รอยัลดัตช์เชลล์

รอยัลดัตช์เชลล์ (Royal Dutch Shell) หรือ เชลล์ เป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติ สัญชาติดัตช์และอังกฤษ ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปิโตรเลียม รวมไปถึงธุรกิจพลังงานทดแทน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1907 จากการควบรวมกิจการของบริษัท รอยัลดัตช์ปิโตรเลียม สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และบริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง สัญชาติอังกฤษ [1] รอยัลดัตช์เชลล์ เป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกเมื่อวัดจากขนาดรายได้ในปี ค.ศ. 2018 และนับว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป[2]

สำนักงานใหญ่ รอยัลดัตช์เชลล์ ที่กรุงเฮก
สำนักงานใหญ่ บริษัทน้ำมันเชลล์ ที่ฮูสตัน

รอยัลดัตช์เชลล์ทำธุรกิจในอุตสาหกรรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจ การผลิต การกลั่น การขนส่ง การตลาด ปิโตรเคมี การสร้างพลังงาน และการค้า และยังมีธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ[3] พลังงานลม[4] และพลังงานไฮโดรเจน[5]อีกด้วย บริษัทเชลล์มีเครือข่ายธุรกิจในกว่า 70 ประเทศ ผลิตน้ำมันราว 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีสถานีน้ำมันกว่า 44,000 แห่งทั่วโลก โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2014 เชลล์มีปริมาณน้ำมันสำรองราว 13.7 พันล้านบาร์เรล[6][7] บริษัทน้ำมันเชลล์ (Shell Oil Company) เป็นบริษัทลูกของรอยัลดัตช์เชลล์ที่ทำตลาดเฉพาะในสหรัฐอเมริกา [8] เป็นธุรกิจที่สำคัญของบริษัท

ประวัติแก้ไข

จุดเริ่มต้นแก้ไข

บริษัทรอยัลดัตช์ปิโตรเลียม (ดัตช์: Koninklijke Nederlandse Petroleum Maatschappij) เป็นบริษัทของเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1890 เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำมันในจังหวัดสุมาตราเหนือของประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน[9] ส่วนบริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง (อังกฤษ: Shell Transport and Trading Company) เป็นบริษัทของอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1897 โดยมาร์คัส ซามูเอล และซามูเอล ซามูเอล ผู้ต่อยอดกิจการของครอบครัวในลอนดอน[10]มาสู่ธุรกิจนำเข้าและขายหอยทะเล จึงได้ใช้ชื่อ "เชลล์" นับตั้งแต่นั้นมา[11]

จากนั้น บริษัททั้งสองได้รวมตัวกันเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1907 เพื่อแข่งขันในตลาดน้ำมันของโลก[12] โดยบริษัทฝั่งเนเธอร์แลนด์มีกรรมสิทธิ์ร้อยละ 60 ดูแลในส่วนของการขุดเจาะและการกลั่น[13] ส่วนฝั่งอังกฤษมีกรรมสิทธิ์ร้อยละ 40 ดูแลในส่วนของการจัดเก็บและขนส่ง[14]

ศตวรรษที่ 20แก้ไข

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เชลล์เป็นผู้ป้อนน้ำมันให้กับกองทัพนอกประเทศ กองทัพอากาศ และกองเรือของอังกฤษ[15]

เชลล์เข้าควบรวมกิจการขอบริษัทเม็กซิกันอีเกิลปิโตรเลียม ในปี ค.ศ. 1919 และก่อตั้งเป็นบริษัทเชลล์-เม็กซ์จำกัด ดำเนินธุรกิจในสหราชอาณาจักรในชื่อ "เชลล์" และ "อีเกิล" ในปี ค.ศ. 1921 จากนั้นได้ก่อตั้งบริษัทเชลล์เคมิคอลในปี ค.ศ. 1929 และเติบโตขึ้นมาเป็นบริษัทน้ำมันผู้นำของโลกในช่วงปลายทศวรรษ ผลิตน้ำมันดิบราวร้อยละ 11 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก และมีเรือบรรทุกน้ำมันราวร้อยละ 10 ของจำนวนเรือทั่วโลก[15]

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั่วโลก เชลล์-เม็กซ์ได้รวมแผนงานการตลาดในอังกฤษเข้ากับบริติชปิโตรเลียมและตั้งเป็นบริษัทเชลล์-เม็กซ์และบีพีเมื่อปี ค.ศ. 1932 ดำเนินการค้าน้ำมันด้วยกันจนถึงปี ค.ศ. 1975

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีเข้ายึดครองเนเธอร์แลนด์ บริษัทได้ย้ายอาคารสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ไปอยู่ที่กือราเซา ส่วนสำนักงานใหญ่ในกรุงโคเปนเฮเกนถูกยึดโดยตำรวจลับเกสตาโพของนาซีเยอรมนี จึงถูกโจมตีอย่างหนักจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพอังกฤษ[16]

เชลล์เป็นบริษัทแรกในเนเธอร์แลนด์ที่ซื้อและใช้คอมพิวเตอร์ในองค์กรเมื่อปี ค.ศ. 1952 คอมพิวเตอร์มีชื่อว่า แฟร์รันตี มาร์ก 1 ใช้ในหน่วยงานวิจัยที่อัมสเตอร์ดัม ต่อมาเชลล์เข้าซื้อกิจการของบิลลิตัน บริษัทเหมืองในปี ค.ศ. 1970 แต่ได้ขายออกไปในปี ค.ศ. 1994[17]

ศตวรรษที่ 21แก้ไข

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 บริษัทเชลล์ประกาศว่าจะสร้างระบบทุนเดียวจึงได้ตั้งบริษัทแม่ในนาม บริษัทรอยัลดัตช์เชลล์จำกัด(มหาชน)ขึ้นเพื่อถือหุ้นของบริษัท โดยเข้าตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและอัมสเตอร์ดัม ส่วนอาคารสำนักงานใหญ่แผนกภาษียังอยู่ที่เดอะเฮก สำนักธุรการอยู่ที่ลอนดอน การรวมบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2005 โดยเจ้าของเดิมได้ถือครองหุ้นตามสัดส่วนที่มีอยู่เดิม

วิวัฒนาการของโลโกบริษัทแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Royal Dutch Shell: History Archived 11 October 2008 at the Wayback Machine.
  2. "2018 Shell Financial Statements" (PDF). Shell plc. Archived from the original (PDF) on 3 February 2019. สืบค้นเมื่อ 6 February 2019.
  3. Webb, Tim (17 March 2009). "Shell dumps wind, solar and hydro power in favour of biofuels". The Guardian. London. Archived from the original on 4 November 2013. สืบค้นเมื่อ 17 March 2013.
  4. "Wind". shell.com. Archived from the original on 24 March 2015. สืบค้นเมื่อ 21 March 2015.
  5. "hydrogen". LinkedIN. 7 August 2017. Archived from the original on 15 June 2018. สืบค้นเมื่อ 7 August 2017.
  6. "Shell at a glance". Royal Dutch Shell plc. Archived from the original on 29 August 2010. สืบค้นเมื่อ 30 August 2010.
  7. "8 Apr 2015 – Recommended Cash and Share Offer Announcement" (PDF). Royal Dutch Shell plc. Archived from the original (PDF) on 30 October 2016. สืบค้นเมื่อ 29 October 2016.
  8. "Exploration & Production in the United States". Royal Dutch Shell plc. สืบค้นเมื่อ 30 August 2010.
  9. Merrillees 2015, p. 60.
  10. Mark Forsyth (2011). The Etymologicon: A Circular Stroll through the Hidden Connections of the English Language. Icon Books. p. 140. ISBN 978-1-84831-319-4. Archived from the original on 28 January 2016. สืบค้นเมื่อ 14 November 2015.
  11. "The beginnings". shell.com. Archived from the original on 31 March 2015. สืบค้นเมื่อ 21 March 2015.
  12. Fred Aftalion (2001). A History of the International Chemical Industry. Chemical Heritage Foundation. p. 142. ISBN 978-0-941901-29-1. Archived from the original on 28 January 2016. สืบค้นเมื่อ 14 November 2015.
  13. F. C. Gerretson (1953). History of the Royal Dutch. Brill Archive. p. 346. GGKEY:NNJNHTLUZKG.
  14. F. C. Gerretson (1953). History of the Royal Dutch. Brill Archive. p. 346. GGKEY:NNJNHTLUZKG. Archived from the original on 28 January 2016. สืบค้นเมื่อ 14 November 2015.
  15. 15.0 15.1 "The early 20th century". shell.com. Archived from the original on 31 March 2015. สืบค้นเมื่อ 21 March 2015.
  16. Velschow, Klaus. "The Bombing of the Shellhus on March 21, 1945". milhist.dk. Archived from the original on 10 April 2014. สืบค้นเมื่อ 21 April 2015.
  17. "Analysis: Cash bounty lures miners into risky empire-building". Reuters. 27 September 2010. Archived from the original on 19 June 2013. สืบค้นเมื่อ 22 April 2011.

บรรณานุกรมแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

  วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ รอยัลดัตช์เชลล์