ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม"

เปลี่ยนทางหน้าไปยัง ชิงร้อยชิงล้าน
(แก้ชื่อช่อง 7, ช่อง 3)
(เปลี่ยนทางหน้าไปยัง ชิงร้อยชิงล้าน)
ป้ายระบุ: เปลี่ยนทางใหม่
 
{{#เปลี่ยนทาง [[ชิงร้อยชิงล้าน}}]]
{{ขาดความสำคัญ|date=สิงหาคม 2019}}
{{กล่องข้อมูล รายการโทรทัศน์
| show_name = ชิงร้อยชิงล้าน Super Game
| image =
| genre = [[เกมโชว์]]
| aired = [[3 มกราคม]] [[พ.ศ. 2539]] - [[25 กุมภาพันธ์]] [[พ.ศ. 2541]]
| network = [[ช่อง 7]] (2539-2540)<br/>[[สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3]] (2541)
| presenter = [[ปัญญา นิรันดร์กุล]]<br/>[[มยุรา เศวตศิลา]]<br/>คเชนทร์ ([[หม่ำ จ๊กมก]]) <br/>[[เอ็ดดี้ ผีน่ารัก]] <br/>[[เท่ง เถิดเทิง]]
| developer = [[เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์]]
| rate = ไม่มีการจัดระดับ
}}
'''ชิงร้อยชิงล้าน Super Game''' เป็นรายการเกมโชว์ที่เปลี่ยนชื่อจาก[[ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต]]โดยออกอากาศวันพุธเวลา 22:15 - 00:15 น. ทาง[[ช่อง 7]] เมื่อวันที่ [[3 มกราคม]] [[พ.ศ. 2539]] ถึงวันที่ [[31 ธันวาคม]] [[พ.ศ. 2540]] และ [[สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3]] เมื่อวันที่ [[7 มกราคม]] [[พ.ศ. 2541]] ถึง [[25 กุมภาพันธ์]] [[พ.ศ. 2541]]
 
== ประวัติ ==
หลังจากชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิตจบลง ชิงร้อยชิงล้านก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่และฉากใหม่ในชื่อ ''ชิงร้อยชิงล้าน Super Game'' โดยปรับปรุงฉากใหม่และรูปแบบรายการที่น่าสนุกยิ่งขึ้นพร้อมเพิ่มระยะเวลาในการออกอากาศเป็น 2 ชั่วโมงนับเป็นรายการเกมโชว์แรกในเมืองไทยที่ออกอากาศถึง 2 ชั่วโมงและเอกลักษณ์ของชิงร้อยชิงล้าน Super Game คือตัว '''G''' (มกราคม 2539 จะเป็น[[สีแดง]] กุมภาพันธ์ 2539-กุมภาพันธ์ 2541 จะเป็น[[สีเขียว]]) และไตเติ้ลรายการคล้ายกับ[[พินบอล]]และเป็นยุคแรกที่รายการ[[ชิงร้อยชิงล้าน]]เริ่มมี[[วงดนตรี]]มาบรรเลงดนตรีเพื่อสร้าง[[สีสัน]]ให้กับรายการ
 
== เกมในชิงร้อยชิงล้าน Super Game ==
ในชิงร้อยชิงล้าน Super Game ได้ปรับปรุงเกมจากยุคต่างๆทั้งหมดและได้เพิ่มเกมอีก 2 เกม
 
=== ทายดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) ===
ในเกมนี้เป็นการทายดารารับเชิญของรายการซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันให้ทายซึ่งในเกมนี้จะมีโอกาสตอบในกระดานทั้ง 3 รอบโดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบดังนี้
 
ในรูปแบบที่ 1 ใช้ชื่อว่า ยังจำได้ไหม (ตั้งแต่ 3 มกราคม 2539 ถึง กรกฎาคม 2539) จะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญในอดีตเป็นแบบ 3 ภาพ 3 ช่วงเวลาว่าดารารับเชิญคนนี้เป็นใคร โดยพิธีกรให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบ ซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบได้ 3 คำตอบเท่านั้น หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบโดยการเชิญดารารับเชิญออกมาโชว์ร้องเพลงว่าคนนี้เป็นใคร ถ้าผู้เข้าแข่งขันทีมใดเขียนคำตอบถูกจะได้คะแนนคำตอบละ 5 คะแนน รอบนี้คะแนนสูงสุด 15 คะแนน แล้วดารารับเชิญคนแรกที่มารายการ คือ ดวงตา ตุงคะมณี เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2539
 
ในรูปแบบที่ 2 ใช้ชื่อว่า ทายดาราปริศนา (ตั้งแต่ สิงหาคม 2539 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2541) จะแบ่งเป็น 3 รอบดังนี้
# รอบที่ 1 จะเป็นการ ''' ทายเสียงและเงา (เสียงของใคร)''' จะเป็นการทายเสียงและเงาของดารารับเชิญ ซึ่งเกมนี้มีพัฒนามาจากเกมทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) เป็น 3 ภาพ 3 ช่วงเวลา สำหรับเกมทายเสียงและเงาของดารารับเชิญนั้นโดยให้ผู้เข้าแข่งขันต้องฟังเสียงและดูเงาว่าดารารับเชิญคนนั้นเป็นใคร
# รอบที่ 2 จะเป็นการ '''ทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม)''' จะเป็นการทายภาพรูปภาพต่าง ๆ ของดารารับเชิญ นั้นจะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญโดยในภาพนี้จะเป็นการปกปิดใบหน้าบางส่วนของดารารับเชิญ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นได้สังเกตจับจุดใบหน้าของดารารับเชิญให้ดีว่าคนนี้เป็นใคร (ในช่วงแรกจะเป็นรูปภาพในวัยเด็กของดารารับเชิญคนนั้น ก่อนที่จะเป็นรูปปกปิดใบหน้าบางส่วนของดารารับเชิญภายหลัง)
# รอบที่ 3 จะเป็นรอบ '''ขอสักครั้ง''' จะเป็นภาพ VTR โดยที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นไม่สามารถเห็นหน้าของดารารับเชิญชัดๆ ได้ ดารารับเชิญนั้นจะทำแบบไม่เห็นหน้าหรือบังหน้าเอาไว้ด้วย เห็นได้แต่ด้านหลังดารารับเชิญเท่านั้น เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นได้สังเกตหน้าตาของดารารับเชิญไว้ให้ดีว่าคนนี้เป็นใคร
 
ทั้งนี้ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 มีโอกาสเขียนในกระดานคำตอบได้ 3 ครั้งเท่านั้นหลังจะเฉลยว่าดารารับเชิญคนนี้คือใครโดยการเชิญดารารับเชิญออกมาโชว์ร้องเพลงว่าคนนี้เป็นใครโดยถ้าตอบถูกจะได้คะแนนคำตอบละ 5 คะแนน รอบนี้คะแนนสูงสุด 15 คะแนน หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดารารับเชิญเกี่ยวกับความเป็นมาและเรื่องราวต่างหลังจากนั้น ยังมีหม่ำ จ๊กมก, เอ๊ดดี้ ผีน่ารัก และ เท่ง เถิดเทิง มาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย
 
=== จริงหรือไม่ ===
เกมจริงหรือไม่ ซึ่งเกมนี้ เป็นการนำเอาประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆของดาราที่เป็นผู้เข้าแข่งขันในเกม ไม่ว่าจะเป็น ความชอบ งานอดิเรก ของสะสมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ลี้ลับ และเฉียดความตาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้เป็นเกมการแข่งขันในรูปแบบตอบคำถาม โดยในการแข่งขัน ทีมที่จะเป็นผู้ตอบคำถาม คือทีมฝ่ายตรงข้ามอีกสองทีมที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่อง ซึ่งทีมที่ตอบจะต้องทายว่าคำถามในข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ตอบแล้ว ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าทีมฝ่ายตรงข้ามตอบถูกก็จะได้ 5 คะแนน (ภายหลังเพิ่มเป็น 10 คะแนน) แต่ถ้าตอบผิดจะไม่ได้คะแนน
 
ทั้งนี้ คำถามในเกมจริงหรือไม่ ของชิงร้อยชิงล้าน Super Game จะถูกลดเหลือ 3 ข้อ จากเดิม 6 ข้อ ซึ่งแต่ละทีมจะมีโอกาสตอบคำถามทั้งหมด 2 ข้อด้วยกัน และให้ทายว่าเรื่องคนนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยในแต่ละข้อ หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดาราเจ้าของเรื่องเกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งเป็นคำถามนั้นๆ บางครั้งอาจมีการสาธิตโชว์เรื่องนั้นให้ดูในรายการ หากเป็นเรื่องความสามารถ หรือมีการนำของสะสมต่างๆ มากมายที่เป็นของดารามาแสดงในรายการ ในกรณีที่คำถามเกี่ยวข้องกับของสะสมของดารา ทั้งนี้ การพูดคุยกับดารา ยังมีหม่ำ จ๊กมก, เอ๊ดดี้ ผีน่ารัก และ เท่ง เถิดเทิง มาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย โดยการล้อเลียนดารารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องในช่วงนั้นๆ
 
=== ชิงดำ ===
ในปี 2539 ได้นำเกมชิงดำใน[[ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)|ชิงร้อยชิงล้านยุคแรก]]มาเล่นในยุคนี้ โดยมีคำถามทั้งหมด 6 ชุด ทีมที่มีคะแนนน้อยที่สุดจะได้เลือกชุดคำถามก่อน หลังจากนั้นพิธีกรจะมีข้อมูลหรือคำถามให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่ว่าในข้อมูลหรือคำถามนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรือคำถามนั้น แล้วให้ผลัดกันตอบในเวลาเพียง 10 วินาที ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเกิดคิดไม่ออกนึกไม่ออกว่าจะตอบอะไรให้พูดคำว่า "ชิงร้อยชิงล้าน" ซึ่งหมายถึงให้ผ่านหรือข้ามนั่นเอง ถ้าตอบสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องจะไม่นับเป็นคะแนน โดยจะเล่นทั้งหมด 2 รอบ รอบแรกคำตอบละ 1 คะแนน ส่วนรอบที่สองคำตอบละ 2 คะแนน เกมนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ 3 มกราคม 2539 ถึง กรกฎาคม 2539 ก่อนที่จะยกเลิกไปแล้วแทนที่ด้วยเกม'''จริงหรือไม่'''ในข้อที่ 3 แทน (จากเดิมที่เล่นเกมจริงหรือไม่ทั้ง 3 ข้อในเบรกเดียวกัน)<ref>http://www.youtube.com/watch?v=v5RXlkMSZ24</ref>
 
=== รอบสะสมเงินรางวัล ===
สำหรับรอบสะสมเงินรางวัลนั้นจะมี 2 รอบด้วยกันโดยเงินรางวัลสะสมนั้นเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ Jackpot โดยเงินรางวัลนั้นไปรวมยอดกับเงินรางวัลรอบสุดท้ายไปด้วย และยุคนี้เป็นยุคแรกที่มีการสะสมเงินรางวัลเป็นครั้งแรกอีกด้วย
 
==== ถังแตก ====
ในเกมถังแตกจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้าย ในแต่ละแผ่นป้ายจะมีป้าย 10,000 อยู่ 8 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ ตู้เซฟลีโก้) และแผ่นป้ายถังแตกอีก 4 แผ่นป้าย (แผ่นป้ายรูป[[ถังไม้]]แตก) ถ้าเปิดเจอถังแตกครบทั้ง 4 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาททันที ในกรณีที่เปิดป้ายได้ 10,000 บาททั้ง 8 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 80,000 บาท ถ้าเปิดป้าย 10,000 บาทแล้วป้ายต่อไปเป็นถังแตก แปลว่าหยุดเกมลงทันที และเงินรางวัลที่เปิดป้ายนั้นรวบรวมตามจำนวนที่เปิดป้ายได้ แต่กรณีที่เปิดป้ายถังแตกก่อนป้ายต่อไปเปิดป้ายเป็นเงิน 10,000 บาท ถือว่าหยุดลงเช่นกันและรับเงินรางวัล 10,000 บาทไปด้วย โดยแจ็คพอตรอบถังแตกในครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2539
 
ต่อมาเมื่อย้ายมาออกอากาศทางช่อง3 ก็ได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักเป็นผลิตภัณฑ์ทเวลฟ์พลัส โดยแบ่งเป็นแผ่นป้ายโคโลญจน์(ฟ้า/ชมพู),แป้งหอมเย็น(ชมพู/ม่วง),โรลออน(ชมพู,ม่วง),บิวตี้ออยล์และซอฟท์เทนนิ่งโลชั่น ทั้งหมด 8 แผ่นป้าย แต่กติกายังคงเดิมทุกประการ
 
สำหรับเกมถังแตกถูกใช้ในปี 2539 จนถึงยุคทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก ซึ่งเกมนี้อยู่คู่กับชิงร้อยชิงล้านมาถึง 13 ปี 3 ยุคโดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบกติกาของเกมเลย ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอีกครั้งในยุค ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha ในช่วงปลายปี 2549 และถูกยกเลิกในปี 2552
 
==== ทีวีปิดทีวีเปิด/จับคู่ ====
เกมนี้ในปี 2539 - 2540 จะเป็นการเปิดป้ายจับคู่โทรทัศน์สี[[โกลด์สตาร์]] (ต่อมาเปลี่ยนเป็น[[โกลด์เดนอาย]] ซึ่งเป็นของแอลจีเช่นเดียวกันกับโกลด์สตาร์) ซึ่งเกมนี้เป็นการจับคู่โทรทัศน์สีแบบปิดและเปิดโดยแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการจะมีทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นโทรทัศน์สีแบบปิดซึ่งจะเป็นหน้าจอสีฟ้าล้วน ๆ (ต่อมาเป็นหน้าจอมืดๆ สีดำ) 6 แผ่นป้าย และโทรทัศน์สีแบบเปิดซึ่งในหน้าจอจะเป็นรูปภาพคุณปัญญาและคุณตั๊ก มยุรา ซึ่งถือแผ่นป้าย 0 อยู่ (ป้ายดังกล่าวเป็นภาพในรอบ Jackpot ของ [[ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต]] ต่อมาเป็นรูปตาของผู้หญิง 2 ข้าง) อีก 6 แผ่นป้าย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 8 แผ่นป้ายจาก 12 แผ่นป้าย ซึ่งแผ่นป้ายที่เลือกนั้น จะให้วางเป็นคู่ ๆ แต่ละป้ายคู่จะต้องจับคู่โทรทัศน์สีให้เหมือนกัน (เปิด-เปิด หรือ ปิด-ปิด) ถ้าจับคู่โทรทัศน์สีถูก จะได้เงินรางวัลคู่ละ 20,000 บาท ถ้าสามารถทำให้ 3 ใน 4 คู่เป็นทีวีปิดหรือเปิด จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท แต่ถ้าเปิดได้ทีวีเปิดและทีวีปิดอย่างละ 2 คู่ก็จะได้แค่ 80,000 บาทแต่แจ็คพอตจะไม่แตก เกมนี้มีแจ็คพอตแตก 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ [[20 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2539]] ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ [[19 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2540]] แต่ทุกครั้งที่ล้านแตก จะเป็นปิด 3 คู่ และเปิด 1 คู่
 
ต่อมาในปี 2541 ได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักเป็นกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ โดยตัวแผ่นป้ายจะเป็นกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 2 รสชาติ (โรบัสต้ากับมิลค์กี้คอฟฟี่) รสชาติละ 6 แผ่นป้าย แต่กติกายังคงเดิมจากทีวีปิดทีวีเปิดทุกประการ และทั้งนี้เกมนี้ก็ได้ใช้ต่อในยุคชะชะช่า กติกายังคงเดิมแต่เปลื่ยนป้ายเป็นโรบัสต้ากับซุปเปอร์เบลนด์
 
