เปิดเมนูหลัก

เวสโต เมลวิน สลิเฟอร์ (อังกฤษ: Vesto Melvin Slipher; 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1875 - 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969) เป็นนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน[1] น้องชายของเขาคือ เอิร์ล ซี. สลิเฟอร์ ก็เป็นนักดาราศาสตร์เช่นกันและเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวโลเวลล์[1]

เวสโต เมลวิน สลิเฟอร์
V.M. Slipher.gif
เกิด11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1875(1875-11-11)
มัลเบอรี่ อินเดียน่า สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969 (93 ปี)
แฟลกสตัฟฟ์ อริโซนา สหรัฐอเมริกา
สัญชาติชาวอเมริกัน
ผลงานการขยายตัวของเอกภพ

สลิเฟอร์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า ในปี ค.ศ. 1909[1] และเข้าทำงานที่หอดูดาวโลเวลล์ ที่แฟลกสตัฟฟ์ อริโซนา ตราบจนตลอดชีวิต เขาได้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการหอดูดาวในปี ค.ศ. 1915 รักษาการผู้อำนวยการในปี ค.ศ. 1916 และเป็นผู้อำนวยการในปี ค.ศ. 1926 ตราบจนกระทั่งเกษียณอายุในปี ค.ศ. 1952[1] สลิเฟอร์ใช้วิธีสเปกโตรสโกปีในการสำรวจหาคาบการหมุนของดาวเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบของบรรยากาศดาวเคราะห์ ปี ค.ศ. 1912 เขาเป็นคนแรกที่สังเกตพบการเคลื่อนตัวของเส้นสเปกตรัมของดาราจักร ทำให้เขาเป็นผู้ค้นพบการเคลื่อนไปทางแดงของดาราจักร[2] เขายังเป็นผู้ว่าจ้าง ไคลด์ ทอมโบ (Clyde Tombaugh) และเป็นผู้กำกับการทำงานที่นำไปสู่การค้นพบพลูโต ในปี ค.ศ. 1930[1]

โดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เอ็ดวิน ฮับเบิล เป็นผู้ค้นพบการเคลื่อนไปทางแดงของดาราจักร แต่อันที่จริงการตรวจวัดเช่นนี้กับการตีความได้มีการทำความเข้าใจมาก่อนแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1917 โดยนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวต่างๆ คือ เจมส์ เอ็ดเวิร์ด คีลเลอร์ (หอดูดาวลิคแอนด์อัลเลเกนี) เวสโต สลิเฟอร์ (หอดูดาวโลเวลล์) และ วิลเลียม วอลเลซ แคมป์เบล (หอดูดาวลิค)

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Nesto Slipher, 93, Astronomer, Dies", The New York Times, Flagstaff, AZ (published November 10, 1969), p. 47, November 9, 1969, ISSN 1452424 Check |issn= value (help) |access-date= requires |url= (help)
  2. สลิเฟอร์รายงานการตรวจวัดปรากฏการณ์ดอพเพลอร์นี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กันยายน 1912 ในรายงาน The radial velocity of the Andromeda Nebula ซึ่งอยู่ในหนังสืออนุทินประจำหอดูดาวโลเวลล์ (Lowell Observatory Bulletin) หัวข้อ 2.56-2.57 ในรายงานของเขาได้บันทึกไว้ว่า "แม็กนิจูดของความเร็วซึ่งมีค่าสูงสุดเท่าที่เคยสังเกตมา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าระยะห่างที่คล้ายคลึงกับความเร็วไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น แต่ผมเชื่อว่า ณ ปัจจุบันเรายังไม่สามารถแปลความออกมาได้" สามปีต่อมา สลิเฟอร์เขียนบทรีวิวในวารสาร Popular Astronomy, Vol. 23, น. 21-24 Spectrographic Observations of Nebulae เขาระบุว่า "การค้นพบก่อนหน้านี้ว่าแขนก้นหอยของแอนดรอเมดาใหญ่ มีความเร็วที่แปลกประหลาด คือ -300 km(/s) แสดงถึงความเป็นไปได้ว่า ผลการเฝ้าสังเกตมิใช่เพียงสเปกตรัมของแขนก้นหอย แต่เป็นความเร็วของมัน" สลิเฟอร์รายงานค่าความเร็วของเนบิวลาชนิดก้นหอย 15 แห่ง ทั้งหมดได้ค่าความเร็วเป็นบวก มีเพียง 3 แห่งที่ได้ค่าตรงกันข้าม

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข