เปิดเมนูหลัก
มัตสยะปรากฏตัวเพื่อปราบอสูรศังขาสูร

มัตสยะ (สันสกฤต: मत्स्य มตฺสฺย แปลว่า ปลา) คือ ปลาที่เป็นอวตารของพระวิษณุในการอวตารสิบปาง ซึ่งได้รับการพรรณนาว่า เป็นผู้ช่วยเหลือพระไววัสวัตมนู เหล่าสัปตฤๅษีและสัตว์โลกจากอุทกภัยใหญ่

เอกสารแรกสุดเกี่ยวกับมัตสยะในฐานะปลาผู้ช่วยเหลือสัตว์โลกนั้นยกให้มัตสยะมีสถานะเท่าเทียมกับพระประชาบดีเทพสมัยพระเวท แต่ในยุคหลังพระเวท เรื่องราวของปลามัตสยะเกลื่อนกลืนไปกับพระพรหม และภายหลังก็กลายเป็นอวตารหนึ่งของพระวิษณุ[1][2][3] ตำนานมัตสยะได้รับการขยายความต่อ ๆ มาในเอกสารฮินดู จนปรากฏเป็นเนื้อหาเชิงสัญลักษณ์ที่เล่าขานว่า พระมนูปกป้องปลาเล็กตัวหนึ่งไว้จนเติบใหญ่ไปช่วยกอบกู้โลก[4][5]

ลักษณะของมัตสยะนั้น บางครั้งปรากฏเป็นปลายักษ์ กายสีทองนพเก้า ใหญ่ยาวล้านโยชน์ มีหงอนใหญ่สูงเท่าต้นยาง บางครั้งแสดงภาพเป็นพระวิษณุมีกายท่อนล่างเป็นปลา[6][4]

นิรุกติศาสตร์แก้ไข

มตฺสฺย เป็นคำในภาษาสันสกฤต แปลว่า "ปลา" คำนี้ปรากฏในคัมภีร์ ฤคเวท[7] ตรงกับคำในภาษาบาลีว่า มจฺฉ ที่แปลว่า "ปลา" เช่นกัน[7]

ตำนานแก้ไข

 
มัตสยะลากเรือของพระมนูและเหล่าสัปตฤๅษี

ในคัมภีร์ศตบทพราหมณะ กล่าวว่า เมื่อเวลาใกล้สิ้นยุค พระพรหมทรงบรรทมหลับอยู่ อสูรนามว่า หัยครีพ ได้ลักลอบมาขโมยพระเวทไปจากพระพรหม และลงไปแอบซ่อนในหอยสังข์ ทำให้เขามีอีกชื่อว่า ศังขาสูร ใต้มหาสมุทร ทางด้านพระไววัสวัตมนู ได้มาปกครอง และเป็นสาวกผู้ภักดีของพระวิษณุ พระวิษณุได้อวตารมาเป็นปลา วันหนึ่งพระมนูช้อนปลาขึ้นมาได้จากแม่น้ำกฤตมาลา เมื่อพระมนูนำมาเลี้ยง ไม่ว่าจะเลี้ยงในภาชนะใด ปลาก็จะใหญ่เกินภาชนะนั้น จนพระมนูนำไปปล่อยในมหาสมุทรปลาก็ใหญ่เท่ามหาสมุทร พระมนูจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่ปลาธรรมดา จึงทำการสักการะ พระมัตสยะจึงปรากฏกายขึ้น ได้กล่าวว่า อีก 7 วัน น้ำจะท่วมโลก ให้พระมนูรวบรวมผู้คน สัปตฤๅษี สรรพสัตว์ พืชพันธุ์ สมุนไพร และให้สร้างเรือใหญ่ขึ้น ครบกำหนด 7 วัน พระองค์จะเสด็จมา และนำพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย หลังจากนั้น พระมัตสยะทรงดำลงไปใต้น้ำ และสังหารศังขาสูร และทรงเสด็จมารับเรือของพระมนู โดยให้พญาอนันตนาคราชเป็นเชือกผูกหัวเรือกับหงอนปลา และพาพระมนูไปยังที่ปลอดภัย

วิหารแก้ไข

  • วิหารศังโขทร ในเกาะเพตทวารกา
  • วิหารเวทะนารายัณ ในเมืองนาคัลปุรัม
  • วิหารโกเณศวรัม มัตสยเกศวรัม ในเมืองตฤณโคมาลี
  • วิหารมัตสยะนารายัณ ในเมืองบังกาลอร์

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Krishna 2009, p. 33.
  2. Rao pp. 124-125
  3. "Matsya". Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica Inc. 2012. สืบค้นเมื่อ May 20, 2012.
  4. 4.0 4.1 Bonnefoy 1993, pp. 79-80.
  5. George M. Williams 2008, pp. 212-213.
  6. Rao p. 127
  7. 7.0 7.1 Monier Monier-Williams, Sanskrit-English Dictionary and Etymology, Oxford University Press, pages 776-777

บรรณานุกรมแก้ไข