ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วังท่าพระ"

เพิ่มขึ้น 8,663 ไบต์ ,  7 ปีที่แล้ว
ย้อนการแก้ไขของ 202.44.135.242 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย 58.9.29.220
ไม่มีความย่อการแก้ไข
(ย้อนการแก้ไขของ 202.44.135.242 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย 58.9.29.220)
[[ไฟล์:Bkkwangthaphra0603b.jpg|thumb|250px|วังท่าพระ]]
'''วังท่าพระ''' หรือ '''วังล่าง''' ตั้งอยู่ข้าง[[พระบรมมหาราชวัง]] ริม[[ถนนหน้าพระลาน]]ทางด้านทิศตะวันตกใกล้[[ท่าช้าง]] แต่เดิมวังท่าพระนั้น ในสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก]] โปรดเกล้าให้อัญเชิญ [[พระศรีศากยมุนี]] จาก พระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ [[จังหวัดสุโขทัย]] มาประดิษฐานไว้ ณ [[วัดสุทัศนเทพวราราม]] เมื่อพระพุทธรูปมาถึงประตูท่าช้าง ปรากฏว่าอัญเชิญเข้ามาไม่ได้เนื่องจากองค์พระนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำผ่านเข้ามาได้ จึงจำเป็นต้องรื้อทั้งประตูถอนทั้งกำแพงออก จึงได้เรียกขานอดีตท่าเรือนี้แทนว่าท่าพระ วังที่อยู่ใกล้กันนั้นจึงเรียกตามว่า วังท่าพระ
วังท่าพระ เป็นวังหนึ่งของกลุ่มวังบนถนนหน้าพระลาน สร้างขึ้นหลังยุคสร้างบ้านแปลงเมือง ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2325 วังท่าพระตั้งอยู่ด้านข้างพระบรมมหาราชวัง บริเวณริมถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ท่าพระขึ้นไปถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรีจำนวน 3 วังเรียงติดกัน รวมเรียกว่า วังถนนหน้าพระลาน และเรียกแต่ละวังแยกตามลักษณะที่ตั้งว่า วังตะวันตก (หรือวังท่าพระ) วังกลาง และวังตะวันออก
 
== ประวัติ ==
เมื่อแรกเริ่มแห่งวังท่าพระเป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดฯให้สร้างเพื่อพระราชทานให้เป็นที่ประทับของ[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนกระษัตรานุชิต]] หรือ “เจ้าฟ้าเหม็น” ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระองค์ โดยเป็นพระราชโอรสใน[[สมเด็จเจ้าฟ้าฉิมใหญ่]] พระราชชายาของ[[พระเจ้ากรุงธนบุรี]]
 
เจ้าฟ้าเหม็น เสด็จประทับอยู่ ณ วังแห่งนี้จนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์จึงโปรดฯ ให้เป็นที่ประทับของ[[รัชกาลที่ 3|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทับ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์]] ซึ่งเป็นพระเจ้าลูกยาเธอใน[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] และ[[เจ้าจอมมารดาเรียม]] (กรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย) เสด็จประทับจนสิ้นรัชกาลที่ 2 จึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น[[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]] และได้พระราชทานวังนี้เป็นที่ประทับของพระราชโอรส 3 พระองค์ คือ พระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ ซึ่งมีพระชันษาน้อย สิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษาได้ 24 ปี
 
[[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมสาย กรมขุนราชสีหวิกรม]] (ต้น[[ราชสกุล]] "ชุมสาย") เสด็จประทับที่นี่จนสิ้นพระชนม์ในปลาย[[รัชกาลที่ 4]](พ.ศ. 2411)เมื่อพระชันษาได้ 53 ปี และ[[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุไร กรมหมื่นอดุลยลักษณสมบัติ]] พระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 3 ทรงกำกับกรมแสงและกรมช่างสิลา สิ้นพระชนม์ที่วังนี้ใน[[รัชกาลที่ 5]]
 
จนถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์จึงพระราชทานต่อให้ไปยัง[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์]] และกรมพระยานริศฯ ก็เสด็จประทับที่วังนี้ จนถึงรัชกาล[[รัชกาลที่ 8|พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาอานันทมหิดล]] [[พ.ศ. 2480]] จึงได้ทรงซื้อที่ตรงริม[[ถนนพระราม 4]] [[คลองเตย]] สร้างตำหนักเป็นที่ประทับตากอากาศ เรียกว่า “[[บ้านปลายเนิน]]” แล้วโปรดประทับที่นั่นตลอดพระชนมายุ
 
วังท่าพระ เมื่อครั้งเป็นที่ประทับของกรมขุนราชสีหวิกกรมนั้น วังนี้จัดเป็นที่ทรงงานและงานช่างทุกชนิด รวมทั้งเป็นที่อยู่ของช่างต่างๆ อาศัยอยู่ในวังขณะนั้นไม่ต่ำกว่า 200 คน จัดเป็นวังขนาดใหญ่วังหนึ่งทีเดียว แต่เมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เสด็จมาประทับ ตำหนักอาคารต่างๆ ก็มีสภาพเก่าทรุดโทรม บางแห่งชำรุดผุพังจนไม่อาจใช้สอยได้ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดฯให้บูรณะจนมีสภาพเหมือนเดิม ส่วนตำหนักที่ประทับนั้นโปรดฯให้สร้างขึ้นใหม่ 3 หลัง
 
ภายหลังที่สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เสด็จไปประทับบ้านปลายเนินแล้ว ทายาทของพระองค์ จึงขายวังให้กับทางราชการเและ[[ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี]] ได้สร้างสถานศึกษาสำหรับวิชาศิลปตามแบบยุโรปขึ้น ได้ใช้วังนี้เป็น[[มหาวิทยาลัยศิลปากร]] วังท่าพระ จวบจนปัจจุบัน
 
== สถาปัตยกรรม ==
[[ไฟล์:Bkksilpakorn0306a.jpg|thumb|250px|'''ท้องพระโรง''' วังท่าพระ ปัจจุบันเป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ]]
ลักษณะท้องพระโรงเป็นแบบเรือน 5 ห้อง เฉลียงรอบหันหน้ายาวออกหน้าวัง รูปทรงท้องพระโรงที่ปฏิสังขรณ์ใหม่นั้นภายนอกคงยึดตามแบบที่ปรากฏเมื่อครั้งรัชกาลที่ 3 แต่ภายในคงไว้แต่เสาเดิม ปัจจุบันใช้ท้องพระโรงเป็นหอศิลป์ของ[[มหาวิทยาลัยศิลปากร]] มี[[บันได]]ใหญ่เข้าทางด้านหน้าได้ทางเดียว กำแพงนั้นเป็น[[สถาปัตยกรรม]]ในรัชกาลที่ 5 มีลูกกรงที่ทำด้วยเหล็กหล่อเป็นลายสวยงาม
* '''ตำหนักที่ประทับ 2 หลัง เรียกว่า “ตึกกลาง” และ “ตึกพรรณราย”'''
 
เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกรุ่นแรกๆ ในรัชกาลที่ 5 กล่าวคือเป็นตึกสองชั้น มีเฉลียงหลังหนึ่งหันเข้าหาอีกหลังหนึ่ง ส่วนหลังนอกนั้นอยู่ข้างสวนแก้ว ตึกหลังในที่มีเฉลียงทำเรียบกว่าหลังนอก และมีเสาทึบ หัวเสาเป็นแบบ[[ศิลปะโรมัน]] ช่องคูหาด้านล่างเป็นช่องโค้ง มีการตกแต่งที่ส่วนต่างๆ ภายนอกอาคารเล็กน้อย ส่วนตึกหลังนอกมีรูปทรงทึบกว่า มีการตกแต่งผิวหนังโดยการเซาะเป็นร่องในชั้นล่าง ส่วนชั้นบนผนังเรียบ มีเสาติดผนังระหว่างช่องหน้าต่างและประตูต่างๆ ด้วยลายปูนปั้นหรือตีตารางไม้ไว้ในช่องแสงเหนือประตูบางส่วน ตึกหลังนอกมีกันสาด มีเท้าแขนรับ[[กันสาด]]ทำอย่างเรียบๆ และประดับชายคาด้วยลายฉลุไม้ ตึกหลังในนี้เป็นที่ประทับของ พระองค์เจ้าพรรณราย พระมารดาของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
 
* '''ศาลาในสวนแก้ว'''
เรียกว่า ศาลาดนตรี เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 องค์เจ้าของวังเคยประทับที่ศาลานี้เพื่อชมการแสดงหรือประชันดนตรีซึ่งจะตั้งวงกันในสวนแก้ว เพราะในวังท่าพระขณะนั้นมีวงดนตรีประจำวังที่มีชื่อเสียง ศาลาในสวนนี้ทำเป็น[[ศาลา]]โปร่งมีผนังด้านเดียว หันหน้าเข้าหาสวนแก้ว หลังคาเป็นแบบปั้นหยา มีลายประดับอาคารอย่างละเอียดซับซ้อนกว่าตัวตำหนัก จึงเข้าใจว่าสร้างทีหลัง ลายฉลุไม้ทั้งที่ชายคาท้าวแขนระเบียบทำอย่างประณีตงดงาม
 
== อ้างอิง ==