอร์, เมทัลเกรัส และ อีวิลไดเวอร์ รวมร่างจนเป็นเจโนไซเดอร์
ไฟนอลเวนท์
เวโนคลัช (ベノクラッシュ)
ท่าไม้ตายของโอจา ค่าพลังคือ 6000AP เป็นท่าไรเดอร์คิก โดยทำการวิ่งพร้อมกับเวโนสเนเกอร์จากนั้นก็กระโดดพร้อมพ่นพิษจากปากแล้วเตะสลับขาใส่คู่ต่อสู้
ดูมส์เดย์ (ドゥームズデイ)
ท่าไม้ตายที่มาจากเจโนไซเดอร์ ค่าพลังคือ 8000AP โดยเจโนไซเดอร์สร้างหลุมดำขนาดเล็กจากส่วนลำตัว แล้วโอจาจะเตะคู่ต่อสู้ลงไปที่หลุมดำที่ถูกเปิดออกมา

มาสค์ไรเดอร์ไทกะแก้ไข

  • ความสูง: 197 ซม.
  • น้ำหนัก: 97 กก.
  • พลังหมัด: 250AP
  • พลังเตะ: 400AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 45 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 5 วินาที

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของโทโจ ซาโตรุ ตัวชุดสีขาวเงินและสีน้ำเงิน เน้นสู้แบบสัตว์ป่า

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
เดสท์ไวล์เดอร์ (デストワイルダー)
  • ความสูง: 245 ซม.
  • น้ำหนัก: 280 กก.
  • ความเร็วในการวิ่งสูงสุด: 300 กม. ต่อความเร็วสูง
มอนสเตอร์ประเภทเสือสีขาว ค่าพลังคือ 5000AP หลังจากที่โทโจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน ทำให้สัญญามอนสเตอร์สิ้นสุดลงและกลายเป็นเป็นมอนสเตอร์ป่าแทน จนทำให้ถูกริวคิและไนท์ร่างเซอร์ไวฟ์โจมตีและกำจัดไปในที่สุด
อุปกรณ์เรียก
เดสท์ไวเซอร์ (白召斧デストバイザー)
อุปกรณ์เรียกการ์ดรูปทรงขวาน เป็นอาวุธหลักของไทกะ
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
สไตรค์เวนท์
เดสท์ครอว์ (デストクロー)
อาวุธรูปทรงกรงเล็บที่มาจากมือของเดสท์ไวล์เดอร์ ค่าพลังคือ 3000AP
ฟรีซเวนท์ (フリーズベント)
การ์ดที่ทำให้แช่แข็ง โดยส่วนมากจะใช้กับมอนสเตอร์ที่จะใช้ท่าไม้ตายไฟนอลเวนท์และอาวุธประเภทยิงของไรเดอร์คนอื่น ทำให้ไม่สามารถใช้การได้เท่า แต่การ์ดนี้ไร้ผลกับมอนสเตอร์ป่าและอาวุธฟันแทงทั่วไประยะประชิด กับโล่ป้องกัน รวมทั้งอาวุธที่เป็นเครื่องอ่านการ์ด
รีเทิร์นเวนท์ (リターンベント)
การ์ดที่สามารถคืนสภาพกลับมาปกติ ไม่ถูกปรากฏในเรื่องแต่อย่างใด
ไฟนอลเวนท์
คริสตัลเบรก (クリスタルブレイク)
ท่าไม้ตายของไทกะ เป็นท่าที่ให้เดสท์ไวล์เดอร์ลากคู่ต่อสู้บนพื้นไปมาก่อน แล้วไทกะรอจังหวะใช้เดสท์ครอว์แทงที่ลำตัวคู่ต่อสู้จนตาย แต่บางครั้งจะไม่ได้ผลถ้าหากคู่ต่อสู้หลุดพ้นจากการลากของเดสท์ไวล์เดอร์ ค่าพลังคือ 6000AP

มาสค์ไรเดอร์อิมเพอเลอร์แก้ไข

ข้อมูลจำเพาะ
มาสค์ไรเดอร์อิมเพอเลอร์
ความสูง 195 ซม.
น้ำหนัก 94 กก.
พลังหมัด 200AP
พลังเตะ 400AP
ระดับการกระโดดสูง 50 เมตร
ระดับการวิ่ง 100 เมตร / 5 วินาที
การมองเห็น ประมาณ 10 กม.
การได้ยิน ประมาณ 18 กม.

ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของซาโนะ มิทสึรุ สีชุดคือสีน้ำตาล เป็นไรเดอร์ที่มีพลังในการกระโดดสูงที่สุดและมีรูปแบบการต่อสู้เป็นรูปแบบมวยไทย และลูกเตะ มีความสามารถพิเศษคือสามารถเรียกมอนสเตอร์ของตัวเองออกมาเป็นฝูงได้ สลับการโจมตีเพื่อให้ศัตรูสับสน

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
กิกะเซล (ギガゼール)
  • ความสูง: 243 ซม.
  • น้ำหนัก: 125 กก.
  • ระดับการกระโดดสูง: 50 เมตร
มอนสเตอร์ประเภทเลียงผา ค่าพลังคือ 4000AP มีความสามารถกระโดดสูงจากกาเซลเลก ในช่วงแรกยังเป็นมอนสเตอร์ป่าโดยมีเมกะเซลเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย โดยได้เข้ามาโจมตีนักเรียนหญิงในโรงเรียนประถมศึกษามินามิชินจูกุ แต่ช่วยเหลือไว้ทันและถูกริวคิกำจัดไปด้วยอาวุธแดร็กเซเบอร์และแดร็กคลอว์ไฟเยอร์ อย่างไรก็ตามในตอนที่ 40 ก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้งโดยได้เป็นมอนสเตอร์ที่ทำสัญญากับมาสค์ไรเดอร์อิมเพอเลอร์ และเพิ่มความสามารถใหม่คือสามารถเรียกฝูงมอนสเตอร์ตระกูลเซลออกมาแม้ว่าจะไม่ได้ทำสัญญาก็ตาม ถึงตัวไหนถูกกำจัดไปเท่าไหร่ ก็มีมากมาย ทางเดียวที่จะกำจัดได้หมดนั่นก็คือต้องสังการมาสค์ไรเดอร์ผู้ทำสัญญาเท่านั้น
อุปกรณ์เรียก
กาเซลไวเซอร์ (ガゼルバイザー)
เครื่องอ่านการ์ดของอิมเพอเลอร์ ติดตั้งอยู่ที่ส่วนเข่าขวา
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
สปินเวนท์
กาเซลสแต็ป (ガゼルスタッブ)
อาวุธประเภทสว่านที่มาจากส่วนหัวของกิกะเซล ค่าพลังคือ 2000AP
ไฟนอลเวนท์
ไดรฟ์ดีไวเดอร์ (ドライブディバイダー)
ท่าไม้ตายของอิมเพอเลอร์ เรียกมอนสเตอร์ประเภทเลียงผาออกมาเป็นฝูง รุมทำร้าย ทางอิมเพอเลอร์โจมตีปิดท้ายด้วยการตีเข่าใส่คู่ต่อสู้ ค่าพลังคือ 5000AP

มาสค์ไรเดอร์เวอเด้แก้ไข

  • ความสูง: 193 ซม.
  • น้ำหนัก: 95 กก.
  • พลังหมัด: 230AP
  • พลังเตะ: 300AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 25 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 6 วินาที

ปรากฏตัวในทีวีสเปเชียล ร่างแปลงมาสค์ไรเดอร์ของทาคามิซาวะ อิตสึโร่ ตัวชุดเป็นสีเขียวอ่อน เน้นสู้แบบมวยปล้ำกับลอบกัด

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
ไบโอกรีซ่า (バイオグリーザ)
  • ความสูง: 228 ซม.
  • น้ำหนัก: 260 กก.
  • ระดับการกระโดดสูง: 60 เมตร
มอนสเตอร์ประเภทกิ้งก่าคาเมเลียนสีเขียวอ่อน สามารถล่องหนพรางตัว
อุปกรณ์เรียก
ไบโอไวเซอร์ (バイオバイザー)
  • ความยาว: 35 ซม.
  • ความกว้าง: 15 ซม.
  • น้ำหนัก: 1.8 กก.
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
โฮลด์เวนท์
ไบโอไวด์เดอร์ (バイオワインダー)
  • ความยาว: 12 ซม.
  • ความกว้าง: 9 ซม.
  • น้ำหนัก: 1 กก.
อาวุธประเภทลูกดิ่งที่มาจากลูกตาของไบโอกรีซ่า
เคลียร์เวนท์ (クリアーベント)
ก็อปปี้เวนท์
การ์ดที่สามารถคัดลอกอาวุธและปลอมตัว
ไฟนอลเวนท์
เดธเวนิช (デスバニッシュ)

มาสค์ไรเดอร์โอดีนแก้ไข

  • ความสูง: 205 ซม.
  • น้ำหนัก: 100 กก.
  • พลังหมัด: 350AP
  • พลังเตะ: 500AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 50 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 4 วินาที

มาสค์ไรเดอร์ที่แปลงร่างด้วยเวนท์เด็คประจำตัว มีลักษณะเด่นคือ V บัคเคิลเป็นสีทอง สามารถเคลื่อนไหวเร็วและหลบหลีกโจมตีได้ดี

มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
โกลด์ฟินิกซ์ (ゴルトフェニックス)
  • ความยาว: 1.9 เมตร
  • ปีกยาว: 4.3 เมตร
  • น้ำหนัก: 110 กก.
อุปกรณ์เรียก
โกลด์ไวเซอร์ (ゴルトセイバー)
การ์ดที่ใช้, อาวุธ, ท่าไม้ตาย
ซอร์ดเวนท์
โกลด์เซเบอร์ (ゴルトバイザー)
การ์ดเวนท์
โกลด์ชิลด์ (ゴルトシールド)
ไทม์เวนท์ (タイムベント)
สตีลเวนท์ (スチールベント)
ไฟนอลเวนท์
อีเทอร์นัลคาออส (エターナルカオス)

ไรเดอร์เทียมแก้ไข

อัลเทอร์นาทีฟแก้ไข

  • ความสูง: 195 ซม.
  • น้ำหนัก: 98 กก.
  • พลังหมัด: 300AP
  • พลังเตะ: 450AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 40 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 4.5 วินาที
มอนสเตอร์ที่ทำสัญญา
ไซโคโร๊ก (サイコローグ)

อัลเทอร์นาทีฟ ซีโร่แก้ไข

  • ความสูง: 190 ซม.
  • น้ำหนัก: 93 กก.
  • พลังหมัด: 300AP
  • พลังเตะ: 450AP
  • ระดับการกระโดดสูง: 50 เมตร
  • ระดับการวิ่ง: 100 เมตร / 4.5 วินาที

ข้อมูลอื่นๆแก้ไข

เพลงประกอบแก้ไข

เพลงเปิดเรื่อง
เพลงประจำฉากต่อสู้

รายชื่อตอนแก้ไข

ในสื่ออื่นแก้ไข

ทีวีซีรีส์อื่นแก้ไข

ภาพยนตร์แก้ไข

มาสค์ไรเดอร์ริวคิ : EPISODE FINAL

ออริจินอลวิดีโอแก้ไข

เกมแก้ไข

มังงะแก้ไข

การออกอากาศแก้ไข

มาสค์ไรเดอร์ริวคิ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 8:00 น. - 8:30 น. ทางสถานทีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิในประเทศญี่ปุ่น ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002 ถึง 19 มกราคม ค.ศ. 2003

ในประเทศไทยเคยออกอากาศทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวีในช่วงแรกออกอากาศทุกวันจันทร์เวลา 17.30 - 18.00 น. ต่อมาได้ย้ายวันและเวลามาเป็นทุกวันพุธเวลา 16.30 - 17.00 น. จนจบเรื่องและได้ออกอากาศอีกครั้งทางสถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 5 ทุกวันเสาร์เวลา 7.30 - 8.00น.ในชื่อ มาสค์ไรเดอร์ริวคิ Limited Edition และผู้ที่ได้รับลิขสิทธิ์คือบริษัท ดรีมเอกซ์เพรส จำกัด ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์ทั้งทีวีซีรีส์และตอนพิเศษจากโทรทัศน์ ส่วนลิขสิทธิ์ฉบับภาพยนตร์ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์คือ โรสวิดีโอแต่ในภายหลัง บริษัท ดรีมเอกซ์เพรส จำกัด ได้รับสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายแทน

อ้างอิงแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 テレビマガジン特別編集 2004, pp. 76 - 77, 龍騎成立への道
  2. ユリイカ 2012, p. 13, 國分功一郎白倉伸一郎「存在論的なヒーローのために」.
  3. ユリイカ 2012, pp. 11 - 12.
  4. ユリイカ 2012, p. 11.
  5. FC 2003, p. 51, 白倉伸一郎「二元論の崩壊」.
  6. 超全集 上巻 2002, p. 86
  7. FC 2003, p. 83, デザイナーズ・バトルロワイヤル
  8. 8.0 8.1 8.2 HF 2003, p. 58.
  9. 超全集 上巻 2002, p. 20.
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 10.4 10.5 10.6 HF 2003, p. 60.
  11. 11.0 11.1 11.2 HF 2003, p. 59.
  12. 超全集 上巻 2002, p. 36.
  13. 13.0 13.1 HF 2003, p. 61.
  14. テレビマガジン特別編集 2004, p. 41.

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "宇宙船100田崎" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Newtype" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "fc72" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "fc82" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "chozenshu-ge78" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "chozenshu-ge79" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "NAKED HERO" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "NAKED HERO2" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "NAKED HERO3" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "eureka615p75" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優5" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優47" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優101" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超解析34" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超解析72" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st4" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "完全超悪140" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0203" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0204" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0205" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0206" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0207" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0208" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0209" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0210" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0211" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0212" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "JAE0301" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Yabe" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "cinema_233776" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "zukan1653" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "zukan1661" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "zukan1674" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "zukan1679" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "zukan1695" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "fc79" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "オーディン" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "bodycheck" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF27" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF68" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF創刊" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF20" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF56" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF113" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF96" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF12" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF117" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF41" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF13" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF62" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF28" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF51" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF3" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF38" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF89" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF39" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF85" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF34" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF7" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF46" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF22" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF55" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF63" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF25" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF103" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF44" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF71" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF107" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF22a" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF45" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF24" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF5" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF37" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF54" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF40" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF49" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF98" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF67" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF83" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF56a" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF79" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF118" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF108" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF15" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF47" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF55a" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF114" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF29" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF78" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF35" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF86" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF92" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF13a" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ODF23" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優5" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優47" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優101" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "完全超悪140" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "raiasv" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า

หมายเหตุแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข