สุลต่านมะฮ์มุด มูซัฟฟาร์ ชะฮ์

สุลต่านมะฮ์มุดที่ 4 มูซัฟฟาร์ ชะฮ์ (มลายู: Sultan Mahmud IV Muzaffar Shah; พ.ศ. 2366 – 7 สิงหาคม พ.ศ. 2407) เอกสารไทยเรียก มะหะหมุด หรือ มะหมุด เป็นสุลต่านแห่งเรียว-ลิงกา (หรือ สิงคา) แต่ภายหลังสุลต่านมะฮ์มุดถูกดัตช์ปลดออกจากตำแหน่ง พระองค์พยายามที่จะกลับคืนสู่บัลลังก์ด้วยการยึดครองอาณาจักรปะหังแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

มะฮ์มุด มูซัฟฟาร์ ชะฮ์
สุลต่านแห่งเรียว-ลิงกา
ครองราชย์พ.ศ. 2385–2400
ก่อนหน้าสุลต่านมุฮัมมัดที่ 2
ถัดไปสุลต่านซูไลมัน
ราชวงศ์เบินดาฮารา
พระบิดาสุลต่านมูฮัมมัดที่ 2 มูอัซซัม ชะฮ์
พระมารดาเติงกูเกิลซุม เลอบาร์ ปูติฮ์
ประสูติพ.ศ. 2366
กัวลาเตอเริงกานู รัฐสุลต่านตรังกานู
ถึงแก่กรรม7 สิงหาคม พ.ศ. 2407
ปากน้ำปะหัง อาณาจักรปะหัง
ศาสนาอิสลาม

พระประวัติแก้ไข

สุลต่านมะฮ์มุดที่ 4 มูซัฟฟาร์ ชะฮ์ เป็นพระราชโอรสในสุลต่านมูฮัมมัดที่ 2 มูอัซซัม ชะฮ์ ประสูติแต่เติงกูเกิลซุม เลอบาร์ ปูติฮ์ (หรือ ตนกูลีปอ) พระชายาพระองค์แรก และเป็นพระธิดาในสุลต่านอะฮ์มัด ชะฮ์แห่งตรังกานู (หรือ พระยาตรังกานูอามัด) สุลต่านมะฮ์มุดมีพระขนิษฐาพระองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงคือ เติงกูซาฟียะฮ์ (หรือ ตนกูสุเบีย) เป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[1][2]

สุลต่านมะฮ์มุดขึ้นเป็นผู้สำเร็จการใน พ.ศ. 2377 และฝ่ายดัตช์ตั้งมะฮ์มุดขึ้นเสวยราชสมบัติสืบพระบิดาใน พ.ศ. 2485 โดยได้รับการสนับสนุนจากสุลต่านโอมาร์ เรียยัต ชะฮ์แห่งตรังกานู (หรือ พระยาตรังกานูอุมา) ซึ่งเป็นเครือญาติ[3] ต่อมาสุลต่านมะฮ์มุดพยายามอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนรัฐปะหังและคุกคามชาวดัตช์ ด้วยเหตุนี้เขาถึงถูกปลดออกจากบัลลังก์ โดยทางดัตช์ให้เหตุผลว่าสุลต่านมะฮ์มุดไม่เอาใจใส่ในราชการ มีแต่เล่นและเที่ยวไกล ๆ อยู่บ่อย ๆ ครอบครัวของสุลต่านมะฮ์มุดกลับหมู่เกาะลิงกาไม่ได้ จึงย้ายครอบครัวไปที่สิงคโปร์ แล้วจึงย้ายไปอยู่รัฐปะหัง และตรังกานู[4] รัฐสุลต่านเรียว-ลิงกาจึงค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมดัตช์โดยสมบูรณ์ในเวลาต่อมา[5]

ในช่วงเวลานั้นอาณาจักรปะหัง เกิดการวิวาทกันระหว่างตุนมูตาฮีร์แห่งปะหัง (หรือ โต๊ะบันดาหรา) กับสุลต่านอะฮ์มัด มูอัซซัม (หรือ ชีหวันมะหมัด) สุลต่านมะฮ์มุดที่พยายามอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนปะหังอยู่แล้วจึงไปเข้าฝ่ายอะฮ์มัด มูอัซซัม[4] แล้วทูลขอพระกรุณาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้สนับสนุนตนขึ้นเป็นเจ้าเมืองปะหัง และจะเอาเมืองปะหังมาขึ้นกับกรุงเทพมหานครแทน แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิเสธ เพราะทรงมองว่าปะหังอยู่ในอารักขาของสหราชอาณาจักร และสยามกับสหราชอาณาจักรมีไมตรีสนิทสนมกันมานาน[3] สุลต่านมะฮ์มุดเข้ามาพำนักในกรุงเทพมหานครกับครอบครัว และเดินทางกลับไปตรังกานูเพื่อหวังจะไปยึดเมืองปะหัง ตุนมูตาฮีร์จึงส่งหนังสือฟ้องผู้ว่าการเมืองสิงคโปร์ว่าสุลต่านมะฮ์มุดและอะฮ์มัด มูอัซซัมจะยึดเมืองปะหัง ผู้ว่าการเมืองสิงคโปร์จึงส่งหนังสือไปสถานกงสุลอังกฤษที่กรุงเทพมหานคร เพราะเข้าใจว่าสยามส่งเรือรบไปช่วยสุลต่านมะฮ์มุด ทำให้เมืองปะหังรบพุ่งกัน แต่ทางการสยามปฏิเสธ สหราชอาณาจักรจึงส่งเรือรบไปยิงปืนใหญ่ใส่เมืองตรังกานูในวันที่ 11–17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2405 รวมกว่า 40 นัด เพื่อกดดันให้ฝ่ายตรังกานูส่งตัวสุลต่านมะฮ์มุดแก่สหราชอาณาจักร จนมีหญิงถูกลูกปืนตายหนึ่งคน[6] หลังจากนั้นวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2406 สุลต่านมะฮ์มุดพร้อมไพร่พล 78 คน ถูกนำตัวไปกรุงเทพมหานคร[7] แต่ก็ทรงปลอมตัวเป็นกะลาสีหนีไปเมืองสิงคโปร์เพื่อลอบเข้าเมืองปะหังเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2406[8]

สุลต่านมะฮ์มุดถึงแก่กรรมเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 8 ขึ้น 5 ค่ำ ตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2407 มีพิธีฝังตามธรรมเนียมอิสลามที่ปากน้ำปะหัง เอกสารไทยระบุว่าตายเพราะตรอมใจที่ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองปะหัง[9] ภายหลังพระยาตรังกานูซึ่งเป็นญาติส่งหนังสือเข้าไปยังกรุงเทพมหานคร ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำครอบครัวของสุลต่านมะฮ์มุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานครกลับคืน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็โปรดเกล้าพระราชทานให้ไป[10]

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗, หน้า 138
  2. อ่านสยามตามแอนนา, หน้า 303
  3. 3.0 3.1 พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 237
  4. 4.0 4.1 พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 236
  5. https://www.britannica.com/biography/Mahmud-Muzaffar-Shah
  6. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 280-282
  7. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 289
  8. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 300
  9. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 313
  10. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4, หน้า 314
บรรณานุกรม
  • กัลยา เกื้อตระกูล. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗. กรุงเทพฯ : ยิปซี, 2552. 288 หน้า. ISBN 978-611-7071-05-8
  • ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4. กรุงเทพฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006), 2563. 500 หน้า. ISBN 978-616-514-661-6
  • ลีโอโนเวนส์, แอนนา แฮร์เรียต (เขียน), สุภัตรา ภูมิประภาสและสุภิดา แก้วสุขสมบัติ (แปล). อ่านสยามตามแอนนา. กรุงเทพฯ : มติชน, 2562. 448 หน้า. ISBN 978-974-02-1660-5