เปิดเมนูหลัก

แมลงรักในสวนหลังบ้าน

แมลงรักในสวนหลังบ้าน (อังกฤษ: Insects in the Backyard) เป็นภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคม กำกับโดยธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เป็นภาพยนตร์อิสระในโครงการ Indy Spirit Project ของนิตยสารไบโอสโคป ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแวนคูเวอร์ 2010 และได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Dragons and Tigers Competition [1] ต่อมาได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพ เมื่อ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 [2] เนื้อเรื่องเป็นการเล่าชีวิตของตัวละครที่พบเจอประสบการณ์อันแปลกประหลาด ตัวละครในเรื่องประกอบด้วย พี่สาวคนโต ธัญญ่า (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง วัย 35 ปี และน้องชายกับน้องสาวของเธอ จอห์นนี (นนท์ปวิธ ด่านศรีบูรณ์) วัย 15 ปี และเจนนิเฟอร์ (สุชาดา โรจน์มโนธรรม) วัย 17 ปี[3]

แมลงรักในสวนหลังบ้าน
Insects in the Backyard
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
อำนวยการสร้างวริทธิ์พล จิวะสุรัตน์
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
สุทธิเขตต์ คงถาวร
ทรงพล อินทเศียร
โสฬส สุขุม
อาทิตย์ อัสสรัตน์
เขียนธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
นำแสดงธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
สุชาดา โรจน์มโนธรรม
นนท์ปวิธ ด่านศรีบูรณ์
อนุพงษ์ สกุลมงคลลาภ
สตีเว่น ฟูเรอร์
ดนตรีประกอบเอก โอตรวรรณะ
กำกับภาพภูมินทร์ ชินารดี
ตัดต่อชาคร ไชยปรีชา
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
มานุสส วรสิงห์
ค่ายดาร์คไซด์ ออฟ เดอะ มูน โปรดักชัน (Darkside of the Moon Production)
จำหน่าย/เผยแพร่ป๊อป พิคเจอร์ส (Pop Pictures)
ฉาย30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 (ประเทศไทย)
ความยาว93 นาที
ประเทศไทย
ภาษาไทย
ข้อมูลจากสยามโซน

หลังการฉายรอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์ไม่ผ่านการอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กระทรวงวัฒนธรรม ด้วยเหตุผลว่า มีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน [4] เนื่องจากบางส่วนมีการนำเสนอภาพของขององคชาต การร่วมเพศ และการค้าประเวณี [2] และประกาศห้ามฉาย [5] ต่อมาได้มีการพยายามฉายภาพยนตร์เรื่องนี้รอบจำกัดผู้ชม ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญระหว่างเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์กับรัฐธรรมนูญไทย จัดโดยมูลนิธิหนังไทย, หอภาพยนตร์, สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย, เครือข่ายคนดูหนังแห่งประเทศไทย และนิตยสารไบโอสโคป แต่ก็ได้มีการระงับการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษนั้น [6]

แม้ธัญญ์วารินได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์คณะใหญ่ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการแล้วก็ตาม แต่คณะกรรมการได้มีมติ 13 ต่อ 4 มิให้ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศไทยทุกกรณี นับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของไทยที่ถูกห้ามฉายหลังจากพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พุทธศักราช 2551 มีผลบังคับใช้ ขณะนี้ผู้กำกับได้ยื่นเรื่องไปยังศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อไป[ต้องการอ้างอิง]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข