สมเด็จพระราชินีอึนตอมบี พระราชชนนี

สมเด็จพระราชชนนีอึนตอมบี
Ntombi Tfwala 20160607.jpg
พระอิสริยยศสมเด็จพระราชชนนีแห่งเอสวาตินี
ราชวงศ์ดลามีนี (อภิเษกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพราว พ.ศ. 2493
พระราชสวามีสมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2
พระราชบุตรสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาติที่ 3

สมเด็จพระราชินีอึนตอมบี พระราชชนนี หรือพระนามาภิไธยเดิมว่า อึนตอมบี ตวาลา (อักษรโรมัน: Ntfombi Tfwala; ราว พ.ศ. 2493) เป็นพระราชชนนีหรือตามธรรมเนียมสวาซีจะเรียกว่า นางพญาช้าง (Ndlovukati) ในสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 แห่งเอสวาตีนี เป็นผู้ปกครองร่วมของเอสวาตินีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 และเคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระราชโอรสช่วงปี 2526–2529[1]

สองปีก่อนการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินีเจลีเว (Queen Dzeliwe) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนกว่าเจ้าชายมาคอเซตีเว (Prince Makhosetive) ซึ่งประสูติแต่สมเด็จพระราชินีอึนตอมบี (Ntombi) จะบรรลุนิติภาวะพระชันษา 21 ปีบริบูรณ์ แต่หนึ่งปีต่อมาสมเด็จพระราชินีอึนตอมบีได้ยึดอำนาจจากสมเด็จพระราชินีเจลีเว และจะตั้งให้สมเด็จพระราชินีอึนตอมบีมีพระอิสริยยศเป็นนางพญาช้าง[2] หลังจากนั้นสมเด็จพระราชินีเจลีเวทรงถูกกักบริเวณในพระตำหนักในปี 2526 เก้าวันต่อมาเจ้าชายซอซีซา ดลามีนี (Sozisa Dlamini) จึงปกครองสวาซิแลนด์ และทรงแต่งตั้งสมเด็จพระราชินีอึนตอมบีขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของเจ้าชายมาคอเซตีเว

สามปีต่อมาเจ้าชายมาคอเซตีเวที่มีพระชันษา 18 ปี ก็เสด็จขึ้นครองราชย์สถาปนาตนเองเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 (Mswati III) ได้แต่งตั้งสมเด็จพระราชินีอึนตอมบีเป็นพระราชชนนีหรือนางพญาช้างลำดับต่อมา แต่ก็ปกครองอาณาจักรร่วมกับพระมารดาในลักษณะพระมหากษัตริย์คู่จึงถึงปัจจุบัน[3] โดยให้เหตุผลว่าสมเด็จพระราชชนนีคือจิตวิญญาณและผู้นำแห่งรัฐ ส่วนองค์พระมหากษัตริย์ถือเป็นผู้บริหารประเทศ[4][5][6]

สมเด็จพระราชชนนีอึนตอมบีเป็นที่รู้จักแพร่หลายในโลกตะวันตก โดยพระองค์ถือเป็นหนึ่งในสามพระราชินีที่ครองราชย์อยู่ ได้แก่ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร[7]

อ้างอิงแก้ไข

  1. Genealogy
  2. Magongo, Ellen Mary. Kingship and Transition in Swaziland, 1973–1988. Master of Arts in History dissertation. University of South Africa. November 2009.
  3. นิติ ภวัครพันธุ์. สุกัญญา เบาเนิด. "วันชาติมอญ : ทบทวนแนวคิดมานุษยวิทยาเรื่อง "รัฐ"" รัฐจากมุมมองของชีวิตประจำวัน. กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน), 2551, หน้า 114
  4. Swaziland's 40th anniversary bash hits sour note
  5. "Key Facts about Swaziland". Television New Zealand. Reuters. 19 September 2008. สืบค้นเมื่อ 1 November 2011.
  6. Swazi queen flies out after king falls ill
  7. Los Angeles Times. Muchnic, Suzanne. The Art Galleries: Downtown, articles.latimes.com; 20 December 1985.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข