อันวาร์ อิบราฮิม

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม (เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490) เป็นนักการเมืองมาเลเซีย ผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียตั้งแต่ พ.ศ. 2536 ถึง 2541

อันวาร์ อิบราฮิม
ผู้นำแนวร่วมแห่งความหวัง
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย
ดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
นายกรัฐมนตรี อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
นาจีบ ราซะก์
ก่อนหน้า วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียจากเขต Permatang Pauh
ดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ก่อนหน้า วันอะซีซะห์ วันอิสมาอิล
ดำรงตำแหน่ง
29 มีนาคม พ.ศ. 2525 – 14 เมษายน พ.ศ. 2542
ก่อนหน้า ซาบิดี อาลี
ถัดไป วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
คู่สมรสรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนที่ 7
ดำรงตำแหน่ง
1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 – 2 กันยายน พ.ศ. 2541
นายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด
ก่อนหน้า ฆาฟาร์ บาบา
ถัดไป อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490
จโระก์ ตก กุน รัฐปีนัง สหภาพมาลายา
พรรค PR – PKR (2006–ปัจจุบัน)

BN – UMNO (1982–1998)

คู่สมรส วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
บุตร 6 คน รวมนูรุล อิซซะห์ อันวาร์
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมาลายา
วิชาชีพ นักการเมือง
ศาสนา อิสลามนิกายซุนนีย์
ลายมือชื่อ

ใน พ.ศ. 2542 เขาถูกตัดสินจำคุกหกปีด้วยข้อหาทุจริต และใน พ.ศ. 2543 ถูกตัดสินจำคุกอีกเก้าปีด้วยข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ใน พ.ศ. 2547 ศาลสหพันธรัฐกลับการพิพากษาลงโทษที่สองและเขาได้รับการปล่อยตัว ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 เขาถูกจับกุมจากข้อกล่าวหาว่า เขาร่วมเพศกับเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งทางทวารหนัก แต่ศาลพิพากษายกฟ้องในเดือนมกราคม พ.ศ. 2555[1] ต่อมา อัลวาร์เป็นบุคคลนำในฝ่ายค้านและช่วยรวมพรรคฝ่ายค้านเป็นปากาตันรักยัต ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2551 และ 2556

ปัจจุบัน อันวาร์กำลังรับโทษจำคุกห้าปี หลังถูกพิพากษาลงโทษฐานการชำเราแบบวิตถาร

ข้อกล่าวหาทางเพศแก้ไข

ที่การประชุมใหญ่สหองค์การมลายูแห่งชาติ มีการแจกจ่ายหนังสือ 50 Dalil Kenapa Anwar Tidak Boleh Jadi PM ("50 เหตุผลว่าทำไมอันวาร์จึงเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้") ซึ่งมีเนื้อหากล่าวหาชัดเจนเช่นเดียวกับกล่าวโทษอันวาร์ว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง หนังสือนี้เขียนขึ้นโดย คาลิด จาฟรี อดีตบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์อูตูซานมาเลเซียซึ่งรัฐบาลควบคุม และอดีตบรรณาธิการฮาเรียนเนชันแนลที่ล้มเหลว อันวาร์ได้คำสั่งห้ามจากศาลมิให้จำหน่ายหนังสืออีกและดำเนินคดีต่อผู้เขียนในข้อหาหมิ่นประมาท ตำรวจแจ้งข้อหาตีพิมพ์ข่าวเท็จโดยเจตนาร้ายต่อผู้เขียนหนังสือ[2] ในบรรดาข้อกล่าวหาในหนังสือ หนึ่งในนั้นคือ อันวาร์เป็นพวกรักร่วมเพศ ตำรวจได้รับการชี้แจงให้สอบสวนความถูกต้องของการอ้างนี้ อันวาร์ถูกแจ้งข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ถูกตัดสินโทษจำคุก 15 ปี ซึ่งซิดนีย์มอร์นิงแฮโรลเรียกว่า "การจัดฉากทางการเมืองอย่างโจ๋งครึ่ม"[3]

ระหว่างการคุมขังของตำรวจใน พ.ศ. 2541 อันวาร์ถูกทุบตีโดย เราะฮิม นูร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นจเรตำรวจ ภายหลังเราะฮิมถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานทำร้ายร่างกายและถูกจำคุกสองเดือนใน พ.ศ. 2543 เขาขอโทษอย่างเป็นทางการต่ออันวาร์และจ่ายค่าเสียหายไม่ทราบจำนวน[4]

