ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ราชอาณาจักรกัสติยา"

(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
 
== ประวัติศาสตร์ ==
ชื่อ "กัสติยา" มีความหมายว่า "ดินแดนแห่งปราสาท" ซึ่งถูกใช้เป็นครั้งแรกในราวปี ค.ศ. 800 โดยใช้เรียกเขตเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ตรงตีนเทือกเขากันตาเบรียในตอนเหนือสุดของจังหวัดบูร์โกสในปัจจุบัน กัสติยาขยายอาณาเขตในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 แต่ยังคงเป็นเพียงกลุ่มก้อนของเคาน์ตีเล็กๆ ที่กษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรอัสตูเรียส|อัสตูเรียส]]และกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]เป็นผู้เลือกคนที่จะมาปกครอง จนกระทั่ง[[เฟร์นัน กอนซาเลส เคานต์แห่งกัสติยา|เฟร์นัน กอนซาเลส]] เคานต์แห่งกัสติยาทั้งหมดคนแรกรวมเคาน์ตีต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ประวัติศาสตร์ด้านการเมืองของกัสติยาเริ่มต้นขึ้น เฟร์นันสร้างเคาน์ตีใหม่ที่สืบทอดผ่านทางสายเลือดของตระกูลของตน เพื่อให้เคาน์ตีคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราชภายใต้การปกครองของกษัตริย์แห่งเลออน ในช่วงที่เฟร์นันมีชีวิตอยู่ เมืองหลวงของเคาน์ตีถูกก่อตั้งขึ้นที่[[บูร์โกส]]และมีการขยายอาณาเขตไปทางใต้เข้าสู่อาณาเขตของ[[ชาวมัวร์]] ภายใต้การปกครองของเคานต์การ์ซิอา เฟร์นันเดซ และเคานต์ซันโช การ์ซิอา อาณาเขตของกัสติยาขยายไปถึง[[แม่น้ำโดรู]] ความสัมพันธ์กับกษัตริย์แห่งเลออนที่ในทางการแล้วยังคงมีอำนาจเหนือกัสติยาค่อย ๆ ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
 
ในปี ค.ศ. 1029 [[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งปัมโปลนา|พระเจ้าซันโชที่ 3 มหาราชแห่งนาวาร์]] พระโอรสในพระมารดาชาวกัสติยาแยกกัสติยาออกมาจากเลออน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1035 มันได้ตกเป็นของพระโอรสคนที่สองซึ่งเป็นบุคคลแรกที่อ้างตนเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาในชื่อ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา]] (ค.ศ. 1037–1065) ต่อมากัสติยาถูกรวมเข้ากับเลออนอีกครั้ง (ค.ศ. 1072–1157) แต่ภายหลังอาณาจักรทั้งสองก็แยกจากกันอีกครั้ง [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]]ทำให้กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองและการทหารเหนือเลออน พระองค์บีบบังคับกษัตริย์แห่งเลออนให้ถวายความเคารพต่อพระองค์ในปี ค.ศ. 1188 จากนั้นการปกครองของกัสติยาก็ขยายไปทางตอนใต้จนถึง[[แม่น้ำเทกัส]] และทางตะวันออกจนถึงพรมแดนในยุคใหม่ของ[[แคว้นอารากอน|อารากอน]] ทว่ากษัตริย์เลออนไม่เคยยอมรับการมีอำนาจเหนือกว่าของกัสติยา และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]]ปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุน[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซแห่งกัสติยา]]ในการทำสงครามกับราชวงศ์อัลโมฮัดของชาวมุสลิม[[ชนเบอร์เบอร์|เบอร์เบอร์]] ทำให้กัสติยาพยายามแสดงความเป็นใหญ่ทางการเมืองเหนือเลออนจนส่งผลให้แนวหน้าในการรับมือกับชาวมุสลิมของชาวคริสต์อ่อนแอลง ในปี ค.ศ. 1230 [[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3]] ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาอยู่แล้วได้สืบทอดบัลลังก์เลออน ทำให้ราชบัลลังก์ทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในที่สุดภายใต้การเป็นผู้นำของชาวกัสติยา ขณะเดียวกันราชอาณาจักรโตเลโดในสเปนของชาวมุสลิมถูกกัสติยาผนวกดินแดนในปี ค.ศ. 1085 และในคริสต์ศตวรรษที่ 12 กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองในสเปนได้สำเร็จ ราชสำนักยุโรปในสมัยกลางช่วงปลายมักเรียกกัสติยาว่าอิสปาเนีย (สเปน) สุดท้ายในยุคของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ก็สามารถพิชิต[[แคว้นอันดาลูซิอา|อันดาลูซิอา]] ดินแดนสุดท้ายที่อยู่การครอบครองของมุสลิมซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดได้
 
กัสติยาในภาษาสเปนมีความหมายว่า "ดินแดนแห่งปราสาท" ซึ่งถูกใช้ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 800 เพื่อใช้เรียกพื้นที่เล็กๆ ในหุบเขากันตาเบรีย กัสติยามีการขยายอาณาเขตในคริสต์ศตวรรษที่ 9 แต่ยังคงมีสภาพเป็นเพียงกลุ่มเคาน์ตีที่รวมตัวกันภายใต้ผู้ปกครองที่ได้รับการคัดเลือกจากกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรอัสตูเรียส|อัสตูเรียส]]และกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]] การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 970 เมื่อ[[เฟร์นัน กอนซาเลซ เคานต์แห่งกัสติยา|เฟร์นัน กอนซาเลซ]]รวมเคาน์ตีทั้งหมดเข้าด้วยกันและขึ้นเป็นเคานต์คนแรกของดินแดนกัสติยาทั้งหมด ซึ่งเป็นเอกเทศภายใต้อำนาจการปกครองสูงสุดของกษัตริย์แห่งเลออน ในช่วงที่เฟร์นันมีชีวิตอยู่ [[บูร์โกส]]ได้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงและมีการขยายอาณาเขตไปทางใต้เข้าสู่อาณาเขตของ[[ชาวมัวร์]] ภายใต้การปกครองของการ์ซิอา เฟร์นันเดซ และซันโช การ์ซิอา กัสติยาได้ขยายอาณาเขตไปไกลถึง[[แม่น้ำโดรู]] ความสัมพันธ์กับกษัตริย์แห่งเลออนซึ่งในทางการแล้วยังคงมีอำนาจปกครองสูงสุดเหนือกัสติยาค่อย ๆ ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
== กษัตริย์แห่งกัสติยา ==
[[ไฟล์:Map Iberian Peninsula 1037-es.svg|left|thumb|แผนที่คาบสมุทรไอบีเรียในปี ค.ศ. 1037]]
[[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าซันโชที่ 3 มหาราช]]ผู้ควบคุมเคาน์ตีอารากอน, เคาน์ตีโซบราร์เบ และเคาน์ตีริชาร์โกร์ซาได้พิชิตกัสติยาและยึดครองนครเลออน พระองค์ครองตำแหน่งเป็นจักรพรรดิในปี ค.ศ. 1034 แต่สิ้นพระชนม์ในปีต่อมา ทรงพระราชทานอาณาเขตให้แก่พระราชโอรส โดย[[พระเจ้าการ์ซิอาที่ 3 แห่งปัมโปลนา|การ์ซิอาที่ 3]] ได้ปกครอง[[ราชอาณาจักรนาวาร์|นาวาร์]] [[พระเจ้ารามิโรที่ 1 แห่งอารากอน|รามิโรที่ 1]] ได้ปกครอง[[ราชอาณาจักรอารากอน|อารากอน]] ส่วน[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา|เฟร์นันโดที่ 1]] ได้ปกครองกัสติยา โดยทั้งสามต่างครองตำแหน่งเป็นกษัตริย์ เมื่อพระเจ้าซันโชที่ 3 สิ้นพระชนม์ [[พระเจ้าเบร์มูโดที่ 3 แห่งเลออน|พระเจ้าเบร์มูโดที่ 3]] ได้เข้าครอบครองเลออนแต่ถูกพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 สังหารในปี ค.ศ. 1037 และยึดเอาการครอบครองราชอาณาจักรเลออนมาเป็นของตน ทรงโค่นอำนาจพี่น้อง แสดงความเกรียงไกรในสมรภูมิรบ และเข้ายึด[[กูอิงบรา]]พร้อมผลักดันผู้ปกครองมุสลิมออกไปจาก[[โตเลโด]] [[เซบิยา]] และ[[บาดาฆอส]] พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 ยึดพระราชบิดาเป็นตัวอย่างและแบ่งอาณาเขตให้แก่พระราชโอรส โดย[[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน|พระเจ้าซันโชที่ 2]] ได้ปกครองกัสติยา ส่วน[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6]] ได้ปกครองเลออน หลังพระเจ้าซันโชที่ 2 ถูกฆาตกรรมในปี ค.ศ. 1072 พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 ได้ขึ้นครองราชอาณาจักรกัสติยา ในปี ค.ศ. 1085 ราชอาณาจักรมุสลิมโตเลโดถูกผนวกเข้ากับกัสติยา ราชอาณาจักรถูกแบ่งให้แก่พระราชโอรสของกษัตริย์อีกครั้งในยุคของ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7]] โดย[[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าซันโชที่ 3]] ได้ปกครองกัสติยา ส่วน[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งเลออน|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2]] ได้ปกครองเลออน
<br />
[[ไฟล์:España1150.svg|left|thumb|แผนที่ของคาบสมุทรไอบีเรียในปี ค.ศ. 1150 สีม่วงอ่อนคือราชอาณาจักรกัสติยา]]
พระเจ้าซันโชที่ 3 ครองราชย์ได้ไม่นาน [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]]ได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์ พระองค์กับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งอารากอน]]ได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาในปี ค.ศ. 1179 เพื่อแบ่งกันว่าใครมีสิทธิ์พิชิตราชอาณาจักรมุสลิมแห่งไหน โดยกัสติยาได้สิทธิ์ในการพิชิต[[อันดาลูเซีย]]และ[[มูร์เซีย]] พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยาได้แสดงแสงยานุภาพทางการเมืองและการทหารเหนือเลออน พระองค์บีบบังคับให้กษัตริย์แห่งเลออนถวายความเคารพต่อพระองค์ในปี ค.ศ. 1188 จากนั้นการปกครองของกัสติยาก็ขยายลงใต้ไปจนถึง[[แม่น้ำเทกัส]] ส่วนทางตะวันออกขยายไปถึงพรมแดนของ[[แคว้นอารากอน|อารากอน]]ในสมัยใหม่ ทว่ากษัตริย์เลออนไม่เคยยอมรับว่ากัสติยามีอำนาจเหนือกว่า และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]]ปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนพระเจ้าอัลฟอนโซแห่งกัสติยาในการทำสงครามกับราชวงศ์อัลโมฮัดของชาวมุสลิม[[ชนเบอร์เบอร์|เบอร์เบอร์]] กัสติยาจึงต้องแสดงแสงยานุภาพทางการเมืองเหนือเลออนจนส่งผลให้การรับมือกับชาวมุสลิมอ่อนแอลง พระองค์พ่ายแพ้ครั้งใหญ่ต่อราชวงศ์อัลโมฮัดในปี ค.ศ. 1195 ที่อาลาร์กอสซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโตเลโด แม้ก่อนหน้าที่จะพ่ายแพ้ พระเจ้าอัลฟอนโซได้สร้างความขุ่นเคืองให้แก่ผู้ปกครองชาวคริสต์คนอื่นๆ และไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ความพ่ายแพ้ของพระองค์ได้ทำให้ผู้ปกครองคนอื่นๆ ตื่นตัวต่อการคุกคามของราชวงศ์อัลโมฮัด พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยาจึงร่วมมือกับ[[พระเจ้าซันโชที่ 7 แห่งนาวาร์]], [[พระเจ้าเปโดรที่ 2 แห่งอารากอน]] และกองทัพโปรตุเกสกับกองทัพเลออนจนสามารถพิชิตราชวงศ์อัลโมฮัดได้ในปี ค.ศ. 1212 ที่ลาสนาบาสเดโตโลซา อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของจักรวรรดิอัลโมฮัด
 
 
ในปี ค.ศ. 1230 หลังการสิ้นพระชนม์ของ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]] ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3]] พระราชโอรสผู้เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาอยู่แล้ว เนื่องจาก[[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา|เบเรงเก-ลา]] พระราชมารดาของพระองค์เป็นพระราชธิดาของ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]] กัสติยาและเลออนจึงถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างถาวรภายใต้การเป็นผู้นำของชาวกัสติยา เกิดเป็น[[ราชบัลลังก์กัสติยา]]
<br />
== การสืบราชบัลลังก์ ==
=== ราชวงศ์ฆิเมเนซ ===
[[ไฟล์:Coat of Arms of Castile with the Royal Crest.svg|thumb|ตราประจำพระองค์ของกษัตริย์กัสติยา]]
[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งเลออน]]เคยเป็นเคานต์แห่งกัสติยา ต่อมาพระองค์กลายเป็นกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]ตามสิทธิ์ของภรรยา [[ซันชาแห่งเลออน]] ทรงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออนและกัสติยาในปี ค.ศ. 1037 และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1065 กัสติยาและเลออนถูกแยกเพื่อแบ่งให้พระโอรส คือ [[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน|ซันโช]]ที่กลายเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยา และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 แห่งเลออนและกัสติยา|อัลฟอนโซ]]ที่กลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออน พระเจ้าซันโชยังเป็นกษัตริย์แห่งเลออนในระยะสั้นๆ หลังปลดพระอนุชาออกจากตำแหน่ง ทำให้ทรงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออนและกัสติยา แต่ในปี ค.ศ. 1065 ราชอาณาจักรทั้งสองก็ถูกแยกออกจากกัน พระเจ้าซันโชอภิเษกสมรสกับอัลเบร์ตา ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์จึงเป็นพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 พระอนุชาที่พระองค์เคยปลดออกจากตำแหน่ง
 
* [[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งเลออน]] อดีตเคานต์แห่งกัสติยาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]ตามสิทธิ์ของ[[ซันชาแห่งเลออน]]ผู้เป็นภรรยา เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ กัสติยาและเลออนถูกแยกเพื่อแบ่งให้แก่พระราชโอรส
พระมเหสีของพระเจ้าอัลฟอนโซคือ[[อาแญ็สแห่งอากีแตน พระราชินีแห่งเลออนและกัสติยา|อาแญ็สแห่งอากีแตน]] ซึ่งเป็นบุตรสาวของ[[กีโยมที่ 8 ดยุคแห่งอากีแตน]]และอาจจะสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 ในปี ค.ศ. 1079 พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสกับ[[กงสต็องซ์แห่งบูร์กอญ]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันหลายคน แต่มีเพียงพระธิดาชื่อ[[สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน|อูร์รากา]]คนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ กงสต็องซ์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1093 ในปีเดียวกันนั้นพระองค์อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อแบร์ตาซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1099 จากนั้นทรงอภิเษกสมรสกับหญิงชื่ออิซาเบล ทั้งคู่มีพระธิดาด้วยกันสองคน อิซาเบลอาจสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 แล้วพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อเบียทริซ ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน เบียทริซสิ้นพระชนม์หลังพระองค์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเจ้าอัลฟอนโซคืออูร์รากาผู้เป็นพระธิดา
* [[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน]] สืบทอดกัสติยาต่อจากพระราชบิดา ทรงอภิเษกสมรสกับอัลเบร์ตาแต่ไร้พระโอรสธิดา
{| class="wikitable"
* [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 แห่งกัสติยาและเลออน]] สืบทอดเลออนต่อจากพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 ผู้เป็นพระราชบิดา ต่อมาได้สืบทอดกัสติยาต่อจากพระเชษฐาและขึ้นครองตำแหน่งเป็นกษัตริย์แห่งเลออนและกัสติยา พระมเหสีของพระเจ้าอัลฟอนโซคือ[[อาแญ็สแห่งอากีแตน พระราชินีแห่งเลออนและกัสติยา|อาแญ็สแห่งอากีแตน]] ซึ่งเป็นบุตรสาวของ[[กีโยมที่ 8 ดยุคแห่งอากีแตน]]และอาจจะสิ้นพระชนม์ก่อนพระองค์ พระเจ้าอัลฟอนโซจึงอภิเษกสมรสใหม่กับ[[กงสต็องซ์แห่งบูร์กอญ]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันหลายคน แต่มีเพียงพระธิดาคนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ เมื่อกงสต็องซ์สิ้นพระชนม์ พระองค์อภิเษกสมรสใหม่กับหญิงชื่อแบร์ตาซึ่งต่อมาสิ้นพระชนม์เช่นกัน พระองค์จึงอภิเษกสมรสอีกครั้งกับหญิงชื่ออิซาเบลที่ภายหลังสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับหญิงชื่อเบียทริซที่สิ้นพระชนม์หลังพระองค์
|+
* [[สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน|สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งกัสติยาและเลออน]] สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระสวามีคนแรกของพระนางคือ[[แรมงแห่งบูร์กอญ]]ซึ่งสิ้นพระชนม์ก่อนพระนางจะขึ้นครองราชย์ ต่อมาทรงอภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอน|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอนและนาวาร์]] ซึ่งเป็นการสมรสที่เกิดจากความไม่เต็มใจ หลังทั้งคู่แยกกันอยู่ พระนางมีคนรักและมีบุตรนอกสมรสด้วยกัน
!พระนาม
!ฉายานาม
!ความสัมพันธ์
!เริ่มต้น
!สิ้นสุด
!หมายเหตุ
|-
|[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1]]
|มหาราช
|
|ค.ศ. 1029
|27 ธันวาคม ค.ศ. 1065
|เป็นกษัตริย์แห่งเลออน ทรงเอากัสติยามาเป็นดินแดนส่วนพระองค์โดยให้ข้าราชสำนักบริหารปกครอง<ref>Martínez Díez , Gonzalo (2005). The County of Castilla (711-1038). The history in front of the legend . Valladolid: Junta de Castilla y León. <nowiki>ISBN 84-9718-275-8</nowiki>, pp. 715 and 737.</ref>
|-
|[[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน|พระเจ้าซันโชที่ 2]]
|ผู้แข็งแกร่ง
|พระโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1
|27 ธันวาคม ค.ศ. 1065
|6 ตุลาคม ค.ศ. 1072
|เป็นกษัตริย์แห่งกาลิเซีย (ค.ศ. 1071-1072) และกษัตริย์แห่งเลออน (ค.ศ. 1072)
|-
|[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 4 แห่งเลออน|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 4]]
|ผู้กล้าหาญ
|พระโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดทที่ 1
พระอนุชาของพระเจ้าซันโชที่ 2
|6 ตุลาคม ค.ศ. 1072
|30 มิถุนายน ค.ศ. 1109
|เป็นกษัตริย์แห่งเลออน
|-
|[[สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน|พระราชินีอูร์รากา]]
|
|พระธิดาของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 4
|30 มิถุนายน ค.ศ. 1109
|8 มีนาคม ค.ศ. 1126
|เป็นพระราชินีผู้ปกครองแห่งเลออน
|}
 
<br />
=== ราชวงศ์บูร์กอญ ===
ราชวงศ์ต่อมาเป็นทายาทในสายเพศชายของ[[แรมงแห่งบูร์กอญ]] พระสวามีคนแรกของพระราชินีอูร์รากา พระองค์แต่งงานกับ[[แรมงแห่งบูร์กอญ]]ตอนพระชนมายุ 8 พรรษา ทั้งคู่มีพระธิดาและพระโอรสที่มีชีวิตรอดอย่างละคน อูร์รากาเป็นม่ายในปี ค.ศ. 1077 และกำลังเจรจาเรื่องการอภิเษกสมรสในตอนที่พระบิดาสิ้นพระชนม์ มีการเสนอให้อภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอน|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอนและนาวาร์]] แต่อูร๋รากาต่อต้านข้อเสนอนี้ ด้วยเป็นความประสงค์ของพระบิดาผู้ล่วงลับ พระองค์จึงต้องยอมตกลง ทั้งคู่อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1109 แต่การแต่งงานจุดชนวนให้เกิดการก่อกบฏขึ้นทันที ทั้งคู่แยกกันอยู่ในปี ค.ศ. 1110 พระองค์มีคนรักซึ่งทรงมีบุตรนอกสมรสด้วยสองคน พระองค์สิ้นพระชนม์ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1126 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7]] ผู้เป็นพระโอรส
 
พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสกับ[[บารังเกราแห่งบาร์เซโลนา]]ในปี ค.ศ. 1128 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันแปดคน บารังเกราสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1149 พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับ[[ริเชซาแห่งโปแลนด์ พระราชินีแห่งกัสติยา|ริเชซาแห่งโปแลนด์]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสองคน พระเจ้าอัลฟอนโซนำธรรมเนียมการแบ่งราชอาณาจักรให้พระโอรสกลับมาใช้ ืทำให้ซันโชกลายเป็น[[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา]] ขณะที่เฟร์นันโดกลายเป็น[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งเลออน]] พระเจ้าซันโชแต่งงานกับ[[บลังกาแห่งนาวาร์ พระราชินีแห่งกัสติยา|บลังกาแห่งนาวาร์]]ในปี ค.ศ. 1151 ทั้งคู่มีพระโอรสที่รอดชีวิตคนเดียว พระองค์สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระบิดาในปี ค.ศ. 1157 แต่เพียงหนึ่งปีต่อมาก็สิ้นพระชนม์ พระโอรสวัยสองพรรษาของพระองค์กลายเป็น[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]] การสำเร็จราชการแผ่นดินก่อให้เกิดความวุ่นวายและพรมแดนส่วนหนึ่งของพระองค์ถูกพระปิตุลาพิชิตเอาไป พระองค์ต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งและทรงได้มาหนึ่งคน คือ [[พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ]] เมื่อพระองค์อภิเษกสมรสกับ[[เอเลนอร์แห่งอังกฤษ พระราชินีแห่งกัสติยา|เอเลนอร์แห่งอังกฤษ]] พระธิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบเอ็ดคน แต่มีเพียงบางคนที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ เมื่อพระเจ้าอัลฟอนโซสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1214 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือ[[พระเจ้าเอ็นริเกที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเอ็นริเก]] พระโอรสคนสุดท้องและพระโอรสคนเดียวที่มีชีวิตรอด พระองค์ไม่ได้อภิเษกสมรสและสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 13 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือ[[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา|เบเรงเกลา]]ผู้เป็นพระเชษฐภคินี<br />
[[ไฟล์:506-Castile 1210.png|thumb|ราชอาณาจักรกัสติยาในปี ค.ศ. 1210]]
เบเรงเกลาเคยแต่งงานกับคอนราดที่ 2 ดยุคแห่งชวาเบินในปี ค.ศ. 1187 แต่การแต่งงานไม่สมบูรณ์และคอนราดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1196 ในปี ค.ศ. 1197 พระองค์อภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]] ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งที่อยู่ห่างกันหนึ่งขั้นเพื่อรักษาสันติภาพระหว่างสองราชอาณาจักร สมเด็จพระสันตะปาปาไม่ยอมรับการแต่งงานด้วยเหตผลว่าเป็นการร่วมประเวณีกันของญาติใกล้ชิด ขณะกำลังต่อสู้กับสมเด็จพระสันตะปาปา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสี่คน สุดท้ายทั้งคู่ก็พ่ายแพ้ในเรื่องการแต่งงาน แต่พระโอรสธิดาของทั้งคู่ถูกพิจารณาว่าเป็นบุตรตามกฎหมาย เมื่อพระอนุชาสิ้นพระชนม์ เบเรงเกลากลัวว่าอดีตพระสวามีจะพยายามอ้างสิทธิ์ในบัลลังก์ พระองค์ตระหนักว่ากัสติยาจำเป็นต้องมีผู้นำทางทหารที่แท้จริงจึงทรงสละบัลลังก์ให้พระโอรสของพระองค์ในปีนั้น พระโอรสของพระองค์กลายเป็น[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา]] พระองค์ยังตงอยู่เคียงข้างพระโอรสในฐานะที่ปรึกษาของกษัตริย์ เมื่อกษัตริย์แห่งเลออนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1230 พระองค์ยกราชอาณาจักรให้พระธิดาสองคนจากการแต่งงานครั้งแรก เบเรงเกลาเป็นคนเจรจาต่อรองจนสุดท้ายพระธิดาทั้งสองก็ยอมรับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการสละสิทธิ์ในบัลลังก์ พระเจ้าเฟร์นันโดจึงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออน
 
ในปี ค.ศ. 1219 พระเจ้าเฟร์นันโดอภิเษกสมรสกับ[[อลิซาเบธแห่งชวาเบิน]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบคน อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ด้วยวัย 30 พรรษา กษัตริย์อภิเษกสมรสใหม่กับ[[ฌวน เคานเตสแห่งปงธิว]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันห้าคน
 
ราชสำนักถูกผสานรวมเข้าด้วยกันและถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ[[ราชบัลลังก์กัสติยา]]
{| class="wikitable"
|+
!พระนาม
!ฉายานาม
!ความสัมพันธ์
!เริ่มต้น
!สิ้นสุด
!หมายเหตุ
|-
|[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7]]
|ผู้เป็นจักรพรรดิ
|พระโอรสของพระราชินีอูร์รากา
|10 มีนาคม ค.ศ. 1126
|21 สิงหาคม ค.ศ. 1157
|เป็นกษัตริย์แห่งเลออน
|-
|[[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าซันโชที่ 3]]
|ผู้เป็นที่ต้องการ
|พระโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7
|21 สิงหาคม ค.ศ. 1157
|31 กรกฎาคม ค.ศ. 1158
|พระอนุชาของ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งเลออน]]
|-
|[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8]]
|ผู้สูงศักดิ์
|พระโอรสของพระเจ้าซันโชที่ 3
|31 กรกฎาคม ค.ศ. 1158
|6 ตุลาคม ค.ศ. 1214
|มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ
 
# มันริเก เปเรซ เด ลารา (ค.ศ. 1158-1164)
# นุญโญ เปเรซ เด ลารา (ค.ศ. 1164-1169)<ref>Procter, Evelyn S. (2010). Curia and Cortes in León and Castile 1072-1295 . Cambridge University Press . p.74. <nowiki>ISBN 9780521135320</nowiki> .</ref>
|-
|[[พระเจ้าเอ็นริเกที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเอ็นริเกที่ 1]]
|
|พระโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8
|6 ตุลาคม ค.ศ. 1214
|6 มิถุนายน ค.ศ. 1217
|มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ
 
# [[เอเลนอร์แห่งอังกฤษ พระราชินีแห่งกัสติยา|เอเลนอร์ แพลนทาเจเนต]] (ค.ศ. 1214)
# [[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา]] (ค.ศ. 1214-1215)
# อาลบาโร นุญเญซ เด ลารา (ค.ศ. 1215-1217)<ref>VV.AA. (1862). General history of Spain and its Indies: from ancient times until today ... . 3. Spanish bookstore. p.363.</ref>
|-
|[[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา|พระราชินีเบเรงเกลา]]
|มหาราชินี
|พระธิดาของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8
พระเชษฐภคินีของพระเจ้าเอ็นริเกที่ 1
|6 มิถุนายน ค.ศ. 1217
|30 สิงหาคม ค.ศ. 1217
|แต่งงานกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]]
สละราชสมบัติให้พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 พระโอรส
 
* [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งกัสติยาและเลออน]] สืบทอดตำแหน่งจากพระราชมารดา พระองค์อภิเษกสมรสกับ[[บารังเกราแห่งบาร์เซโลนา|บารังเก-ราแห่งบาร์เซโลนา]]ซึ่งสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับ[[ริเชซาแห่งโปแลนด์ พระราชินีแห่งกัสติยา|ริเชซาแห่งโปแลนด์]] พระเจ้าอัลฟอนโซนำธรรมเนียมการแบ่งราชอาณาจักรให้แก่พระโอรสกลับมาใช้อีกครั้ง
สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 1246
* [[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา]] สืบทอดกัสติยาต่อจากพระราชบิดา ทรงสมรสกับ[[บลังกาแห่งนาวาร์ พระราชินีแห่งกัสติยา|บลังกาแห่งนาวาร์]]
|-
* [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]] สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระองค์อภิเษกสมรสกับ[[เอเลนอร์แห่งอังกฤษ พระราชินีแห่งกัสติยา|เอเลนอร์แห่งอังกฤษ]] พระธิดาของ[[พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ]]
|[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3]]
* [[พระเจ้าเอ็นริเกที่ 1 แห่งกัสติยา]] สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระองค์ไม่ได้อภิเษกสมรสและสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 13 พรรษา
|ผู้เป็นนักบุญ
* [[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา|สมเด็จพระราชินีนาถเบเรงเก-ลาแห่งกัสติยา]] สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระอนุชา พระองคเคยสมรสกับคอนราทที่ 2 ดยุคแห่งชวาเบินแต่การสมรสไม่สมบูรณ์เมื่อคอนราทถึงแก่กรรมเสียก่อน พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]] ลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งที่อยู่ห่างกันหนึ่งขั้นเพื่อรักษาสันติภาพระหว่างสองราชอาณาจักร สมเด็จพระสันตะปาปาไม่ยอมรับการแต่งงานด้วยเหตผลว่าเป็นการร่วมประเวณีกันของญาติใกล้ชิด การสมรสถูกประกาศให้เป็นโมฆะ แต่พระราชบุตรของทั้งคู่ได้รับการพิจารณาให้เป็นบุตรตามกฎหมาย เมื่อพระอนุชาสิ้นพระชนม์ พระนางกลัวว่าอดีตพระสวามีจะพยายามอ้างสิทธิ์ในบัลลังก์ ทรงตระหนักได้ว่ากัสติยาจำเป็นต้องมีผู้นำทางทหารที่แท้จริงจึงทรงสละบัลลังก์ให้พระราชโอรส
|พระโอรสของพระราชินีเบเรงเกลา
* [[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา]] สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชมารดาที่สละราชบัลลังก์แต่ยังคงอยู่เคียงข้างพระองค์ในฐานะที่ปรึกษาของกษัตริย์ เมื่อพระราชบิดาผู้เป็นกษัตริย์แห่งเลออนสิ้นพระชนม์ พระองค์ได้ยกราชอาณาจักรให้พระธิดาทั้สองที่เกิดจากพระมเหสีคนแรก อดีตพระราชินีเบเรงเกลาได้ทำการเจรจาต่อรองจนสุดท้ายพระธิดาทั้งสองยอมรับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการสละสิทธิ์ในบัลลังก์ พระเจ้าเฟร์นันโดจึงขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเลออน ทำให้ราชสำนักกัสติยาและเลออนถูกผสานรวมกันและถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ[[ราชบัลลังก์กัสติยา]] พระเจ้าเฟร์นันโดอภิเษกสมรสกับ[[อลิซาเบธแห่งชวาเบิน]] เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์กษัตริย์ได้อภิเษกสมรสใหม่กับ[[ฌวน เคาน์เตสแห่งปงตีเยอ]]
|30 สิงหาคม ค.ศ. 1217
|30 พฤษภาคม ค.ศ. 1252
|เป็นกษัตริย์แห่งเลออนตั้งแต่ ค.ศ. 1230
เริ่มต้นราชบัลลังก์กัสติยา
|}
 
== อ้างอิง ==
 
*[https://www.britannica.com/place/Castile-region-Spain Castile REGION, SPAIN: Encyclopaedia Britannica]
*[https://about-history.com/the-story-and-formation-of-the-kingdom-of-castile/ THE STORY AND FORMATION OF THE KINGDOM OF CASTILE]
*[https://www.historyofroyalwomen.com/castile/lost-kingdoms-kingdom-crown-castile/ Lost Kingdoms: Kingdom and Crown of Castile: History of Royal Women]
<references />
 
== ดูเพิ่ม ==
859

การแก้ไข