ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ไรน์ฮาร์ท ไฮดริช"

เพิ่มขึ้น 7,055 ไบต์ ,  4 เดือนที่ผ่านมา
 
=== การรวบรวมกองกำลังตำรวจ ===
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1936 กองกำลังตำรวจทั้งหมดทั่วทั้งประเทศเยอรมนีได้มารวมตัวกัน ภายหลังจากฮิตเลอร์ได้แต่งตั้งฮิมเลอร์เป็นหัวหน้าตำรวจเยอรมัน ด้วยการแต่งตั้งครั้งนี้โดยฮิตเลอร์ ฮิมเลอร์ และผู้ช่วยของเขา ไฮดริช กลายเป็นชายสองคนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในการบริการบริหารปกครองภายในของเยอรมนี{{sfn|Reitlinger|1989|p=90}} ฮิมเลอร์ได้ทำการปรับปรุงตำรวจเสียใหม่โดยทันทีจนออกมาเป็นสองกลุ่ม: [[ออร์ดนุงส์โพลีทไซ]] (ตำรวจรักษาความสงบหรือเรียกว่า '''''ออร์โพ''''') ประกอบไปด้วยทั้งตำรวจเครื่องแบบประจำชาติและตำรวจเทศบาล และ[[ซิชเชอร์ไฮทซ์โพลีทไซ]] (ทบวงตำรวจความมั่นคงหรือเรียกว่า '''ซีโพ''') ประกอบไปด้วย Geheime Staatspolizei (ทบวงตำรวจลับของรัฐหรือเรียกว่า '''เกสตาโพ''') และ[[ครีมีนาลโพลีทไซ (นาซีเยอรมนี)|ครีมีนาลโพลีทไซ]] (ตำรวจอาชญากรรมหรือเรียกว่า '''ครีโพ'''){{sfn|Williams|2001|p=77}} ณ จุดนี้ ไฮดริชเป็นหัวหน้าของหน่วยซีโพและหน่วยเอ็สเด ส่วน[[ไฮน์ริช ฮิมเลอร์มึลเลอร์ (เกสตาโพ)|ไฮน์ริช มึลเลอร์]]เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยเกสตาโพ{{sfn|Weale|2010|p=132, 135}}
 
ไฮดริชได้รับมอบมายในความช่วยเหลือการจัด[[โอลิมปิกฤดูร้อน 1936|งานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 1936]] ในกรุงเบอร์ลิน งานแข่งขันดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมโฆษณาชวนเชื่อเป้าหมายของระบอบนาซี ทูตสันถวไมตรีได้ถูกส่งไปยังประเทศที่กำลังพิจารณาในการคว่ำบาตร การต่อต้านชาวยิวอย่างรุนแรงได้ถูกสั่งห้ามในช่วงเวลาดังกล่าว และร้านแผงขายหนังสือพิมพ์จำเป็นต้องหยุดนำเสนอสำเนาฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ชื่อว่า ''Der Stürmer''{{sfn|Calic|1985|p=157}}{{sfn|Kershaw|2008|pp=358–359}} สำหรับบทบาทของเขาในความสำเร็จของการแข่งขัน ไฮดริชได้รับปูนบำเหน็จด้วยเหรียญ ''Deutsches Olympiaehrenzeichen'' หรือ[[เครื่องอิสริยาภรณ์การแข่งขันโอลิมปิก]]แห่ง เยอรมัน (ชั้นที่ 1)<ref name="National Archives" />
 
ไฮดริชได้รับมอบมายในความช่วยเหลือการจัด[[โอลิมปิกฤดูร้อน 1936|งานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 1936]] ในกรุงเบอร์ลิน งานแข่งขันดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมโฆษณาชวนเชื่อเป้าหมายของระบอบนาซี
[[ไฟล์:Bundesarchiv_Bild_119-5243,_Wien,_Arthur_Seyß-Inquart,_Adolf_Hitler.jpg|left|thumb|[[อาร์ทัวร์ ไซส์-อินควาร์ท]], [[อดอล์ฟ ฮิตเลอร์]], [[ไฮน์ริช ฮิมเลอร์]], และไฮดริช ในกรุงเวียนนา มีนาคม ค.ศ. 1938 ]]
 
{{โครง-ส่วน}}
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1937 ไฮดริชได้ออกคำสั่งให้หน่วยเอ็สเดทำการรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ความคิดเห็นของประชาชนอย่างลับ ๆ และรายงานผลตอบกลับมาจากการสืบค้น{{sfn|Kitchen|1995|p=40}} จากนั้นเขาก็จะให้หน่วยเกสตาโพดำเนินการตรวจค้นบ้าน จับกุม และสอบปากคำ ด้วยเหตุนี้จึงถูกนำมาใช้ในการเข้าควบคุมความคิดเห็นของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ{{sfn|Delarue|2008|p=85}} ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1938 นายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรีย [[ควร์ท ชุชนิค]] ได้ต่อต้านข้อเสนอในการรวมผนวกประเทศกับเยอรมนีของฮิตเลอร์ ไฮดริชได้กดดันออสเตรียอย่างรุนแรงมากขึ้นด้วยการจัดกลุ่มผู้ประท้วงนาซีและเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อในกรุงเวียนนา โดยมุ่งเน้นไปที่สายเลือดเจอร์มานิกร่วมกันของทั้งสองประเทศ{{sfn|Blandford|2001|pp=135–137}} ในเหตุการณ์[[อันชลุส]] เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ฮิตเลอร์ได้ประกาศการผนวกรวมออสเตรียกับนาซีเยอรมนี{{sfn|Evans|2005|p=655}}
 
ในช่วงกลางปี ค.ศ. 1939 ไฮดริชได้ก่อตั้งมูลนิธิ Stiftung Nordhav เพื่อจัดหาอสังหารริมทรัพย์สำหรับหน่วยเอ็สเอ็สและตำรวจความมั่นคงเพื่อใช้เป็นบ้านรับรองและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ{{sfn|Lehrer|2000|p=55}} วันเซ วิลล่า ซึ่ง Stiftung Nordhav ได้รับมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1940{{sfn|Lehrer|2000|p=61–62}} เป็นที่ตั้งของ[[การประชุมที่วันเซ]] (20 มกราคม ค.ศ. 1942) ไฮดริชเป็นผู้นำบรรยาย โดยได้รับการสนับสนุนจาก[[อาด็อล์ฟ ไอช์มัน]] ณ วันเซ เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของนาซีได้วางแผนในการขับไล่เนรเทศและกำจัดชาวยิวทั้งหมดในดินแดนที่ถูกยึดครองโดยเยอรมันและประเทศที่ยังไม่ได้ถูกพิชิตเหล่านั้นอย่างเป็นทางการ{{sfn|Goldhagen|1996|p=158}} การกระทำครั้งนี้จะต้องประสางงานระหว่างตัวแทนจากหน่วยงานของรัฐนาซีที่ได้เข้าร่วมประชุม{{sfn|Kershaw|2008|p=696}}
 
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1939 หน่วยเอ็สเดและซีโพ–รวมทั้งเกสตาโพและตำรวจอาชญากรรม หรือครีโพ ซึ่งถูกรวมเข้ากันอยู่ใน[[กรมการใหญ่ความมั่นคงไรช์]] (Reichssicherheitshauptamt, RSHA) ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของไฮดริช{{sfn|Longerich|2012|pp=469, 470}} ชื่อตำแหน่งของหัวหน้าตำรวจความมั่นคงและเอ็สเด(Chef der Sicherheitspolizei und des SD หรือ CSSD) ได้ถูกมอบให้กับไฮดริช เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม{{sfn|Headland|1992|p=22}} ไฮดริชได้เข้ารับตำแหน่งประธานแห่งคณะกรรมาธิการตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ต่อมาภายหลังถูกเรียกว่า ตำรวจสากล) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1940{{sfn|Dederichs|2009|p=83}} และสำนักงานใหญ่ได้ถูกโยกย้ายไปยังกรุงเบอร์ลิน เขาได้รับเลื่อนยศตำแหน่งเป็น เอ็สเอ็ส-[[โอเบอร์กรุพเพินฟือเรอร์]] อุนด์ เกเนราล เดอ โพลีไซ เมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1941{{sfn|Dederichs|2009|p=12}}
 
=== การกวาดล้างกองทัพแดง ===
6,727

การแก้ไข