=== รอบตัดสิน ===
ในเกมนี้เป็นการตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบ Jackpot โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้ายซึ่งมีคะแนน 1-9 ส่วนอีก 3 ป้าย คือรูปใบหน้าของคุณปัญญา,คุณมยุรา และคุณหม่ำ โดยแผ่นป้ายปัญญาหรือป้ายมยุรามีค่า 10 คะแนน (แต่ในกรณีที่เปิดแผ่นป้ายเดียว ป้ายมยุราจะสามารถชนะป้ายปัญญา) และป้ายหม่ำเป็นป้ายตกรอบ (ป้ายหม่ำนั้น ในกรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกเปิดได้ 2 หรือ 3 แผ่นป้าย ถึงจะสามารถเปิดเจอป้ายใดๆก็ตาม แม้กระทั่งมยุรา แต่ถ้าป้ายใดป้ายหนึ่งเปิดเจอหม่ำ จะถือว่าตกรอบทันทีเช่นเดียวกัน) ในเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ จะมีการดูคะแนนจากรอบเกมจริงหรือไม่ และทายดาราปริศนาด้วย ทีมที่มีคะแนนสะสมจากเกมทั้ง 2 เกม จะมีสิทธิ์เปิดแผ่นป้ายตามกรณีต่างๆ ดังนี้
 
1. คะแนนทั้ง 3 ทีมไม่เท่ากัน ทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้เปิด 3 แผ่นป้าย รองลงมา 2 แผ่นป้าย และทีมที่มีคะแนนน้อยที่สุด ได้เปิดเพียง 1 แผ่นป้าย
 
2. ทีมที่มีคะแนนสูงสุด และอีก 2 ทีมมีคะแนนเท่ากัน ทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้เลือก 3 แผ่นป้าย อีก 2 ทีม จะได้เลือกทีมละ 2 แผ่นป้าย
 
3. 2 ทีม มีคะแนนสูงสุดสูงกว่าอีกทีม ทีมที่มีคะแนนสูงสุด 2 ทีม จะได้เลือกทีมละ 2 แผ่นป้าย ส่วนทีมที่เหลือ จะได้เปิดเพียง 1 แผ่นป้าย
 
4. ทั้ง 3 ทีมมีคะแนนเสมอกัน ทั้ง 3 ทีมจะได้เลือกเปิดทีมละ 2 แผ่นป้าย
 
ซึ่งถ้าเปิดเจอป้ายปัญญาและมยุรา จะได้เงินรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุน 100,000 บาท
 
เกมเปิดป้ายคะแนนของชิงร้อยชิงล้าน Super Game ในปี 2539 - 2540 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นทีมผู้ที่มีคะแนนสูงที่สุดได้เปิดป้าย 3 แผ่นป้าย (แต่เดิมมี 2 ป้าย) ส่วนทีมผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจะเปิด 2 แผ่นป้าย (เดิมเพียงป้ายเดียว) และป้ายหม่ำซึ่งเป็นป้ายตกรอบนั้นได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นป้าย 0 คะแนนแทน (แต่เมื่อเปิดป้ายอื่นๆ ก็สามารถเข้ารอบได้เช่นกัน) อย่างไรก็ดีตั้งแต่กลางปี 2540 - 2541 ได้ใช้กฎกติกาเกมเปิดป้ายคะแนนแบบเดียวกับยุค Top Secret, ครั้งหนึ่งในชีวิต อยู่เหมือนเดิม คือป้ายหม่ำหมายถึงตกรอบทันที
 
สำหรับในรอบนี้ ผู้ที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้าทั้ง 2 หรือ 3 ทีมมีคะแนนเท่ากัน ทีมที่มีสิทธิ์เปิดแผ่นป้ายมากกว่าจะเข้ารอบ นอกจากนี้ ถ้าผู้เข้าแข่งขันที่มีสิทธิ์เปิดได้ 2 หรือ 3 แผ่นป้าย เปิดได้จำนวนเลขรวมกันเท่ากับ 10 ก็จะได้รับแพ็คเกจทัวร์เดินทางไปยัง [[น้ำตกหวางกว่อฉู้]] [[เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง]] [[ประเทศจีน]] จากบริษัทนำเที่ยว [[วีคเอนด์ ทัวร์]] อีกด้วย ส่วนผู้ที่เปิดได้ป้ายปัญญาและมยุราก็จะได้รับเงินรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนรายการ 100,000 บาทอีกด้วย ซึ่งในรอบนี้ มีผู้ที่ได้รางวัลพิเศษ 100,000 บาทเพียงคู่เดียว คือ คู่ของ [[ชูศรี เชิญยิ้ม]] และ [[จเร เชิญยิ้ม]] เป็นการเปิดได้ ปัญญา-มยุรา ติดกัน 2 ใบ
 
=== รอบสุดท้าย ===
รอบสุดท้าย (Jackpot) ของรายการชิงร้อยชิงล้าน Super Game นั้น ในช่วงแรกจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้ายด้วยกัน โดยมีแผ่นป้ายเลข 0 จะมี 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท ส่วนแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชคคือ[[แป้งเย็นตรางู]] เซ็นลุกซ์ นิวชอยซ์ ต่อมาเปลี่ยนเป็น[[วีโอวิสกี้]]) ซึ่งจะมีตัวเลข 20,000 ซึ่งเป็นมีเงินรางวัล 20,000 บาท 3 แผ่นป้าย แต่อีก 3 แผ่นป้ายเป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเปิดสามารถป้าย 0 ได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท (ผู้สนับสนุนเงินรางวัลคือ ง่วนเชียง) โดยจะให้คนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่ถ้าเปิดได้สปอนเซอร์หลักในการชิงโชคได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยที่แขกรับเชิญจะได้รับแค่ฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายผู้โชคดีจากการมอบโชคก็จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทตามปกติ ในรอบนี้มีผู้ทำ Jackpot แตกทีมแรกและทีมเดียวคือ[[พล ตัณฑเสถียร]] และ[[อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร]] ได้รับเงินรางวัลรวม 1,010,000 บาท เป็นการเปิดได้ป้ายผู้สนับสนุนหลักทั้ง 6 แผ่นป้าย
 
== ผู้เข้าแข่งขัน ==
ในชิงร้อยชิงล้าน Super Game นั้นจะมีทีมอยู่ 3 ทีมต่อสัปดาห์ (เช่นเดียวกันกับ [[ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)|ชิงร้อยชิงล้าน]] ช่วงวันที่ [[5 กุมภาพันธ์]] [[พ.ศ. 2535|2535]] - [[15 กันยายน]] [[พ.ศ. 2536|2536]]) แต่ละทีมจะมีอยู่ 2 คนซึ่งในแต่ละสัปดาห์ทางรายการจะเชิญผู้เข้าแข่งขันชายและผู้เข้าแข่งขันหญิงโดยแต่ละสัปดาห์จะมีทีมชาย 2 ทีม ทีมหญิง 1 ทีม หรือทีมชาย 1 ทีม ทีมหญิง 2 ทีมเว้นสัปดาห์
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
 
{{เริ่มกล่อง}}
{{สืบตำแหน่ง
| ก่อนหน้า = [[ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต]]
| ตำแหน่ง = {{PAGENAME}}
| ปี = [[3 มกราคม]] [[พ.ศ. 2539|2539]] - [[25 กุมภาพันธ์]] [[พ.ศ. 2541|2541]]
| ถัดไป = [[ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า]]
}}
{{จบกล่อง}}
{{ชิงร้อยชิงล้าน}}
{{เวิร์คพอยท์}}
[[หมวดหมู่:ชิงร้อยชิงล้าน|S]]
[[หมวดหมู่:เกมโชว์ไทย]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ไทย]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ที่เริ่มออกอากาศตั้งแต่ พ.ศ. 2539]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ที่ยุติการออกอากาศในปี พ.ศ. 2541]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ช่อง 3]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ช่อง 7]]
[[หมวดหมู่:รายการโทรทัศน์ในอดีต]]
[[หมวดหมู่:เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์]]