ทุลีป สิงห์ (อักษรโรมัน: Duleep Singh; 6 กันยายน ค.ศ. 1838 – 22 ตุลาคม ค.ศ. 1893) หรือ ทลีป สิงห์ (อักษรโรมัน: Dalip Singh) พระสมัญญาว่า องค์ดำแห่งเพิร์ทเชอร์ (อังกฤษ: Black Prince of Perthshire) เป็นมหาราชาพระองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิซิกข์ เป็นพระราชบุตรสุดท้องของมหาราชารณชีต สิงห์ (Ranjit Singh) กับมหารานีชินท์ เการ์ (Jind Kaur)[1]

เจ้าชายทุลีปใน ค.ศ. 1875

หลังจากมหาราชาสี่พระองค์ก่อนหน้าถูกลอบปลงพระชนม์ เจ้าชายทุลีปทรงได้สืบทอดราชสมบัติในเดือนกันยายน ค.ศ. 1843 ขณะนั้น มีพระชนม์ห้าชันษา และมหารานีชินท์ผู้เป็นสมเด็จพระชนนีช่วยทำนุบำรุงประคองราชการแผ่นดิน แต่ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1846 เกิดสงครามอังกฤษ–ซิกข์ครั้งแรก อังกฤษถอดมหารานีชินท์ออกจากฐานันดรไปจำคุกไว้ แล้วตั้งข้าราชการอังกฤษเป็นเรซิเดนต์ (resident) สำเร็จราชการแทน นับแต่นั้นจนเกือบสิบสี่ปีให้หลัง เจ้าชายทุลีปมิได้ทรงพบพระพักตร์พระชนนีอีกเลย ครั้นเดือนเมษายน ค.ศ. 1849 เจ้าชายทุลีปพระชนม์ได้สิบชันษา อังกฤษปลดเจ้าชายทุลีปออกจากราชบัลลังก์ และตั้งนายแพทย์จอห์น ลอกิน (John Login) มาอภิบาลพระองค์แทน พอ ค.ศ. 1853 เจ้าชายทุลีปทรงเข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน

ครั้นพระชนม์ได้สิบห้าชันษา เจ้าชายทุลีปทรงถูกเนรเทศไปยังบริเตน พระองค์ทรงได้รู้จักกับและเป็นที่โปรดปรานของพระราชินีนาถวิกตอเรีย ผู้ซึ่งต่อมามีพระราชหัตถเลขาเกี่ยวกับเจ้าชายทุลีปว่า "ดวงตาคู่นั้น กับฟันเหล่านั้น ช่างสวยเหลือเกิน" (Those eyes and those teeth are too beautiful)[2]

ใน ค.ศ. 1856 เจ้าชายทุลีปทรงพยายามติดต่อกับพระชนนี แต่จดหมายและคนใช้ที่พระองค์ทรงส่งไปหาพระชนนีถูกข้าราชการอังกฤษในอินเดียดักจับไว้ได้ จึงไปไม่ถึงพระชนนี ทว่า เจ้าชายทุลีปทรงพยายามต่อไป โดยทรงได้ความช่วยเหลือจากนายแพทย์ลอกิน จนที่สุดอังกฤษก็ยอมให้พระองค์พบพระชนนีเมื่อวัน 16 มกราคม ค.ศ. 1861 ณ โรงแรมสเปนซ์ (Spence's Hotel) ในนครโกลกาตา ทั้งยอมให้พระองค์พาพระชนนีกลับสหราชอาณาจักรด้วย[3] อดีตมหารานีทรงใช้พระชนม์บั้นปลายบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับจักรวรรดิซิกข์อันยิ่งใหญ่ให้พระราชบุตรผู้เป็นมหาราชาพลัดแผ่นดินฟัง เจ้าชายทุลีปสิ้นพระชนม์ที่ปารีสเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1893 สิริพระชนมายุ 55 ชันษา

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The Black Prince of Perthshire". The Scotsman. สืบค้นเมื่อ 26 January 2017.
  2. Eton, the Raj and modern India; By Alastair Lawson; 9 March 2005; BBC News.
  3. E Dalhousie Login, Lady Login's Recollections, Chapter 14, Smith Elder, 1916