คิมาริ รอนโซ่

(เปลี่ยนทางจาก คิมาริ)

คิมาริ รอนโซ่ (ญี่ปุ่น: キマリ=ロンゾ โรมาจิ: Kimari Ronzo) เป็นตัวละครหนึ่งในเกม ไฟนอลแฟนตาซี X

คิมาริ
Kimahriartwork.jpg
คิมาริ, วาดโดยเท็ตซึยะ โนมูระ
เกมตระกูลไฟนอล แฟนตาซี
ชื่อเกมไฟนอลแฟนตาซี 10
ผู้สร้าง สแควร์เอนิกซ์
ผู้ออกแบบตัวละครเท็ตซึยะ โนมูระ
เสียงพากย์อังกฤษ จอห์น ดิแม็กจิโอ
เสียงพากย์ญี่ปุ่น คัตสึมิ โช
ข้อมูลทั่วไป
อาวุธหอก
ความสามารถพิเศษเวทมนตร์น้ำเงิน
โอเวอร์ไดรว์Ronso Rage
บ้านเกิดเทือกเขากากาเซ่
อายุ25
ส่วนสูง204 ซม. (6 ฟุต 9 นิ้ว)

คิมาริในไฟนอลแฟนตาซี Xแก้ไข

คิมาริ เป็นชาวรอนโซ่ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนสิงโต คิมาริมีขนสีน้ำเงินและเป็นผู้คุ้มกันคนแรกและซื่อสัตย์ของยูน่า โดยดูแลยูน่ามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ คิมาริไม่ได้รับการยอมรับจากพวกรอนโซ่เพราะความสูงน้อยกว่าคนอื่นและเขาบนศีรษะซึ่งถูกหักโดยไบรันที่เป็นชาวเผ่ารอนโซ่ด้วยกัน คิมาริเป็นคนพูดน้อยเพราะอายที่มีเขาที่โดนหัก คิมาริเคยสาบานไว้ว่าจะไม่กลับไปที่เทือกเขากากาเซ่บ้านเกิดของเขาอีก แต่ในที่สุดคิมาริก็กลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งระหว่างการเดินทางแสวงบุญของยูน่า

ครั้งแรกที่คิมาริพูดในเกมไฟนอลแฟนตาซี X คือ หลังจากปฏิบัติการที่มิเฮ็น โดยย้ำเตือนกับทีดัสซึ่งตกตะลึงที่ได้ยินคิมาริพูด โดยเขาย้ำเตือนให้ทีดัสให้ยิ้มแย้มและทำตัวสดใสเพื่อช่วยให้ยูน่ารู้สึกร่าเริงในระหว่างการเดินทางแสวงบุญ และหลังจากนั้นคิมาริจะพูดเท่าที่จำเป็นและจะเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์เสมอ และจะพูดโดยไม่มีการใช้สรรพนามแทนตัวเอง เช่น “คิมาริ (ตัวเขา) บอกการิคหลายครั้งแล้ว กำลังไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาได้”

คิมาริจัดอยู่ในกลุ่มนักรบมังกรตามเกมไฟนอลแฟนตาซีภาคก่อน ๆ เนื่องจากความสามารถทางด้านอาวุธและการโจมตีด้วยการกระโดดและยังจัดอยู่ในกลุ่มนักเวทมนตร์น้ำเงิน โดยคิมาริมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า แลนเซ็ท ทำให้เรียนรู้การโจมตีของศัตรูได้ (เป็นความสามารถของนักรบมังกรในไฟนอลแฟนตาซี V) คิมาริเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวที่ไม่มีตำแหน่งเริ่มต้นที่แน่นอนบนสเฟียร์กริด ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกให้คิมาริมีความสามารถตามที่ต้องการได้ตั้งแต่เริ่มเล่นเกม

คิมาริเริ่มคุ้มครองยูน่าตั้งแต่เธอตัดสินที่จะเป็นผู้อัญเชิญ หลังจากออกจากเทือกเขากากาเซ่เมื่อ 10 ปีก่อนที่เนื้อเรื่องในไฟนอลแฟนตาซี 10 เริ่มขึ้น คิมาริได้พบกับออรอนที่ใกล้ตายที่บีแวลล์หลังจากพยายามออกมาจากซานัคคันด์ ออรอนขอร้องให้คิมาริช่วยทำให้คำสัญญาของเขาต่อผู้อัญเชิญบราสก้าซึ่งเป็นพ่อของยูน่าสำเร็จ โดยให้พายูน่าออกจากบีแวลล์และพาไปที่เกาะบีเสดซึ่งยูน่าจะเติบโตได้อย่างสงบสุข

คิมาริรักษาสัญญาตามที่ออรอนขอร้องและพายูน่าถึงเกาะบีเสดอย่างปลอดภัย เมื่อคิมาริจะจากไป ยูน่าได้ขอร้องให้เขาอยู่กับเธอต่อไปและคิมาริก็ยินยอม เหตุการณ์สำคัญของคิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X คือการต่อสู้ระหว่างคิมาริกับไบรันและเยนเค้ที่เทือกเขากากาเซ่ซึ่งทำให้คิมาริเติบโตขึ้น โดยการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการทดสอบว่าคิมาริมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะผ่านเทือกเขานี้หรือไม่และเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเหมาะที่จะเป็นชาวรอนโซ่โดยเอาชนะทั้งคู่ได้ ไบรันภูมิใจที่เห็นคิมาริเหนือกว่าเขา นอกจากนั้น ชาวรอนโซ่ได้ให้คำปฏิญาณว่าจะไม่ให้ผู้ใดผ่านไปเพื่อตามล่ายูน่าและเพื่อน ๆ ได้ แต่โชคร้ายที่ชาวเผ่ารอนโซ่ได้ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเมื่อพยายามที่จะขัดขวางเซย์มัวร์ (ผู้นำชาวกวาโด้ที่มีความเชื่อว่าความตายเท่านั้นที่จะนำความสงบสุข) ที่กำลังตามล่ายูน่านั่นเอง

คิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X-2แก้ไข

หนึ่งปีหลังจากกำจัดซินลงได้ คิมาริก็ได้กลายเป็นผู้นำคนใหม่ของรอนโซ่และยังได้เจอสเฟียร์บนยอดเขากากาเซ่ที่จุดประกายให้ยูน่าออกเดินทางในไฟนอลแฟนตาซี X-2 สำหรับเนื้อเรื่องของคิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X-2 เขาต้องเจอกับเหตุการณ์หลายอย่างเนื่องจากการกบฏของหนุ่มรอนโซ่ชื่อ การิค ที่ต้องการล้างแค้นเผ่ากวาโด้ที่ได้ทำร้ายเผ่ารอนโซ่เมื่อสองปีก่อนตามคำสั่งของเซย์มัวร์ คิมาริพยายามสร้างความสงบสุขกับเผ่ากวาโด้และพยายามตามหาการิคเพื่อหยุดการิค อีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การหายตัวไปของเด็กรอนโซ่สองคนคือ ไลอันและเอดที่ออกผจญภัยและหาวิธีซ่อมเขาของคิมาริ แต่คิมาริก็ไม่ได้ตามหาเด็กทั้งสองเนื่องจากต้องจัดการกับเรื่องการล้างแค้นของการิค และในขณะเดียวกันคิมาริก็ต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการตัดสินใจเลือกวิถีทางใหม่ให้กับชาวรอนโซ่ เมื่อเทือกเขากากาเซ่ไม่ได้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเยวอนและไม่มีผู้อัญเชิญที่จะเดินทางแสวงบุญผ่านกากาเซ่เพื่อไปเมืองซานัคคันด์ที่ล่มสลายอีกต่อไป ชาวรอนโซ่จึงอยู่โดยไม่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องเทือกเขาให้กับเยวอนเหมือนในอดีต ยิ่งกว่านั้น การิคไม่ยอมรับที่จะให้คิมาริทีต้องการสร้างความสงบสุขกับเผ่ากวาโด้เป็นจริงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คิมาริไม่สามารถตัดสินใจเลือกอนาคตใหม่ให้กับชาวรอนโซ่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เอง การิคจึงรู้สึกว่าคิมาริไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของรอนโซ่

เมื่อไลอันและเอดเดินทางกลับมาและเล่าประสบการณ์ที่พวกเขาได้พบระหว่างการเดินทาง คิมาริจึงรู้คำตอบสำหรับปัญหาที่เค้าเจอทั้งเรื่องของการิคและรอนโซ่ คิมาริเข้าใจแล้วว่ารอนโซ่ทุกคนควรเอาอย่างไลอันและเอดในความพยายามที่จะหาทางเดินชีวิตของตัวเองเมื่ออยู่ด้วยกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับคนอื่น ๆ ต่อไป และเขาเองก็ไม่สามารถเลือกคำตอบสำหรับอนาคตของชาวรอนโซ่ทั้งหมดได้ เรื่องนี้ทำให้คิมาริและการิคกับมาปรองดองกัน และชาวรอนโซ่ก็สร้างอนุสาวรีย์รูปคิมาริขึ้นเพื่อยกย่องคิมาริว่าเป็นวีรบุรุษของเผ่ารอนโซ่