ใน พ.ศ. 2542 อันวาร์แจ้งความดำเนินคดีต่อนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ในข้อหาหมิ่นประมาทที่กล่าวหาว่าประพฤติผิดศีลธรรมและเรียกอันวาร์ว่าพวกรักร่วมเพศในการแถลงข่าวในมาเลเซีย[5]

คำตัดสินนี้ถูกพลิกบางส่วนใน พ.ศ. 2547 เป็นผลให้อันวาร์ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ ผู้เขียนหนังสือดั้งเดิมเสียชีวิตใน พ.ศ. 2548 ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แต่ไม่ก่อนหน้าที่ศาลสูงจะพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานหมิ่นประมาทและต้องจ่ายค่าชดเชยแก่อันวาร์หลายล้านริงกิต[6] ศาลสหพันธ์พิพากษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553 ว่า การที่มหาเธร์ปลดอันวาร์จากตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของเขาชอบตามรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย หมายความว่า อันวาร์ล้มเหลวในการต่อสู้คัดค้านการปลดเขาออกจากตำแหน่ง[7][8][9]

ข้อกล่าวหาการร่วมเพศทางทวารหนักแก้ไข

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เว็บท่าข่าวออนไลน์มาเลเซียกินีรายงานว่า ผู้ร่วมงานของอันวาร์ อิบราฮิมฟ้องรายงานตำรวจโดยอ้างว่า เขาถูกอันวาร์ร่วมเพศทางทวารหนัก[10] อันวาร์กล่าวว่า โทษจำคุกจากข้อหานี้ที่เป็นไปได้นั้นอาจถูกมองได้ว่าเป็นความพยายามปลดเขาจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหลังเขาได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นและชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขายังยืนยันความบริสุทธิ์ของตนอีกและอ้างหลักฐานในแบบรายงานการแพทย์ด้วย[11]

ศาลตัดสินยกฟ้องในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 เกือบสองปีหลังการพิจารณาเริ่มขึ้น ซึ่งผู้พิพากษาเห็นว่าหลักฐานดีเอ็นเอที่อัยการส่งมานั้นเชื่อถือไม่ได้ และยกฟ้องอันวาร์[12]

สองปีให้หลัง ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสินปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ทำให้อันวาร์ถูกตัดสินจำคุกห้าปี แต่ยังได้ประกันตัวระหว่างเขาอุทธรณ์คำตัดสินของคณะลูกขุน ฮิวแมนไรท์วอตช์และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์ระหว่างประเทศกล่าวหารัฐบาลมาเลเซียว่าแทรกแซงในประเด็นตุลาการนี้[13] วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ศาลกลางมาเลเซียสนับสนุนคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และยืนยันโทษจำคุกห้าปี[14]

อ้างอิงแก้ไข

  1. *"Anwar Ibrahim found not guilty of sodomy". Aljazeera. 9 January 2012. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012.
  2. "Judge gives reasons for ruling in favour of Anwar". Daily Express. UK. 26 January 2005. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-21. สืบค้นเมื่อ 3 February 2010.
  3. Hartcher, Peter (23 February 2010). "Outdated political thuggery embarrasses Malaysia". The Sydney Morning Herald.
  4. "Apology ends Anwar's suit over beating". nytimes.com. 4 August 2005. สืบค้นเมื่อ 11 January 2012.
  5. "Anwar vs Dr M: Two of three judges recuse themselves (Updated)". The Star. 1 March 2010. สืบค้นเมื่อ 1 March 2010.
  6. "What is RM100 million?". Malaysian Insider. 28 May 2009. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-15. สืบค้นเมื่อ 30 January 2010.
  7. "Court: Anwar's sacking from cabinet posts is valid". The Malay Mail. 8 March 2010. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-03-09. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010.
  8. "Anwar's Sacking From Cabinet Posts In 1998 Is Valid, Federal Court Rules". Bernama. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010.
  9. "Update Anwar's sacking was lawful, rules Federal Court". TheEdge. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010.
  10. "Aide alleges sodomy: Report lodged". Malaysiakini. Mkini Dotcom Sdn Bhd. 28 June 2008. สืบค้นเมื่อ 28 June 2008.
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ the-diplomat.com
  12. "Malaysia court finds Anwar Ibrahim not guilty of sodomy". BBC News Asia. 9 January 2011. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012.
  13. "Malaysia Judiciary Criticized Over Anwar Ibrahim Verdict". VOA. สืบค้นเมื่อ 10 February 2015.
  14. "ANWAR GUILTY". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-02-10. สืบค้นเมื่อ 10 February 2015.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข