เปิดเมนูหลัก

อีญากี อูร์ดังการิน

อีญากี อูร์ดังการิน อี ลีบาร์ต (สเปน: Iñaki Urdangarin y Liebaert;[1] เกิด: 15 มกราคม พ.ศ. 2511) อดีตนักกีฬาแฮนด์บอลชาวสเปน[2] พระภัสดาในอินฟันตากริสตีนา เฟเดรีกา พระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีควน การ์โลสที่ 1 กับสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน

อีญากี อูร์ดังการิน
Iñaki Urdangarín.jpg
เกิด15 มกราคม พ.ศ. 2511 (51 ปี)
ซูมาร์รากา แคว้นประเทศบาสก์ ประเทศสเปน
ฐานันดรดยุกแห่งปัลมาเดมายอร์กา (พ.ศ. 2540-2558)
คู่สมรสอินฟันตากริสตีนา เฟเดรีกาแห่งสเปน (พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน)
บุตรควน อูร์ดังการิน
ปาโบล อูร์ดังการิน
มีเกล อูร์ดังการิน
อีเรเน อูร์ดังการิน
บิดามารดาควน มารีอา อูร์ดังการิน เบร์รีโอโชอา (บิดา)
แกลร์ ฟร็องซวซ ลีบาร์ต กูร์แต็ง (มารดา)
สถิติเหรียญรางวัล
แฮนด์บอลชาย
ทองแดง แอตแลนตา 1996 ทีมชาย
ทองแดง ซิดนีย์ 2000 ทีมชาย

ประวัติแก้ไข

อีญากี อูร์ดังการิน เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2511 ณ เมืองซูมาร์รากา แคว้นประเทศบาสก์ ประเทศสเปน เป็นบุตรของควน มารีอา อูร์ดังการิน เบร์รีโอโชอา (Juan María Urdangarín Berriochoa) กับแกลร์ ฟร็องซวซ ลีบาร์ต กูร์แต็ง (Claire Françoise Liebaert Courtain) บิดามีเชื้อสายบาสก์ ส่วนมารดาเป็นชาวเบลเยียมจากเมืองแอนต์เวิร์ป ซึ่งมีเชื้อสายวัลลูนและเฟลมิช เขามีพี่น้องหกคน

นักกีฬาแฮนด์บอลแก้ไข

อีญากี อูร์ดังการิน เป็นนักกีฬาแฮนด์อาชีพขณะที่มีอายุได้ 18 ปี สังกัดสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ส่วนแฮนด์บอล (FC Barcelona Handbol) จนกระทั่งเกษียณเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยเขาติดทีมชาติสามครั้งในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี พ.ศ. 2535, 2539 และ 2543 ซึ่งในปีสุดท้ายเขาได้เป็นกัปตันทีม และแฮนด์บอลทีมชาติสเปนในช่วงที่เขาเล่นนั้นสามารถคว้าเหรียญทองแดงในปี พ.ศ. 2539 และ 2543

เสกสมรสแก้ไข

อินฟันตากริสตีนา เสกสมรสกับอีญากี อูร์ดังการิน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ณ เมืองบาร์เซโลนา และเนื่องจากก่อนหน้านี้อินฟันตากริสตีนาได้รับพระราชทานพระอิสริยยศ "ดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กา" จากพระราชบิดา[3] ด้วยเหตุนี้นายอูร์ดังการินจึงมีพระยศเป็น "ดยุกแห่งปัลมาเดมายอร์กา" ตามภริยา ทั้งสองมีพระบุตรด้วยกัน 4 คน ได้แก่

  1. ดอนควน อูร์ดังการิน (29 กันยายน พ.ศ. 2542)
  2. ดอนปาโบล อูร์ดังการิน (6 ธันวาคม พ.ศ. 2543)
  3. ดอนมีเกล อูร์ดังการิน (30 เมษายน พ.ศ. 2545)
  4. ดอญญาอีเรเน อูร์ดังการิน (5 มิถุนายน พ.ศ. 2548)

การฉ้อโกงแก้ไข

ดยุกและดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กาตกเป็นข่าวด้วยถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน[4][5] โดยเรื่องเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เมื่อดยุกแห่งปัลมาเดมายอร์กาใช้เส้นสายให้องค์กรการกุศลส่วนตัวได้กำไรจากรัฐบาล 5,600,000 ยูโร จากการเก็บเงินเกินจำนวนจากรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อใช้ในการแข่งกีฬา ในเดือนกันยายนปีถัดมา ดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กาได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทรงรับผลประโยชน์ด้วย[6] ด้วยดัชเชสดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหาร ทั้งยังร่วมกันตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อทำการฟอกเงิน[2]

จากกรณีอื้อฉาวดังกล่าว ทางเว็บไซต์ของพระบรมวงศานุวงศ์สเปนได้ทำการลบข้อมูลเกี่ยวกับอูร์ดันการินออกเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558 สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสเปนได้มีพระบรมราชโองการถอดพระอิสริยยศอินฟันตากริสตีนาออกจากการเป็น "ดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กา"[7][8][9] จึงทำให้นายอูร์ดันการินพ้นจากการเป็นดยุกแห่งปัลมาเดมายอร์กาโดยปริยาย[10]

อ้างอิงแก้ไข

  1. Blog Con propósito de enmienda, about the proper way to his name, which only can be written with accent in Spanish. In the original Basque language is written without accent. (สเปน)
  2. 2.0 2.1 "อัยการเสนอจำคุก สวามีเจ้าหญิงสเปน 19 ปี-ปรับ 3.5 ล้านยูโร". ไทยโพสต์. 11 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558.
  3. Real Decreto 1502/1997
  4. ""เจ้าหญิงสเปน" ขึ้นศาลใต่สวนข้อหาฉาว "ฉ้อโกงและฟอกเงิน"". ผู้จัดการออนไลน์. 9 กุมภาพันธ์ 2557. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558.
  5. "เจ้าหญิงสเปนถูกตั้งข้อหา 'คอร์รัปชัน' อย่างเป็นทางการ". ไทยรัฐออนไลน์. 25 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558.
  6. "เจ้าหญิงคริสตินาแห่งสเปนยื่นอุทธรณ์ ค้านข้อหาคอร์รัปชัน". ไทยรัฐออนไลน์. 3 กรกฎาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558.
  7. "Spanish king strips sister of duchess title amid tax evasion scandal". The Guardian (in อังกฤษ). 12 มิถุนายน 2558. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2558.
  8. "'เจ้าหญิงคริสตินาแห่งสเปน' ถูกถอดพระยศแล้ว". วอยซ์ทีวี. 12 มิถุนายน 2558. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2558.
  9. "กษัตริย์สเปน ทรงถอดพระยศ เจ้าหญิงคริสตินา พระเชษฐภคินี". ไทยรัฐออนไลน์. 12 มิถุนายน 2558. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2558.
  10. (สเปน) The King revokes the title of Duchess of Palma use by his sister doña Cristina, Europapress (15-06-11) (Acceded on 12 June 2015)

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข