คาร์สัน แมคคัลเลอส์

คาร์สัน แมคคัลเลอส์ (อังกฤษ: Carson McCullers; 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 191729 กันยายน ค.ศ. 1967) เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน ผลงานส่วนใหญ่ของเธอเป็นแนวเซาเทิร์นกอทิก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่แปลกแยก โดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง มักมีฉากอยู่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา

คาร์สัน แมคคัลเลอส์
ภาพแมคคัลเลอส์ ถ่ายโดยคาร์ล แวน เวคเทนในปี ค.ศ. 1959
ภาพแมคคัลเลอส์ ถ่ายโดยคาร์ล แวน เวคเทนในปี ค.ศ. 1959
เกิดลูลา คาร์สัน สมิธ
19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917(1917-02-19)
โคลัมบัส รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต29 กันยายน ค.ศ. 1967 (50 ปี)
ไนแอก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
อาชีพนักเขียน
แนวเซาเทิร์นกอทิก
ผลงานที่สำคัญหัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่
บทเพลงคาเฟ่อันแสนเศร้า

ลายมือชื่อ

ประวัติแก้ไข

คาร์สัน แมคคัลเลอส์เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1917 ที่เมืองโคลัมบัส รัฐจอร์เจีย มีชื่อเกิดว่า ลูลา คาร์สัน สมิธ (Lula Carson Smith) เป็นบุตรของเวรา มาร์เกอริต วอเทอส์และลามาร์ สมิธ ช่างทำนาฬิกาและอัญมณี[1] เมื่ออายุได้ 10 ปี แมคคัลเลอส์เรียนเปียโน ต่อมาเมื่ออายุได้ 15 ปี เธอได้รับเครื่องพิมพ์ดีดจากบิดาที่สนับสนุนให้เธอเขียนเรื่องราวต่าง ๆ หลังเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมโคลัมบัส แมคคัลเลอส์มีแผนจะเรียนต่อด้านดนตรีที่โรงเรียนจูเลียร์ดที่นครนิวยอร์ก แต่เนื่องจากป่วยเป็นไข้รูมาติกจึงต้องพักรักษาตัว หลังหายป่วยเธอเริ่มสนใจจะเป็นนักเขียนและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ในปี ค.ศ. 1936 แมคคัลเลอส์ตีพิมพ์เรื่องสั้นแรก "Wunderkind" ที่ต่อมารวมอยู่ในรวมเรื่องสั้นชื่อ บทเพลงคาเฟ่อันแสนเศร้า (The Ballad of the Sad Café)[2]

ในปี ค.ศ. 1940 แมคคัลเลอส์ในวัย 23 ปี ตีพิมพ์นวนิยายเล่มแรก หัวใจคือนักล่าผู้ว้าเหว่ (The Heart Is a Lonely Hunter)[3] ซึ่งมีฉากในรัฐจอร์เจียช่วงทศวรรษ 1930 นวนิยายเล่มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1968[4] นำแสดงโดยอลัน อาร์คิน ปีต่อมาเธอตีพิมพ์นวนิยายเล่มที่สอง Reflections in a Golden Eye ซึ่งได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เช่นกันในปี ค.ศ. 1967 นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโดและเอลิซาเบธ เทย์เลอร์

ด้านชีวิตส่วนตัว แมคคัลเลอส์แต่งงานกับรีฟส์ แมคคัลเลอส์ นักเขียนและอดีตทหารในปี ค.ศ. 1937 และใช้ชีวิตร่วมกันที่เมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ทั้งสองหย่าร้างกันในปี ค.ศ. 1941 แมคคัลเลอส์ย้ายไปอยู่ที่นครนิวยอร์ก หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด เธอใช้เวลาส่วนใหญ่พำนักอยู่ที่กรุงปารีสและมีเพื่อนสนิทคือทรูแมน คาโพตีและเทนเนสซี วิลเลียมส์ แมคคัลเลอส์เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน[5] ในปี ค.ศ. 1945 เธอกลับมาแต่งงานกับรีฟส์อีกครั้ง แต่สามปีต่อมา เธอพยายามฆ่าตัวตายเพราะความเครียดอย่างหนัก ในปี ค.ศ. 1953 รีฟส์ฆ่าตัวตายหลังขอให้แมคคัลเลอส์ฆ่าตัวตายกับเขาไม่สำเร็จ[6]

แมคคัลเลอส์เสียชีวิตด้วยภาวะเลือดออกในสมองในปี ค.ศ. 1967 ที่เมืองไนแอก รัฐนิวยอร์ก[7]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Carson McCullers - Biography". The Famous People. สืบค้นเมื่อ February 19, 2017.
  2. Carr, Virginia Spencer. The Lonely Hunter. Doubleday. p. 62. ISBN 0-385-04028-8.
  3. Johnson, Thomas S. (1974). The Horror in the Mansion: Gothic Fiction in the Works of Carson McCullers. Ann Arbor, Michigan: Dissertation Abstracts.
  4. "Carson McCullers - Biography". Britannica. สืบค้นเมื่อ February 19, 2017.
  5. "Carson McCullers - Biography". Biography.com. สืบค้นเมื่อ February 19, 2017.
  6. Dews, Carlos (2005). Carson McCullers (1917–1967). The New Georgia Encyclopedia.
  7. "Here's a timeline of Carson McCullers' life". Columbus Ledger-Enquirer. January 13, 2017.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข