ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อำเภอวานรนิวาส"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
เมื่อประมาณ [[พ.ศ. 2378]] [[พระสุนทรราชวงษา]] เจ้าเมือง[[นครพนม]]ได้เสร็จราชการสงครามแล้ว จึงกลับเมือง[[ยโสธร]]ตามเดิม [[ท้าวจันโสม]]ซึ่งเป็น[[เพี้ย]] (ข้าราชการอีสานโบราณ) บ้านม่วงริมยาม ซึ่งคงจงรักภักดีต่อพระสุนทรราชวงษามาก ได้หาสมัครพรรคพวกได้ประมาณพันคนเศษตามพระสุนทรราชวงษา เจ้าเมืองยโสธร ไปตั้งครอบครัวที่บ้านกุดลิง แขวงเมืองยโสธร โดยคำว่า "กุด" หมายถึงลําน้ำที่ไหลไม่หยุด ส่วน "ลิง" หมายถึงต้นหูลิง (มิใช่มีลิงอยู่มาก)
 
ต่อมาท้าวจันโสมเห็นว่า บ้านกุดลิงคับแคบลําบากในการทํามาหากิน อีกทั้งและพระสุนทรราชวงษา (ท้าวฝ่าย) เจ้านาย อาจจะอสัญกรรมจึงหมดความผูกพัน อีกทั้งคิดถึงญาติที่พี่น้องชาวโย้ยเดิมที่บ้านม่วงริมยาม จึงได้อพยพกลับมาใกล้บริเวณเดิมที่บ้านท่าแร้ (ตําบลแร่ [[อําเภอพังโคนอำเภอพังโคน]]ในปัจจุบัน) และคงนําชื่อ "บ้านกุดลิง" ตามมา แต่แห้งแล้งอีก จึงอพยพมาอยู่บ้านชุมแสงหัวนา (บ้านและตําบลวานรนิวาสในปัจจุบัน) และยังคงใช้ชื่อบ้านกุดลิงเช่นเดิม
 
จนกระทั่ง[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] (รัชกาลที่ 4) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อเมืองสกลทวาปีของชาวย้อเป็น "[[สกลนคร|เมืองสกลนคร]]" เมื่อปี [[พ.ศ. 2381]] จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกบ้านกุดลิงของชาวโย้ยให้เป็นเมืองน้องของเมืองสกลนคร โดยมีชื่อคล้องจองกันว่า '''เมืองวานรนิวาส''' เมื่อวันจันทร์ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา ตรีศก จ.ศ. 1223 ตรงกับวันจันทร์ที่ [[6 กรกฎาคม]] [[พ.ศ. 2404]] และทรงตั้งท้าวจันโสมเป็นหลวงประชาราษฎร์รักษา (ฉิม ศรีถาพร) เป็นเจ้าเมืองคนแรก
123,602

การแก้ไข