เปิดเมนูหลัก

สมบัติ แก้วทิตย์ เป็นนักดนตรีชาวไทย มือกีตาร์และหัวหน้าวงดอนผีบิน วงดนตรีแนวแทรช เมทัล โดยนอกจากเล่นกีตาร์แล้วยังทำหน้าที่แต่งเนื้อร้องให้กับทางวง ซึ่งเนื้อเพลงที่สมบัติ แก้วทิตย์ แต่งให้กับวงดอนผีบินจะมีลักษณะคล้ายบทกวีที่ไพเราะ แต่ส่วนใหญ่จะถูกบรรเลงด้วยดนตรีที่หนักหน่วง และขับร้องออกมาแบบเดธเมทัล ในขณะเดียวกันเขาก็ได้แสดงความสามารถทางดนตรีออกมาในรูปแบบของเพลงบรรเลง (Instrumental) ที่มีอยู่ในทุกอัลบั้มของดอนผีบิน โดยสมบัติ แก้วทิตย์ เคยได้รับรางวัลสีสันอะวอร์ดส์ สาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม ร่วมกับวงดอนผีบิน 2 สมัยซ้อน ในพ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2542 จากเพลง Return To The Nature II ในอัลบั้ม สองฟากฝั่ง และเพลง ใดใดไร้ยืนยง ในอัลบั้มสัญญาณเยือน[1]

สมบัติ แก้วทิตย์
Sombatdonpheebin.jpg
สมบัติ แก้วทิตย์ ในงาน 20 ปี สืบ นาคะเสถียร ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2553
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริงสมบัติ แก้วทิตย์
เกิด1 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 (60 ปี)
ที่เกิดอำเภอท่าวังผา, จังหวัดน่าน
แนวเพลงแทรช เมทัล, เดธเมทัล, โพรเกรสซิฟร็อก
อาชีพนักดนตรี
เครื่องดนตรีกีตาร์
ช่วงปีพ.ศ. 2536 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้องดอนผีบิน
เว็บไซต์http://www.donpheebin.net
สมาชิกดอนผีบิน

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ออกแบบและวาดภาพปกอัลบั้มของดอนผีบินด้วยตนเองอีกด้วย

ปัจจุบันสมบัติ แก้วทิตย์ นอกจากจะเป็นนักดนตรีแล้ว ยังหันมาทำงานด้านศิลปะและงานอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมทั้งสอนศิลปะให้กับเยาวชนในจังหวัดน่าน[2]โดยเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ปลูกจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมโลก ภูสันตะวันลับฟ้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ในปี 2548 [3] โดยเรื่องราวในการทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กับงานศิลปะของเขาเคยถูกเผยแพร่ผ่านทางรายการ จุดชนวนความคิด ทางเนชั่นทีวี, รายการสารคดีปราชญ์เดินดิน ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี และ รายการคนไทยหัวใจไม่ท้อ ทางช่อง 5 นอกจากนี้ยังได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

โดยในปี 2558 สมบัติ แก้วทิตย์ ได้รับเลือกจากนิตยสาร สารคดี ให้เป็น 1 ใน 30 คน ในฐานะของ ผู้จุดประกายสีเขียว

ประวัติแก้ไข

สมบัติ แก้วทิตย์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ที่บ้านดอนตัน ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จบการศึกษาปริญญาตรีด้านศิลปกรรม จากมหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี จากนั้นรับราชการครู โดยสอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนบ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา ก่อนจะย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านน้ำโมงปางสา และโรงเรียนบ้านน้ำลักใต้

ดอนผีบินแก้ไข

ผลงานเพลงแก้ไข

  • โลกมืด (พ.ศ. 2536)
  • เส้นทางสายมรณะ (พ.ศ. 2537)
  • อุบาทว์-อุบัติ (พ.ศ. 2539)
  • สองฟากฝั่ง (พ.ศ. 2540)
  • สัญญาณเยือน (พ.ศ. 2543)
  • ปรากฏการณ์-ปรากฏกาย (พ.ศ. 2545)
  • แดนดินทิพย์ :Utopia-Part 1 (พ.ศ. 2556)
  • Return To The Nature (พ.ศ. 2556)
  • แสงสองสู่พันธนาการ :Utopia-Part 2 (พ.ศ. 2559)

อ้างอิงแก้ไข