เปิดเมนูหลัก

ผีกัดอย่ากัดตอบ (อังกฤษ: Mr. Vampire, จีนตัวเต็ม: 僵屍先生, จีนตัวย่อ: 僵尸先生, พินอิน: Jiāngshī Xiānshēng) ภาพยนตร์สัญชาติฮ่องกง ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1985 นำแสดงโดย หลิน เจิ้งอิง, เฉิน เสี่ยวโห่ว, ริกกี้ ฮุย, หลี่ ไช่ฟ่ง, อู๋ เอี่ยวฮั่น กำกับการแสดงโดย ริกกี้ หลิว

ผีกัดอย่ากัดตอบ
(Mr. Vampire)
หน้าปกดีวีดี
กำกับริกกี้ หลิว
อำนวยการสร้างหง จินเป่า
นำแสดงหลิน เจิ้งอิง
เฉิน เสี่ยวโห่ว
ริกกี้ ฮุย
หลี่ ไช่ฟ่ง
หยวน หวา
อู๋ เอี่ยวฮั่น
ดนตรีประกอบ鬼新娘 (Ghost Bride)
กำกับภาพปีเตอร์ งอร์
ตัดต่อปีเตอร์ ชุง
ค่ายโบโฮ ฟิล์ม
จำหน่าย/เผยแพร่โกลเด้น ฮาเวิร์ส (ฮ่องกง)
นนทนันท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (ไทย)
ฉาย7 พฤศจิกายน 1985
ความยาว96 นาที
ประเทศฮ่องกง
ภาษากวางตุ้ง
ก่อนหน้านี้-
ต่อจากนี้Mr. Vampire II (1986)
ข้อมูลจาก IMDb

เรื่องย่อแก้ไข

อาจิ่ว (หลิน เจิ้งอิง) นักพรตเต๋าเป็นผู้ชำนาญการปราบผีดิบ อาจิ่วพร้อมด้วย อาหมั่น (ในฉบับพากย์ไทยเรียก "ไอ้อ่ำ"[1] แสดงโดย ริกกี้ ฮุย) กับอาโจว (เฉิน เสี่ยวโหว) 2 ลูกศิษย์ ได้ถูก เศรษฐีเหยิ่น ซึ่งมีลูกสาวสวยอายุ 18 ที่เพิ่งเรียนแต่งหน้ามาจากเซินเจิ้น คือ ถิ่งถิ่ง (หลี่ ไช่ฟง) ว่าจ้างให้ย้ายหลุมศพของบิดาตนเอง ที่ถูกหมอดูหาที่ดินฝังให้เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ทว่ากิจการของเศรษฐีเหยิ่นกลับไม่ดี เมื่อเปิดฝาโลงออก อาจิ่วต้องตะลึงเมื่อพบว่า ศพของบิดาเศรษฐีเหยิ่น (หยวน หวา) ยังดูไม่เน่าเปื่อย และเชื่อว่า ศพนี้ต้องกลายเป็นผีดิบแน่ เมื่อเคลื่อนย้ายศพไปไว้ที่สำนัก ก็ฟื้นขึ้นมาเป็นผีดิบออกอาละวาด เศรษฐีเหยิ่นถูกกัดกลายเป็นผีดิบไปอีกตน ขณะที่อาหมั่นขณะกำลังสู้กับผีดิบ อาหมั่นก็พลาดท่าถูกกัดไปอีกคน ขณะที่อาโจวก็ถูก วิญญาณของสาวลึกลับ (หวัง ซิ่วเฟิง) ที่มาหลงรักหลอกล่อให้เป็นทาสของตน

เบื้องหลังและความสำเร็จแก้ไข

ผีกัดอย่ากัดตอบ เป็นภาพยนตร์ฮ่องกงที่ผสมผสานหลายอารมณ์ ทั้ง สยองขวัญ น่ากลัว มุขตลก และฉากแอ๊คชั่นแบบภาพยนตร์กังฟูเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนและลงตัว เป็นผลงานการอำนวยการแสดงโดย หง จินเป่า จากบริษัท โบโฮ ฟิล์ม ของหง จินเป่า เอง

โดยมี หลิน เจิ้งอิง นักแสดงร่างเล็กและสตั๊นแมนในแบบกังฟูมารับบท อาจิ่ว อาจารย์ปราบผีตัวเอกของเรื่อง ซึ่งแสดงได้อย่างโดดเด่น จนทำให้บทนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปตราบจนผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายในชีวิต เมื่อปี ค.ศ. 1997 และยังมีนักแสดงอีกจำนวนหนึ่งมารับบทประกอบที่เป็นสีสันมากมายในเรื่อง

ภาพยนตร์เมื่อออกฉายแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และได้มีภาคตามมาอีกหลายภาคในหลายปีต่อมา อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นต้นแบบของภาพยนตร์ในแนวเดียวกันนี้ตามมาอีกหลายเรื่อง ในทางด้านรางวัล ได้มีชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกงมากถึง 11 รางวัลด้วยกัน [2]

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข