เปิดเมนูหลัก

มาร์วิน เพนต์ซ เกย์ จูเนียร์ (อังกฤษ: Marvin Pentz Gaye, Jr.) [1] (2 เมษายน ค.ศ. 1939 - 1 เมษายน ค.ศ. 1984) เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ชาวอเมริกัน สามารถเล่นดนตรีได้หลายประเภทอย่างเช่น กลอง เปียโน เขามีเสียงร้อง 3 อ็อกเทฟ[2] เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นสมาชิกวงแนวดู-ว็อป ที่ชื่อ เดอะ มูนโกลว์ส ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 จากนั้นออกผลงานเดี่ยวหลังจากวงแตกในปี 1960 เขาเซ็นสัญญากับค่ายโมทาวน์ ร่วมกับแทมรา หลังจากนั้น เกย์ติดอันดับศิลปินเดี่ยวขายดีที่สุดของค่ายในช่วงทศวรรษ 1960

มาร์วิน เกย์
Marvin Gaye
Marvin Gaye (1973).png
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริงมาร์วิน เพนต์ซ เกย์ จูเนียร์[1]
ชื่ออื่น"เจ้าชายแห่งโมทาวน์"
เกิด2 เมษายน ค.ศ. 1939(1939-04-02)
วันที่เสียชีวิต1 เมษายน ค.ศ. 1984 (44 ปี)
แนวเพลงดนตรีโซล, โมทาวน์, ฟังก์, อาร์แอนด์บี, ร็อกแอนด์โรล, ดู-ว็อป, ไควเอ็ตสตรอม, ไซเคเดลิกโซล, ป็อป
อาชีพนักร้อง, นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์
เครื่องดนตรีเปียโน, กลอง, เครื่องสังเคราะห์เสียง
ช่วงปี1958–1984
ค่ายเพลงMotown (Tamla-Motown), Columbia
ส่วนเกี่ยวข้องThe Moonglows, Martha and the Vandellas, Tammi Terrell, The Originals, Mary Wells, Kim Weston, Diana Ross, Harvey Fuqua

ในฐานะศิลปินเดี่ยวเขามีเพลงฮิตอย่างเช่น "How Sweet It Is (To Be Loved by You) ", "Ain't That Peculiar", "I Heard It Through the Grapevine" และซิงเกิ้ลร้องคู่กับนักร้องหลายคนอย่าง แมรี เวลส์ และ แทมมี เทอร์เรลล์ เขาได้รับฉายาว่าเป็น "เจ้าชายแห่งโมทาวน์"[3] และ "เจ้าชายแห่งโซล"[4]

แต่ด้วยกระบวนการ ขั้นตอนของค่ายเพลงโมทาวน์ ที่จะแยกนักร้องและนักเขียนเพลงออกจากกันอย่างชัดเจน[5] แต่เกย์ก็พิสูจน์ในอัลบั้มของเขาที่ชื่อ What's Going On (1971) และ Let's Get It On (1973) ที่เขาแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถผลิตผลงานเพลงเองได้โดยปราศจากกระบวนการแบบเดิมของค่าย ซึ่งก็เป็นอิทธิพลให้ศิลปินรุ่นหลังในค่ายอย่าง สตีวี วันเดอร์[6] และ ไมเคิล แจ็กสัน[7]

ในช่วงกลางยุคทศวรรษ 1970 ผลงานของเขา รวมถึงอัลบั้ม Let's Get It On และ I Want You เป็นอัลบั้มที่สร้างอิทธิพลให้กับเพลงแนวไควเอ็ตสตรอม, เพลงเออร์เบิร์นร่วมสมัย และแนวเพลงจำพวกสโลว์แจม หลังจากนั้นเขาเนรเทศตัวเองออกไปสู่ตลาดยุโรปในช่วงปลายยุค 1970 ถึงกระนั้นเขาก็กลับมาอเมริกาในปี 1982 และได้รับรางวัลแกรมมี่กับเพลง "Sexual Healing" และออกผลงานชุด Midnight Love

มาร์วิน เกย์ เสียชีวิตด้วยกระสุนปืนจากน้ำมือของพ่อเขาเอง หลังจากทั้งคู่มีปากเสียงกัน เมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1984 เพียงหนึ่งวันก่อนที่เกย์จะมีอายุครบ 45 ปี

ชื่อของมาร์วิน เกย์ ได้รับการจัดอยู่ในร็อกแอนด์โรลฮอลล์ออฟเฟม ในปี 1987 ต่อมาในปี 2008 นิตยสารโรลลิงสโตน จัดอันดับให้ มาวินเกย์ ติดอยู่อันดับที่ 1ของนักร้องที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาล[8] และยังติดอันดับ 18 ของการจัดอันดับ 100 ศิลปินที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาล[9]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Simmonds, Jeremy (2008). The Encyclopedia of Dead Rock Stars: Heroin, Handguns, and Ham Sandwiches. Chicago Review Press. p. 190. ISBN 1-556-52754-3.
  2. Billboard: Marvin Gaye
  3. Edmonds, Ben (2003). What's Going On?: Marvin Gaye and the Last Days of the Motown Sound. Canongate U.S. p. 12. ISBN 184-195314-8.
  4. Ritz, David (1991). Divided Soul: The Life of Marvin Gaye. Da Capo Press. ISBN 9780306804434.
  5. Garofalo, pgs. 261–262
  6. "Marvin Gaye - Singer/Songwriter". BBC - h2g2. 2007-06-05. สืบค้นเมื่อ 2008-08-23. Check date values in: |date= (help)
  7. "Marvin Gaye's talent lives on in his musical accomplishments". สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  8. Rolling Stone: 100 Greatest Singers Of All Time, Page 6
  9. Rolling Stone: The Immortals, The first 50