เปิดเมนูหลัก
บทความนี้เกี่ยวกับนิยาย สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เลมีเซราบล์ (แก้ความกำกวม)

เลมีเซราบล์ หรือ เหยื่ออธรรม (ฝรั่งเศส: Les Misérables; /l ˌmɪzəˈrɑːb/; เสียงอ่านภาษาฝรั่งเศส: [le mizeʁabl (ə)]; แปลตรงตัวว่า ผู้น่าอนาถ หรือ ผู้น่าสังเวช) เป็นนิยายประพันธ์ใน พ.ศ. 2404 โดยวิกตอร์ อูโก นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนิยายประพันธ์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 19

เลมีเซราบล์  
Ebcosette.jpg
Portrait of "Cosette" by Emile Bayard, from the original edition of Les Misérables (1862)
ผู้ประพันธ์Victor Hugo
ประเทศFrance
ภาษาFrench
ประเภทNovel
สำนักพิมพ์A. Lacroix, Verboeckhoven & Ce.
วันที่พิมพ์1862

รูปแบบแก้ไข

เรื่องย่อแก้ไข

ตัวละครแก้ไข

หลักแก้ไข

  • ฌอง วัลฌอง (ฝรั่งเศส: Jean Valjean) ; นายมาดแลน (ฝรั่งเศส: Monsieur Madeleine), อูลตีม โฟชเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Ultime Fauchelevent), นายเลอบล็องก์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Leblanc), อูร์แบง ฟาบร์ (ฝรั่งเศส: Urbain Fabre), หรือ 24601 เป็นตัวละครหลักของเรื่อง เขาต้องโทษฐานขโมยขนมปังก้อนหนึ่ง แต่อีกสิบเก้าปีต่อมาก็พ้นโทษโดยมีทัณฑ์บน เขาไม่ได้รับการต้อนรับจากสังคมโดยหาว่าเขาเคยเป็นนักโทษ บิชอปมีเรียลจึงเข้ามาอุ้มชูเขา และชี้ทางสว่างให้เขาดำเนินชีวิตใหม่อันสะอาดพิสุทธิ์กระทั่งเขาได้เป็นเจ้าของโรงงานและเป็นนายกเทศมนตรีตามลำดับ ต่อมาเขาได้รับบุตรสาวของฟองตีนนามว่า "โกแซต" ไว้เป็นบุตรบุญธรรมและอุปการะจนกระทั่งเธอเติบใหญ่ แต่ต้องการไม่ให้โกแซตรู้ถึงอดีตของเขา จึงตัดสินใจกันตนออกห่าง ทำให้เขาอ่อนแอลง และล้มป่วย แต่ท้ายสุดมาริอุสและโกแซตก็มาเยี่ยม เขาจึงสิ้นใจที่นั่น
  • ฌาแวร์ (ฝรั่งเศส: Javert)—- เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีบุคลิกภาพย้ำคิดย้ำทำ และปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวน เขาได้รับหน้าที่ให้ตามล่าตัวฌอง วัลฌองหลายครั้งหลายครา ครั้งหนึ่ง ฌอง วัลฌองมีโอกาสสังหารเขาแต่ก็ปล่อยเขาไป ในครั้งต่อมาที่เจ้าหน้าที่ฌาแวร์เผชิญหน้ากับฌอง วัลฌอง เขารู้สึกว่าการกระทำความผิดของฌอง วัลฌองเป็นสิ่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่อีกใจหนึ่งของเขากลับบอกว่าฌอง วัลฌองมีบุญคุณต่อเขา ท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ฌาแวร์ก็ตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมโดยกระโดดลงแม่น้ำแซนเพื่อยุติความขัดแย้งในจิตใจ
  • บิชอปมีเรียล (อังกฤษ: Bishop Myriel) สังฆราชแห่งดีญผู้มีจิตใจเมตตาอารี เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบิชอปในครั้งที่ได้เข้าเฝ้าจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 โดยบังเอิญ บิชอปมีเรียลได้ชี้ทางสว่างให้ฌอง วัลฌอง ดำเนินชีวิตใหม่หลังจากที่ฌอง วัลฌองเข้ามาขโมยเครื่องเงินและเชิงเทียนของเขา
  • ฟองตีน (ฝรั่งเศส: Fantine) —- กรรมกรหญิงชาวปารีสผู้ถูกสามีคือ เฟลีกซ์ โตโลมีแย (ฝรั่งเศส: Félix Tholomyès) ทอดทิ้งให้อยู่กับทารกน้อยเพศหญิงนาม "โกแซต" ซึ่งเป็นบุตรของทั้งสอง ฟองตีนนั้นได้ฝากบุตรสาวให้อยู่ในความดูแลของคู่สามีภรรยาเตนาร์ดีเยร์ ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้จัดการโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านมงต์แฟร์แมย (ฝรั่งเศส: Montfermeil) โชคร้ายที่สามีภรรยาคู่นี้มักข่มเหงโกแซตและบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส ระยะนั้นฟองตีนก็ได้งานทำที่โรงงานของนายมาดแลน และครั้งหนึ่งเธอซึ่งไม่รู้หนังสือวานให้คนช่วยเขียนจดหมายไปถึงคู่สามีภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมให้ ทำให้นายหญิงจับได้ว่าเธอให้กำเนิดบุตรทั้งที่ยังมิได้สมรส และไล่เธอออกจากงาน ซ้ำร้ายถูกเตนาร์ดิเยร์หลอกว่าโกแซตป่วยเป็นโรคไข้ผื่นคัน เพื่อให้ได้เงินมาช่วยลูกของตน ฟองตีนจึงขายเส้นผมและฟันหน้าของเธอ สุดท้ายแล้วก็ขายตัวเป็นหญิงโสเภณี ต่อมา ฌอง วัลฌอง ทราบถึงชะตากรรมอันรันทดของฟองตีนขณะที่เธอถูกเจ้าหน้าที่ฌาแวร์จับกุมตัวเพราะเข้าทำร้ายชายคนหนึ่งที่ร้องด่าเธอและทุ่มหิมะใส่หลังเธอ และก่อนที่ฌอง วัลฌอง จะสามารถนำโกแซตมาพบกันฟองตีน เธอก็หมดลมหายใจไปก่อนด้วยโรค ๆ หนึ่งซึ่งอาจเป็นวัณโรค
  • โกแซต (ฝรั่งเศส: Cosette) ; ยูฟราซี (ฝรั่งเศส: Euphrasie) ก็เรียก —- เป็นบุตรสาวของฟองตีนกับเฟลีกซ์ โตโลมีแย เมื่ออายุได้สามขวบมารดาฝากเธอไว้ในความดูแลของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอถูกสามีภรรยาคู่นี้เฆี่ยนตีและบังคับให้ใช้แรงงานอย่างหนัก กระทั่งฌอง วัลฌอง เข้าช่วยเหลือเมื่อเธอมีอายุได้แปดปีโดยนำเงินมาไถ่ตัวโกแซตไปจากสามีภรรยาคู่นี้ และขณะที่จะนำเธอไปพบกับฟองตีนผู้เป็นมารดานั้น ฟองตีนก็หมดลมหายใจลงก่อน ฌอง วัลฌอง จึงรับเธอไว้เป็นบุตรบุญธรรม โกแซตมีความรักกับมารียูส ปงต์แมร์ซี และสมรสกับเขาในตอนท้ายของเรื่อง
  • มารียูส ปงต์แมร์ซี (ฝรั่งเศส: Marius Pontmercy) —- กุลบุตรผู้ซึ่งบิดาได้รับแต่งตั้งจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ให้เป็นขุนนาง เขาเป็นนักศึกษานิติศาสตร์และได้เข้าเป็น "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาทะเลาะกับปู่ของตนเมื่อทราบว่าปู่เป็นข้าราชการในสมัยจักรพรรดินโปเลียน ในเรื่อง มารียูสยังหลงรักโกแซตด้วย
  • คู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ (ฝรั่งเศส: M. & Mme. Thénardier) —- ได้แก่ นายเตนาร์ดีเยร์ ผู้เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมและมีพฤติกรรมฉ้อฉล กับนางเตนาร์ดีเยร์ ภรรยาของเขา โดยมีบุตรสาวของคน ได้แก่ เอปอนีนและอาเซลมา (ดู "อาเซลมา" ที่ตัวละครรอง) และบุตรชายสามคน ได้แก่ ชาฟโรช และน้องชายของชายโรฟอีกสองคนซึ่งไม่ระบุนาม สามีภรรยาคู่นี้ได้รับ "โกแซต" บุตรสาวของฟองตีน มาเลี้ยงดู แต่ก็ปฏิบัติด้วยอย่างร้ายกาจและข่มเหงเสมอมา ทั้งสองลงเอยด้วยการสูญเสียโรงเตี๊ยมไปและย้ายครอบครัวไปอาศัยในตรอกชงแดรต (ฝรั่งเศส: Jondrettes) ที่กรุงปารีส โดยเวลามา นายเตนาร์ดีเยร์เป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรซึ่งเรียกตนว่า "กลุ่มปาตรงมีแน็ต" เพื่อนบ้านของครอบครัวนี้คือมารียูส ปงต์แมร์ซี ผู้เข้าใจมาตลอดว่านายเตนาร์ดีเยร์เป็นผู้ช่วยชีวิตบิดาของเขาระหว่างยุทธนาการที่วอเตอร์ลู
  • เอโปนีน (ฝรั่งเศส: Éponine) —- เป็นบุตรสาวของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างพะเน้าพะนอจนเหลิงและเสียคน เธอเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นใจแตกและเที่ยวเตร่เป็นเด็กจรจัดข้างถนน เธอยังได้ร่วมกับบิดาในการก่ออาชญากรรมปล้นทรัพย์สินเงินทองและในการขอทานด้วย เธอนั้นหลงรักมารียูส ปงต์แมร์ซี แต่มารียูสหลงรักโกแซตอยู่แล้ว เขาได้ขอให้เอปอนีนค้นหาที่อยู่และนำพาเขาไปหาโกแซต แต่เธอได้แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นบุรุษและลวงให้มารียูสไปยังแนวรบเพื่อที่ทั้งสองจะได้ตายเคียงคู่กัน อย่างไรก็ดี ด้วยความรักที่มีต่อมารียูสเธอไม่อาจเห็นเขาต้องจบชีวิตลงได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารระดมนายหนึ่งกำลังเล็งปืนมายังมารียูส เธอได้โดดเข้าปัดปืนของเจ้าหน้าที่นายนั้น และถูกระดมยิงใส่จนร่างพรุน ก่อนสิ้นใจ เธอขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายให้มารียูสได้จุมพิตยังหน้าผากของเธอสักครั้ง
  • ชาฟโรช (ฝรั่งเศส: Gavroche) —- เป็นบุตรชายของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ซึ่งไม่เป็นที่รักของบิดามารดา เขาถูกไล่ออกจากบ้านและกลายเป็นเด็กจรจัดที่อาศัยข้างถนนไปวัน ๆ ชาฟโรชได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่แนวรบ และจบชีวิตลงขณะเก็บรวมรวมกระสุนปืนจากศพบรรดาราชองครักษ์
  • อองโชลรา (ฝรั่งเศส: Enjolras) —- ผู้นำ "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาจบชีวิตระหว่างการต่อสู้ที่แนวรบ

รองแก้ไข

  • นางสาวบาปตีสตีน (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Baptistine) — น้องสาวของบิชอปมีรีเยลผู้รักและเคารพพี่ชายอย่างสุดซึ้ง
  • นางมากลัวร์ (ฝรั่งเศส: Madame Magloire) — หญิงรับใช้ของบิชอปมีรีเยลและน้องสาวของเขา นางมากลัวร์มักเกรงว่าเจ้านายจะเผลอไผลเปิดประตูบ้านทิ้งไว้
  • แชร์เวน้อย (ฝรั่งเศส: Petit Gervais) — เด็กชายตัวเล็กที่ทำเหรียญหล่น และฌอง วัลฌอง มาพบเข้าก็เอาเท้าเหยียบไว้ เมื่อเด็กชายแชร์เวเห็นเข้าก็เรียกร้องเอาเหรียญคืน แต่ถูกตะคอกใส่พร้อมกับการปฏิเสธอย่างแข็งขัน จึงหมดความอดทนและจากไป เมื่อเด็กชายไปแล้ว ฌอง วัลฌองได้ออกตามหาเด็กชายแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ มีผู้ตีความว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฌอง วัลฌอง กลับรำลึกถึงคำสอนของบิชอปมีรีเยล แล้วก็ให้รู้สึกละอายใจเหลือประมาณ หรือเขาอาจไม่ทราบว่าเหรียญอยู่ใต้เท้าเขา กระทั่งเด็กชายจากไปจึงพบเหรียญ แต่ไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นไปตามการตีความแบบใด ตามท้องเรื่องแล้วฌอง วัลฌอง มิได้ใส่ใจคำเรียกร้องของเด็กชายแชร์เวเลย
  • โฟเชอเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Fauchelevent) — ขณะที่โฟเชอเลอวองต์กำลังถูกจับตัว ฌอง วัลฌอง ได้เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้โดยขับรถม้าเข้ามากำบัง กาลต่อมา เขาได้ตอบแทนพระคุณของฌอง วัลฌอง โดยให้สถานที่คุ้มภัยแก่ฌอง วัลฌอง และโกแซต ที่สำนักนางชี กับทั้งยังให้ฌอง วัลฌอง อ้างชื่อของเขาได้
  • บามาตาบัว (ฝรั่งเศส: Bamatabois) — บามาตาบัวเป็นชายนิสัยอันธพาลที่เข้ามารังควานฟองตีน และขว้างหิมะใส่ข้างหลังเธอ นอกจากนี้ บามาตาบัวยังเป็นลูกขุนคนหนึ่งในการพิจารณาคดีของชองป์มาตีเยออีกด้วย
  • ชองป์มาตีเออ (ฝรั่งเศส: Champmathieu) — ชายจรจัดผู้หนึ่งที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฌอง วัลฌอง และถูกนำตัวไปขึ้นศาล
  • เบรอเว (ฝรั่งเศส: Brevet) —
  • เชอนีลดีเออ (ฝรั่งเศส: Chenildieu) —
  • โกเชอปาย (ฝรั่งเศส: Cochepaille) — ราษฎรชาวเมืองตูลงอีกคนหนึ่ง เขาเคยเป็นคนเลี้ยงแกะอยู่ที่
  • แม่ชีซังปลีส (อังกฤษ: Sister Simplice) — ชีนางหนึ่งในคริสต์ศาสนา ผู้ยื่นมือเข้ามาอภิบาลฟองตีนขณะกำลังป่วยหนัก และยังได้กล่าวเท็จต่อฌาแวร์เพื่อคุ้มภัยให้ฌอง วัลฌอง ด้วย
  • ตูซังต์ (ฝรั่งเศส: Toussaint) — บ่าวของฌอง วัลฌอง และโกแซต ที่กรุงปารีส
  • นายชียิลนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Gillenormand) —
  • นางสาวชียิลนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Gillenormand) — เป็นบุตรสาวที่เหลือรอดชีวิตของนายชีเยอนอร์มองด์ เธออาศัยอยู่กับบิดา และพี่สาวต่างมารดาของเธอซึ่งถึงแก่กรรมในกาลต่อมานั้นเป็นมารดาของมารียูส
  • พันเอกจอร์ช ปงต์แมร์ซี (อังกฤษ: Colonel Georges Pontmercy) — เป็นบิดาของมารียูส ปงต์แมร์ซี และเป็นอดีตนายทหารในกองทัพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เขาได้รับบาดเจ็บระหว่างยุทธนาการที่วอเตอร์ลู และเข้าใจผิดตลอดมาว่านายเตนาดีเยร์ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาจึงบอกบุตรชายว่าเป็นหนี้บุญคุณนายเตนาดีเยร์อย่างใหญ่หลวง
  • มาเบิฟ (ฝรั่งเศส: Mabeuf) — เป็นเจ้าหน้าที่สูงวัยผู้ทำหน้าที่ปกครองดูแลโบสถ์ เขาเป็นสหายของพันเอกชอร์ช ปงต์แมร์ซี และได้อนุกูลมารียูส ปงต์แมร์ซี ต่อมาหลังจากพันเอกชอร์ช บิดาของมารียูส ถึงแก่กรรมลง มาเบิฟได้ช่วยให้มารียูสเข้าใจเอกลักษณ์และเจตนาที่แท้จริงของพันเอกชอร์ชผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ มาเบิฟยังรักการเพาะปลูกและการอ่านหนังสือเป็นที่สุด แต่ต้องลงเอยด้วยการขายหนังสือสุดรักสุดหวงไปเพราะสถานะย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ และทำให้เขารู้สึกว่าความหวังทั้งปวงพังครืนลงหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิก "สหายแห่งอาเบเซ" ในการต่อต้านรัฐบาลราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (Monarchie de Juillet) ของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป สุดท้ายแล้วเขาถูกยิงและประหารบนยอดแนวรบขณะกำลังชักธง "สหายแห่งอาเบเซ" ขึ้น
  • มาญง (ฝรั่งเศส: Magnon) — นางเคยเป็นหญิงรับใช้ของนายชีเยอนอร์มองด์ และเป็นสหายกับคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ นายชีเยอนอร์มองด์
  • สองศรีพี่น้อง (อังกฤษ: Two little brothers) —
  • อาเซลมา (ฝรั่งเศส: Azelma) —
  • กลุ่มปาตรงมีแนต (ฝรั่งเศส: Patron-Minette) —
  • บรูชง (ฝรั่งเศส: Brujon) - เป็นขโมยและอาชญากรรายหนึ่งผู้เข้าร่วมกลุ่มปาตรงมีแนตของนายเตนาร์ดีเยร์ ในเรื่องพรรณนารูปลักษณ์ของบรูชงว่า เป็นสมาชิกผู้เปล่งปลั่งและรื่นเริงไปด้วยวัยอันเยาว์ มีนิสัยฉลาดแกมโกงและมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างยิ่ง แต่กลับมีอากัปกิริยาที่ลุกลี้ลุกลนและดูเศร้าโศก
  • สหายแห่งอาเบเซ (อังกฤษ: Friends of the ABC) — เป็นกลุ่มนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นำโดยอองโชลรา และสมาชิกตัวหลักได้แก่ กูร์เฟย์ราก (ฝรั่งเศส: Courfeyrac), กงเบอแฟร์ (ฝรั่งเศส: Combeferre), ชอง ปรูแวร์ (ฝรั่งเศส: Jean Prouvaire), เฟยยี (ฝรั่งเศส: Feuilly), บาโอเรล (ฝรั่งเศส: Bahorel), เลเกลอะ หรือแลเกลอะ (ฝรั่งเศส: Lesgles หรือ Laigle; ชื่อรองว่า "โบซูเอ", Bossuet), โชลี (ฝรั่งเศส: Joly) และกร็องแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) พวกเขาก่อการกระด้างกระเดื่องต่อต้านรัฐบาลราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม และถูกปราบปรามในเหตุการณ์ความไม่สงบที่กรุงปารีส วันที่ 5-6 มิถุนายน ค.ศ. 1832 (พ.ศ. 2374)
  • กรองแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) —

เสียงตอบรับเชิงวิพากษ์แก้ไข

การแปลแก้ไข

ภาคภาษาอังกฤษแก้ไข

ภาคดัดแปลงแก้ไข

ภาพยนตร์แก้ไข

ละครเวทีแก้ไข

ดูบทความหลักที่: เลมีเซราบล์ (ละครเพลง)

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข