เปิดเมนูหลัก

พระเทพญาณวิเทศ (โรเบิร์ต สุเมโธ)

พระเทพญาณวิเทศ (โรเบิร์ต สุเมโธ) หรือ พระอาจารย์สุเมโธ เป็นพระเถระในสายพระป่าในประเทศไทย ศิษย์ชาวตะวันตกองค์แรกของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอมราวดี ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นับตั้งแต่ พ.ศ. 2527 ตราบจนเกษียณตนเองจากตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2553 และเป็นผู้นำองค์สำคัญในการเผยแพร่คำสอนเรื่องอริยสัจ 4 ในพระพุทธศาสนามาสู่สังคมชาวตะวันตก

พระเทพญาณวิเทศ
(โรเบิร์ต สุเมโธ)
อาจารย์สุเมโธ
Sumedho Bhikkhu.jpg
เกิด 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2477
อายุ 85
อุปสมบท พ.ศ. 2510
พรรษา 52
วัด วัดป่ารัตนวัน
ท้องที่ นครราชสีมา
สังกัด เถรวาท มหานิกาย
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
อดีตเจ้าอาวาสวัดอมราวดี

ประวัติแก้ไข

พระเทพญาณวิเทศ (โรเบิร์ต สุเมโธ) เป็นชาวอเมริกัน มีนามเดิมว่า โรเบิร์ต แคน แจ็คแมน (Robert Kan Jackman) เกิดที่เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) ท่านออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1964 (พ.ศ. 2507) เพื่อมาบวชเป็นพระภิกษุที่จังหวัดหนองคาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หลังจากนั้นไม่นานท่านก็มีโอกาสไปอยู่กับพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) พระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในการสอนกรรมฐาน ณ วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ระเบียบการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชาในวัดหนองป่าพงนี้เป็นที่รู้กันว่าเข้มงวดและเคร่งครัด โดยเน้นที่ความเรียบง่ายและเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย พระอาจารย์สุเมโธได้ฝึกปฏิบัติตามแนวของหลวงพ่อชาเป็นเวลาถึง 10 ปี จึงได้รับเชิญจากมูลนิธิสงฆ์แห่งประเทศอังกฤษ (The English Sangha Trust) ให้เดินทางไปอยู่ที่ลอนดอน ร่วมกับคณะศิษย์ของหลวงพ่อชา อีก 3 รูป

มูลนิธิสงฆ์แห่งประเทศอังกฤษมีจุดมุ่งหมายจะเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การฝึกพระภิกษุในประเทศตะวันตก โดยมีสำนักสงฆ์บ้านแฮมสเตด (The Hampstead Buddhist Vihara) ณ เมืองลอนดอนเป็นจุดเริ่มต้น สำนักสงฆ์แห่งนี้มีความเหมาะสมพอสมควร แต่คณะสงฆ์ก็เห็นข้อดีของการมีสิ่งแวดล้อมที่สงบกว่า เช่น บรรยากาศในชนบท จึงพยายามตั้งวัดป่าขึ้นในประเทศอังกฤษ และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) โดยดัดแปลงบ้านที่ทรุดโทรมหลังหนึ่งในเวสต์ซัสเซกซ์ (West Sussex) ในเวลาต่อมาสถานที่นี้จึงเป็นที่รู้จักกันในนามว่า Chithurst Buddhist Monastery หรือวัดป่าจิตตวิเวก (Cittaviveka) นั่นเอง

เมื่อมีวัดที่เหมาะสมขึ้นแล้ว คณะสงฆ์จึงเริ่มเติบโต มีจำนวนพระภิกษุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งเริ่มมีการฝึกสีลธรา (Siladhara) มีทั้งผู้ที่ต้องการจะมาฝึกมาปฏิบัติในวัด และผู้ที่ต้องการจะถวายปัจจัยสนับสนุนวัด ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้ต้องก่อตั้งวัดสาขาเพิ่มอีกหลายแห่ง ทั้งในอังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้งศูนย์กลางการสอน ปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ขึ้น ณ วัดอมราวดี (Amaravati Buddhist Monastery) ในปี ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2527) วัดแห่งนี้ต่อมาเป็นสถานที่ที่พระอาจารย์สุเมโธพำนักอยู่เป็นส่วนใหญ่

สมณศักดิ์แก้ไข

  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระสุเมธาจารย์[1]
  • 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชสุเมธาจารย์ พิศาลภาวนากิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[2]
  • 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระเทพญาณวิเทศ วิเศษโพธิธรรมคุณ วิบูลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี [3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 109, ตอนที่ 155 ง ฉบับพิเศษ, 5 ธันวาคม 2535, หน้า 17
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทยในต่างประเทศ, เล่ม 121, ตอนที่ 17 ข, 15 กันยายน 2547, หน้า 15
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศ เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 136, ตอนที่ 40 ข, 28 กรกฎาคม 2562 , หน้า 11

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข