พูดคุย:เทศบาลนครสมุทรสาคร

เพิ่มหัวข้อ
การอภิปรายที่ยังไม่จบ
PortalTH onlylogo.png เทศบาลนครสมุทรสาคร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิกิประเทศไทยและสถานีย่อย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศไทย ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในโครงการนี้ได้ด้วยการช่วยกันพัฒนาบทความ เทศบาลนครสมุทรสาคร หรือแวะไปที่หน้าโครงการหรือหน้าสถานีย่อยเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
 โครง  บทความนี้อยู่ที่ระดับโครง ตามการจัดระดับการเขียนบทความ

มีพื้นที่ 10.33 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 3ตำบล (ตำบลมหาชัย ตำบลโกรกกราก และตำบลท่าฉลอม) มีชุมชนในเขตพื้นที่จำนวน 32ชุมชน และ มีตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย 18มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสุขาภิบาลท่าฉลอม

titinune@yahoo.com --ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย 58.147.48.195 (พูดคุย | ตรวจ) 09:38, 11 กุมภาพันธ์ 2551 (ICT)


ข้อมูลเผยแพร่จากเทศบาลนครสมุทรสาคร [1]

http://www.nakornsakhon.com/aaa.JPG [[2]]

หมายเหตุ คำบางคำที่เป็นคำพูดเป็นภาษาไทยฉบับเก่า


จากสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย…สู่เทศบาลนครสมุทรสาคร

             กำเนิดการปกครองในรูปแบบสุขาภิบาล
               ในปี  ร.ศ.๑๑๖  (พ.ศ.๒๔๔๐)  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  ให้ประกาศใช้  “พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพ ฯ  ร.ศ.๑๑๖“  ขึ้น จากการที่ทรงมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานการปกครองในประเทศพม่า มลายู และยุโรป และได้เริ่มทำการทดลองเพื่อเป็นการศึกษาในกรุงเทพ ฯโดยสุขาภิบาลนี้ ในชั้นต้นมีหน้าที่ “…ทำลายขยะมูลฝอย  การจัดเก็บที่ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะของประชาชนทั่วไปจัดการห้ามต่อไปในภายหน้า  อย่าให้ปลูกสร้างหรือซ่อมโรงเรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดโรค  ขนย้ายสิ่งของโสโครกแลสิ่งรำคาญของมหาชนให้พ้นไปเสีย” 
               การบริหารงานของสุขาภิบาลกรุงเทพ ฯ นี้    ดำเนินการโดยข้าราชการทั้งหมดประกอบด้วยกรมสุขาภิบาล สังกัดกระทรวงนครบาลเป็นเจ้าหน้าที่โดยใช้วิธีประชุมเป็นคราวๆไปและเมื่อพิจารณารูปแบบการปกครองแล้วจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าสุขาภิบาลกรุงเท ฯ เป็นการปกครองท้องถิ่น  เนื่องจากประชาชนมิได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด  เป็นการดำเนินการโดยข้าราชการทั้งหมดและใช้จ่ายจากงบประมาณส่วนกลาง 

มูลเหตุแห่งการเกิดสุขาภิบาลท่าฉลอม

               ต่อมาเมื่อวันที่  ๓๐  กรกฎาคม  ร.ศ.  ๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗)     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสตำบลพระประแดง        ซึ่งในขณะนั้นยังมีฐานะเป็นเมืองนครเขื่อนขันฑ์  ได้ทรงพบสภาพพื้นที่บริเวณเมืองเลอะเทอะเฉอะแฉะด้วยโคลนตม  มีกลิ่นเหม็นอับไม่ต้องด้วยสุขภาพ  พอรุ่งขึ้นเสด็จออกประชุมเสนาบดี  ทรงเล่าให้ที่ประชุมเสนาบดีฟังว่า  ได้ทรงเห็นถนนและตลาดเมืองนครเขื่อนขันฑ์สกปรกโสโครก ทรงกล่าวว่า “สกปรกเหมือนตลาดท่าจีน” ขณะนั้นเมืองนครเขื่อนขันฑ์ขึ้นอยู่กับกระทรวงนครบาล ส่วนตลาดท่าจีนที่ทรงกล่าวถึง คือตลาดท่าฉลอม  เมืองสมุทรสาคร ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย มีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพดำรงตำแหน่งเสนาบดี 
               สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงละอายพระทัยมาก     วันรุ่งขึ้นหลังจากประชุมเสนาบดีสภา  คือ วันที่  ๒  สิงหาคม  ร.ศ.  ๑๒๓     ได้ทรงมีตราพระราชสีห์น้อยที่  ๒๐/๓๙๙๐  ถึงพระยาพิไชยสุนทร  ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาคร  มีความตอนหนึ่งว่า “ฉันนั่งอยู่ในที่ประชุม  รู้สึกละอายใจมาก  ที่เมืองนครเขื่อนขันฑ์จะสกปรกหรือสะอาดก็ไม่ใช่ธุระของเรา แต่ความสกปรกของตลาดท่าจีนซึ่งสกปรกจริง  สำหรับเป็นที่ยกตัวอย่างเทียบที่อื่นที่ไม่พอพระราชหฤทัยเช่นนี้  ก็เสมอกริ้วตลาดท่าจีนด้วยเหมือนกัน การเป็นดังนี้จึงรู้สึกร้อนใจมากเห็นว่าถ้าไม่คิดอ่านปัดกวาดจัดถนนในตลาดท่าจีนให้หายโสโครกแล้ว  จะเสียชื่อตั้งแต่ตัวฉัน  ตลอดจนผู้ว่าราชการเมือง  และกำนันผู้ใหญ่บ้านในตลาดท่าจีน  ซึ่งเป็นคนดี ๆ ที่ฉันรู้จักแทบทุกคน  ถ้าตลาดท่าจีนยังสกปรกอยู่อย่างนั้น  แม้ปีนี้เสด็จอีก  เห็นจะไม่เสด็จตลาด  จะให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในที่นั้นเฝ้าเห็นจะไม่ได้ฉันมีความร้อนใจอย่างนี้    จึงได้มีตราฉบับนี้มายังพระยาพิไชยสุนทร      เมื่อรับตราฉบับนี้แล้วขอให้เรียกกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ตลาดท่าจีนมาประชุม  อ่านตราฉบับนี้ให้ฟัง  และปรึกษากันดูว่าควรจะทำอย่างไร      อย่าให้พระเจ้าอยู่หัวทรงติเตียนได้….” 
               พระยาพิไชยสุนทร  ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาคร  กราบทูลตอบว่า  “….ที่ข้าพระพุทธเจ้าไปเป็นผู้ว่าราชการเมืองมิได้จัดทำให้สะอาด  ทิ้งไว้จนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวติเตียนดังนี้  พระราชอาญาไม่พ้นเกล้า…”  และทูลเสนอปฏิบัติว่าจะซื้ออิฐถนนตลาดท่าจีนหรือท่าฉลอมให้ตลอดทั้งสาย  ให้หายสกปรก  เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จออกที่ประชุมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย  จะกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ  ทรงมีรับสั่งว่า  “สำเร็จเมื่อไรจะออกไปดู” 
               ในเดือนมกราคม ร.ศ. ๑๒๔ พระยาพิไชยสุนทร  ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาคร  ได้รับดำเนินการปรับปรุงถนน  โดยชักชวนพ่อค้าประชาชนในตำบลท่าฉลอม  ร่วมกันสละเงินนำมาปรับปรุงตลาดท่าฉลอมให้สะอาด  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ได้เสด็จออกตรวจดูการดำเนินงานก่อสร้างถนน  ในวันที่  ๑๓  กุมภาพันธ์  ร.ศ.๑๒๔  ทรงทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า  ถนนสายนี้ข้าราชการและพ่อค้าประชาชนได้เรี่ยไรกันเป็นเงินถึง  ๕,๔๗๒  บาท  ทำถนนปูอิฐกว้าง  ๒  วา  ยาว  ๑๑  เส้น  ๑๔  วา  พร้อมด้วยสะพานข้ามคลอง  ๓  แห่ง ทำให้องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยทรงเกิดความคิดว่า  ถนนสายนี้ราษฎรได้ลงทุนเสียสละเงินเป็นจำนวนมาก  หากไม่มีแผนรองรับการซ่อมแซมไว้ให้ดีแล้วก็อาจชำรุดเสียหายไปอย่างน่าเสียดาย จึงทรงเป็นโอกาสดีที่จะใช้ภาษีโรงร้านให้เป็นภาษีสำหรับสุขาภิบาล  จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานเงินภาษีโรงร้านในตลาดท่าฉลอมมาใช้ทำนุบำรุงท้องที่ในกิจการ  ๓  ประเภท  คือซ่อมและบำรุงถนนหนทาง  จุดโคมไฟให้มีแสงสว่างในเวลาค่ำคืนตลอดถนนทั้งสาย จัดจ้างคนงานเก็บขยะมูลฝอย  ของโสโครกต่าง ๆ ในตำบลนั้นไปเททิ้งที่อื่น --ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย 58.147.48.195 (พูดคุย | ตรวจ) 09:43, 11 กุมภาพันธ์ 2551 (ICT)

ทางฝ่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็เห็นด้วยที่จะจัดตั้งสุขาภิบาลขึ้น ซึ่งจากการสำรวจงบประมาณจากภาษีโรงร้านที่เก็บได้ทั้งปี เป็นเงิน ๑,๒๒๖ บาท ๔ อัฐ ต่อมาพระยาจ่าแสนบดีได้ออกไปราชการที่เมืองสมุทรสาคร ตามรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพื่อประชุมปรึกษาหารือกับพ่อค้าประชาชนและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ในวันที่ ๑ มีนาคม ร.ศ.๑๒๔ ตกลงกันว่า


          ๑.  จะทำการจุดโคมไฟโดยใช้โคมไฟกระจกสี่เหลี่ยมแขวนกลางถนน  ระยะห่าง  ๑๐  วาต่อโคม  ๑  จุด  รวม  ๗๐  จุด  โคมนี้ใช้น้ำมันถั่วเป็นเชื้อเพลิง  โดยมีลูกจ้างคอยเติมน้ำมันจุดตะเกียง  ๒   คน  รวมเงินค่าใช้จ่ายทุกชนิ  ๑,๓๔๐  บาท  ๒๐  อัฐ
          ๒.  การรักษาความสะอาดโดยจ้างกวาดเทขยะมูลฝอย  ๒  คน  ทำการเก็บขยะมูลฝอยจากคอกที่ใช้ไม้รวกกั้นไส้ปิดป้ายบอกให้ราษฎรรู้ว่าเป็นที่ทิ้งขยะ  ขอให้เทขยะมูลฝอยในคอกนี้แล้วจึงให้คนงานขนไปเททิ้งที่อื่น  เมื่อต่อไปมีเงินเหลือจึงจัดทำถังผง (ถังขยะ)  ในภายหลังการทำคอกนั้น  พระยาพิไชยสุนทรเจ้าเมืองรับจะทำให้  รวมเงินที่ต้องจ่าย  ๔๘๐  บาท
          ๓.  การบำรุงรักษาถนนและสะพานที่สร้างไว้ประมาณการคร่าว ๆ ว่า  ปีละ  ๑๐๐  บาท   เป็นสำรองจ่าย ค่าใช้จ่ายทั้งสามรายการจึง   ตกปีละ  ๑,๙๒๐  บาท  ๒๐  อัฐ  ซึ่งที่ประชุมตกลงกันเป็นมติเอกฉันท์ว่า  ควรเก็บภาษีโรงร้าน  ปีหนึ่งห้องละ  ๓  บาท  ส่วนโรงเรือนใดที่ไม่ได้ขายหรือเก็บสินค้าให้เสียห้องละ  ๖  สลึง  ซึ่งปีหนึ่งจะเก็บได้  ๑,๙๒๙  บาท  เมื่อหักรายจ่ายแล้วคงเหลืออยู่  ๘  บาท  ๔๔  อัฐ


               ภาษีโรงร้านนี้จะให้พนักงานเก็บให้ โดยกำนันผู้ใหญ่บ้านขอให้เก็บรักษาไว้ในคลังเมืองเมื่อจะใช้คราวใด  กำนันจะเป็นผู้ไปเบิกจ่ายในกิจการของสุขาภิบาลเมื่อดูท่าทีว่าจะไปได้ดีแน่  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “..ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้า ว่า การลงรูปเข้าทีมากควรจะลงมือจัดการสุขาภิบาลที่ท่าฉลอมนี้ได้  ถ้าจัดได้สำเร็จ  แล้วจะจัดต่อไปที่อื่นอีกก็จะง่ายขึ้นมาก สำคัญอยู่ที่ให้ราษฎรเข้าใจและมีความนิยมในประโยชน์ของการสุขาภิบาล ถ้าจัดสำเร็จได้ทั่วไป  ก็จะเป็นอันทำการสำคัญสำหรับพระราชอาณาจักรสำเร็จได้อีกอย่างหนึ่ง  แลเป็นอันทำการแก้ไขความขัดข้องเรื่องภาษีโรงร้านได้เป็นอย่างดีด้วย..” 


               ข้อเสนอในการใช้ใช้ภาษีโรงร้านนี้ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่  ๙  มีนาคม  ร.ศ.๑๒๔  และในวันอาทิตย์  แรม  ๙  ค่ำ  เดือน  ๔  ปีมะเส็ง  คือวันที่  ๑๘  มีนาคม  ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จพระราชดำเนินออกไปเมืองสมุทรสาคร  โดยทางรถไฟเพื่อที่จะทอดพระเนตรถนนซึ่ง

ราษฎรได้สร้างเสร็จแล้ว พระยาพิไชยสุนทร ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาครกราบบังคมทูลขอให้ทรงเปิดถนน ความตอนหนึ่งว่า “…ถนนสายนี้ที่ได้สร้างเสร็จขึ้นก็เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายทราบว่าเป็นการชอบด้วยพระราชประสงค์ และเมื่อลงมือทำถนนสายนี้ก็พอประจวบเวลาเสด็จประพาสเมืองสมุทรสาคร ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานกระแสทรงอนุโมทนาให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายบังเกิดความปิติยินดีพร้อมเพรียงกันอุตสาหะทำถนนสายนี้จนสำเร็จ…”


               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบดังนี้  “…เรามีความพอใจที่ได้ทราบตามคำที่กล่าวบัดนี้  และได้เห็นแก่ตาว่าความประสงค์ของเราอย่างเดียว  แต่จะให้ประชาราษฎรของเราเป็นสุขทั่วหน้า  การที่ท่านทั้งหลายทำตามนี้  ไม่เฉพาะแต่จะได้ความพอใจของเรา  แต่จะเป็นความสุขสำราญและความสะดวกแก่ชนทั้งหลายด้วย  การที่รักษาถนนอันราษฎรทั้งหลายได้ออกทุนทำครั้งนี้  ถ้าจะทิ้งไว้คอยซ่อมเมื่อชำรุดมากก็จะเหมือนทำใหม่  และยังจะต้องรับความลำบากก่อนเวลาที่ได้ซ่อมไปช้านาน  เพราะฉะนั้นเราได้ยอมยกภาษีเรือ  โรงร้าน  เฉพาะตำบลนี้ให้เป็นเงินรักษาถนนให้สะอาดบริบูรณ์อยู่เสมอและจัดการให้เป็นที่สะอาดตามทุนที่จะทำได้  ให้ผู้ซึ่งอยู่ในท้องที่จัดการรักษาเอง  เมืองนี้เป็นผู้ที่ได้พยายามทำถนนโดยลำพังราษฎรในท้องที่เป็นครั้งแรกคงจะจัดการรักษาถนนตามที่อนุญาตให้ทำได้สำเร็จดีเป็นครั้งแรกเหมือนกัน  จะได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เมืองอื่นสืบไป  เราขอตั้งชื่อถนนนี้ว่า  “ถนนถวาย”  เราสั่งให้เปิดถนนนี้ให้มหาชนเดินไปมาเป็นสำเร็จ  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  ขอให้ถาวรมั่นคงเป็นประโยชน์ยืนยาว  และขอให้ชนทั้งหลายอันอยู่  ณ  ที่นี้  จงมีความสุข  สิริสวัสดิ์ทั่วกัน  เทอญ” 

ประกาศแก้ภาษีโรงร้าน จัดตั้งศุขาภิบาลตลาดท่าฉลอม เมืองสมุทรสาคร

               และในวันนั้นเอง พระองค์มีพระราชดำริว่า ประชาชนในตำบลท่าฉลอมเป็นผู้มีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างสูง สมควรทดลองให้โอกาสประชาชนในท้องที่นี้ได้ปกครองทำนุบำรุงท้องถิ่นกันเองแบบประชาธิปไตย จะยังให้เกิดผลดีแก่ท้องถิ่นนี้ยิ่งขึ้น พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแก้ภาษีโรงร้าน จัดตั้งสุขาภิบาลตลาดท่าฉลอม  เมืองสมุทรสาคร 


               จากการทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย  แบบสุขาภิบาลที่ตำบลท่าฉลอมได้ผลดีนำความสุข  ความสะดวกสบายมาสู่ประชาชนได้มาก  เป็นที่พอใจของประชาชน  จึงทรงพระราชดำริว่า  สมควรจะขยายไปจัดทำในที่อื่น ๆ บ้าง  จึงได้ทรงมีประกาศ  พระบรมราชโองการขยายเขตสุขาภิบาลตำบลท่าฉลอม  เป็นสุขาภิบาลเมืองสมุทรสาคร  เมื่อวันที่  ๙  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๔๕๙  โดยรวมตำบลมหาชัย  ตำบลท่าจีน  ตำบลบางหญ้าแพรก  และตำบลโกรกกราก  ในท้องที่อำเภอเดียวกันอยู่ในเขตสุขาภิบาลเมืองสมุทรสาคร  และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้จัดตั้งสุขาภิบาลในท้องที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไปด้วย  รวมทั้งสิ้น  ๓๕  แห่ง  และในวันที่  ๗  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๔๗๘  ได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศจัดตั้งเทศบาลเมืองสมุทรสาคร  โดยให้โอนทรัพย์สินตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของสุขาภิบาลเมืองสมุทรสาคร  เป็นของเทศบาลเมืองสมุทรสาคร

................... --ข้อความนี้ไม่ได้ลงชื่อ ซึ่งออกความเห็นโดยผู้ใช้ Titinune (พูดคุยหน้าที่เขียน) 10:12, 11 กุมภาพันธ์ 2551 (ICT)

รถเก็บขยะปล่อยนำเน่าลงพื้นถนนสกปกเหม็นมากแก้ไข

ขอให้นายกเทศมนตรีดูแลเรื่องรถขยะเวลาจอดเก็บถังขยะ คัดเลือกขยะ นำเน่าในรถก็จะใหลลงสู่พื้นถนนแล้วไม่มีการทำความสะอาด

             อยากขอร้องท่านสั่งการผู้ดูแลงานส่วนนี้ด้วย
                                                                                                                         
                                                                            ขอขอบคุณอย่างสูง --ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย 125.27.235.11 (พูดคุย | ตรวจ) 06:40, 16 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)
กลับไปที่หน้า "เทศบาลนครสมุทรสาคร"